Seismic Test (Low Strain Pile Integrity Test) คืออะไร?

Seismic Test หรือ Low Strain Pile Integrity Test (เรียกอีกชื่อว่า Pile Integrity Test — PIT หรือ Sonic Echo) คือการทดสอบ ความสมบูรณ์ของเสาเข็มแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Test) โดยเคาะหัวเสาเข็มด้วยค้อนมือแล้ววัดคลื่นที่สะท้อนกลับ คลื่นความเค้นแรงกระแทกต่ำจะเดินทางลงไปตามเสาเข็ม และสะท้อนกลับเมื่อพบ การเปลี่ยนแปลงหน้าตัดหรืออิมพีแดนซ์ เช่น จุดบกพร่องหรือปลายเสาเข็ม หัววัดความเร่ง (Accelerometer) ที่ติดบนหัวเสาเข็มจะบันทึกสัญญาณนี้ไว้วิเคราะห์

งานในไทยใช้มาตรฐานกรมโยธาธิการและผังเมือง มยผ.1551-51 (มาตรฐานการทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม) เป็นเกณฑ์หลัก ส่วนวิธีทดสอบสากลที่มักอ้างถึงคือ ASTM D5882-16 ซึ่ง ASTM ถอนสถานะ (Withdrawn) แล้วเมื่อปี ค.ศ. 2025 หากอ้าง ASTM ในเอกสาร จึงควรระบุปีฉบับและสถานะกำกับให้ชัด

Seismic Test เป็นวิธีควบคุมคุณภาพ (QC) ที่นิยมมากสำหรับเสาเข็มเจาะและเสาเข็มหล่อในที่ และใช้กับเสาเข็มสำเร็จรูปได้ด้วย เพราะ เร็ว ประหยัด และทดสอบได้จำนวนมาก โดยไม่ต้องฝังท่อล่วงหน้าเหมือนวิธี Cross-hole Sonic Logging

การทดสอบ Seismic Test (Low Strain Pile Integrity Test) ตรวจความสมบูรณ์ของเสาเข็มแบบไม่ทำลาย โดยทีมวิศวกร SPN
การทดสอบ Seismic Test (Low Strain) — เคาะหัวเสาเข็มด้วยค้อนมือและบันทึกคลื่นสะท้อนด้วยหัววัดความเร่ง (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ทำไมต้องตรวจความสมบูรณ์ของเสาเข็ม?

เพราะข้อบกพร่องของเสาเข็มเกิดใต้ดินและมองไม่เห็นจากภายนอก เสาเข็มเจาะหล่อในที่อาจบกพร่องระหว่างก่อสร้างโดยไม่ตั้งใจ เช่น ผนังหลุมพังจนเกิดคอคอด คอนกรีตแยกตัวเป็นโพรง หรือมีดินปนในเนื้อคอนกรีต ส่วนเสาเข็มสำเร็จรูปอาจแตกร้าวจากการขนย้ายหรือการตอก

หากปล่อยไว้ เสาเข็มอาจรับน้ำหนักได้ไม่เต็มที่และทรุดตัวภายหลัง การตรวจความสมบูรณ์จึงเป็นด่านคัดกรองสำคัญก่อนก่อสร้างโครงสร้างส่วนบน

Seismic Test ทำงานอย่างไร?

Seismic Test ใช้หลักคลื่นสะท้อน เมื่อเคาะหัวเสาเข็ม คลื่นความเค้นจะวิ่งลงไปในคอนกรีตด้วยความเร็วคลื่น (c) และสะท้อนกลับขึ้นมาทุกครั้งที่พบบริเวณที่ อิมพีแดนซ์ (Impedance) เปลี่ยน

การวิเคราะห์ทำได้ 2 แบบ คือ โดเมนเวลา (Sonic Echo / Pulse Echo Method) ซึ่งดูตำแหน่งและทิศของพีคสะท้อน และ โดเมนความถี่ (Transient Response Method) ทิศของการสะท้อนยังบอกชนิดของการเปลี่ยนแปลงได้ คอคอด (อิมพีแดนซ์ลดลง) ให้คลื่นสะท้อนทิศเดียวกับคลื่นกระแทก ส่วนการพองตัว (อิมพีแดนซ์เพิ่มขึ้น) ให้คลื่นสะท้อนทิศตรงข้าม

วิศวกร SPN ติดหัววัดความเร่งบนหัวเสาเข็มเจาะแล้วเคาะด้วยค้อนมือเพื่อสร้างคลื่นความเค้นแรงกระแทกต่ำในการทดสอบ Seismic Integrity Test หน้างานจริง
ติดหัววัดความเร่งบนหัวเสาเข็มแล้วเคาะด้วยค้อนมือ เพื่อส่งคลื่นความเค้นลงไปสะท้อนกลับ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

คำนวณความยาวเสาเข็มจากคลื่นสะท้อนอย่างไร?

ความยาวเสาเข็มหรือความลึกถึงจุดสะท้อนคำนวณจาก L = c·Δt/2 โดย Δt คือเวลาที่คลื่นวิ่งลงไปแล้วสะท้อนกลับขึ้นมาถึงหัวเสาเข็ม สูตรที่ใช้แปลผลมี 3 ตัว:

ความยาวเสาเข็ม / ความลึกถึงจุดสะท้อน:   L = c · Δt / 2 Δt = เวลาที่คลื่นเดินทางลงไปสะท้อนแล้วกลับ (หาร 2 เพราะเดินทางไป-กลับ) — เป็นค่าประเมินเบื้องต้น ขึ้นกับความเร็วคลื่น c ที่สมมติ
ความเร็วคลื่นในคอนกรีต:   c ≈ 3,500 – 4,000 ม./วินาที ขึ้นกับคุณภาพและอายุของคอนกรีต ต้องใช้ค่าที่เหมาะสมกับงาน
อิมพีแดนซ์ของเสาเข็ม:   Z = ρ · c · A ρ = ความหนาแน่น, A = พื้นที่หน้าตัด — การเปลี่ยนแปลง Z คือต้นเหตุของคลื่นสะท้อน

ตัวอย่างค่าสมมติ: ถ้าใช้ c = 4,000 ม./วินาที และพีคสะท้อนจากปลายกลับมาที่ Δt = 0.010 วินาที (10 มิลลิวินาที) ความยาวที่ประเมินได้คือ 4,000 × 0.010 ÷ 2 = 20 เมตร หากใช้ c = 3,500 ม./วินาที จะได้ 17.5 เมตร ค่า c ที่สมมติจึงมีผลต่อความยาวโดยตรง

ช่อง A ของภาพด้านล่างคือสิ่งที่เกิดในเสาเข็มเมื่อเคาะ ช่อง B คือสัญญาณที่หัววัดบันทึกได้ สังเกตว่าพีคจากคอคอดกลับมาถึงก่อนพีคจากปลายเสาเข็ม (2L/c)

หลักการ Seismic Integrity Test: เคาะหัวเสาเข็ม คลื่นอัดวิ่งลงแล้วสะท้อนกลับจากคอคอดและปลายเสาเข็ม พร้อมกราฟสัญญาณตัวอย่างเชิงหลักการ แผนภาพสองช่อง ช่อง A เป็นรูปตัดเสาเข็มเจาะในชั้นดินเหนียวอ่อน ดินเหนียวแข็ง และชั้นทราย หัวเสาเข็มตัดถึงคอนกรีตดีโผล่พ้นดินเล็กน้อย ใช้ค้อนมือเคาะหัวเสาเข็มด้วยแรงกระแทกต่ำ หัววัดความเร่งติดบนหัวเสาเข็มต่อสายไปยังเครื่องบันทึกสัญญาณ คลื่นอัดสีส้มวิ่งลงตามเสาเข็มด้วยความเร็ว c เมื่อถึงคอคอดที่ความลึก z ซึ่งหน้าตัดและอิมพีแดนซ์ลดลง คลื่นส่วนหนึ่งสะท้อนกลับขึ้นมาก่อน ส่วนที่เหลือวิ่งต่อไปสะท้อนที่ปลายเสาเข็มที่ความลึก L ช่อง B เป็นกราฟความเร็วที่หัวเสาเข็มกับเวลาแบบตัวอย่างเชิงหลักการ มีพีคของจังหวะเคาะที่เวลาศูนย์ พีคสะท้อนจากคอคอดที่เวลา 2z/c และพีคสะท้อนจากปลายเสาเข็มที่เวลา 2L/c ใต้แกนเวลามีแกนความลึกเท่ากับ c คูณ t หาร 2 กล่องสูตรแสดง L เท่ากับ c คูณ Δt หาร 2 ความเร็วคลื่นในคอนกรีตประมาณ 3,500 ถึง 4,000 เมตรต่อวินาที และ Z เท่ากับ ρ c A กล่องทิศของคลื่นสะท้อนอธิบายว่าสะท้อนทิศเดียวกับแรงเคาะหมายถึงอิมพีแดนซ์ลดลง เช่น คอคอด และทิศตรงข้ามหมายถึงอิมพีแดนซ์เพิ่มขึ้น เช่น การพองตัว แถบล่างสรุปว่าวิธีนี้ตอบเรื่องความสมบูรณ์และความยาวเบื้องต้นได้ แต่ไม่ได้วัดกำลังรับน้ำหนักซึ่งต้องใช้ PDA หรือ Static Load Test หลักการ Seismic Test: เคาะ → คลื่นวิ่งลง → สะท้อนกลับ แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน A · หน้างาน: เคาะหัวเข็มแล้ววัดคลื่น รูปตัดเสาเข็มเจาะในชั้นดิน เครื่องบันทึก PIT ค้อนมือ แรงกระแทกต่ำ หัววัดความเร่ง z L คอคอด (Necking) Z ลดลง · สะท้อนกลับก่อน คลื่นอัดวิ่งลง ด้วยความเร็ว c ปลายเสาเข็ม สะท้อนกลับที่เวลา 2L/c ดินเหนียวอ่อน ดินเหนียวแข็ง ชั้นทราย B · สัญญาณความเร็วที่หัวเข็ม ตัวอย่างเชิงหลักการ · ไม่ใช่ค่าวัดจริง ความเร็ว (v) → 0 2z/c 2L/c เวลา (t) → 0 z L ความลึก = c·t/2 → จังหวะเคาะ สะท้อนจากคอคอด สะท้อนจากปลายเข็ม Δt = เวลาไป–กลับ สูตรหาความยาว L = c · Δt / 2 c ≈ 3,500–4,000 ม./วินาที Z = ρ · c · A (อิมพีแดนซ์) ค่าประเมินเบื้องต้น ขึ้นกับค่า c ที่สมมติ ทิศของคลื่นสะท้อน ทิศเดียวกับแรงเคาะ Z ลดลง เช่น คอคอด ทิศตรงข้ามแรงเคาะ Z เพิ่มขึ้น เช่น พองตัว ✓ ตอบได้: ความสมบูรณ์ คอคอด รอยแตก โพรง ดินปน ✓ ตอบได้: ความยาวเบื้องต้น ต้องเห็นสัญญาณจากปลายเข็ม ✕ ไม่ได้วัดกำลังรับน้ำหนัก ต้องใช้ PDA หรือ Static
หลักการ Seismic Test (Low Strain): คลื่นอัดจากค้อนมือวิ่งลงตามเสาเข็ม สะท้อนบางส่วนที่คอคอด (เวลา 2z/c) และสะท้อนอีกครั้งที่ปลายเสาเข็ม (เวลา 2L/c) เวลาที่พีคกลับถึงหัวเข็มใช้คำนวณความลึกด้วย L = c·Δt/2 — กราฟเป็นตัวอย่างเชิงหลักการ ไม่ใช่ค่าวัดจริง และวิธีนี้ไม่ได้วัดกำลังรับน้ำหนัก

Seismic Test ตรวจเจออะไรได้บ้าง?

Seismic Test ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงหน้าตัดหรือเนื้อคอนกรีตที่มีนัยสำคัญ และใช้ประเมินความยาวเสาเข็มเบื้องต้นได้ ดังนี้

  • คอคอด (Necking) — หน้าตัดลดลง อิมพีแดนซ์ลดลง
  • การพองตัว (Bulging) — หน้าตัดเพิ่มขึ้น อิมพีแดนซ์เพิ่มขึ้น
  • รอยแตกหรือหัก (Crack / Discontinuity) — ทำให้คลื่นสะท้อนกลับก่อนถึงปลาย
  • โพรง / รังผึ้ง (Void / Honeycomb) — คอนกรีตไม่แน่นเป็นเนื้อเดียว
  • ดินปนในคอนกรีต (Soil Inclusion) — จากผนังหลุมพังระหว่างหล่อ
  • ประเมินความยาวเข็มเบื้องต้น — เทียบความยาวที่ประเมินได้กับแบบที่ออกแบบ (เป็นค่าประมาณ ขึ้นกับความเร็วคลื่นที่สมมติ และต้องเห็นสัญญาณสะท้อนจากปลาย)

อยากเห็นว่าสัญญาณแต่ละแบบหน้าตาเป็นอย่างไรบนกราฟ อ่านต่อที่ วิธีอ่านผลและแปลกราฟคลื่นสะท้อน Seismic Integrity Test และหากผลทดสอบพบสัญญาณผิดปกติ ไม่ได้แปลว่าเสาเข็มใช้ไม่ได้เสมอไป ดูขั้นตอนตรวจสอบและแนวทางแก้ไขที่วิศวกรใช้จริงได้ที่ เสาเข็มไม่ผ่าน Seismic Test ทำยังไงต่อ

⚠️ ข้อควรระวังในการแปลผลความยาวเสาเข็ม

• ความยาวเสาเข็มที่แสดงในรายงาน เป็นเพียงความยาวที่ได้จากความเร็วคลื่นที่สะท้อนกลับ หรือจากภาคสนามแจ้งให้ทราบเท่านั้น ซึ่งความยาวที่แท้จริงควรพิจารณาจากองค์ประกอบภาคสนาม

• เสาเข็มที่ทำการทดสอบควรนำข้อมูลในการตอกเสาเข็มหรือเจาะเสาเข็มมาประกอบพิจารณาก่อนนำเสาเข็มไปใช้งาน อาทิเช่น การเทหล่อเสาเข็มและการถอนปลอกเหล็กชั่วคราวมาประกอบพิจารณาสภาพของชั้นดิน การเปิดสภาพหน้างาน การเยื้องศูนย์ของเสาเข็ม โดยให้วิศวกรสนามหรือผู้ออกแบบพิจารณาก่อนนำไปใช้งาน

• หากต้องการทราบความยาวของเสาเข็ม แนะนำให้ทดสอบ Parallel Seismic Test

ขั้นตอนการทดสอบ Seismic Test มีอะไรบ้าง?

การทดสอบมี 6 ขั้นตอนหลัก และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีต่อต้นเมื่อเตรียมหัวเสาเข็มเรียบร้อยแล้ว

  1. เตรียมหัวเสาเข็ม — ตัด/เจียรให้ผิวคอนกรีตแข็งแรง เรียบ และสะอาด
  2. ติดตั้งหัววัดความเร่ง (Accelerometer) บนหัวเสาเข็มด้วยวัสดุประสาน
  3. เคาะหัวเสาเข็มด้วยค้อนมือเพื่อสร้างคลื่นความเค้นแรงกระแทกต่ำ
  4. บันทึกสัญญาณคลื่นสะท้อนหลายครั้งแล้วเฉลี่ยเพื่อลดสัญญาณรบกวน
  5. วิเคราะห์สัญญาณหาความยาวและตำแหน่งข้อบกพร่อง
  6. จำแนกระดับความสมบูรณ์และจัดทำรายงานรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.)

หัวเสาเข็มที่พร้อมทดสอบต้องตัดหรือสกัดถึงเนื้อคอนกรีตแข็งแรง ผิวหน้าเรียบ สะอาด และคอนกรีตต้องมีอายุเพียงพอตามข้อกำหนดของโครงการ ดูรายละเอียดได้ที่ การเตรียมหัวเสาเข็มก่อนทดสอบ และ อายุคอนกรีตที่พร้อมทดสอบเสาเข็ม

ภาพ 3 มิติด้านล่างจำลองหน้างานจริง หัวเสาเข็มสีเขียวทดสอบแล้ว สีเทารอทดสอบ และต้นที่หัวยังขรุขระต้องสกัดก่อน กรอบด้านขวาสรุปสิ่งที่ต้องเตรียมและลำดับงานวันทดสอบ

แบบจำลอง 3 มิติ หน้างานทดสอบ Seismic Integrity Test บนหัวเสาเข็มจำนวนมาก พร้อมรายการเตรียมหัวเข็มและลำดับงานในวันทดสอบ ภาพสามมิติเชิงแนวคิดของพื้นที่ฐานรากที่มีหัวเสาเข็มเจาะตัดแล้วเรียงเป็นตาราง บนก้อนดินที่ตัดหน้าให้เห็นชั้นดินเหนียวอ่อน ดินเหนียวแข็ง และชั้นทราย เสาเข็มแถวหน้าแสดงลำตัวลงไปถึงชั้นทราย หัวเสาเข็มสีเขียวหมายถึงทดสอบแล้ว หัวเสาเข็มสีเทาคือตัดหัวแล้วรอทดสอบ เจ้าหน้าที่นั่งยองข้างเสาเข็มแถวหน้าต้นหนึ่ง ใช้ค้อนมือเคาะหัวเสาเข็มที่ติดหัววัดความเร่ง สายสัญญาณต่อไปยังเครื่องบันทึกที่วางบนพื้น ลำตัวของเสาเข็มต้นนี้ในหน้าตัดดินแสดงคลื่นอัดวิ่งลงและคลื่นสะท้อนจากปลายเสาเข็มวิ่งกลับขึ้นมา มุมขวาของผังมีเสาเข็มหนึ่งต้นที่หัวยังขรุขระ มีเหล็กเสริมโผล่และเศษคอนกรีต หมายถึงยังไม่พร้อมทดสอบต้องสกัดหัวก่อน กรอบด้านขวาเป็นรายการเตรียมก่อนทดสอบ ได้แก่ ตัดหรือสกัดหัวเข็มถึงคอนกรีตแข็งแรง ผิวหน้าเรียบและสะอาด คอนกรีตมีอายุเพียงพอตามข้อกำหนดของโครงการ และเตรียมข้อมูลความยาวตามแบบกับบันทึกการเจาะหรือตอก ตามด้วยลำดับงานในวันทดสอบ ติดหัววัดด้วยวัสดุประสาน เคาะหลายครั้งแล้วเฉลี่ยสัญญาณ วิเคราะห์ความยาวและตำแหน่งผิดปกติ จำแนกระดับความสมบูรณ์และทำรายงานรับรองโดยวิศวกร และหมายเหตุว่าใช้เวลาไม่กี่นาทีต่อต้นจึงทดสอบได้วันละหลายสิบต้น แบบจำลอง 3 มิติ (3D): หน้างานทดสอบ Seismic หลายต้นต่อวัน แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ทดสอบแล้ว (วงเขียว) ไม่กี่นาทีต่อต้น กำลังทดสอบ ค้อนมือ + หัววัด + เครื่องบันทึก ตัดหัวแล้ว รอทดสอบ ยังไม่พร้อม หัวขรุขระ ต้องสกัดก่อน คลื่นวิ่งลง แล้วสะท้อนจากปลายเข็ม ดินเหนียวอ่อน ดินเหนียวแข็ง ชั้นทราย เตรียมหัวเข็ม + ลำดับงาน ก่อนวันทดสอบ ตัด/สกัดถึงคอนกรีตแข็งแรง ไม่มีคอนกรีตหลวม ผิวหน้าเรียบ และสะอาด ไม่มีเศษดิน/เศษปูนบนหัวเข็ม คอนกรีตมีอายุเพียงพอ ตามข้อกำหนดของโครงการ เตรียมข้อมูลเสาเข็ม ความยาวตามแบบ + บันทึกเจาะ/ตอก วันทดสอบ 1 ติดหัววัดด้วยวัสดุประสาน ให้แนบสนิทกับผิวคอนกรีต 2 เคาะหลายครั้ง แล้วเฉลี่ยสัญญาณลดสัญญาณรบกวน 3 วิเคราะห์สัญญาณ ความยาว + ตำแหน่งที่ผิดปกติ 4 จำแนกระดับความสมบูรณ์ รายงานรับรองโดยวิศวกร ไม่กี่นาทีต่อต้น จึงทดสอบได้วันละหลายสิบต้น ภาพเชิงแนวคิด · ไม่ใช่ผังเสาเข็มจริง
แบบจำลอง 3 มิติหน้างาน Seismic Integrity Test: เคาะหัวเสาเข็มทีละต้นด้วยค้อนมือและบันทึกสัญญาณด้วยหัววัดความเร่ง ต้นละไม่กี่นาที จึงทดสอบได้วันละหลายสิบต้น — ภาพเชิงแนวคิด ไม่ใช่ผังเสาเข็มจริง
วิศวกร SPN ทดสอบ Low Strain Pile Integrity Test ที่หัวเสาเข็มเจาะ พร้อมเครื่องบันทึกและวิเคราะห์สัญญาณ (PIT) วางอยู่ข้างเสาเข็ม
ขณะทดสอบหน้างาน — บันทึกสัญญาณคลื่นสะท้อนหลายครั้งด้วยเครื่อง PIT เพื่อนำมาเฉลี่ยและวิเคราะห์ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

Seismic Test ราคาเท่าไหร่ มีข้อดีและข้อจำกัดอะไร?

ค่าทดสอบ Seismic Test เริ่มต้นราว 100–150 บาทต่อต้น ขึ้นกับจำนวนเสาเข็มและสภาพหน้างาน ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน ดูเปรียบเทียบราคาการทดสอบเสาเข็มแต่ละวิธีได้ที่ ราคาทดสอบเสาเข็ม 2026 หรือติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม.

✅ ข้อดี

รวดเร็ว (ไม่กี่นาทีต่อต้น) ต้นทุนต่ำ ไม่ทำลายเสาเข็ม ไม่ต้องฝังท่อล่วงหน้า เครื่องมือเบา จึงทดสอบเสาเข็มได้จำนวนมากในเวลาสั้น

⚠️ ข้อจำกัด

เหมาะกับเสาเข็มที่อัตราส่วนความยาวต่อเส้นผ่านศูนย์กลาง (L/D) ไม่มากเกินไป (ราว 20–30 เท่า) เสาเข็มที่ยาวมากหรือมีแรงเสียดทานผิวสูงจะหน่วงคลื่นจนไม่เห็นสัญญาณจากปลาย วิธีนี้ตรวจได้เฉพาะข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญ และ ไม่ใช่การทดสอบกำลังรับน้ำหนัก ผลต้องตีความโดยวิศวกรที่มีประสบการณ์

Seismic Test ใช้มาตรฐานอะไร และต่างจากวิธีอื่นอย่างไร?

Seismic Test ในไทยอ้างอิง มยผ.1551-51 เป็นหลัก และเป็นเพียงหนึ่งในชุดการทดสอบเสาเข็มที่แต่ละวิธีตอบโจทย์ต่างกัน:

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

วิธีทดสอบ / มาตรฐานวัดอะไร และลักษณะเด่น
Seismic / Low Strain (มยผ.1551-51; ASTM D5882-16 ถูกถอนปี 2025)ความสมบูรณ์และความยาวเข็มเบื้องต้น — เร็ว ถูก ไม่ทำลาย ไม่ต้องฝังท่อ ทดสอบได้จำนวนมาก แต่จำกัดด้วย L/D
Cross-hole Sonic Logging (ACI PRC-228.2; ASTM D6760-16 ถูกถอนปี 2025)ความสมบูรณ์ภายในแบบละเอียดของเสาเข็มใหญ่ ต้องฝังท่อทดสอบล่วงหน้าตั้งแต่ตอนหล่อ
Dynamic Load Test — PDA (มยผ.1252-51 + ASTM D4945)กำลังรับน้ำหนักของเสาเข็มด้วยแรงกระแทกสูง (High Strain) รวดเร็วกว่า Static
Static Load Test (มยผ. 1251 + ASTM D1143)กำลังรับน้ำหนักโดยตรงด้วยน้ำหนักจริง เป็นวิธีอ้างอิงหลักของการหากำลังรับน้ำหนัก

โดยทั่วไปจะใช้ Seismic Test ตรวจความสมบูรณ์ของเสาเข็มจำนวนมาก แล้วเลือกบางต้นไปทดสอบกำลังรับน้ำหนักด้วย Dynamic (PDA) หรือ Static Load Test ดูแนวทางการอ่านผล PDA เพิ่มเติมได้ที่ การแปลผล PDA Test หรือดูขอบเขตบริการทดสอบเสาเข็มทุกวิธีของ SPN ได้ที่หน้าบริการทดสอบเสาเข็ม

ตัวอย่างงานทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มด้วยวิธี Seismic (Low Strain) โดยทีมวิศวกรของ SPN Soil Engineering ทั้งงานเสาเข็มเจาะหล่อในที่และเสาเข็มสำเร็จรูป ในโครงการจริงหลายประเภททั่วประเทศ

📌 หมายเหตุ

บทความนี้จัดทำเพื่อเป็นความรู้ทางวิศวกรรม การเลือกวิธีทดสอบ จำนวนเสาเข็มที่ต้องตรวจ และการตีความผล ควรเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการและดุลยพินิจของวิศวกรผู้มีใบอนุญาต