ทำไมต้องเตรียมหัวเสาเข็มก่อนทดสอบ?
การเตรียมหัวเสาเข็ม (pile head preparation) คือขั้นตอนทำให้หัวเสาเข็มอยู่ในสภาพที่เครื่องมือวัดอ่านค่าได้ตรงกับพฤติกรรมจริงของเสาเข็ม เพราะทั้ง การทดสอบเสาเข็มพลศาสตร์ (Dynamic Load Test, PDA) และ Seismic Integrity Test ต่างอาศัยคลื่นความเค้นที่วิ่งผ่านเนื้อคอนกรีต ถ้าหัวเข็มยังมีคอนกรีตเสียอยู่ คลื่นจะสะท้อนผิดตั้งแต่จุดเริ่มต้น
คอนกรีตส่วนบนสุดของเสาเข็มมักไม่สมบูรณ์อยู่แล้วโดยธรรมชาติของงาน ในเสาเข็มเจาะคือชั้นน้ำปูนและตะกอน (laitance) ที่ลอยขึ้นมาระหว่างเทคอนกรีตแทนที่สารละลาย ส่วนในเสาเข็มตอกคือคอนกรีตที่แตกร้าวจากการรับแรงกระแทกซ้ำ ๆ ตอนตอก ทั้งสองกรณีต้องสกัดออกให้หมดก่อน
ผลของการไม่เตรียมหัวเข็มไม่ใช่แค่ค่าที่คลาดเคลื่อน แต่คือการเสียเที่ยว ทีมทดสอบเดินทางถึงหน้างานแล้วทดสอบไม่ได้ ต้องนัดใหม่ทั้งรอบ ซึ่งมีค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือเพิ่ม
เตรียมหัวเสาเข็มก่อน Seismic Integrity Test อย่างไร?
Seismic Integrity Test เตรียมง่ายที่สุดในสามวิธี เพราะต้องการแค่เนื้อคอนกรีตดีกับผิวเรียบเป็นจุดเล็ก ๆ การทดสอบนี้ตรวจความสมบูรณ์ของเสาเข็มด้วยคลื่นความเค้นระดับต่ำ (Low Strain) โดยเคาะหัวเสาเข็มด้วยค้อนมือแล้ววัดสัญญาณสะท้อนกลับ มาตรฐานหลักคือ มยผ. 1551-51 ส่วนวิธีทดสอบตาม ASTM D5882-16 ซึ่ง ASTM ถอนสถานะในปี 2025 ให้อ้างอิงแบบระบุปีฉบับ
สิ่งที่ต้องเตรียม: สกัดคอนกรีตส่วนบนออกจนถึงเนื้อคอนกรีตแข็งดี เคาะแล้วเสียงแน่นไม่กลวง จากนั้นขัดผิวหน้าให้เรียบอย่างน้อย 2 จุด คือจุดวางหัววัดความเร่ง (accelerometer) และจุดที่จะเคาะค้อน ผิวหน้าต้องแห้ง ไม่มีน้ำขัง ไม่มีเศษดินหรือเศษคอนกรีตหลุดร่วง เสาเข็มเจาะขนาดใหญ่มักเคาะวัดหลายตำแหน่งบนหน้าตัด จึงควรถามทีมทดสอบก่อนว่าต้องเตรียมกี่จุด
หัวเข็มต้องโผล่พ้นระดับดินหรืออยู่ในหลุมที่เปิดกว้างพอให้คนเข้าไปวางเครื่องมือและเคาะได้สะดวก ถ้าหัวเข็มจมน้ำ ต้องสูบน้ำออกก่อน เพราะน้ำที่ผิวหน้าจะทำให้หัววัดยึดไม่แน่นและสัญญาณเพี้ยน
เตรียมหัวเสาเข็มก่อน PDA Test อย่างไร?
PDA Test ต้องเตรียมหัวเข็มเข้มงวดกว่าวิธีเคาะด้วยค้อนมือมาก เพราะหัวเข็มต้องรับแรงกระแทกจริงจากตุ้มน้ำหนัก และต้องยึดหัววัดที่ผิวข้างของเสาเข็ม การทดสอบนี้ประเมินกำลังรับน้ำหนักของเสาเข็มด้วยวิธีพลศาสตร์ (High Strain) ตาม มยผ. 1252-51 และ ASTM D4945
จุดที่ต่างจาก Seismic ชัดที่สุดคือ ต้องเปิดเนื้อเสาเข็มด้านข้างให้โผล่พ้นดินเป็นระยะหนึ่ง เพราะหัววัดความเครียด (Strain Transducer) 2 ตัว และหัววัดความเร่ง (Accelerometer) 2 ตัว ต้องยึดเป็นคู่ที่ผิวข้างด้านตรงข้ามกัน ไม่ใช่วางบนหน้าตัด ASTM D4945 กำหนดให้ติดหัววัดต่ำกว่าหัวเสาเข็มไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของขนาดหน้าตัด (1.5B) ในทางปฏิบัติจึงมักขุดหลุมรอบเสาเข็มลึกประมาณ 1.5B–2.0B และเว้นระยะว่างจากผิวเสาเข็มประมาณ 0.8 m ให้คนเข้าไปติดตั้งได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละโครงการ ขนาดเสาเข็ม และวิธีติดตั้งของทีมทดสอบ ให้ยืนยันกับทีมก่อนขุดเปิด
รายการเตรียมงานฝั่ง PDA:
- สกัดถึงเนื้อดี — คอนกรีตส่วนบนที่แตกร้าวหรือเป็นน้ำปูนต้องออกให้หมด เหลือเนื้อที่รับแรงกระแทกได้โดยไม่แตกซ้ำ
- หน้าตัดเรียบและตั้งฉากกับแกนเสาเข็ม — ถ้าหน้าตัดเอียง แรงกระแทกจะลงไม่สมมาตร ทำให้สัญญาณสองข้างต่างกันจนวิเคราะห์ไม่ได้
- เหล็กเสริมที่โผล่ต้องจัดการ — ตัดหรือดัดพับให้ไม่กีดขวางแนวตุ้มและแผ่นรองหัวเข็ม โดยยืนยันกับวิศวกรผู้ออกแบบก่อนตัด เพราะเหล็กส่วนนี้อาจต้องใช้ต่อกับฐานราก
- ผิวข้างสะอาด — จุดที่จะเจาะยึดหัววัดต้องเป็นเนื้อคอนกรีตเรียบ ไม่มีดินเกาะ ไม่ใช่ตำแหน่งที่มีรอยร้าว
- พื้นที่รอบหัวเข็ม — ต้องเปิดกว้างพอให้ปั้นจั่นหรือเครนตั้งตุ้มได้ และพื้นต้องแน่นพอรับน้ำหนักเครื่องจักร
อายุคอนกรีตสำคัญไม่แพ้กัน เพราะหัวเข็มที่คอนกรีตยังได้กำลังไม่พอเสี่ยงแตกระหว่างรับแรงกระแทก รายละเอียดอ่านได้ที่ เสาเข็มหล่อเสร็จกี่วันถึงทดสอบได้ ถ้าเป็นเสาเข็มเจาะ อ่านข้อควรรู้เรื่องแผ่นรองหัวเข็มและตุ้มทดสอบเพิ่มเติมได้ที่ PDA ทดสอบเสาเข็มเจาะได้ไหม
เตรียมหัวเสาเข็มก่อน Static Load Test อย่างไร?
Static Load Test คือการกดน้ำหนักจริงลงบนหัวเสาเข็มแล้ววัดการทรุดตัว อ้างอิง ASTM D1143/D1143M และ มยผ. 1251 การเตรียมจึงเน้นให้หัวเข็มรับแรงกดได้โดยไม่แตก และผิวรับน้ำหนักราบเรียบ
โดยทั่วไปต้องสกัดถึงเนื้อดี แล้วเทคอนกรีตปรับระดับ (capping) ให้ผิวหน้าราบและตั้งฉาก เพื่อกระจายแรงลงหน้าตัดอย่างสม่ำเสมอ พร้อมเปิดพื้นที่รอบหัวเข็มให้ตั้งระบบรับน้ำหนักและติดตั้งมาตรวัดการทรุดตัวได้ รายละเอียดของแท่นรับน้ำหนักและระยะเผื่อจะต่างกันตามแบบที่วิศวกรผู้รับผิดชอบกำหนด
ภาพด้านล่างสรุปทั้ง 3 วิธี รูปตัด 2 มิติแสดงหัวเสาเข็มเจาะที่เตรียมเสร็จในหลุมที่สูบน้ำออกแล้ว ส่วนแบบจำลอง 3 มิติวางเสาเข็ม 3 ต้นเทียบกัน ต้นละวิธีทดสอบ ให้สังเกตว่าทุกต้นสกัดถึงเนื้อคอนกรีตดีเหมือนกัน แต่ความเรียบของหน้าตัด การเปิดผิวข้าง และสิ่งที่วางบนหัวเข็มต่างกันตามวิธีทดสอบ
เตรียมหัวเสาเข็มแต่ละวิธีต่างกันอย่างไร? เช็คลิสต์ 3 วิธี
ทั้ง 3 วิธีต้องสกัดถึงเนื้อคอนกรีตดีและทำให้หลุมแห้งเหมือนกัน ส่วนที่ต่างคือ Seismic ขัดเรียบเฉพาะจุด PDA ต้องเรียบตั้งฉากทั้งหน้าตัดและเปิดผิวข้าง และ Static Load Test ต้องเทปรับระดับหัวเข็ม ภาพด้านล่างเทียบหัวเข็มที่ยังไม่พร้อมทดสอบ (ซ้าย) กับหัวเข็มที่พร้อมทดสอบ (ขวา) และแถบล่างสรุปการเตรียมเฉพาะของแต่ละวิธี
ยังไม่พร้อมทดสอบ
- คอนกรีตส่วนบนแตกร้าวและเป็นน้ำปูน ยังไม่สกัดถึงเนื้อดี
- ดินยังกลบรอบหัวเข็ม เข้าไม่ถึงผิวข้างเสาเข็ม
- เหล็กเสริมโผล่ ยังไม่ตัดหรือดัดพับให้พ้นแนวทดสอบ
พร้อมทดสอบ
- สกัดถึงเนื้อคอนกรีตดี หน้าตัดเรียบและตั้งฉากกับแกนเสาเข็ม
- ผิวข้างสะอาด พร้อมเจาะยึดหัววัดของ PDA
- เปิดพื้นที่รอบหัวเข็ม สูบน้ำและไล่ดินออกจากหลุมแล้ว
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| รายการเตรียม | Seismic Integrity | PDA (Dynamic) | Static Load Test |
|---|---|---|---|
| สกัดคอนกรีตเสียออกจนถึงเนื้อดี | ต้องทำ | ต้องทำ | ต้องทำ |
| ผิวหน้าเรียบเฉพาะจุดวางหัววัด | ต้องทำ | ไม่พอ ต้องเรียบทั้งหน้าตัด | ไม่พอ ต้องปรับระดับทั้งหน้าตัด |
| หน้าตัดตั้งฉากกับแกนเสาเข็ม | ไม่บังคับ | ต้องทำ | ต้องทำ |
| เปิดผิวข้างเสาเข็มสำหรับยึดหัววัด | ไม่ต้อง | ต้องทำ | ไม่ต้อง |
| จัดการเหล็กเสริมที่โผล่ | เท่าที่กีดขวาง | ต้องทำ | ตามแบบระบบรับน้ำหนัก |
| สูบน้ำหรือไล่ดินออกจากหลุม | ต้องทำ | ต้องทำ | ต้องทำ |
| พื้นที่ให้เครื่องจักรเข้าถึง | เดินเข้าถึงได้ก็พอ | ต้องรับปั้นจั่นหรือเครน | ต้องรับแท่นและน้ำหนักถ่วง |
ตารางนี้เป็นแนวทางทั่วไป รายละเอียดจริงให้ยึดตามที่ทีมทดสอบแจ้งก่อนเข้าหน้างาน เพราะขนาดเสาเข็ม ชนิดเข็ม และสภาพหน้างานทำให้ข้อกำหนดต่างกันได้
ข้อผิดพลาดอะไรที่ทำให้ต้องนัดทดสอบใหม่?
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ทีมทดสอบต้องกลับมาใหม่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องพื้นฐาน 5 ข้อด้านล่าง และป้องกันได้เกือบทั้งหมดถ้าตรวจหัวเข็มก่อนวันนัด
- สกัดตื้นเกินไป — เห็นคอนกรีตแล้วคิดว่าใช้ได้ แต่เคาะยังมีเสียงกลวง แปลว่ายังไม่ถึงเนื้อดี
- หน้าตัดเอียง — สกัดด้วยเครื่องจนหน้าตัดลาดเอียง ทำให้แรงกระแทกหรือแรงกดลงไม่สมมาตร
- ไม่เปิดผิวข้างสำหรับ PDA — เตรียมเฉพาะหน้าตัดแล้วกลบดินไว้รอบเข็ม ยึดหัววัดไม่ได้
- หลุมมีน้ำขัง — โดยเฉพาะหน้าฝน ต้องเตรียมปั๊มไว้ที่หน้างาน
- เหล็กเสริมโผล่ยาวเกะกะ — กีดขวางแผ่นรองหัวเข็มและแนวตุ้ม ต้องตัดหรือดัดก่อน
วิธีป้องกันที่ง่ายที่สุดคือคุยกับทีมทดสอบล่วงหน้า 2–3 วัน แล้วส่งรูปหัวเข็มให้ดูก่อนนัดวันจริง
ใครเป็นคนเตรียมหัวเสาเข็ม และมีค่าใช้จ่ายไหม?
การเตรียมหัวเสาเข็มเป็นหน้าที่ของผู้รับเหมาหรือเจ้าของงาน ไม่ใช่ของทีมทดสอบ และค่าสกัดหรือขุดเปิดหัวเข็มไม่รวมอยู่ในราคาทดสอบ ตามธรรมเนียมงานก่อสร้างในไทย งานส่วนนี้เป็นงานสกัดคอนกรีตและงานดินที่ใช้เครื่องมือและแรงงานของหน้างานอยู่แล้ว ควรระบุให้ชัดในสัญญาจ้างว่าใครรับผิดชอบ
ค่าบริการทดสอบของ SPN คิดเฉพาะงานทดสอบ โดย PDA (Dynamic Load Test) เริ่มต้นประมาณ 5,500 บาทต่อต้น และ Seismic Integrity Test ประมาณ 100-150 บาทต่อต้น ส่วน Static Load Test อยู่ที่ประมาณ 50,000-150,000 บาทต่อต้นขึ้นไปตามน้ำหนักทดสอบและระบบรับน้ำหนัก
ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน
ถ้าไม่แน่ใจว่าหัวเข็มที่หน้างานพร้อมทดสอบหรือยัง ส่งรูปหัวเข็มทาง LINE @spnth ให้ทีมวิศวกร SPN ดูก่อนได้ เราช่วยประเมินให้ฟรี ดูภาพรวมบริการทั้งหมดได้ที่หน้า บริการทดสอบเสาเข็ม
เนื้อหาอธิบายแนวปฏิบัติทั่วไปในการเตรียมหัวเสาเข็มเพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ระยะที่ต้องเปิดผิวข้างเสาเข็ม ความลึกที่ต้องสกัด และเกณฑ์การยอมรับของแต่ละโครงการ ต้องกำหนดโดยวิศวกรผู้รับผิดชอบและระบุไว้ในสเปกของโครงการนั้นโดยตรง