ทดสอบเสาเข็มแต่ละแบบ ต้องรออายุคอนกรีตกี่วัน?

คำตอบสั้น ๆ: เสาเข็มเจาะรอ ~7 วัน (Seismic) หลายสัปดาห์ตามสเปค (PDA) และ ~21–28 วัน (Static) ส่วนเสาเข็มตอกทดสอบ Seismic ได้หลังตอก แต่ PDA และ Static ต้องรอ Soil Setup ก่อน

ระยะเวลารอก่อนทดสอบ คือช่วงเวลาระหว่างเทคอนกรีต (หรือตอกเสาเข็มเสร็จ) จนถึงวันที่เข้าทดสอบได้ ซึ่งต่างกันตามชนิดการทดสอบและชนิดเสาเข็ม ตารางด้านล่างสรุปแนวปฏิบัติที่พบบ่อยของงานทดสอบเสาเข็ม เพื่อใช้ตั้งต้นวางแผนงาน ตัวเลขจริงให้ยึดตามสเปคโครงการ

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตารางสรุประยะเวลารอก่อนทดสอบเสาเข็มแต่ละวิธี
วิธีทดสอบเสาเข็มเจาะ (Bored Pile)เสาเข็มตอก (Driven Pile)เหตุผล / Soil Setup
Seismic Integrity Testมักรอ ~7 วันขึ้นไปหลังเทคอนกรีตทดสอบได้หลังตอกเสร็จและตัดหัวเข็มเรียบร้อย (คอนกรีตบ่มจากโรงงานแล้ว)คอนกรีตต้องแข็งพอให้ความเร็วคลื่นนิ่ง จึงคำนวณความลึกได้แม่น
Dynamic Load Test (PDA)รอคอนกรีตมีกำลังรับแรงกระแทก มักหลายสัปดาห์ตามสเปคมักรอ ~7 วันขึ้นไปหลังตอก เพื่อรอ Soil Setupคอนกรีตต้องรับแรงตอกได้โดยหัวเข็มไม่แตก + ดินรอบเข็มต้องคืนตัว
Static Load Testมักรอจนได้กำลังออกแบบ ~21–28 วัน หรือผลกำลังอัดลูกปูนถึงเกณฑ์รอ Soil Setup ตามที่วิศวกรกำหนดต้องรับน้ำหนักทดสอบราว 2–3 เท่าของน้ำหนักออกแบบ (ตามสเปค) + ดินคืนตัว
⚠️ ตัวเลขเป็นแนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎตายตัว

ระยะเวลารอในตารางเป็นแนวปฏิบัติที่พบบ่อย ระยะเวลาจริงต้องยึดตามข้อกำหนดของโครงการและวิศวกรผู้ออกแบบ ซึ่งกำหนดตามชนิดเสาเข็ม กำลังคอนกรีต และสภาพดินของแต่ละงาน

เสาเข็มเจาะหลังเทคอนกรีต เตรียมหัวเข็มให้พร้อมก่อนครบอายุเพื่อทดสอบเสาเข็ม
เสาเข็มเจาะต้องรอให้คอนกรีตได้กำลัง และเตรียมหัวเข็มให้เรียบร้อยก่อนทีมทดสอบเข้าหน้างาน (ภาพ: SPN Soil Engineering)

แผนภาพด้านล่างแปลงตารางเป็นเส้นเวลา ให้ไล่ดูว่าแถบของแต่ละวิธีเปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีทึบในวันไหน ช่องบนคือเสาเข็มเจาะ (นับจากวันเทคอนกรีต) ช่องล่างคือเสาเข็มตอก (นับจากวันตอกเสร็จ)

กราฟเชิงหลักการแสดงอายุคอนกรีตเป็นวันกับช่วงเวลาที่เริ่มทดสอบเสาเข็มแต่ละวิธีได้ แยกเสาเข็มเจาะที่นับจากวันเทคอนกรีต และเสาเข็มตอกที่นับจากวันตอกเสร็จ แผนภาพสองช่องซ้อนกันบนแกนเวลาเดียวกันตั้งแต่ศูนย์ถึงสี่สิบสองวัน ช่องบนเป็นเสาเข็มเจาะ นับจากวันเทคอนกรีต มีกราฟตัวอย่างเชิงหลักการ ไม่ใช่ค่าจริง ของกำลังอัดคอนกรีตที่เพิ่มขึ้นตามอายุ เส้นประแนวนอนคือกำลังตามออกแบบตามสเปค และแถบสีส้มอ่อนช่วงยี่สิบเอ็ดถึงยี่สิบแปดวันคือช่วงที่คอนกรีตมักได้กำลังตามออกแบบ ใต้กราฟมีแถบเวลาสามแถว แถบสีเทาคือยังไม่ควรทดสอบ แถบลายเส้นคือช่วงที่เริ่มได้ตามสเปคหรือผลทดสอบลูกปูน แถบทึบคือทดสอบได้ตามแนวปฏิบัติ Seismic Integrity Test เริ่มได้ประมาณเจ็ดวันขึ้นไปหลังเท เมื่อความเร็วคลื่นในคอนกรีตนิ่งพอคำนวณความลึกได้แม่น Dynamic Load Test หรือ PDA ต้องรอให้คอนกรีตรับแรงกระแทกได้ มักหลายสัปดาห์ตามสเปค และต้องเสริมหัวเข็มตามข้อกำหนด Static Load Test มักรอจนคอนกรีตได้กำลังตามออกแบบ ราวยี่สิบเอ็ดถึงยี่สิบแปดวัน หรือยืนยันด้วยผลกำลังอัดลูกปูน ช่องล่างเป็นเสาเข็มตอกคอนกรีตอัดแรงที่บ่มจากโรงงานแล้ว นับจากวันตอกเสร็จ ข้อจำกัดคือการคืนตัวของดินหรือ Soil Setup ไม่ใช่อายุคอนกรีต Seismic ทดสอบได้หลังตอกเสร็จและตัดหัวเข็มเรียบร้อย PDA แบบ Restrike มักรอเจ็ดวันขึ้นไปหลังตอกเพื่อให้ดินคืนตัว และ Static รอ Soil Setup ตามที่วิศวกรกำหนด แถบล่างสุดเตือนว่าตัวเลขเป็นแนวปฏิบัติที่พบบ่อย ให้ยึดข้อกำหนดโครงการและวิศวกรผู้ออกแบบ ให้ตรวจผลกำลังอัดลูกปูนก่อนทดสอบเสาเข็มเจาะ และในดินทรายผลของ Soil Setup น้อยกว่าดินเหนียว ระยะเวลารออาจสั้นกว่า อายุคอนกรีต (วัน) กับวันที่เริ่มทดสอบเสาเข็มแต่ละวิธีได้ แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ยังไม่ควรทดสอบ เริ่มได้ตามสเปค / ผลทดสอบลูกปูน ทดสอบได้ตามแนวปฏิบัติที่พบบ่อย เสาเข็มเจาะ (Bored Pile) นับจากวันเทคอนกรีต (วันที่ 0) 21–28 วัน กำลังตามออกแบบ (ตามสเปค) เส้นกำลังอัดคอนกรีต ตัวอย่างเชิงหลักการ ไม่ใช่ค่าจริง กำลังอัด → 0 7 14 21 28 35 42 อายุคอนกรีต (วัน) กำลังคอนกรีต เพิ่มขึ้นตามอายุหลังเท แต่ละวิธีใช้แรงต่างกัน จึงรออายุต่างกัน Seismic Integrity ตรวจความสมบูรณ์ ยังเร็วไป ~7 วันขึ้นไป · ความเร็วคลื่นนิ่ง คำนวณความลึกได้แม่น Dynamic (PDA) แรงกระแทกพลังงานสูง ยังเร็วไป มักหลายสัปดาห์ · ตามสเปค + เสริมหัวเข็มตามข้อกำหนด Static Load Test กด 2–3 เท่าน้ำหนักออกแบบ ยังไม่ได้กำลังตามออกแบบ 21–28 วัน ได้กำลังออกแบบ เสาเข็มตอก (คอนกรีตอัดแรงจากโรงงาน) นับจากวันตอกเสร็จ · ข้อจำกัดคือ Soil Setup ไม่ใช่อายุคอนกรีต 0 7 14 21 28 35 42 วันหลังตอกเสร็จ Seismic Integrity คอนกรีตบ่มจากโรงงานแล้ว ทดสอบได้หลังตอกเสร็จ + ตัดหัวเข็มเรียบร้อย Dynamic (PDA) ตอกซ้ำแบบ Restrike ดินคืนตัว ~7 วันขึ้นไปหลังตอก · รอ Soil Setup (ขึ้นกับชนิดดิน) Static Load Test รอดินคืนตัวเต็มที่ ดินคืนตัว รอ Soil Setup ตามที่วิศวกรกำหนด 1 ยึดสเปคโครงการ ตัวเลขเป็นแนวปฏิบัติที่พบบ่อย 2 ตรวจผลลูกปูนก่อน ยืนยันกำลังอัดของเข็มต้นนั้น 3 ทรายมักรอสั้นกว่า Soil Setup เด่นในดินเหนียว
เส้นเวลาเชิงหลักการ: เสาเข็มเจาะทดสอบ Seismic ได้ราว 7 วันขึ้นไป PDA มักหลายสัปดาห์ตามสเปค และ Static ราว 21–28 วัน ส่วนเสาเข็มตอก PDA/Static รอ Soil Setup ~7 วันขึ้นไป — เส้นกำลังคอนกรีตเป็นตัวอย่างเชิงหลักการ ไม่ใช่ค่าจริง ตัวเลขจริงยึดตามข้อกำหนดโครงการและวิศวกรผู้ออกแบบ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ทำไมต้องรอให้คอนกรีตได้กำลังก่อนทดสอบเสาเข็ม?

เพราะแต่ละวิธีใช้แรงกับเสาเข็มต่างกันมาก ตั้งแต่เคาะเบา ๆ (Seismic) กระแทกด้วยพลังงานสูง (PDA) ไปจนถึงกดน้ำหนักจริงหลายเท่าของน้ำหนักออกแบบ (Static) จึงต้องการอายุคอนกรีตต่างกัน กำลังคอนกรีต คือ ความสามารถของเนื้อคอนกรีตในการรับแรง ซึ่งเพิ่มขึ้นตามอายุหลังเท

Seismic Test (~7 วัน) — รอให้ความเร็วคลื่นนิ่ง

การแปลผล Seismic Integrity Test ใช้ความเร็วคลื่นในคอนกรีตคำนวณตำแหน่งสัญญาณสะท้อน คอนกรีตอายุน้อยยังมีกำลังต่ำและความเร็วคลื่นยังไม่นิ่ง ทำให้คำนวณความลึกคลาดเคลื่อน แนวปฏิบัติทั่วไปจึงรอประมาณ 7 วันขึ้นไปหลังเทคอนกรีต เพื่อให้ความเร็วคลื่นเข้าใกล้ค่าปกติ

ส่วนเสาเข็มตอกผลิตจากโรงงานและบ่มจนได้กำลังก่อนส่งเข้าหน้างานอยู่แล้ว จึงทดสอบ Seismic ได้หลังตอกเสร็จและตัดหัวเข็มเรียบร้อย โดยไม่ต้องรออายุคอนกรีตที่หน้างาน

PDA (มักหลายสัปดาห์) — คอนกรีตต้องรับแรงกระแทกได้

Dynamic Load Test (PDA) ใช้ตุ้มน้ำหนักหรือปั้นจั่นตอกกระแทกหัวเสาเข็มด้วยพลังงานสูง หากคอนกรีตเสาเข็มเจาะยังมีกำลังไม่พอ หัวเข็มอาจแตกเสียหายระหว่างทดสอบ จึงต้องรอจนคอนกรีตมีกำลังเพียงพอตามที่วิศวกรกำหนด ซึ่งมักใช้เวลาหลายสัปดาห์และนานกว่า Seismic Test นอกจากนี้ต้องเตรียมหัวเข็ม เช่น เสริมปลอกหรือเทหัวเข็มใหม่ให้แข็งแรงตามข้อกำหนด

การทดสอบ PDA ตอกกระแทกหัวเสาเข็มด้วยพลังงานสูง คอนกรีตต้องแข็งพอไม่ให้หัวเข็มแตก
PDA กระแทกหัวเสาเข็มด้วยพลังงานสูง — คอนกรีตเสาเข็มเจาะต้องได้กำลังพอก่อน ไม่เช่นนั้นหัวเข็มเสี่ยงแตกระหว่างทดสอบ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

Static Load Test (~21–28 วัน) — ต้องรับน้ำหนักทดสอบเต็มพิกัด

Static Load Test กดน้ำหนักจริงบนหัวเสาเข็ม โดยทั่วไปสูงถึง 2–3 เท่าของน้ำหนักบรรทุกออกแบบตามที่สเปคกำหนด เสาเข็มเจาะจึงมักต้องรอจนคอนกรีตได้กำลังตามออกแบบ ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ราว 21–28 วัน หรือยืนยันด้วยผลทดสอบกำลังอัดลูกปูน (ตัวอย่างคอนกรีตทรงกระบอกหรือลูกบาศก์) ของเสาเข็มต้นนั้น

Static Load Test กดน้ำหนักจริงบนเสาเข็ม ต้องรอคอนกรีตได้กำลังออกแบบก่อนทดสอบ
Static Load Test กดน้ำหนักจริงหลายเท่าของน้ำหนักออกแบบ จึงต้องรอคอนกรีตได้กำลังเต็มที่ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

Soil Setup คืออะไร ทำไมเสาเข็มตอกต้องรอก่อนวัดกำลัง?

Soil Setup คือ ปรากฏการณ์ที่กำลังรับน้ำหนักของเสาเข็มเพิ่มขึ้นตามเวลาหลังตอก เพราะดินรอบเข็มที่ถูกรบกวนค่อย ๆ คืนตัว ผลนี้เด่นชัดในเสาเข็มตอกในดินเหนียว เช่น ชั้นดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ และเป็นประเด็นที่หลายคนมองข้าม

ตอนตอกเสาเข็ม ดินรอบเข็มถูกรบกวนอย่างรุนแรง แรงดันน้ำในโพรงดิน (Pore Water Pressure) เพิ่มสูงขึ้น ทำให้กำลังของดินรอบเข็ม ต่ำกว่าปกติชั่วคราว เมื่อเวลาผ่านไป แรงดันน้ำค่อย ๆ ระบายออกและดินคืนตัว กำลังรับน้ำหนักของเสาเข็มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Soil Setup (หรือ Soil Freeze) ดูวิธีวัดผลนี้ด้วยการตอกซ้ำได้ที่ Restrike Test และ Soil Set-up

ผลในทางปฏิบัติ:

  • ถ้าทดสอบ PDA หรือ Static ทันทีหลังตอก ค่ากำลังที่วัดได้มักต่ำกว่ากำลังระยะยาวจริง เสาเข็มอาจดูเหมือนรับน้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์ ทั้งที่กำลังระยะยาวอาจเพียงพอ
  • ข้อกำหนดโครงการจึงมักกำหนดระยะเวลารอขั้นต่ำหลังตอก (ที่พบบ่อยคือระดับ 7 วันขึ้นไป ขึ้นอยู่กับชนิดดิน) ก่อนทดสอบกำลังรับน้ำหนัก
  • ในดินทราย ผลกระทบนี้น้อยกว่าดินเหนียวมาก ระยะเวลารออาจสั้นกว่า และในบางชั้นดินอาจเกิดกรณีกลับกัน คือกำลังลดลงตามเวลา (Relaxation) ซึ่งวิศวกรต้องพิจารณาจากผลทดสอบซ้ำ
💡 ทำไม Restrike ให้ค่าสูงกว่า End of Drive

นี่คือเหตุผลที่การทดสอบ PDA แบบ Restrike (ตอกซ้ำหลังทิ้งช่วง) มักให้ค่ากำลังสูงกว่าการวัดตอนตอกจบ (End of Drive) โดยเฉพาะในดินเหนียว และเป็นค่าที่สะท้อนกำลังใช้งานจริงมากกว่า

วางแผนตารางทดสอบเสาเข็มอย่างไรไม่ให้งานสะดุด?

ให้ใส่ระยะเวลารอทดสอบไว้ในแผนงานตั้งแต่วันแรก และทดสอบเป็นล็อตตามวันเทหรือวันตอก ไม่ต้องรอให้เข็มเสร็จทุกต้น แนวทางปฏิบัติมีดังนี้

  1. ใส่ระยะเวลารอทดสอบเข้าไปในแผนงานตั้งแต่ต้น — ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือวางแผนทำฐานรากต่อทันทีหลังงานเข็มเสร็จ โดยลืมเผื่อเวลารอทดสอบ ทำให้แผนงานเลื่อนทั้งโครงการ
  2. ทดสอบเป็นล็อต — ไม่ต้องรอเข็มเสร็จทุกต้น เข็มโซนแรกที่ครบอายุแล้วทดสอบก่อน ระหว่างนั้นงานเข็มโซนอื่นเดินหน้าต่อ
  3. ประสานทีมทดสอบล่วงหน้า — จองคิวทดสอบตั้งแต่รู้กำหนดเทคอนกรีต/ตอกเสร็จ เพื่อให้ทีมเข้าหน้างานได้ทันทีที่ครบอายุ
  4. เตรียมหัวเข็มให้พร้อมก่อนวันทดสอบ — ตัดหัวเข็ม เจียรผิว หรือเสริมหัวเข็มตามข้อกำหนดของแต่ละการทดสอบ จะได้ไม่เสียเที่ยวทีมทดสอบ
  5. ตรวจผลกำลังอัดลูกปูนก่อนนัดทีม — ยืนยันว่าคอนกรีตของล็อตนั้นถึงเกณฑ์ตามสเปคแล้ว โดยเฉพาะก่อนทดสอบ PDA และ Static

ภาพ 3 มิติด้านล่างแสดงหน้างานที่เทเสาเข็มเจาะเป็นล็อตต่างวันกัน ป้ายบอกอายุคอนกรีตของแต่ละล็อต และสัญลักษณ์บนหัวเข็มบอกว่าวันนี้ทดสอบวิธีใดได้แล้ว

แบบจำลอง 3 มิติ หน้างานเสาเข็มเจาะที่เทคอนกรีตเป็นล็อตต่างวันกัน แต่ละล็อตติดป้ายอายุคอนกรีตและระบายสีตามวิธีทดสอบที่ทำได้ในวันนี้ พร้อมจุดทดสอบกำลังอัดลูกปูน ภาพสามมิติเชิงแนวคิดของหน้างานเสาเข็มเจาะบนก้อนดินที่ตัดให้เห็นหน้าตัด แบ่งเสาเข็มเป็นสี่ล็อตเรียงตามลำดับการเทจากซ้ายไปขวา แต่ละล็อตมีเสาเข็มสามต้นและป้ายบอกอายุคอนกรีต ล็อตซ้ายสุดอายุ 21 ถึง 28 วัน ระบายสีน้ำเงินเข้ม หัวเข็มมีสัญลักษณ์ครบทั้ง Seismic, PDA และ Static เมื่อผลกำลังอัดลูกปูนถึงเกณฑ์ ล็อตที่สองอายุหลายสัปดาห์ ระบายสีส้ม ทดสอบ Seismic และ PDA ได้เมื่อคอนกรีตรับแรงกระแทกได้ตามสเปค ล็อตที่สามอายุ 7 วันขึ้นไป ระบายสีฟ้า ทดสอบ Seismic ได้ มีวิศวกรกำลังเคาะหัวเข็มด้วยค้อน ล็อตขวาสุดอายุน้อยกว่า 7 วัน สีเทา ยังไม่ทดสอบ และมีโครงแขวนกรวยเทคอนกรีตผ่านท่อ Tremie ลงปลอกเหล็กของเสาเข็มที่เทวันนี้ ซึ่งนับเป็นวันที่ 0 ของล็อต มุมล่างซ้ายเป็นจุดเก็บตัวอย่างลูกปูนทรงกระบอกและทรงลูกบาศก์แยกสีตามล็อต วางข้างเครื่องทดสอบกำลังอัด กรอบด้านขวาสรุปกติกาเบื้องต้นจากบทความ ได้แก่ Seismic ประมาณ 7 วันขึ้นไปเมื่อความเร็วคลื่นนิ่ง PDA มักหลายสัปดาห์ตามสเปคเพราะหัวเข็มต้องรับแรงกระแทกได้ Static ประมาณ 21 ถึง 28 วันเมื่อคอนกรีตได้กำลังตามออกแบบ ให้ตรวจผลกำลังอัดตัวอย่างก่อนทดสอบ ส่วนเสาเข็มตอกทดสอบ Seismic ได้หลังตอกและตัดหัวเข็ม แต่ PDA และ Static ต้องรอ Soil Setup มักเจ็ดวันขึ้นไป และระบุว่าตัวเลขจริงยึดตามข้อกำหนดโครงการและวิศวกรผู้ออกแบบ แบบจำลอง 3 มิติ (3D): เข็มเจาะหลายล็อต อายุต่างกัน ทดสอบได้ต่างกัน แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน 21–28 วัน หลายสัปดาห์ ≥ 7 วัน < 7 วัน ลำดับการเทคอนกรีต: ล็อตแรก → ล่าสุด ยิ่งเทก่อน อายุคอนกรีตยิ่งมาก → ทดสอบได้หลายวิธีกว่า เทคอนกรีตวันนี้ = วันที่ 0 ของต้นนี้ เคาะ Seismic ได้แล้ว ล็อตที่อายุครบ ~7 วัน สัญลักษณ์บนหัวเข็ม: ฟ้า = Seismic วงส้ม = PDA · กรอบน้ำเงิน = Static จุดทดสอบกำลังอัดลูกปูน ตัวอย่างแยกตามล็อต ผลถึงเกณฑ์ตามสเปค ก่อนนัดทีมทดสอบ PDA / Static กติกาเบื้องต้น (เสาเข็มเจาะ) < 7 วัน · ยังไม่ทดสอบ คอนกรีตอายุน้อย ความเร็วคลื่นยังไม่นิ่ง Seismic · ~7 วันขึ้นไป ความเร็วคลื่นนิ่งพอ คำนวณความลึกได้แม่น PDA · มักหลายสัปดาห์ หัวเข็มต้องรับแรงกระแทกได้ ตามสเปค + เสริมหัวเข็ม Static · ~21–28 วัน คอนกรีตได้กำลังตามออกแบบ รับน้ำหนักทดสอบ 2–3 เท่า ตรวจผลกำลังอัดตัวอย่าง ก่อนทดสอบทุกครั้ง ลูกปูนของเข็มต้นนั้นถึงเกณฑ์ เสาเข็มตอก (จากโรงงาน) Seismic: หลังตอก + ตัดหัวเข็ม PDA/Static: รอ Soil Setup ~7 วัน+ ตัวเลขจริงยึดสเปคโครงการ/วิศวกร ภาพเชิงแนวคิด ไม่ใช่ผังจริง
แบบจำลอง 3 มิติเชิงแนวคิด: ล็อตอายุน้อยกว่า 7 วันยังไม่ทดสอบ ล็อต 7 วันขึ้นไปทดสอบ Seismic ได้ ล็อตหลายสัปดาห์ (ตามสเปค) เพิ่ม PDA และล็อต 21–28 วันเพิ่ม Static เมื่อผลลูกปูนถึงเกณฑ์ — ไม่ใช่ผังจริง ตัวเลขจริงยึดตามข้อกำหนดโครงการและวิศวกรผู้ออกแบบ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ต้องการภาพรวมว่าเสาเข็มแต่ละแบบทดสอบด้วยวิธีใดบ้าง อ่านต่อได้ที่ คู่มือทดสอบเสาเข็มครบทุกวิธี และดูเกณฑ์ว่า ต้องทดสอบเสาเข็มกี่ต้น

📌 หมายเหตุ

บทความนี้จัดทำเพื่อเป็นความรู้ทางวิศวกรรมภาพรวม ตัวเลขระยะเวลารอทั้งหมด (7 วัน, 21–28 วัน) เป็นแนวปฏิบัติที่พบบ่อย การกำหนดระยะเวลารอจริง อายุคอนกรีตขั้นต่ำ และวิธีทดสอบ ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเฉพาะของโครงการและดุลยพินิจของวิศวกรผู้ออกแบบที่มีใบอนุญาต ไม่ใช่คำแนะนำการออกแบบที่เจาะจงกับเสาเข็มต้นใดต้นหนึ่ง