บริการสำรวจภูมิประเทศและรังวัดครบวงจร — SPN Soil Engineering
SPN Soil Engineering ให้บริการสำรวจภูมิประเทศ (Topographic Survey) และรังวัดวิศวกรรมครบทุกประเภท ด้วยเครื่องมือความแม่นยำสูงระดับมิลลิเมตรถึงเซนติเมตร ได้แก่ GPS RTK, Total Station, กล้องระดับ, UAV/Drone, LiDAR และ Echo Sounder ทั้ง Single-beam และ Multibeam รองรับงานตั้งแต่โครงการก่อสร้างขนาดเล็กไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ระดับประเทศ ผลการสำรวจส่งมอบในรูปแบบ AutoCAD DWG, GIS Shapefile, Orthophoto, Point Cloud และรายงานปริมาณดิน Cut & Fill พร้อมรายงานพิกัดอ้างอิงมาตรฐานสากล ดำเนินงานโดยทีมวิศวกรใบอนุญาตสภาวิศวกร (กว.) ของ SPN ซึ่งมีประสบการณ์งานวิศวกรรมกว่า 20 ปี เป็นทีมเดียวกับงานเจาะสำรวจดินและทดสอบเสาเข็มของ SPN Group จึงเชื่อมข้อมูลสำรวจพื้นผิวกับข้อมูลชั้นดินได้ครบในที่เดียว
เมื่อไหร่ควรจ้างสำรวจภูมิประเทศ?
ก่อนออกแบบโครงการทุกประเภท ข้อมูล Contour Map ที่แม่นยำเป็นพื้นฐานของการออกแบบระบบระบายน้ำ ถนน และฐานราก
ก่อนยื่นขออนุญาตก่อสร้าง ใช้แผนที่ภูมิประเทศและค่าระดับประกอบแบบผังบริเวณและระบบระบายน้ำ ตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้ออกแบบกำหนด
งานก่อสร้างที่ต้องคำนวณดิน Cut & Fill ข้อมูล DTM ก่อนและหลังขุดถมช่วยคำนวณปริมาณดินและต้นทุนได้แม่นยำ
งานก่อสร้างใกล้แหล่งน้ำ ต้องการข้อมูลความลึกและสภาพพื้นท้องน้ำเพื่อออกแบบฐานรากและโครงสร้างป้องกัน
โครงการที่ต้องรายงาน EIA ต้องการแผนที่ภูมิประเทศ Orthophoto และข้อมูลพื้นที่ที่ถูกต้องประกอบรายงาน
งานสำรวจภูมิประเทศมักทำควบคู่กับงานเจาะสำรวจดิน (Soil Boring Test) เพื่อให้ได้ทั้งข้อมูลพื้นผิวและชั้นดินใต้ดินครบสำหรับการออกแบบฐานราก ดูตัวอย่างงานจริงได้ที่เคสเจาะสำรวจดินกลางทะเล ซึ่งใช้การสำรวจพิกัด GPS ร่วมด้วย
คำถามที่พบบ่อย — สำรวจภูมิประเทศ
Topographic Survey คืออะไร และแตกต่างจาก Cadastral Survey อย่างไร?+ Topographic Survey คือการสำรวจวัดระดับความสูงและรูปร่างภูมิประเทศเพื่อจัดทำแผนที่ชั้นความสูง ใช้สำหรับงานวิศวกรรมและก่อสร้าง ส่วนการรังวัดที่ดิน (Cadastral Survey) คือการรังวัดแนวเขตและเนื้อที่แปลงที่ดินตามโฉนด ซึ่งดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่กรมที่ดินหรือช่างรังวัดเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.ช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. 2535 SPN ไม่ได้รับรังวัดแนวเขตที่ดินตามกฎหมาย แต่หากพบหมุดหลักเขตในพื้นที่ สามารถเก็บตำแหน่งแสดงบนแผนที่ภูมิประเทศเพื่อใช้อ้างอิงในงานออกแบบได้ (ไม่ใช่การรับรองแนวเขต)
GPS RTK กับ Total Station ควรใช้แบบไหนสำหรับงานของฉัน?+ GPS RTK เหมาะกับพื้นที่โล่งขนาดใหญ่ที่มีสัญญาณดาวเทียมชัดเจน ทำงานเร็ว ความแม่นยำ ±1–3 ซม. ส่วน Total Station เหมาะกับพื้นที่ในเมืองหรือมีสิ่งกีดขวาง เช่น อาคาร ต้นไม้ โรงงาน ความแม่นยำ ±5 มม. ในงานจริง SPN มักใช้ทั้งสองร่วมกันเพื่อผลที่ดีที่สุด
Drone Survey แม่นยำพอสำหรับงานก่อสร้างหรือเปล่า?+ ขึ้นอยู่กับงาน สำหรับงานคำนวณปริมาณดิน Cut & Fill, Orthophoto, และ 3D Model Drone Survey มีความแม่นยำ ±3–5 ซม. เพียงพอและรวดเร็วกว่ามาก แต่สำหรับงาน Setting Out หรือ As-built ที่ต้องการความแม่นยำระดับเซนติเมตรหรือมิลลิเมตร ยังต้องใช้ GPS RTK หรือ Total Station
Bathymetric Survey คืออะไร และใช้กับงานอะไร?+ Bathymetric Survey คือการวัดความลึกและสำรวจสภาพพื้นท้องน้ำด้วย Echo Sounder (เครื่องวัดคลื่นเสียงใต้น้ำ) ผลลัพธ์เป็นแผนที่ความลึก (Depth Map) และโปรไฟล์พื้นท้องน้ำ ใช้สำหรับออกแบบสะพาน ท่าเทียบเรือ คำนวณงานขุดลอก และวิเคราะห์การกัดเซาะฐานรากสะพาน
ผลการสำรวจจะส่งมอบในรูปแบบไฟล์อะไร?+ ส่งมอบตามที่ลูกค้าต้องการ ได้แก่ AutoCAD DWG/DXF, PDF แผนที่, Shapefile (.shp) สำหรับ GIS, Orthophoto .tif, 3D Point Cloud .las/.laz, รายงานพิกัด Excel และรายงานสำรวจฉบับสมบูรณ์ พิกัดอ้างอิง WGS84 หรือ Indian 1975 (UTM Zone 47N/48N) ตามที่โครงการกำหนด
สำรวจพื้นที่ 1 ไร่ใช้เวลานานแค่ไหน และราคาเท่าไหร่?+ พื้นที่ 1–10 ไร่ใช้เวลาสำรวจภาคสนาม 1–2 วัน ประมวลผลและจัดทำแผนที่ 2–3 วัน ราคาขึ้นอยู่กับวิธีสำรวจ ความละเอียด ระยะทาง และความซับซ้อนของพื้นที่ ติดต่อ SPN เพื่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชั่วโมง
ระบบพิกัด TM47 และ TM48 แตกต่างกันอย่างไร?+ TM47 (UTM Zone 47N) ใช้กับพื้นที่ทางตะวันตกของลองจิจูด 102° ตะวันออก ซึ่งครอบคลุมประเทศไทยส่วนใหญ่ ส่วน TM48 (UTM Zone 48N) ใช้กับพื้นที่ทางตะวันออกของลองจิจูด 102° เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่ สระแก้ว จันทบุรี และตราด อ้างอิงได้ทั้ง Indian 1975 Datum (งานกรมที่ดิน/แผนที่เดิม) และ WGS84 (งาน GNSS สมัยใหม่) SPN สามารถส่งมอบผลสำรวจในระบบพิกัดและ Datum ที่ลูกค้าต้องการ รวมถึงแปลงระหว่าง WGS84 และ TM47/TM48
SPN รับงานสำรวจต่างจังหวัดได้ไหม?+ รับงานทั่วประเทศไทยครับ มีประสบการณ์สำรวจทั้งในพื้นที่ราบ ภูเขา ริมน้ำ และชายฝั่ง ตั้งแต่โครงการในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก จนถึงโครงการในต่างจังหวัดทั่วประเทศ ติดต่อเพื่อรับใบเสนอราคาพร้อมประเมินค่าเดินทาง
Drone Survey ต้องขออนุญาตบินโดรนหรือไม่?+ ต้องครับ การบินโดรนเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยต้องขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรนกับ CAAT (สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย) และขึ้นทะเบียนตัวเครื่องกับ กสทช. รวมถึงขออนุญาตเพิ่มเติมหากบินในเขตควบคุม ทีมงาน SPN มีใบอนุญาตครบถ้วนและดำเนินการประสานขออนุญาตพื้นที่ให้ลูกค้า
LiDAR กับ Drone Photogrammetry ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน?+ Photogrammetry สร้าง Point Cloud และ Orthophoto จากภาพถ่ายที่ซ้อนทับกัน เหมาะกับพื้นที่โล่ง ลานดิน และงานที่ต้องการภาพสีจริง ต้นทุนต่ำกว่า ส่วน LiDAR ยิงเลเซอร์วัดระยะโดยตรง เลเซอร์บางส่วนผ่านช่องว่างใบไม้ลงถึงผิวดิน จึงได้ค่าระดับผิวดินจริงในพื้นที่สวน ป่า หรือพืชคลุมหนาแน่น ซึ่ง Photogrammetry มักได้เพียงผิวบนของต้นไม้ หลายโครงการใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน
คำนวณปริมาณดิน Cut & Fill จากข้อมูลสำรวจทำอย่างไร?+ นำพื้นผิว 2 ชุดมาเปรียบเทียบกัน เช่น ผิวดินเดิมกับระดับออกแบบ หรือผิวดินก่อนและหลังขุดถม ด้วยแบบจำลอง TIN หรือ Grid ในโปรแกรมอย่าง AutoCAD Civil 3D ได้ปริมาตรดินขุด ดินถม และแผนที่ความต่างระดับ ความถูกต้องขึ้นกับความหนาแน่นของจุดและความแม่นยำของพื้นผิวทั้งสองชุด ปริมาตรที่ได้เป็นปริมาตรในสภาพที่วัดจริง ยังไม่รวมค่าการฟูตัวหรือการยุบตัวของดิน (Swell / Shrinkage) ซึ่งผู้ออกแบบต้องพิจารณาเพิ่ม
ใช้ค่าระดับ รทก. (MSL) ได้ไหม?+ ได้ครับ โดยถ่ายระดับจากหมุดหลักฐานระดับ (BM) ของกรมแผนที่ทหารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่อยู่ใกล้โครงการเข้ามายังหมุด BM ของโครงการด้วยกล้องระดับ หรือแปลงค่าความสูงจาก GNSS ด้วยแบบจำลอง Geoid ซึ่งสะดวกกว่าแต่ความแม่นยำต่ำกว่าการถ่ายระดับ หากไม่มีหมุดหลักฐานในระยะที่เหมาะสม สามารถใช้ระดับสมมติ (Local Datum) ตามที่ผู้ออกแบบตกลงได้
Multibeam กับ Single-beam Echo Sounder ต่างกันอย่างไร?+ Single-beam วัดความลึกทีละจุดเป็นแนวตามเส้นทางเดินเรือ เหมาะกับคลอง แม่น้ำ งานรูปตัดขวาง และงานที่มีงบจำกัด ส่วน Multibeam กวาดคลื่นเสียงเป็นแถบกว้าง ครอบคลุมพื้นท้องน้ำเต็มพื้นที่ ได้แบบจำลองละเอียดสูง เหมาะกับท่าเรือ ร่องน้ำ และการตรวจสภาพรอบฐานรากสะพาน สำหรับ Side-scan Sonar ใช้ถ่ายภาพพื้นท้องน้ำเพื่อหาวัตถุกีดขวาง ไม่ได้ใช้วัดความลึกโดยตรง