Dynamic กับ Static Load Test ต่างกันอย่างไร?
Dynamic Load Test (PDA) คือการทดสอบด้วยการปล่อยตุ้มน้ำหนักกระแทกหัวเสาเข็มแล้ววิเคราะห์คลื่นความเค้น ส่วน Static Load Test คือการกดน้ำหนักจริงลงบนเสาเข็มโดยตรง — วิธีแรกเร็วและประหยัดกว่า วิธีหลังแม่นยำที่สุด
- ติด Strain Gauge + Accelerometer บนหัวเสาเข็ม
- บันทึกสัญญาณระหว่างการตอกหรือกระแทก
- วิเคราะห์ด้วย CAPWAP เพื่อหา Pile Capacity
- ได้ผล Skin Friction + End Bearing แยกกัน
- ทดสอบเสร็จในวันเดียว ผลเร็ว
- วางน้ำหนักจริงหรือใช้เสาเข็มสมอดึงกลับ
- กดเสาเข็มด้วยแม่แรงไฮดรอลิกค่อยๆ เพิ่ม
- วัดการทรุดตัวแต่ละขั้นน้ำหนักอย่างละเอียด
- ได้ Load-Settlement Curve ที่แม่นยำที่สุด
- ต้องใช้เวลาและอุปกรณ์มากกว่า
ภาพด้านล่างเทียบการติดตั้งของทั้งสองวิธีบนเสาเข็มแบบเดียวกัน — ฝั่ง Dynamic ใช้พลังงานกระแทกเพียงครั้งเดียวแล้วอ่านคำตอบจากคลื่นที่บันทึกได้ ส่วนฝั่ง Static ต้องจัดน้ำหนักถ่วงให้มากพอแล้วกดเสาเข็มทีละขั้นจนได้กราฟน้ำหนัก–การทรุดตัวโดยตรง
ตารางเปรียบเทียบ Dynamic vs Static ครบทุกมิติ
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| หัวข้อ | Dynamic (PDA) | Static |
|---|---|---|
| มาตรฐาน | ASTM D4945 · มยผ.1252-51 | ASTM D1143 · มยผ. 1251 |
| ความแม่นยำ | สูง เมื่อวิเคราะห์ด้วย CAPWAP — ค่าอาจสูงหรือต่ำกว่า Static ขึ้นกับสภาพดิน พลังงานตอก และระยะพักดิน (Soil Setup/Relaxation) | สูงสุด — วัดน้ำหนัก–การทรุดตัวโดยตรง ใช้เป็นค่าอ้างอิง (ค่ากำลังยังต้องตีความตามเกณฑ์ เช่น Davisson) |
| ระยะเวลาทดสอบ | ครึ่งวัน–1 วัน | 1–3 วัน |
| ราคาสัมพัทธ์ | ประหยัดกว่า (เริ่มต้น ~5,500 บาท/ต้น) | แพงกว่าประมาณ 10 เท่าขึ้นไป (50,000–150,000+ บาท/ต้น) |
| ข้อมูลที่ได้ | Capacity, Integrity, Driving Stress | Load-Settlement, Residual Settlement |
| ใช้ยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | ✓ ยอมรับ | ✓ ยอมรับ |
| เสาเข็มเจาะ | ✓ ทำได้ | ✓ ทำได้ |
| ตรวจ Integrity | ✓ ทำได้เบื้องต้น | ✗ ไม่ได้ |
| วัดแรงในเสาเข็ม | ✓ ได้ (Driving Stress) | ✗ ไม่ได้ |
หมายเหตุ: ราคาข้างต้นยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน
โครงการของคุณควรเลือกวิธีไหน?
🧭 เลือกตามสถานการณ์
เลือก Dynamic (PDA) เมื่อ...
งานมีเสาเข็มจำนวนมาก, ต้องการตรวจสอบระหว่างก่อสร้าง, งบจำกัด, ต้องการผลเร็ว, หรือเป็นโครงการที่ไม่ได้มีข้อกำหนดพิเศษ — เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ทั่วไป และโรงงานขนาดกลาง
เลือก Static Load Test เมื่อ...
อาคารมีความสำคัญสูง (โรงพยาบาล สะพาน ไซโล), ผู้ออกแบบต้องการ Load-Settlement Curve ที่แม่นยำ, มีข้อกำหนดพิเศษในสัญญา, หรือ Dynamic Test ให้ผลที่น่าสงสัยและต้องยืนยันซ้ำ
ใช้ร่วมกันทั้งสองวิธี
โครงการขนาดใหญ่มักใช้ Static Test เป็น Proof Test สำหรับเสาเข็มตัวแทน และ Dynamic Test สำหรับตรวจสอบเสาเข็มจำนวนมากในระหว่างก่อสร้าง เพื่อสมดุลระหว่างความแม่นยำและต้นทุน
ภาพจำลองด้านล่างแสดงรูปแบบ "ใช้ร่วมกัน" ในโครงการเดียว: คัดกรองความสมบูรณ์ด้วย Seismic Integrity Test ก่อน ทดสอบ Static บนเสาเข็มตัวแทนเพื่อยืนยันพฤติกรรมจริง แล้วกระจาย Dynamic (PDA) ให้ครอบคลุมเสาเข็มจำนวนมาก
Dynamic Load Test ทำงานอย่างไร?
วิธี Dynamic Load Test หรือ High Strain Dynamic Testing ตามมาตรฐาน ASTM D4945 และ มยผ.1252-51 ทำงานโดยการติดตั้ง Strain Gauge และ Accelerometer บนหัวเสาเข็ม จากนั้นใช้ปั้นจั่นยกลูกตุ้มหรือค้อนกระแทกลงบนหัวเสาเข็ม เครื่องมือจะบันทึกคลื่นแรงและความเร่งที่เกิดขึ้น
ข้อมูลที่ได้จะถูกส่งไปวิเคราะห์ด้วยซอฟต์แวร์ CAPWAP (CAse Pile Wave Analysis Program) ซึ่งจะคำนวณหา:
- กำลังรับน้ำหนักรวม (Total Capacity)
- แรงเสียดทานผิว (Skin Friction) แยกแต่ละชั้นดิน
- แรงต้านที่ปลายเสาเข็ม (End Bearing)
- แรงเค้นอัดและดึงในเนื้อเสาเข็ม (Driving Stress)
อ่านขั้นตอนการทดสอบ PDA แบบละเอียดได้ที่ Dynamic Load Test (PDA) คืออะไร? ขั้นตอนและการแปลผล และวิธีอ่านผลวิเคราะห์ที่ CAPWAP คืออะไร? เข้าใจการวิเคราะห์สัญญาณ PDA
Dynamic Load Test สามารถทำได้ทั้งระหว่างการตอก (During Driving) และหลังจากตอกเสร็จแล้ว (Re-strike) การทำ Re-strike จะให้ค่า Set-up Effect ซึ่งบอกว่ากำลังรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเท่าไหร่หลังหยุดพัก
Static Load Test ทำงานอย่างไร?
Static Load Test ทดสอบโดยการกดเสาเข็มด้วย แม่แรงไฮดรอลิก ค่อยๆ เพิ่มแรงกดเป็นขั้นๆ และวัดการทรุดตัวของเสาเข็มในแต่ละขั้น มี 2 วิธีหลัก:
- Kentledge Method — วางน้ำหนักคอนกรีตบล็อกหรือเหล็กเป็น Counter Weight บนโครงเหล็ก แม่แรงดันเสาเข็มโดยอาศัยน้ำหนักเหล่านี้เป็นแรงต้าน เหมาะกับพื้นที่โล่งที่จัดเตรียมน้ำหนักได้มากพอ
- Anchor Pile Method — ตอกเสาเข็มสมอรอบๆ เสาเข็มทดสอบ แล้วใช้คานเหล็กยึดเสาเข็มสมอกับแม่แรง เหมาะกับพื้นที่จำกัดที่ไม่สะดวกวางน้ำหนักมาก
อ่านขั้นตอนการทดสอบแบบเต็มได้ที่ Static Load Test คืออะไร? ขั้นตอน มาตรฐาน และการแปลผล
Static Load Test ให้ Load-Settlement Curve โดยตรง ซึ่งวิศวกรสามารถหา Ultimate Load จริงๆ ของเสาเข็มได้ รวมถึง Elastic และ Residual Settlement แยกกัน ข้อมูลนี้มีค่ามากสำหรับการออกแบบอาคารที่มีข้อกำหนดการทรุดตัวเข้มงวด
Seismic Integrity Test — ทางเลือกที่สามคืออะไร?
นอกจากสองวิธีหลัก ยังมี Seismic Pile Integrity Test (PIT) ตามมาตรฐาน มยผ.1551-51 (ASTM D5882-16 ถูกถอนปี 2025) ซึ่งเป็นการทดสอบ Low Strain เพื่อตรวจสอบ ความสมบูรณ์ ของเสาเข็มเท่านั้น ไม่ใช่กำลังรับน้ำหนัก ราคาประมาณ 100–150 บาท/ต้น
เหมาะมากสำหรับการตรวจสอบเสาเข็มเจาะทั้งโครงการในราคาประหยัด ก่อนที่จะทำ Dynamic หรือ Static Test กับเสาเข็มที่เลือก — อ่านรายละเอียดวิธีนี้แบบเจาะลึกได้ที่ Seismic Integrity Test คืออะไร? ตรวจความสมบูรณ์เสาเข็มก่อนสายเกินแก้
Dynamic vs Static ราคาต่างกันเท่าไหร่?
Dynamic Load Test (PDA) เริ่มต้นประมาณ 5,500 บาท/ต้น ส่วน Static Load Test อยู่ที่ประมาณ 50,000–150,000+ บาท/ต้น ขึ้นกับน้ำหนักทดสอบและวิธีจัดน้ำหนักต้าน (Kentledge หรือ Anchor Pile) ต่างกันประมาณ 10 เท่าขึ้นไป
หมายเหตุ: ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน
ดูราคาทดสอบเสาเข็มทุกวิธีแบบละเอียดพร้อมปัจจัยที่มีผลต่อราคาได้ที่ ราคาทดสอบเสาเข็มปี 2026 — PDA, Seismic, Static Load Test หรือติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม. — ดูขอบเขตบริการทดสอบเสาเข็มทุกวิธีได้ที่หน้าบริการทดสอบเสาเข็ม
กฎกระทรวงฐานรากอาคาร พ.ศ. 2566 กำหนดอะไรเรื่องการทดสอบเสาเข็ม?
ตั้งแต่มี กฎกระทรวงกำหนดฐานรากของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคาร พ.ศ. 2566 การเลือกวิธีทดสอบเสาเข็มไม่ใช่แค่เรื่องราคาหรือความเร็วอีกต่อไป เพราะกฎหมายกำหนด "ค่าแรงต้านทานที่ยอมให้" ของเสาเข็มตามที่มาของค่า — วิธีพิสูจน์ที่น่าเชื่อถือกว่า กฎหมายก็ยอมให้ใช้ค่าที่สูงกว่า
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| ที่มาของค่าแรงต้านทานเสาเข็ม | ใช้ได้ไม่เกิน | เทียบเท่า FS |
|---|---|---|
| คำนวณจากรายงานสำรวจดิน (วิธีสถิตยศาสตร์) | 40% | 2.5 |
| Static Load Test (ทดสอบกดน้ำหนักจริง) | 50% | 2.0 |
| Dynamic Load Test (PDA) | 40% | 2.5 — ต้องสอบเทียบกับวิธีสถิตยศาสตร์ |
ทำไม Static ได้ 50% แต่ Dynamic ได้ 40%? โดยสรุปคือ Static Load Test เป็นการกดน้ำหนักจริงจึงมีความไม่แน่นอนต่ำ กฎหมายเลยยอมให้ใช้ค่าสูงกว่า (FS 2.0) ส่วน Dynamic เป็นการประเมินทางอ้อมและต้องสอบเทียบกับวิธีสถิตยศาสตร์ (FS 2.5) — อ่านคำอธิบายเกณฑ์ 40/50/40 แบบเต็มพร้อมข้อ 24–25 และกรณีเสาเข็มเกิน 40 ตันต่อต้นได้ที่ เสาเข็มรับน้ำหนักได้เท่าไหร่ตามกฎหมาย? เกณฑ์ 40/50/40 กฎกระทรวงฐานราก 2566
ส่วนต่างระหว่าง 50% กับ 40% อาจแปลว่าใช้เสาเข็มน้อยต้นลงหรือสั้นลงทั้งโครงการ ซึ่งประหยัดกว่าค่าทดสอบหลายเท่า โครงการขนาดกลาง–ใหญ่จึงนิยมสูตร "Static นำ สอบเทียบ Dynamic ตาม" คือทดสอบ Static บนเข็มตัวแทนจำนวนน้อยเพื่อยืนยันพฤติกรรมจริง แล้วกระจายการทดสอบ Dynamic ให้ครอบคลุมเข็มจำนวนมากในราคาที่คุมได้ — สอดคล้องทั้งข้อกฎหมายและงบประมาณ
อ่านสาระสำคัญของกฎกระทรวงฉบับนี้แบบครบทุกประเด็นได้ที่ สรุปกฎกระทรวงฐานรากอาคาร พ.ศ. 2566
หมายเหตุ: เนื้อหาส่วนนี้เป็นการสรุปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะโครงการ โปรดตรวจสอบตัวบทกฎหมายและปรึกษาวิศวกรผู้ออกแบบของโครงการ