ทำไมต้องทดสอบเสาเข็ม?

ต้องทดสอบเพื่อยืนยันสองเรื่องหลัก คือ กำลังรับน้ำหนัก (Capacity) ว่ารับได้จริงตามที่ออกแบบ และ ความสมบูรณ์ (Integrity) ว่าเสาเข็มไม่มีข้อบกพร่องภายใน เสาเข็มอยู่ใต้ดินและมองไม่เห็นหลังก่อสร้าง หากรับน้ำหนักไม่ได้ตามแบบ มีรอยแตก คอนกรีตแยกตัว หรือความยาวไม่ครบ อาจทำให้อาคารทรุดตัวในภายหลัง

วิธีทดสอบแต่ละแบบตอบคำถามต่างกัน บทความนี้สรุปทุกวิธีไว้ในที่เดียว พร้อมลิงก์ไปบทความเฉพาะของแต่ละวิธี ส่วนข้อกำหนดตามกฎหมาย อ่านสรุปได้ที่ การทดสอบเสาเข็มตามกฎกระทรวงฐานราก พ.ศ. 2566

ทีมวิศวกร SPN ทดสอบกำลังรับน้ำหนักเสาเข็มด้วยวิธี Dynamic Load Test (PDA) หน้างานโครงการคลังสินค้า
งานทดสอบเสาเข็มหน้างานจริงโดยทีมวิศวกร SPN — การทดสอบช่วยยืนยันทั้งกำลังรับน้ำหนักและความสมบูรณ์ของเสาเข็มก่อนรับงาน (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ทดสอบเสาเข็มมีกี่แบบ?

ทดสอบเสาเข็มมี 3 วิธีหลัก แบ่งตามสิ่งที่วัดและระดับแรงที่ใช้กับเสาเข็ม และมีวิธีเสริม 2 วิธีสำหรับตรวจเนื้อคอนกรีตของเสาเข็มเจาะ:

  • Seismic Integrity Test (Low Strain) — ใช้ค้อนมือเคาะเบา ๆ ที่หัวเสาเข็ม ตรวจ "ความสมบูรณ์" และความยาว แรงกระแทกต่ำ ราคาประหยัด ทดสอบได้เร็วและจำนวนมาก
  • Dynamic Load Test (PDA, High Strain) — ใช้ตุ้มน้ำหนักกระแทกแรงสูง วัดคลื่นความเค้นเพื่อประเมิน "กำลังรับน้ำหนัก" ทดสอบได้หลายต้นต่อวัน
  • Static Load Test — ใช้น้ำหนักจริงกดเสาเข็มโดยตรง จึงใช้เป็นค่าอ้างอิงของกำลังรับน้ำหนัก แต่ช้าและมีต้นทุนสูง จึงมักเลือกทดสอบเพียงบางต้น
  • วิธีเสริมสำหรับเสาเข็มเจาะ — Cross Hole Sonic Logging (CSL) ส่งคลื่นเสียงระหว่างท่อที่ฝังไว้ในเสาเข็ม เพื่อตรวจความสมบูรณ์ของเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ และ Coring Test เจาะเก็บแท่งคอนกรีตจากตัวเสาเข็มขึ้นมาตรวจคุณภาพ

ภาพด้านล่างรวมทุกวิธีไว้ในแผนที่เดียว การ์ดสามใบบนเรียงจากแรงต่ำไปแรงสูง บอกว่าแต่ละวิธีวัดอะไร เร็วแค่ไหน และอ้างอิงมาตรฐานใด แถบล่างช่วยเลือกวิธีจากคำถามที่ต้องการคำตอบ

แผนที่วิธีทดสอบเสาเข็มทุกแบบในภาพเดียว เรียงสามวิธีหลักตามระดับแรงที่ใช้ พร้อมวิธีเสริมสำหรับเสาเข็มเจาะ และแนวทางเลือกวิธีจากคำถามที่ต้องการคำตอบ แผนภาพเชิงแนวคิดแบ่งเป็นสามส่วน ส่วนบนเป็นแถบลูกศรไล่สีจากซ้ายไปขวา หมายถึงแรงที่ใช้กับเสาเข็มเพิ่มขึ้นจากการตรวจความสมบูรณ์ไปสู่การวัดกำลังรับน้ำหนัก ใต้แถบมีการ์ดสามใบ ใบที่หนึ่ง Seismic Integrity Test หรือ Low Strain ภาพย่อเป็นค้อนมือเคาะหัวเสาเข็มที่ติดหัววัดความเร่ง คลื่นวิ่งลงแล้วสะท้อนกลับ วัดความสมบูรณ์และความยาว เร็วมาก ทดสอบได้หลายต้นต่อวัน ราคาประหยัด ไม่ประเมินกำลังรับน้ำหนัก เหมาะกับการตรวจความสมบูรณ์จำนวนมาก อ้างอิง มยผ.1551-51 ใบที่สอง Dynamic Load Test หรือ PDA ภาพย่อเป็นตุ้มน้ำหนักในโครงนำตกกระแทกหัวเสาเข็ม มีหัววัดติดใต้หัวเสาเข็มต่อสายไปเครื่อง PDA และลูกศรสีเขียวแทนแรงต้านของดิน วัดกำลังรับน้ำหนักและความสมบูรณ์ เร็ว ทดสอบได้หลายต้นต่อวัน ประหยัดกว่า Static มาก ความแม่นยำสูงเมื่อวิเคราะห์ CAPWAP เหมาะกับการยืนยันกำลังหลายต้น อ้างอิง ASTM D4945 และ มยผ.1252-51 ใบที่สาม Static Load Test ภาพย่อเป็นแม่แรงบนหัวเสาเข็มดันคานที่มีน้ำหนักถ่วงวางบนกองไม้หมอน วัดกำลังรับน้ำหนักโดยตรงจากน้ำหนักจริง ช้า ต่อต้นใช้เวลานาน ต้นทุนสูงเพราะต้องมีน้ำหนักถ่วงหรือระบบค้ำยัน ใช้เป็นค่าอ้างอิง เหมาะกับการสอบเทียบกำลังบางต้น อ้างอิง ASTM D1143 และ มยผ. 1251 ส่วนกลางเป็นวิธีเสริมสำหรับตรวจเนื้อคอนกรีตของเสาเข็มเจาะโดยไม่ใช้แรงกดหรือแรงกระแทก ได้แก่ Cross Hole Sonic Logging หรือ CSL ที่ส่งคลื่นเสียงระหว่างท่อที่ฝังในเสาเข็ม ใช้ตรวจความสมบูรณ์ของเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ อ้างอิง ACI PRC-228.2 และ Coring Test ที่เจาะเก็บแท่งคอนกรีตจากตัวเสาเข็มขึ้นมาตรวจคุณภาพ แถบล่างคือเลือกจากคำถาม ถ้าต้องการรู้ว่าเสาเข็มสมบูรณ์ไหมในจำนวนมากใช้ Seismic ถ้าต้องการยืนยันว่ารับน้ำหนักได้ตามแบบหลายต้นใช้ PDA ถ้าต้องการค่าอ้างอิงกำลังใช้ Static บางต้น และถ้าเป็นเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ที่สงสัยคุณภาพคอนกรีตใช้ CSL หรือ Coring Test ความเร็วและต้นทุนในภาพเป็นการเทียบกันเชิงคุณภาพ ไม่ใช่ตัวเลขจริง แผนที่วิธีทดสอบเสาเข็ม: วัดอะไร ใช้แรงแค่ไหน เลือกอย่างไร แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน วิธีหลัก 3 วิธี · เรียงตามแรงที่ใช้กับเสาเข็ม ตรวจความสมบูรณ์ → วัดกำลังรับน้ำหนัก 1 Seismic (Low Strain) ค้อนมือเคาะเบา ๆ ที่หัวเข็ม วัดอะไร ความสมบูรณ์ + ความยาว ความเร็ว เร็วมาก หลายต้น/วัน ต้นทุน ประหยัด กำลังรับน้ำหนัก ไม่ประเมิน เหมาะกับ: ตรวจความสมบูรณ์จำนวนมาก มยผ.1551-51 2 Dynamic Load Test (PDA) ตุ้มกระแทกแรงสูง (High Strain) วัดอะไร กำลัง + ความสมบูรณ์ ความเร็ว เร็ว หลายต้น/วัน ต้นทุน ประหยัดกว่า Static มาก กำลังรับน้ำหนัก ประเมินด้วย CAPWAP เหมาะกับ: ยืนยันกำลังหลายต้น ASTM D4945 มยผ.1252-51 3 Static Load Test กดน้ำหนักจริงเป็นขั้น ๆ น้ำหนักถ่วง วัดอะไร กำลังรับน้ำหนักโดยตรง ความเร็ว ช้า ต่อต้นใช้เวลานาน ต้นทุน สูง ต้องมีน้ำหนักถ่วง กำลังรับน้ำหนัก วัดตรง ใช้เป็นค่าอ้างอิง เหมาะกับ: สอบเทียบกำลังบางต้น ASTM D1143 มยผ. 1251 วิธีเสริม · ตรวจเนื้อคอนกรีตของเสาเข็มเจาะ (ไม่ใช้แรงกดหรือแรงกระแทก) ความเร็ว/ต้นทุนในภาพ = เทียบกันเชิงคุณภาพ Cross Hole Sonic Logging (CSL) ส่งคลื่นเสียงระหว่างท่อที่ฝังไว้ในเสาเข็ม ตรวจความสมบูรณ์ของเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ ACI PRC-228.2 Coring Test เจาะเก็บแท่งคอนกรีตจากตัวเสาเข็มขึ้นมา ตรวจคุณภาพคอนกรีตเสาเข็มเจาะ เลือกจากคำถาม สมบูรณ์ไหม ยาวครบไหม? → Seismic (จำนวนมาก) รับน้ำหนักได้ตามแบบไหม? → PDA (หลายต้น) ต้องการค่าอ้างอิงกำลัง? → Static (บางต้น) เข็มเจาะใหญ่ สงสัยคอนกรีต? → CSL / Coring Test
แผนที่วิธีทดสอบเสาเข็ม — สามวิธีหลักเรียงตามแรงที่ใช้ (Seismic · PDA · Static) และวิธีเสริม CSL กับ Coring Test สำหรับเสาเข็มเจาะ ความเร็วและต้นทุนเป็นการเทียบกันเชิงคุณภาพ ไม่ใช่ตัวเลขจริง (ภาพ: SPN Soil Engineering)

1) Seismic Integrity Test (Low Strain) ตรวจอะไรได้บ้าง?

Seismic Test หรือ Low Strain Integrity Test ตรวจความสมบูรณ์และความยาวของเสาเข็ม แต่ไม่ได้วัดกำลังรับน้ำหนัก วิธีคือติดหัววัดความเร่งบนหัวเสาเข็ม ใช้ค้อนมือเคาะเบา ๆ แล้ววัดคลื่นที่สะท้อนกลับ เพื่อดูว่ามีรอยแตก การลดหน้าตัด หรือความยาวผิดปกติหรือไม่

จุดเด่นคือเร็ว ราคาประหยัด และทดสอบได้จำนวนมาก จึงนิยมใช้ตรวจเสาเข็มทั้งโครงการ มาตรฐานหลักคือ มยผ.1551-51 ส่วน ASTM D5882-16 ถูก ASTM ถอนสถานะเมื่อปี 2025

วิศวกร SPN ติดหัววัดความเร่งบนหัวเสาเข็มเจาะแล้วเคาะด้วยค้อนมือเพื่อทดสอบ Seismic Integrity Test (Low Strain) หน้างานจริง
Seismic Integrity Test — วิศวกร SPN เคาะหัวเสาเข็มด้วยค้อนมือแล้ววัดคลื่นสะท้อนด้วยหัววัดความเร่ง ตรวจความสมบูรณ์ได้รวดเร็วทีละหลายต้น (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ข้อจำกัดคือ Seismic Test ไม่ประเมินกำลังรับน้ำหนัก บอกได้เพียงว่าเสาเข็มสมบูรณ์หรือไม่และยาวประมาณเท่าใด อ่านรายละเอียดวิธีการและการแปลผลได้ที่บทความ Seismic Test ทดสอบความสมบูรณ์เสาเข็ม (Low Strain)

2) Dynamic Load Test (PDA) วัดกำลังรับน้ำหนักอย่างไร?

Dynamic Load Test หรือ PDA Test (ตั้งชื่อตามเครื่อง Pile Driving Analyzer) ประเมินกำลังรับน้ำหนักจากคลื่นความเค้นที่เกิดขึ้นเมื่อตุ้มน้ำหนักกระแทกหัวเสาเข็มด้วยแรงสูง (High Strain) หัววัดแรง (Strain Gauge) และหัววัดความเร่ง (Accelerometer) ติดเป็นคู่ที่ด้านตรงข้ามของเสาเข็มใต้หัวเสาเข็ม เพื่อบันทึกแรงและความเร็วของคลื่น

การทดสอบครั้งเดียวประเมินได้ทั้งกำลังรับน้ำหนัก ความสมบูรณ์ และหน่วยแรงในเสาเข็มขณะกระแทก จุดเด่นคือรวดเร็วและประหยัดกว่า Static Load Test มาก ทดสอบได้หลายต้นต่อวัน อ้างอิงมาตรฐาน ASTM D4945 และ มยผ.1252-51

ผลจากสนามนำไปวิเคราะห์ต่อด้วยวิธีจับคู่สัญญาณ (CAPWAP) เพื่อประเมินกำลังรับน้ำหนักสถิต และแยกแรงเสียดทานผิวกับแรงต้านที่ปลายเสาเข็ม อ่านหลักการเต็มได้ที่ Dynamic Load Test (PDA Test) และวิธีอ่านค่าผลลัพธ์ที่ การแปลผล PDA Test

3) Static Load Test ทำไมใช้เป็นค่าอ้างอิง?

Static Load Test ใช้เป็นค่าอ้างอิงเพราะวัดกำลังรับน้ำหนักจากน้ำหนักจริงโดยตรง ไม่ต้องคำนวณย้อนกลับจากคลื่น วิธีคือค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักกดลงบนหัวเสาเข็มเป็นขั้น ด้วยแม่แรงไฮดรอลิกที่ดันกับน้ำหนักถ่วงหรือระบบค้ำยัน แล้ววัดการทรุดตัวที่สอดคล้องกัน จากนั้นแปลผลด้วยเกณฑ์ เช่น Davisson Method

มาตรฐานอ้างอิงคือ ASTM D1143 และ มยผ. 1251 ข้อแลกเปลี่ยนคือใช้เวลานาน ต้องเตรียมระบบค้ำยันหรือน้ำหนักถ่วง และมีต้นทุนสูง จึงมักเลือกทดสอบเพียงบางต้นในโครงการ

แท่นน้ำหนักถ่วง Kentledge จากบล็อกคอนกรีตติดตั้งเหนือเสาเข็มทดสอบ Static Load Test หน้างานจริงของ SPN Soil Engineering
Static Load Test ระบบน้ำหนักถ่วง (Kentledge) — บล็อกคอนกรีตวางบนคานเหล็กเหนือเสาเข็มทดสอบ กดด้วยน้ำหนักจริงเป็นขั้น ๆ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

อ่านวิธีการและการเตรียมงานได้ที่ Static Pile Load Test การทดสอบกำลังเสาเข็มแบบสถิต

Seismic, Dynamic (PDA) และ Static ต่างกันอย่างไร?

สามวิธีนี้ต่างกันที่สิ่งที่วัด ระดับแรงที่ใช้ ความเร็ว และความแม่นยำของค่ากำลัง Seismic ตอบเรื่องความสมบูรณ์ ส่วน PDA และ Static ตอบเรื่องกำลังรับน้ำหนัก สรุปในตารางเดียว:

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตารางที่ 1: เปรียบเทียบ 3 วิธีทดสอบเสาเข็มหลัก
หัวข้อSeismic (Low Strain)Dynamic / PDA (High Strain)Static Load Test
วัดอะไรความสมบูรณ์ + ความยาวกำลังรับน้ำหนัก + ความสมบูรณ์กำลังรับน้ำหนัก (โดยตรง)
ระดับแรงต่ำ (ค้อนมือเคาะ)สูง (ตุ้มกระแทก)น้ำหนักจริงกดคงที่
ความเร็วเร็วมาก หลายต้น/วันเร็ว หลายต้น/วันช้า ต่อต้นใช้เวลานาน
ความแม่นยำกำลังไม่ประเมินกำลังสูง (เมื่อวิเคราะห์ CAPWAP)วัดโดยตรง (ค่าอ้างอิง)
มาตรฐานมยผ.1551-51 · ASTM D5882-16 (ถูกถอนปี 2025)ASTM D4945 · มยผ.1252-51ASTM D1143 · มยผ. 1251
เหมาะกับตรวจความสมบูรณ์จำนวนมากยืนยันกำลังหลายต้นสอบเทียบกำลังบางต้น

เลือกวิธีทดสอบเสาเข็มแบบไหนดี?

เลือกจากคำถามที่ต้องการคำตอบ และในทางปฏิบัติมักใช้หลายวิธีร่วมกัน:

  • ต้องการ ตรวจความสมบูรณ์ของเสาเข็มจำนวนมาก → เริ่มด้วย Seismic Test เพราะเร็วและประหยัด
  • ต้องการ ยืนยันกำลังรับน้ำหนัก ในหลายต้น → ใช้ Dynamic Load Test (PDA)
  • ต้องการ ค่าอ้างอิงของกำลังรับน้ำหนัก → เลือกบางต้นไปทำ Static Load Test เพื่อสอบเทียบ
  • เป็นเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ หรือสงสัยคุณภาพคอนกรีตในตัวเสาเข็ม → พิจารณา CSL หรือ Coring Test เพิ่มเติม

อ่านการเปรียบเทียบเชิงลึกระหว่างสองวิธีวัดกำลังได้ที่ Dynamic vs Static Load Test เลือกแบบไหนดี และหากยังเลือกชนิดเสาเข็มไม่ได้ ดูได้ที่ เปรียบเทียบเสาเข็มตอก เจาะ สปัน

ชนิดเสาเข็มก็มีผลต่อวิธีที่เลือกได้ Seismic, PDA และ Static ใช้ได้ทั้งเสาเข็มตอกและเสาเข็มเจาะ ส่วน CSL ต้องฝังท่อไว้ในเสาเข็มก่อนเทคอนกรีต จึงต้องวางแผนตั้งแต่ก่อนก่อสร้าง และ Coring Test เจาะแกนผ่านเนื้อคอนกรีตของเสาเข็มเจาะ อ่านความต่างเพิ่มเติมที่ เสาเข็มเจาะกับเสาเข็มตอก ทดสอบต่างกันอย่างไร

ภาพ 3 มิติด้านล่างแสดงตำแหน่งอุปกรณ์ของแต่ละวิธี หัววัด Seismic อยู่บนหัวเสาเข็ม หัววัด PDA อยู่ใต้หัวเสาเข็ม ส่วนหัววัด CSL หย่อนลงในท่อที่ฝังอยู่ในเสาเข็มเจาะ

แบบจำลอง 3 มิติ เสาเข็มตอกและเสาเข็มเจาะในหน้าตัดดิน แสดงตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ของ Seismic Test, Dynamic Load Test (PDA), Cross Hole Sonic Logging (CSL) และ Coring Test ภาพสามมิติเชิงแนวคิดของก้อนดินที่ตัดหน้าให้เห็นชั้นดินเหนียวอ่อน ดินเหนียวแข็ง และชั้นทราย มีเสาเข็มสามต้นเรียงตามแนวหน้าตัด ต้นซ้ายเป็นเสาเข็มตอกหล่อสำเร็จหน้าตัดสี่เหลี่ยม ใช้แสดง Seismic Integrity Test หรือ Low Strain ติดหัววัดความเร่งบนหัวเสาเข็ม เจ้าหน้าที่นั่งยองใช้ค้อนมือเคาะ สายสัญญาณต่อไปยังเครื่องบันทึก ในหน้าตัดมีลูกศรคลื่นวิ่งลงและคลื่นสะท้อนจากปลายเสาเข็มวิ่งกลับขึ้น ต้นกลางเป็นเสาเข็มเจาะ ใช้แสดง Dynamic Load Test หรือ PDA มีโครงนำและตุ้มน้ำหนักอยู่เหนือแผ่นรองหัวเสาเข็ม ติด Strain Gauge และ Accelerometer ใต้หัวเสาเข็มสองฝั่งตรงข้าม ต่อสายไปยังเครื่อง PDA และลูกศรสีเขียวในหน้าตัดแทนแรงเสียดทานผิวกับแรงต้านที่ปลาย ต้นขวาเป็นเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ที่ผ่าครึ่งให้เห็นภายใน มีท่อเหล็กสำหรับ Cross Hole Sonic Logging ฝังตลอดความยาวและโผล่พ้นหัวเสาเข็ม หัววัดตัวส่งและตัวรับหย่อนลงในท่อที่ระดับเดียวกัน เส้นประระหว่างท่อคือแนวคลื่นเสียงที่ผ่านเนื้อคอนกรีต สายต่อไปยังเครื่อง CSL กลางหัวเสาเข็มต้นเดียวกันมีรูเจาะแกนคอนกรีตของ Coring Test และแท่งคอนกรีตที่เจาะขึ้นมาวางบนพื้น กรอบด้านขวาสรุปห้าวิธี คือ Seismic ติดหัววัดบนหัวเสาเข็ม วัดความสมบูรณ์และความยาว PDA ติดหัววัดใต้หัวเสาเข็ม วัดกำลังรับน้ำหนักและความสมบูรณ์ CSL หย่อนหัววัดในท่อที่ฝังไว้ก่อนเทคอนกรีต ตรวจคอนกรีตระหว่างท่อ Coring Test เจาะแกนผ่านเนื้อคอนกรีตได้แท่งตัวอย่างตรวจคุณภาพ และ Static Load Test ใช้แม่แรงและเกจวัดการทรุดตัวที่หัวเสาเข็ม วัดกำลังรับน้ำหนักโดยตรง ซึ่งไม่ได้แสดงในภาพนี้ พร้อมหมายเหตุว่า Seismic PDA และ Static ใช้ได้ทั้งเสาเข็มตอกและเสาเข็มเจาะ ส่วน CSL และ Coring Test ใช้กับเสาเข็มเจาะ และแต่ละวิธีทดสอบแยกกัน ไม่ได้ทำพร้อมกัน แบบจำลอง 3 มิติ (3D): อุปกรณ์แต่ละวิธีติดตั้งตรงไหนบนเสาเข็ม แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน 1 Seismic บนเสาเข็มตอก หัววัดความเร่ง + ค้อนมือเคาะ 2 PDA บนเสาเข็มเจาะ ตุ้มน้ำหนักตกกระแทกหัวเข็ม Strain Gauge + Accelerometer ติดใต้หัวเข็ม 2 ฝั่งตรงข้าม 4 Coring Test รูเจาะแกน + แท่งคอนกรีตที่ได้ 3 CSL ในเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ หัววัดส่ง–รับในท่อที่ฝังไว้ เครื่อง CSL แรงต้านของดิน แรงเสียดทานผิว + แรงต้านปลาย คลื่นสะท้อน จากปลายเสาเข็ม ดินเหนียวอ่อน ดินเหนียวแข็ง ชั้นทราย ติดตั้งตรงไหน · วัดอะไร 1 Seismic (Low Strain) ติด: หัววัดความเร่งบนหัวเข็ม วัด: ความสมบูรณ์ + ความยาว 2 Dynamic Load Test (PDA) ติด: หัววัดใต้หัวเข็ม + ตุ้มกระแทก วัด: กำลังรับน้ำหนัก + ความสมบูรณ์ 3 Cross Hole Sonic Logging ติด: หัววัดในท่อที่ฝังก่อนเทคอนกรีต วัด: คอนกรีตระหว่างท่อ 4 Coring Test ทำ: เจาะแกนผ่านเนื้อคอนกรีต ได้: แท่งตัวอย่างตรวจคุณภาพ 5 Static Load Test ติด: แม่แรง + เกจวัดทรุดที่หัวเข็ม วัด: กำลังโดยตรง (ไม่แสดงในภาพ) ใช้กับเสาเข็มแบบไหน Seismic · PDA · Static ใช้ได้ทั้งเสาเข็มตอกและเสาเข็มเจาะ CSL · Coring → เสาเข็มเจาะ ภาพเชิงแนวคิด · แต่ละวิธีทดสอบแยกกัน
ตำแหน่งอุปกรณ์ของแต่ละวิธี — Seismic ติดหัววัดบนหัวเสาเข็ม, PDA ติดหัววัดใต้หัวเสาเข็มแล้วใช้ตุ้มกระแทก, CSL หย่อนหัววัดลงในท่อที่ฝังในเสาเข็มเจาะ และ Coring Test เจาะแกนคอนกรีต (ไม่ได้แสดง Static Load Test) ภาพเชิงแนวคิด แต่ละวิธีทดสอบแยกกัน (ภาพ: SPN Soil Engineering)
📋 จำนวนต้นที่ต้องทดสอบ

จำนวนเสาเข็มที่ต้องทดสอบและวิธีที่เลือกใช้ ควรเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการและดุลยพินิจของวิศวกรผู้รับผิดชอบ ไม่มีสูตรตายตัวสำหรับทุกงาน อ่านแนวปฏิบัติได้ที่ ต้องทดสอบเสาเข็มกี่ต้น หรือปรึกษาทีมวิศวกร SPN เพื่อวางแผนการทดสอบให้เหมาะกับโครงการ

การทดสอบเสาเข็มใช้มาตรฐานอะไรบ้าง?

การทดสอบเสาเข็มในไทยอ้างอิง 2 กลุ่มหลัก คือ มาตรฐาน ASTM ของสหรัฐอเมริกา และมาตรฐาน มยผ. ของกรมโยธาธิการและผังเมือง งานทดสอบเสาเข็มของ SPN ดำเนินการตามมาตรฐานเหล่านี้ รายงานรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร ใช้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างได้:

  • Dynamic Load Test (PDA) — ASTM D4945 และ มยผ.1252-51
  • Seismic Integrity Test — มยผ.1551-51 (ASTM D5882-16 ถูกถอนปี 2025)
  • Static Load Test — ASTM D1143 และ มยผ. 1251
  • Cross Hole Sonic Logging (CSL) — ACI PRC-228.2 (ASTM D6760 ถูกถอนปี 2025)

อ่านขอบเขตของ มยผ. แต่ละฉบับได้ที่ มยผ. ทดสอบเสาเข็ม มีมาตรฐานอะไรบ้าง

ทดสอบเสาเข็มราคาเท่าไหร่?

ราคาเริ่มต้นประมาณ 100–150 บาท/ต้นสำหรับ Seismic Test ประมาณ 5,500 บาท/ต้นสำหรับ PDA Test และประมาณ 50,000–150,000+ บาท/ต้นสำหรับ Static Load Test ราคาจริงขึ้นกับจำนวนต้น ขนาดเสาเข็ม น้ำหนักทดสอบ และเงื่อนไขหน้างาน สรุปราคาอ้างอิงพร้อมมาตรฐานในตารางเดียว:

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตารางที่ 2: ราคาอ้างอิงบริการทดสอบเสาเข็มของ SPN
วิธีทดสอบมาตรฐานราคาเริ่มต้นเหมาะกับ
Seismic Integrity Testมยผ.1551-51 · ASTM D5882-16 (ถูกถอนปี 2025)ประมาณ 100–150 บาท/ต้นตรวจความสมบูรณ์เสาเข็มจำนวนมากทั้งโครงการ
Dynamic Load Test (PDA)ASTM D4945 · มยผ.1252-51เริ่มประมาณ 5,500 บาท/ต้นยืนยันกำลังรับน้ำหนักหลายต้นอย่างรวดเร็ว
Static Load TestASTM D1143 · มยผ. 1251ประมาณ 50,000–150,000+ บาท/ต้น ขึ้นกับน้ำหนักทดสอบและระบบค้ำยันสอบเทียบค่าอ้างอิงของกำลังรับน้ำหนักในบางต้น

หมายเหตุ: ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

ส่วน CSL และ Coring Test ราคาขึ้นกับขนาดและจำนวนเสาเข็ม ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม. ดูรายละเอียดราคาแต่ละวิธีเพิ่มเติมได้ที่ ราคาทดสอบเสาเข็มปี 2026

📌 หมายเหตุ

บทความนี้จัดทำเพื่อเป็นความรู้ทางวิศวกรรม การเลือกวิธีทดสอบ จำนวนเสาเข็มที่ต้องทดสอบ อายุคอนกรีตที่เหมาะสม และการตีความผล ควรเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการและดุลยพินิจของวิศวกรผู้มีใบอนุญาต