Dynamic Load Test (PDA Test) คืออะไร?

Dynamic Load Test หรือ PDA Test (ตั้งชื่อตามเครื่องมือ Pile Driving Analyzer) คือการทดสอบกำลังรับน้ำหนักของเสาเข็มแบบ พลศาสตร์แรงกระแทกสูง (High Strain Dynamic Testing) ตามมาตรฐาน ASTM D4945 และมาตรฐานกรมโยธาธิการและผังเมือง มยผ.1252-51 (มาตรฐานการทดสอบกำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มด้วยวิธีพลศาสตร์) วิธีนี้ปล่อยตุ้มน้ำหนักกระแทกหัวเสาเข็มเพื่อสร้างคลื่นความเค้น แล้ววัด แรง (Force) และ ความเร็ว (Velocity) ที่หัวเสาเข็มด้วยหัววัด เพื่อนำไปวิเคราะห์ตามทฤษฎีคลื่นความเค้น (Stress Wave Theory)

นอกจากกำลังรับน้ำหนักแล้ว ยังให้ข้อมูล ความสมบูรณ์ของเสาเข็ม หน่วยแรงขับ (Driving Stress) และพลังงานที่ส่งถ่าย ในการทดสอบครั้งเดียว จึงนิยมใช้ตรวจรับเสาเข็มจำนวนมาก ทั้งเสาเข็มตอกและเสาเข็มเจาะ

วิศวกร SPN ทดสอบ Dynamic Load Test (PDA) ที่หัวเสาเข็มหน้างาน โครงการอาคารคลังสินค้าและสำนักงาน
งานทดสอบ Dynamic Load Test (PDA) หน้างานจริงโดยทีมวิศวกร SPN — ปล่อยตุ้มกระแทกหัวเสาเข็มแล้ววัดแรงและความเร็วของคลื่นความเค้น (ภาพ: SPN Soil Engineering)

PDA Test ทำงานอย่างไร? หลักการ High Strain

PDA ใช้แรงกระแทกสูงสร้างคลื่นความเค้นในเสาเข็ม แล้วอ่านว่าดินต้านคลื่นไว้มากเท่าไรจากความต่างระหว่างสัญญาณแรงกับความเร็วที่หัวเสาเข็ม

เมื่อตุ้มกระแทกหัวเสาเข็ม คลื่นความเค้นจะเดินทางลงไปตามเสาเข็ม หัววัดความเครียด (Strain Transducer) และหัววัดความเร่ง (Accelerometer) ที่ติดใกล้หัวเสาเข็มจะแปลงสัญญาณเป็น "แรง" และ "ความเร็ว" ตามเวลา ช่วงต้นก่อนเกิดการสะท้อน แรงและความเร็วแปรผันตรงกัน เมื่อดินรอบเสาเข็มและปลายเสาเข็มต้านทานคลื่น สัญญาณทั้งสองจะแยกออกจากกัน วิศวกรใช้ความแตกต่างนี้ประเมินกำลังรับน้ำหนัก ดูวิธีอ่านกราฟแรงเทียบ Z·v ทีละช่วงได้ที่ การแปลผล PDA Test

ตุ้มน้ำหนัก (Drop Hammer) ยกด้วยเครนเหนือหัวเสาเข็มเพื่อสร้างแรงกระแทกสูง (High Strain) ในการทดสอบ PDA
การยกตุ้มน้ำหนักด้วยเครนเพื่อปล่อยกระแทกหัวเสาเข็ม สร้างคลื่นความเค้นแรงกระแทกสูง (High Strain) ที่ระดมกำลังรับน้ำหนักของดิน (ภาพ: SPN Soil Engineering)

การจัดวางอุปกรณ์ทดสอบ (รูปด้านข้างและแบบจำลอง 3 มิติ)

ชุดทดสอบประกอบด้วย เครนยกตุ้มเหล็ก ที่ปล่อยตุ้มตกตามรางนำตุ้มลงกระแทกหัวเสาเข็มผ่านแผ่นรองหัวเข็ม ก่อนทดสอบต้องขุดหลุมรอบหัวเสาเข็มให้มีระยะว่างจากผิวเสาเข็มประมาณ 0.8 m และลึกประมาณ 1.5B–2.0B (B = ขนาดหน้าตัดเสาเข็ม) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละโครงการ เพื่อให้ติดหัววัดได้ที่ระยะไม่น้อยกว่า 1.5B ใต้หัวเสาเข็มตามข้อกำหนดของ ASTM D4945 โดยติด Strain Transducer และ Accelerometer เป็นคู่ที่ด้านตรงข้ามกันของเสาเข็ม แล้วต่อสายสัญญาณเข้าเครื่อง PDA

รูปด้านข้างการจัดวางอุปกรณ์ Dynamic Load Test (PDA) — เครนตีนตะขาบยกลูกตุ้มเหล็กตามรางนำตุ้ม หลุมขุดรอบหัวเสาเข็มกว้าง 0.8 m ลึก 1.5B–2.0B พร้อมตำแหน่ง Strain Transducer และ Accelerometer
รูปด้านข้างการจัดวางอุปกรณ์ Dynamic Load Test — ลูกตุ้มเหล็ก รางนำตุ้ม หลุมขุดรอบหัวเสาเข็ม (ระยะว่าง 0.8 m ลึก 1.5B–2.0B) และตำแหน่งหัววัด (ภาพ: SPN Soil Engineering)
แบบจำลอง 3 มิติการทดสอบ Dynamic Load Test (PDA) แสดงเครนตีนตะขาบ ลูกตุ้มเหล็กในรางนำตุ้ม เสาเข็มทดสอบในหลุมขุดแบบภาพตัด และภาพขยายหัววัดความเครียดกับหัววัดความเร่งที่ต่อสายเข้าเครื่อง PDA
แบบจำลอง 3 มิติของชุดทดสอบ PDA — ภาพตัดดินแสดงเสาเข็มทดสอบใต้หลุมขุด และภาพขยายตำแหน่ง Strain Transducer / Accelerometer ที่หัวเสาเข็ม (ภาพ: SPN Soil Engineering)

PDA ใช้สูตรอะไรคำนวณกำลังรับน้ำหนัก?

PDA ใช้สูตรหลัก 3 สูตรจากทฤษฎีคลื่นความเค้น ได้แก่ แรงจากความเครียดที่วัดได้ อิมพีแดนซ์ของเสาเข็ม และสูตร CASE Method ที่ใช้สัญญาณสองช่วงเวลาห่างกัน 2L/c ประเมินกำลังรวม:

แรงจากความเครียด:   F = E · A · ε E = โมดูลัสยืดหยุ่นของเสาเข็ม, A = พื้นที่หน้าตัด, ε = ความเครียดที่วัดได้
อิมพีแดนซ์ของเสาเข็ม:   Z = E · A / c c = ความเร็วคลื่นในเสาเข็ม — ช่วงต้นของสัญญาณ แรงจะสัมพันธ์กับความเร็วตาม F = Z·v
กำลังรวม (CASE Method):   Rtotal = ½ [ F(t1) + F(t2) ] + (Z/2) [ v(t1) − v(t2) ] t2 = t1 + 2L/c — กำลังสถิต = กำลังรวม − ส่วนหน่วงของดิน (ใช้ตัวประกอบหน่วง Jc)

CASE Method กับ CAPWAP ต่างกันอย่างไร?

CASE Method ให้ค่าประมาณทันทีที่หน้างาน ส่วน CAPWAP คือการวิเคราะห์ละเอียดที่สำนักงานเพื่อยืนยันกำลังสถิต ผล PDA จึงวิเคราะห์ได้ 2 ระดับ:

  • CASE Method — การคำนวณอย่างรวดเร็วในสนามด้วยสูตรปิด ใช้ค่าตัวประกอบหน่วงของดิน (Damping Factor, Jc) ให้ค่ากำลังรับน้ำหนักโดยประมาณทันทีหน้างาน
  • CAPWAP (Signal Matching) — การวิเคราะห์เชิงลึกที่สำนักงาน โดยจับคู่สัญญาณที่วัดได้กับแบบจำลอง เพื่อให้กำลังรับน้ำหนักสถิตที่น่าเชื่อถือ พร้อม การกระจายแรงเสียดทานผิว แรงแบกปลาย และกราฟน้ำหนัก-การทรุดตัวจำลอง (อ่านเจาะลึกได้ที่ CAPWAP Analysis คืออะไร)
เครื่อง Pile Driving Analyzer (PDA) แสดงสัญญาณแรงและความเร็ว พร้อมค่ากำลังรับน้ำหนักที่ประเมินด้วย CASE Method ในสนาม
เครื่อง PDA บันทึกและแสดงสัญญาณแรง/ความเร็วในสนาม ประเมินกำลังเบื้องต้นด้วย CASE Method ก่อนนำไปวิเคราะห์ CAPWAP เชิงลึก (ภาพ: SPN Soil Engineering)

PDA Test วัดอะไรได้บ้าง?

การทดสอบ PDA หนึ่งครั้งให้ข้อมูล 4 อย่างพร้อมกัน:

  • กำลังรับน้ำหนัก (Capacity) — ทั้งแรงเสียดทานผิวและแรงแบกปลาย
  • ความสมบูรณ์ของเสาเข็ม (Integrity, BTA) — ตรวจหารอยแตกหรือการลดหน้าตัด
  • หน่วยแรงขับ (Driving Stress) — แรงอัดและแรงดึงสูงสุด เพื่อป้องกันเสาเข็มเสียหายขณะตอก
  • พลังงานที่ส่งถ่าย (Transferred Energy) — ประเมินประสิทธิภาพของปั้นจั่น/ตุ้ม

ขั้นตอนการทดสอบ Dynamic Load Test มีอะไรบ้าง?

งาน PDA แบ่งเป็น 4 ช่วง คือ เตรียมหน้างาน ทดสอบในสนาม วิเคราะห์ CAPWAP และออกรายงานรับรอง สองช่วงแรกทำที่หน้างาน ส่วนสองช่วงหลังทำที่สำนักงาน

แผนภาพด้านล่างสรุปงาน PDA ทั้งกระบวนการในภาพเดียว ให้อ่านการ์ดจากซ้ายไปขวา ช่อง ①–② คืองานที่หน้างาน ช่อง ③–④ คืองานที่สำนักงาน แล้วดูแถบล่างว่าผล PDA ตอบคำถามอะไรได้ และเรื่องใดที่ต้องใช้วิธีอื่นช่วย

ภาพรวมการทดสอบ Dynamic Load Test (PDA) สี่ช่วงงาน ตั้งแต่เตรียมหน้างาน ทดสอบในสนาม วิเคราะห์ CAPWAP จนถึงรายงานรับรองโดยวิศวกร พร้อมสรุปว่า PDA ตอบอะไรและไม่ตอบอะไร แผนภาพเชิงแนวคิดแบบอินโฟกราฟิก เรียงการ์ดสี่ใบจากซ้ายไปขวาเชื่อมด้วยลูกศร การ์ดที่หนึ่งและสองอยู่ใต้วงเล็บ "ที่หน้างาน" การ์ดที่สามและสี่อยู่ใต้วงเล็บ "ที่สำนักงาน" การ์ดที่หนึ่ง เตรียมหน้างานก่อนวันทดสอบ ภาพตัดแสดงหลุมขุดรอบหัวเสาเข็ม ระยะว่างจากผิวเสาเข็มประมาณ 0.8 เมตร ลึก 1.5B ถึง 2.0B ข้อควรเตรียมคือ อายุเสาเข็มพร้อม เข็มเจาะรออายุคอนกรีต เข็มตอกพักดิน 1 ถึง 14 วันก่อนทดสอบซ้ำ หัวเข็มเรียบตั้งฉากและเจาะรูยึดหัววัด และเตรียมเครน ตุ้ม รางนำตุ้ม และแผ่นรองหัวเข็ม การ์ดที่สอง ทดสอบในสนาม ประมาณ 5 ถึง 10 จุดต่อวัน ภาพแสดงตุ้มเหล็กในรางนำตุ้มเหนือหัวเสาเข็ม หัววัดติดต่ำกว่าหัวเข็มไม่น้อยกว่า 1.5B ต่อสายเข้าเครื่อง PDA ใช้หัววัดความเครียดและหัววัดความเร่งอย่างละ 2 ตัวติดด้านตรงข้ามกัน ปล่อยตุ้มให้มีพลังงานพอระดมกำลังของดิน เครื่อง PDA บันทึกแรงและความเร็ว และให้ค่าประมาณทันทีด้วย CASE Method การ์ดที่สาม วิเคราะห์ CAPWAP ภาพกราฟตัวอย่างเชิงหลักการของสัญญาณวัดจริงเส้นทึบทับกับสัญญาณแบบจำลองเส้นประ ผลที่ได้คือกำลังรับน้ำหนักสถิตที่น่าเชื่อถือกว่าค่า CASE การแยกแรงเสียดทานผิวกับแรงแบกปลาย และกราฟน้ำหนักกับการทรุดตัวจำลอง การ์ดที่สี่ รายงานรับรองภายในไม่กี่วันทำการ ภาพเอกสารพร้อมลายเซ็นและตราวิศวกร ลงนามโดยวิศวกรโยธาผู้ได้รับใบอนุญาต กว. ระบุมาตรฐาน ASTM D4945 และ มยผ.1252-51 ของการทดสอบ PDA และใช้ประกอบการตรวจรับเสาเข็มกับผู้ออกแบบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใต้การ์ดแต่ละใบมีป้ายชี้บทความอ่านต่อ ได้แก่ การเตรียมหัวเสาเข็ม การแปลผล PDA CAPWAP และไทม์ไลน์ PDA แถบล่างซ้ายคือสิ่งที่ PDA ตอบได้จากการทดสอบครั้งเดียว ได้แก่ กำลังรับน้ำหนักทั้งแรงเสียดทานผิวและแรงแบกปลาย ค่า BTA ของเสาเข็ม หน่วยแรงขับอัดและดึงสูงสุด และพลังงานที่ส่งถ่ายจากตุ้ม แถบล่างขวาคือสิ่งที่ PDA ไม่ได้ตอบ ได้แก่ กำลังจากการกดน้ำหนักจริงซึ่งต้องสอบเทียบด้วย Static Load Test ในโครงการสำคัญ กำลังสถิตจากค่า CASE อย่างเดียวซึ่งต้องวิเคราะห์ CAPWAP กำลังเต็มที่เมื่อพลังงานตุ้มไม่พอ และกำลังระยะยาวจากผลขณะตอกครั้งแรกในดินเหนียวซึ่งต้องทดสอบซ้ำแบบ Restrike B คือขนาดหน้าตัดเสาเข็ม ค่าที่ใช้จริงยึดตามข้อกำหนดโครงการ Dynamic Load Test (PDA) ทำอย่างไร: 4 ช่วงงานในภาพเดียว แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ที่หน้างาน ที่สำนักงาน 1 เตรียมหน้างาน ก่อนวันทดสอบ 0.8 m ลึก 1.5B–2.0B อายุเสาเข็มพร้อม เข็มเจาะ: รออายุคอนกรีต เข็มตอก: พักดิน 1–14 วัน หัวเข็มเรียบ ตั้งฉาก เจาะรูยึดหัววัด เครน + ตุ้ม + รางนำตุ้ม แผ่นรองหัวเข็ม อ่านต่อ: เตรียมหัวเสาเข็ม 2 ทดสอบในสนาม ประมาณ 5–10 จุดต่อวัน ≥1.5B PDA หัววัด 2 + 2 ตัว Strain + Accelerometer ติดด้านตรงข้ามกัน ปล่อยตุ้มกระแทก พลังงานพอระดมกำลังดิน CASE Method หน้างาน PDA บันทึกแรง F และ v ได้ค่าประมาณทันที อ่านต่อ: การแปลผล PDA 3 วิเคราะห์ CAPWAP ละเอียดกว่าค่า CASE วัดจริง จำลอง จับคู่สัญญาณ วัดจริง ↔ แบบจำลอง (Signal Matching) กำลังรับน้ำหนักสถิต ค่าที่น่าเชื่อถือ แยกแรงเสียดทาน / ปลาย + กราฟน้ำหนัก–ทรุดตัวจำลอง อ่านต่อ: CAPWAP 4 รายงานรับรอง ภายในไม่กี่วันทำการ กว. ระบุมาตรฐานที่ใช้ ASTM D4945 มยผ.1252-51 (PDA) วิศวกรโยธา (กว.) ลงนาม รับรองผลการทดสอบ ใช้ประกอบการตรวจรับ ส่งผู้ออกแบบและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง อ่านต่อ: ไทม์ไลน์ PDA PDA ตอบอะไร ข้อมูล 4 อย่างจากการทดสอบครั้งเดียว กำลังรับน้ำหนัก แรงเสียดทานผิว + แรงแบกปลาย ความสมบูรณ์ของเสาเข็ม ค่า BTA หน่วยแรงขับ (Driving Stress) แรงอัด / แรงดึงสูงสุด พลังงานที่ส่งถ่าย ประสิทธิภาพตุ้ม / ปั้นจั่น PDA ไม่ได้ตอบอะไร และต้องใช้อะไรเสริม กำลังจากการกดน้ำหนักจริง → สอบเทียบ Static กำลังสถิตจากค่า CASE อย่างเดียว → ใช้ CAPWAP กำลังเต็มที่ ถ้าพลังงานตุ้มไม่พอ → ใช้ตุ้มพลังงานพอ กำลังระยะยาวจากผล EOID (ดินเหนียว) → Restrike B = ขนาดหน้าตัดเสาเข็ม · เส้นกราฟในช่อง ③ เป็นตัวอย่างเชิงหลักการ · ค่าที่ใช้จริงยึดตามข้อกำหนดโครงการ
ภาพรวม Dynamic Load Test (PDA) 4 ช่วง: ① เตรียมหน้างาน (หลุมขุดระยะว่าง ~0.8 m ลึก 1.5B–2.0B) ② ทดสอบในสนามประมาณ 5–10 จุดต่อวัน ได้ค่า CASE ทันที ③ วิเคราะห์ CAPWAP ที่สำนักงาน ④ รายงานรับรองโดยวิศวกรโยธา (กว.) ภายในไม่กี่วันทำการ — แถบล่างสรุปสิ่งที่ PDA ตอบได้และไม่ได้ตอบ เส้นกราฟในช่อง ③ เป็นตัวอย่างเชิงหลักการ ไม่ใช่ค่าวัดจริง (ภาพ: SPN Soil Engineering)

รายละเอียดทีละขั้นตามลำดับงานจริงมีดังนี้:

  1. เตรียมหัวเสาเข็มให้เรียบตั้งฉาก เจาะรูยึดหัววัด ขุดหลุมรอบหัวเสาเข็ม และเตรียมเครนกับตุ้มกระแทก
  2. ติดตั้งหัววัดความเครียด 2 ตัว และหัววัดความเร่ง 2 ตัว ที่ด้านตรงข้ามกันของเสาเข็ม ต่ำกว่าหัวเสาเข็มไม่น้อยกว่า 1.5B
  3. ปล่อยตุ้มน้ำหนักกระแทกหัวเสาเข็ม (High Strain) ให้มีพลังงานเพียงพอระดมกำลังของดิน
  4. เครื่อง PDA บันทึกแรงและความเร็วตามเวลาในแต่ละครั้งที่กระแทก
  5. ประเมินผลเบื้องต้นในสนามด้วย CASE Method
  6. วิเคราะห์ CAPWAP ที่สำนักงาน และจัดทำรายงานรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.)

ก่อนทดสอบควรตรวจสอบว่าอายุคอนกรีตเสาเข็มพร้อมทดสอบหรือยัง เตรียมหัวเสาเข็มก่อนทดสอบให้เรียบร้อย และวางแผนจำนวนต้นที่ต้องสุ่มทดสอบให้เหมาะกับขนาดโครงการ

ช่างเทคนิค SPN ติดตั้งหัววัดความเครียดและหัววัดความเร่งที่ด้านข้างหัวเสาเข็ม เพื่อเตรียมทดสอบ Dynamic Load Test (PDA)
การเจาะยึดและติดตั้งหัววัด (Strain Transducer และ Accelerometer) ที่ด้านข้างใกล้หัวเสาเข็ม ก่อนเริ่มทดสอบ High Strain (ภาพ: SPN Soil Engineering)
📋 EOID และ Restrike

การทดสอบขณะตอกครั้งแรกเรียก End of Initial Drive (EOID) แต่กำลังของเสาเข็มในดินเหนียวมักเพิ่มขึ้นตามเวลา (Soil Setup) จึงนิยมทดสอบซ้ำหลังพักดิน 1–14 วัน (Restrike) เพื่อสะท้อนกำลังระยะยาว

PDA Test ใช้เวลากี่วัน และราคาเท่าไร?

การทดสอบในสนามต่อต้นใช้เวลาไม่นาน ค่ากลางสำหรับวางแผนคือประมาณ 1 วันต่อ 5–10 จุด เมื่อเสาเข็มอยู่บริเวณเดียวกัน (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละโครงการ) ส่วนการวิเคราะห์ CAPWAP และรายงานรับรองใช้เวลาอีกไม่กี่วันทำการ ดูไทม์ไลน์ตั้งแต่จองคิวถึงรับรายงานได้ที่ PDA Test ใช้เวลากี่วัน

ราคาทดสอบ PDA เริ่มต้นประมาณ 5,500 บาทต่อต้น ขึ้นกับขนาดเสาเข็ม จำนวนต้น และสภาพหน้างาน ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

PDA Test มีข้อดีและข้อจำกัดอะไร?

ข้อดีหลักของ PDA คือเร็วและประหยัด ส่วนข้อจำกัดหลักคือเป็นการประเมินทางอ้อม ค่ากำลังสถิตที่ใช้สรุปผลจึงต้องผ่านการวิเคราะห์ CAPWAP (แถบล่างของแผนภาพในหัวข้อขั้นตอนสรุปเรื่องนี้ไว้)

✅ ข้อดี

รวดเร็วและประหยัดกว่า Static Load Test มาก ทดสอบได้หลายต้นต่อวัน ให้ข้อมูลครบทั้งกำลัง ความสมบูรณ์ หน่วยแรงขับ และพลังงาน รองรับเสาเข็มกำลังสูงได้

⚠️ ข้อจำกัด

ค่ากำลังรับน้ำหนักสถิตที่น่าเชื่อถือต้องได้จากการวิเคราะห์ CAPWAP เพราะ CASE Method เป็นค่าประมาณ ตุ้มต้องมีพลังงานกระแทกเพียงพอเพื่อระดมกำลังของดินเต็มที่ ผลเป็นการประเมินทางอ้อมจากพลศาสตร์ จึงควรสอบเทียบกับ Static Load Test ในโครงการสำคัญ และต้องตีความโดยวิศวกรที่มีประสบการณ์

Dynamic Load Test ใช้มาตรฐานอะไร?

ไดนามิกเทสในประเทศไทยอ้างอิงมาตรฐานหลัก 2 ฉบับ คือ ASTM D4945 และ มยผ.1252-51 ของการทดสอบ PDA:

  • ASTM D4945 (Standard Test Method for High-Strain Dynamic Testing of Deep Foundations ฉบับปัจจุบันคือ D4945-26) — กำหนดวิธีติดตั้งหัววัด พลังงานกระแทก การบันทึกสัญญาณแรง/ความเร็ว และการวิเคราะห์ผล
  • มยผ.1252-51 (มาตรฐานการทดสอบกำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มด้วยวิธีพลศาสตร์) ของกรมโยธาธิการและผังเมือง — ใช้อ้างอิงในข้อกำหนดของโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย

รายงานผลการทดสอบต้องระบุมาตรฐานที่ใช้ และรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร เพื่อใช้ประกอบการตรวจรับเสาเข็มกับผู้ออกแบบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

PDA ต่างจาก Static Load Test และ Seismic Test อย่างไร?

PDA ประเมินกำลังรับน้ำหนักได้เร็วและทดสอบได้หลายต้น Static Load Test วัดกำลังโดยตรงด้วยน้ำหนักจริงแต่ช้าและต้นทุนสูงกว่า ส่วน Seismic Test ตรวจเฉพาะความสมบูรณ์และความยาว ไม่ประเมินกำลัง:

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

วิธีทดสอบ / มาตรฐานวัดอะไร และลักษณะเด่น
Dynamic Load Test — PDA (ASTM D4945 + มยผ.1252-51)กำลังรับน้ำหนัก + ความสมบูรณ์ + หน่วยแรงขับ ด้วยแรงกระแทกสูง รวดเร็ว ประหยัด ทดสอบได้จำนวนมาก
Static Load Test (ASTM D1143 + มยผ. 1251)กำลังรับน้ำหนักโดยตรงด้วยน้ำหนักจริง ใช้เป็นค่าอ้างอิงเมื่อต้องสอบเทียบ แต่ช้าและต้นทุนสูง
Seismic / Low Strain (มยผ.1551-51)ความสมบูรณ์และความยาวเท่านั้น ด้วยแรงกระแทกต่ำ ไม่ประเมินกำลังรับน้ำหนัก

โดยทั่วไปใช้ PDA ทดสอบกำลังของเสาเข็มจำนวนมาก แล้วเลือกบางต้นไปสอบเทียบด้วย Static Load Test อ่านการเปรียบเทียบเชิงลึกได้ที่ Dynamic vs Static Load Test เลือกแบบไหนดี และดูวิธีอ่านค่าผลลัพธ์ได้ที่ การแปลผล PDA Test ส่วนการตรวจ "ความสมบูรณ์" ดูได้ที่ Seismic Test (Low Strain)

ตัวอย่างภาพการทดสอบ Dynamic Load Test (PDA) จากหน้างานจริงของ SPN ในหลายโครงการทั่วประเทศ ตั้งแต่การติดตั้งหัววัด ตุ้มกระแทกแรงสูง ไปจนถึงเครื่อง Pile Driving Analyzer ในสนาม

ภาพรวมไซต์งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงพร้อมเครื่องตอกและเครน ก่อนทดสอบ PDA โดย SPN
ภาพรวมไซต์งานเสาเข็มก่อนการทดสอบ
เครื่องตอกเสาเข็มและตุ้มกระแทกสำหรับทดสอบ PDA หน้างานจังหวัดสระบุรี
ตุ้มกระแทกแรงสูง — โครงการ จ.สระบุรี
เครื่อง Pile Driving Analyzer ตั้งหน้างานพร้อมป้ายข้อมูลเสาเข็ม P54 ระหว่างทดสอบ Dynamic Load Test
เครื่อง PDA หน้างาน — เสาเข็ม P54
ตุ้มน้ำหนักกระแทกหัวเสาเข็มสร้างแรงกระแทกสูง High Strain ในการทดสอบ PDA โครงการระยอง
แรงกระแทกสูง (High Strain) — โครงการ จ.ระยอง
วิศวกร SPN ระบุตำแหน่งเสาเข็มกลางไซต์งานก่อนทดสอบ Dynamic Load Test (PDA)
ระบุตำแหน่งเสาเข็มทดสอบกลางไซต์งาน
เครื่อง Pile Driving Analyzer เชื่อมต่อสายสัญญาณหน้างานทดสอบเสาเข็ม โครงการ TPP
เครื่อง PDA เชื่อมต่อสายสัญญาณหน้างาน — โครงการ TPP
ทีม SPN ติดตั้งหัววัดสัญญาณบนหัวเสาเข็มเจาะในบ่อขุด เตรียมทดสอบ Dynamic Load Test (PDA)
ติดตั้งหัววัดบนหัวเสาเข็มเจาะในบ่อขุด ก่อนทดสอบ PDA
วิศวกร SPN เจาะยึดหัววัดที่หัวเสาเข็มเจาะหน้างาน ก่อนทดสอบกำลังรับน้ำหนักด้วย PDA
เจาะยึดหัววัดที่หัวเสาเข็มเจาะหน้างาน เตรียมทดสอบกำลังรับน้ำหนัก
📌 หมายเหตุ

บทความนี้จัดทำเพื่อเป็นความรู้ทางวิศวกรรม การเลือกวิธีทดสอบ จำนวนเสาเข็มที่ต้องทดสอบ ค่าตัวประกอบหน่วง และการตีความผล ควรเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการและดุลยพินิจของวิศวกรผู้มีใบอนุญาต

SPN Soil Engineering ให้บริการ PDA Test ครบวงจรทั่วประเทศ ตั้งแต่ทดสอบในสนาม วิเคราะห์ CAPWAP จนถึงรายงานรับรองโดยวิศวกร — ดูรายละเอียดได้ที่หน้าบริการทดสอบเสาเข็ม