Dynamic กับ Static Load Test ต่างกันอย่างไร?

Dynamic Load Test (PDA) คือการทดสอบด้วยการปล่อยตุ้มน้ำหนักกระแทกหัวเสาเข็มแล้ววิเคราะห์คลื่นความเค้น ส่วน Static Load Test คือการกดน้ำหนักจริงลงบนเสาเข็มโดยตรง — วิธีแรกเร็วและประหยัดกว่า วิธีหลังแม่นยำที่สุด

วิธีที่ 1
Dynamic Load Test
ASTM D4945-26 · มยผ.1252-51
  • ติด Strain Gauge + Accelerometer บนหัวเสาเข็ม
  • บันทึกสัญญาณระหว่างการตอกหรือกระแทก
  • วิเคราะห์ด้วย CAPWAP เพื่อหา Pile Capacity
  • ได้ผล Skin Friction + End Bearing แยกกัน
  • ทดสอบเสร็จในวันเดียว ผลเร็ว
เร็ว · ประหยัด · นิยมใช้มากที่สุด
วิธีที่ 2
⚖️ Static Load Test
ASTM D1143/D1143M-20e1 · มยผ. 1251
  • วางน้ำหนักจริงหรือใช้เสาเข็มสมอดึงกลับ
  • กดเสาเข็มด้วยแม่แรงไฮดรอลิกค่อยๆ เพิ่ม
  • วัดการทรุดตัวแต่ละขั้นน้ำหนักอย่างละเอียด
  • ได้ Load-Settlement Curve ที่แม่นยำที่สุด
  • ต้องใช้เวลาและอุปกรณ์มากกว่า
🎯 แม่นยำสูงสุด · เหมาะงานสำคัญ

ภาพด้านล่างเทียบการติดตั้งของทั้งสองวิธีบนเสาเข็มแบบเดียวกัน — ฝั่ง Dynamic ใช้พลังงานกระแทกเพียงครั้งเดียวแล้วอ่านคำตอบจากคลื่นที่บันทึกได้ ส่วนฝั่ง Static ต้องจัดน้ำหนักถ่วงให้มากพอแล้วกดเสาเข็มทีละขั้นจนได้กราฟน้ำหนัก–การทรุดตัวโดยตรง

เปรียบเทียบหลักการ Dynamic Load Test (PDA) กับ Static Load Test แบบ Kentledge บนเสาเข็มต้นเดียวกัน สองช่องเรียงซ้ายขวา ช่องซ้ายเป็น Dynamic Load Test ตุ้มน้ำหนักที่แขวนจากเครนตกกระแทกแผ่นรองบนหัวเสาเข็มในหลุมที่ขุดรอบหัวเข็ม ติด Strain Gauge และ Accelerometer ใต้หัวเสาเข็ม สายสัญญาณต่อไปยังเครื่อง PDA บนพื้น คลื่นความเค้นวิ่งลงตามเสาเข็ม ดินต้านด้วยแรงเสียดทานผิวและแรงต้านที่ปลาย ด้านล่างเป็นกราฟตัวอย่างสัญญาณแรงและความเร็วคูณอิมพีแดนซ์ตามเวลา ซึ่งนำไปวิเคราะห์ด้วย CAPWAP เพื่อหากำลังรับน้ำหนักรวม แยกแรงเสียดทานผิวกับแรงต้านปลาย และแรงเค้นขณะตอก ช่องขวาเป็น Static Load Test แบบ Kentledge วางแท่งน้ำหนักถ่วงบนคานหลักที่พาดบนกองไม้หมอน แม่แรงไฮดรอลิกดันระหว่างหัวเสาเข็มกับคาน เกจวัดการทรุดตัวติดบนคานอ้างอิงที่ตั้งแยกอิสระ ด้านล่างเป็นกราฟตัวอย่างน้ำหนักกับการทรุดตัว เพิ่มน้ำหนักเป็นขั้นแล้วปลดน้ำหนัก เหลือการทรุดตัวค้าง แถบล่างสรุประยะเวลา ราคาต่อต้นที่ต่างกันราวสิบเท่าขึ้นไป และค่าที่ใช้ได้ตามกฎกระทรวงฐานราก พ.ศ. 2566 คือ PDA ร้อยละ 40 และ Static ร้อยละ 50 หลักการเทียบกัน: Dynamic (PDA) vs Static Load Test แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน Dynamic Load Test (PDA) กระแทกครั้งเดียว วัดคลื่น แล้ววิเคราะห์ Static Load Test (Kentledge) กดน้ำหนักจริงเป็นขั้น วัดการทรุดตัว ตุ้มน้ำหนักจากเครน ปล่อยตกกระแทกหัวเข็ม เครื่อง PDA Strain Gauge + Accelerometer คลื่นความเค้น วิ่งลงแล้วสะท้อนกลับ แรงเสียดทานผิว แรงต้านปลาย สัญญาณที่บันทึก (ตัวอย่างเชิงหลักการ) เวลา → 2L/c แรง (F) ความเร็ว × Z CAPWAP ได้ กำลังรับ · ผิว/ปลาย · Stress น้ำหนักถ่วง ≥ น้ำหนักทดสอบสูงสุด แม่แรง ไฮดรอลิก P เพิ่มเป็นขั้น เกจวัดทรุด บนคานอ้างอิง Load–Settlement (ตัวอย่างเชิงหลักการ) น้ำหนัก → ← ทรุด ทรุดค้าง เพิ่มน้ำหนัก ปลดน้ำหนัก ได้โดยตรง Ultimate · ทรุดยืดหยุ่น/ค้าง 1 ระยะเวลา PDA ½–1 วัน · Static 1–3 วัน 2 ราคาต่อต้น Static แพงกว่า ~10 เท่าขึ้นไป 3 กฎกระทรวง 2566 ใช้ค่าได้ PDA 40% · Static 50%
หลักการเทียบกัน: Dynamic Load Test (PDA) ปล่อยตุ้มน้ำหนักกระแทกหัวเสาเข็ม วัดคลื่นด้วย Strain Gauge + Accelerometer แล้ววิเคราะห์ด้วย CAPWAP ส่วน Static Load Test แบบ Kentledge กดน้ำหนักจริงผ่านแม่แรงไฮดรอลิกโดยใช้น้ำหนักถ่วงเป็นแรงต้าน และวัดการทรุดตัวทุกขั้น — กราฟเป็นตัวอย่างเชิงหลักการ ไม่ใช่ค่าวัดจริง

ตารางเปรียบเทียบ Dynamic vs Static ครบทุกมิติ

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

หัวข้อ Dynamic (PDA) Static
มาตรฐานASTM D4945 · มยผ.1252-51ASTM D1143 · มยผ. 1251
ความแม่นยำสูง เมื่อวิเคราะห์ด้วย CAPWAP — ค่าอาจสูงหรือต่ำกว่า Static ขึ้นกับสภาพดิน พลังงานตอก และระยะพักดิน (Soil Setup/Relaxation)สูงสุด — วัดน้ำหนัก–การทรุดตัวโดยตรง ใช้เป็นค่าอ้างอิง (ค่ากำลังยังต้องตีความตามเกณฑ์ เช่น Davisson)
ระยะเวลาทดสอบครึ่งวัน–1 วัน1–3 วัน
ราคาสัมพัทธ์ประหยัดกว่า (เริ่มต้น ~5,500 บาท/ต้น)แพงกว่าประมาณ 10 เท่าขึ้นไป (50,000–150,000+ บาท/ต้น)
ข้อมูลที่ได้Capacity, Integrity, Driving StressLoad-Settlement, Residual Settlement
ใช้ยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง✓ ยอมรับ✓ ยอมรับ
เสาเข็มเจาะ✓ ทำได้✓ ทำได้
ตรวจ Integrity✓ ทำได้เบื้องต้น✗ ไม่ได้
วัดแรงในเสาเข็ม✓ ได้ (Driving Stress)✗ ไม่ได้

หมายเหตุ: ราคาข้างต้นยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

โครงการของคุณควรเลือกวิธีไหน?

🧭 เลือกตามสถานการณ์

เลือก Dynamic (PDA) เมื่อ...

งานมีเสาเข็มจำนวนมาก, ต้องการตรวจสอบระหว่างก่อสร้าง, งบจำกัด, ต้องการผลเร็ว, หรือเป็นโครงการที่ไม่ได้มีข้อกำหนดพิเศษ — เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ทั่วไป และโรงงานขนาดกลาง

เลือก Static Load Test เมื่อ...

อาคารมีความสำคัญสูง (โรงพยาบาล สะพาน ไซโล), ผู้ออกแบบต้องการ Load-Settlement Curve ที่แม่นยำ, มีข้อกำหนดพิเศษในสัญญา, หรือ Dynamic Test ให้ผลที่น่าสงสัยและต้องยืนยันซ้ำ

ใช้ร่วมกันทั้งสองวิธี

โครงการขนาดใหญ่มักใช้ Static Test เป็น Proof Test สำหรับเสาเข็มตัวแทน และ Dynamic Test สำหรับตรวจสอบเสาเข็มจำนวนมากในระหว่างก่อสร้าง เพื่อสมดุลระหว่างความแม่นยำและต้นทุน

ภาพจำลองด้านล่างแสดงรูปแบบ "ใช้ร่วมกัน" ในโครงการเดียว: คัดกรองความสมบูรณ์ด้วย Seismic Integrity Test ก่อน ทดสอบ Static บนเสาเข็มตัวแทนเพื่อยืนยันพฤติกรรมจริง แล้วกระจาย Dynamic (PDA) ให้ครอบคลุมเสาเข็มจำนวนมาก

แบบจำลอง 3 มิติ โครงการที่ใช้ Seismic, Static และ Dynamic Load Test ร่วมกัน ภาพสามมิติเชิงแนวคิดของผังเสาเข็มสิบห้าต้นบนก้อนดินที่ตัดให้เห็นหน้าตัด ชั้นบนเป็นดินเหนียวอ่อน ชั้นล่างเป็นทราย เสาเข็มแถวหน้าแสดงลำตัวลงไปถึงชั้นทราย หัวเสาเข็มทุกต้นระบายสีฟ้าหมายถึงผ่านการคัดกรองความสมบูรณ์ด้วย Seismic Integrity Test เสาเข็มตัวแทนด้านหลังขวามีชุดทดสอบ Static Load Test แบบ Kentledge คือกองไม้หมอนสองข้าง คานหลัก แม่แรง และแท่งน้ำหนักถ่วงสามชั้น เสาเข็มกลางซ้ายมีโครงนำกับตุ้มน้ำหนักสำหรับ Dynamic Load Test ต่อสายไปยังเครื่อง PDA และมีเสาเข็มอีกหลายต้นที่มีวงสีส้มหมายถึงทดสอบ PDA แล้ว กรอบด้านขวาเรียงลำดับแผน หนึ่ง Seismic คัดกรองความสมบูรณ์แต่ไม่ได้วัดกำลังรับน้ำหนัก สอง Static บนเข็มตัวแทนจำนวนน้อย ค่าที่ใช้ได้ร้อยละ 50 สาม Dynamic กระจายหลายต้นและสอบเทียบกับวิธีสถิตยศาสตร์ ค่าที่ใช้ได้ร้อยละ 40 และหมายเหตุว่าจำนวนกับตำแหน่งเข็มทดสอบให้วิศวกรผู้ออกแบบเป็นผู้กำหนด แบบจำลอง 3 มิติ (3D): ใช้หลายวิธีร่วมกันในโครงการเดียว แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน 2 Static Load Test น้ำหนักถ่วงบนเข็มตัวแทน 3 Dynamic (PDA) ตุ้มกระแทก + โครงนำ เครื่อง PDA 1 Seismic (PIT) ทุกต้น หัวเข็มสีฟ้า = คัดกรองแล้ว วงส้ม = ทดสอบ PDA แล้ว หน้าตัด: ดินเหนียวอ่อน / ชั้นทราย ลำดับแผนทดสอบแบบผสม 1 Seismic (PIT) คัดกรองความสมบูรณ์ ไม่ได้วัดกำลังรับน้ำหนัก 2 Static Load Test เข็มตัวแทนจำนวนน้อย ใช้ค่าได้ 50% (FS 2.0) 3 Dynamic (PDA) กระจายหลายต้น สอบเทียบ วิธีสถิตยศาสตร์ · 40% (FS 2.5) Static นำ → Dynamic ตาม ยืนยันพฤติกรรมจริงด้วย Static แล้วใช้ PDA ครอบคลุมเข็มจำนวนมาก ในงบที่คุมได้ จำนวน/ตำแหน่งเข็มทดสอบ วิศวกรผู้ออกแบบเป็นผู้กำหนด ภาพเชิงแนวคิด ไม่ใช่ผังเสาเข็มจริง
แบบจำลอง 3 มิติเชิงแนวคิด: Seismic Integrity Test คัดกรองทุกต้น, Static Load Test (Kentledge) บนเสาเข็มตัวแทน และ Dynamic Load Test (PDA) กระจายหลายต้น — จำนวนและตำแหน่งเสาเข็มทดสอบให้วิศวกรผู้ออกแบบเป็นผู้กำหนด ภาพไม่ใช่ผังเสาเข็มจริง

Dynamic Load Test ทำงานอย่างไร?

การทดสอบเสาเข็มพลศาสตร์ Dynamic Load Test (PDA) ตามมาตรฐาน ASTM D4945 และ มยผ.1252-51 ด้วยตุ้มน้ำหนักกระแทกหัวเสาเข็มหน้างานจริง
การทดสอบ Dynamic Load Test (PDA) หน้างานจริง — ปล่อยตุ้มน้ำหนักกระแทกหัวเสาเข็มแล้ววัดคลื่นความเค้นด้วยเซนเซอร์ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

วิธี Dynamic Load Test หรือ High Strain Dynamic Testing ตามมาตรฐาน ASTM D4945 และ มยผ.1252-51 ทำงานโดยการติดตั้ง Strain Gauge และ Accelerometer บนหัวเสาเข็ม จากนั้นใช้ปั้นจั่นยกลูกตุ้มหรือค้อนกระแทกลงบนหัวเสาเข็ม เครื่องมือจะบันทึกคลื่นแรงและความเร่งที่เกิดขึ้น

ข้อมูลที่ได้จะถูกส่งไปวิเคราะห์ด้วยซอฟต์แวร์ CAPWAP (CAse Pile Wave Analysis Program) ซึ่งจะคำนวณหา:

  • กำลังรับน้ำหนักรวม (Total Capacity)
  • แรงเสียดทานผิว (Skin Friction) แยกแต่ละชั้นดิน
  • แรงต้านที่ปลายเสาเข็ม (End Bearing)
  • แรงเค้นอัดและดึงในเนื้อเสาเข็ม (Driving Stress)

อ่านขั้นตอนการทดสอบ PDA แบบละเอียดได้ที่ Dynamic Load Test (PDA) คืออะไร? ขั้นตอนและการแปลผล และวิธีอ่านผลวิเคราะห์ที่ CAPWAP คืออะไร? เข้าใจการวิเคราะห์สัญญาณ PDA

รู้ไว้ก่อน

Dynamic Load Test สามารถทำได้ทั้งระหว่างการตอก (During Driving) และหลังจากตอกเสร็จแล้ว (Re-strike) การทำ Re-strike จะให้ค่า Set-up Effect ซึ่งบอกว่ากำลังรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเท่าไหร่หลังหยุดพัก

Static Load Test ทำงานอย่างไร?

การทดสอบเสาเข็มแบบสถิต Static Load Test ตามมาตรฐาน ASTM D1143 ด้วยการกดน้ำหนักจริงผ่านแม่แรงไฮดรอลิกหน้างานจริง
การทดสอบ Static Load Test (ASTM D1143) — กดน้ำหนักจริงลงบนเสาเข็มผ่านแม่แรงไฮดรอลิกแล้ววัดการทรุดตัวแต่ละขั้น (ภาพ: SPN Soil Engineering)

Static Load Test ทดสอบโดยการกดเสาเข็มด้วย แม่แรงไฮดรอลิก ค่อยๆ เพิ่มแรงกดเป็นขั้นๆ และวัดการทรุดตัวของเสาเข็มในแต่ละขั้น มี 2 วิธีหลัก:

  • Kentledge Method — วางน้ำหนักคอนกรีตบล็อกหรือเหล็กเป็น Counter Weight บนโครงเหล็ก แม่แรงดันเสาเข็มโดยอาศัยน้ำหนักเหล่านี้เป็นแรงต้าน เหมาะกับพื้นที่โล่งที่จัดเตรียมน้ำหนักได้มากพอ
  • Anchor Pile Method — ตอกเสาเข็มสมอรอบๆ เสาเข็มทดสอบ แล้วใช้คานเหล็กยึดเสาเข็มสมอกับแม่แรง เหมาะกับพื้นที่จำกัดที่ไม่สะดวกวางน้ำหนักมาก

อ่านขั้นตอนการทดสอบแบบเต็มได้ที่ Static Load Test คืออะไร? ขั้นตอน มาตรฐาน และการแปลผล

ข้อดีของ Static ที่ Dynamic ทำไม่ได้

Static Load Test ให้ Load-Settlement Curve โดยตรง ซึ่งวิศวกรสามารถหา Ultimate Load จริงๆ ของเสาเข็มได้ รวมถึง Elastic และ Residual Settlement แยกกัน ข้อมูลนี้มีค่ามากสำหรับการออกแบบอาคารที่มีข้อกำหนดการทรุดตัวเข้มงวด

Seismic Integrity Test — ทางเลือกที่สามคืออะไร?

นอกจากสองวิธีหลัก ยังมี Seismic Pile Integrity Test (PIT) ตามมาตรฐาน มยผ.1551-51 (ASTM D5882-16 ถูกถอนปี 2025) ซึ่งเป็นการทดสอบ Low Strain เพื่อตรวจสอบ ความสมบูรณ์ ของเสาเข็มเท่านั้น ไม่ใช่กำลังรับน้ำหนัก ราคาประมาณ 100–150 บาท/ต้น

เหมาะมากสำหรับการตรวจสอบเสาเข็มเจาะทั้งโครงการในราคาประหยัด ก่อนที่จะทำ Dynamic หรือ Static Test กับเสาเข็มที่เลือก — อ่านรายละเอียดวิธีนี้แบบเจาะลึกได้ที่ Seismic Integrity Test คืออะไร? ตรวจความสมบูรณ์เสาเข็มก่อนสายเกินแก้

Dynamic vs Static ราคาต่างกันเท่าไหร่?

Dynamic Load Test (PDA) เริ่มต้นประมาณ 5,500 บาท/ต้น ส่วน Static Load Test อยู่ที่ประมาณ 50,000–150,000+ บาท/ต้น ขึ้นกับน้ำหนักทดสอบและวิธีจัดน้ำหนักต้าน (Kentledge หรือ Anchor Pile) ต่างกันประมาณ 10 เท่าขึ้นไป

หมายเหตุ: ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

ดูราคาทดสอบเสาเข็มทุกวิธีแบบละเอียดพร้อมปัจจัยที่มีผลต่อราคาได้ที่ ราคาทดสอบเสาเข็มปี 2026 — PDA, Seismic, Static Load Test หรือติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม. — ดูขอบเขตบริการทดสอบเสาเข็มทุกวิธีได้ที่หน้าบริการทดสอบเสาเข็ม

กฎกระทรวงฐานรากอาคาร พ.ศ. 2566 กำหนดอะไรเรื่องการทดสอบเสาเข็ม?

ตั้งแต่มี กฎกระทรวงกำหนดฐานรากของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคาร พ.ศ. 2566 การเลือกวิธีทดสอบเสาเข็มไม่ใช่แค่เรื่องราคาหรือความเร็วอีกต่อไป เพราะกฎหมายกำหนด "ค่าแรงต้านทานที่ยอมให้" ของเสาเข็มตามที่มาของค่า — วิธีพิสูจน์ที่น่าเชื่อถือกว่า กฎหมายก็ยอมให้ใช้ค่าที่สูงกว่า

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ที่มาของค่าแรงต้านทานเสาเข็มใช้ได้ไม่เกินเทียบเท่า FS
คำนวณจากรายงานสำรวจดิน (วิธีสถิตยศาสตร์)40%2.5
Static Load Test (ทดสอบกดน้ำหนักจริง)50%2.0
Dynamic Load Test (PDA)40%2.5 — ต้องสอบเทียบกับวิธีสถิตยศาสตร์

ทำไม Static ได้ 50% แต่ Dynamic ได้ 40%? โดยสรุปคือ Static Load Test เป็นการกดน้ำหนักจริงจึงมีความไม่แน่นอนต่ำ กฎหมายเลยยอมให้ใช้ค่าสูงกว่า (FS 2.0) ส่วน Dynamic เป็นการประเมินทางอ้อมและต้องสอบเทียบกับวิธีสถิตยศาสตร์ (FS 2.5) — อ่านคำอธิบายเกณฑ์ 40/50/40 แบบเต็มพร้อมข้อ 24–25 และกรณีเสาเข็มเกิน 40 ตันต่อต้นได้ที่ เสาเข็มรับน้ำหนักได้เท่าไหร่ตามกฎหมาย? เกณฑ์ 40/50/40 กฎกระทรวงฐานราก 2566

นัยเชิงงบประมาณ

ส่วนต่างระหว่าง 50% กับ 40% อาจแปลว่าใช้เสาเข็มน้อยต้นลงหรือสั้นลงทั้งโครงการ ซึ่งประหยัดกว่าค่าทดสอบหลายเท่า โครงการขนาดกลาง–ใหญ่จึงนิยมสูตร "Static นำ สอบเทียบ Dynamic ตาม" คือทดสอบ Static บนเข็มตัวแทนจำนวนน้อยเพื่อยืนยันพฤติกรรมจริง แล้วกระจายการทดสอบ Dynamic ให้ครอบคลุมเข็มจำนวนมากในราคาที่คุมได้ — สอดคล้องทั้งข้อกฎหมายและงบประมาณ

อ่านสาระสำคัญของกฎกระทรวงฉบับนี้แบบครบทุกประเด็นได้ที่ สรุปกฎกระทรวงฐานรากอาคาร พ.ศ. 2566

หมายเหตุ: เนื้อหาส่วนนี้เป็นการสรุปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะโครงการ โปรดตรวจสอบตัวบทกฎหมายและปรึกษาวิศวกรผู้ออกแบบของโครงการ