หน้าหลัก เกี่ยวกับเรา บริการ เจาะสำรวจและทดสอบดิน ทดสอบเสาเข็ม สำรวจภูมิประเทศ ติดตั้งเครื่องมือวัด Structural Testing ประเมินสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ออกแบบด้านวิศวกรรมธรณี ออกแบบด้านวิศวกรรมโยธา บทความ ดูทั้งหมด → มาตรฐาน ASTM งานเจาะดิน กฎกระทรวงฐานราก 2566 แปลผลค่า SPT N-value วิธีทดสอบเสาเข็มทุกแบบ กำลังรับน้ำหนักของดิน 📞 ติดต่อเรา
Nondestructive Evaluation & Structural Assessment

ตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE) GPR · UPV · Core Test · Parallel Seismic

หาคำตอบให้อาคารเก่า โครงสร้างมีรอยร้าว หรือฐานรากที่ไม่มีแบบก่อสร้าง โดยไม่ต้องทุบพิสูจน์ ตรวจได้ทั้งกำลังคอนกรีต ตำแหน่งเหล็กเสริม โพรงใต้พื้น และความลึกเสาเข็มเดิม สรุปเป็นรายงานเชิงวิศวกรรมที่นำไปตัดสินใจซ่อมแซมหรือต่อเติมได้จริง

บริการตรวจสอบโครงสร้าง

อาคารร้าว ต่อเติม หรือซื้อ-ขายตึกเก่า ควรตรวจอะไรก่อนตัดสินใจ

การตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Evaluation: NDE) คือการประเมินสภาพโครงสร้างด้วยคลื่นเสียง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และการเจาะเก็บตัวอย่างขนาดเล็ก โดยอาคารยังใช้งานได้ตามปกติ เหมาะกับการประเมินก่อนต่อเติม ตรวจรับงานก่อสร้าง วิเคราะห์สาเหตุรอยร้าว และหาความลึกฐานรากเดิมที่ไม่มีแบบ ครอบคลุมทั้งคอนกรีต เหล็กเสริม และเสาเข็ม

Concrete Quality Assessment

ทดสอบคุณภาพและกำลังคอนกรีต

ประเมินกำลังรับแรงอัดและคุณภาพคอนกรีตโดยไม่ทำลายโครงสร้างเดิม

Core Drilling & Compressive Strength

เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีตแกนกลม ทดสอบกำลังรับแรงอัดจริงในห้องปฏิบัติการ ตามมาตรฐาน ASTM C42

Rebound Hammer / Schmidt Hammer

ทดสอบความแข็งผิวคอนกรีตแบบรวดเร็ว แปลงค่าเป็นกำลังรับแรงอัดโดยประมาณ ตาม มยผ.1502-51 และ ASTM C805 (ดูขั้นตอนทดสอบหน้างาน)

Ultrasonic Pulse Velocity (UPV)

ส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านคอนกรีต ประเมินคุณภาพและตรวจหาโพรงหรือรอยแตกภายใน ตามมาตรฐาน ASTM C597

Carbonation Depth Test

วัดความลึกที่คาร์บอเนชันแทรกซึม ประเมินอายุการใช้งานที่เหลือและความเสี่ยงการกัดกร่อนเหล็กเสริม ตามมาตรฐาน BS EN 14630

Crack / Void / Rebar Detection

ตรวจหารอยร้าว โพรง และเหล็กเสริม

ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและเทคโนโลยีขั้นสูงตรวจหาสิ่งผิดปกติภายในโครงสร้างและใต้ดิน

Ground Penetrating Radar (GPR)

สแกนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 2 การใช้งาน: สแกนโครงสร้างคอนกรีตหาเหล็กเสริม โพรง ท่อฝัง (มยผ.1507-51 · ACI 228.2R) และสำรวจใต้ผิวดินหาท่อ วัตถุฝัง โพรงใต้ดิน (ASTM D6432) — ความลึกที่ตรวจได้ขึ้นอยู่กับความถี่เสาอากาศและสภาพวัสดุหน้างาน

Rebar Locator / Profometer

ระบุตำแหน่ง ขนาด และระยะคลุม (Cover Depth) ของเหล็กเสริมในคอนกรีตโดยไม่ต้องเจาะ

Half-Cell Potential Test

วัดศักย์ไฟฟ้าของเหล็กเสริม ประเมินความน่าจะเป็นในการกัดกร่อน เหมาะกับโครงสร้างอายุมากหรือสภาวะรุนแรง ตามมาตรฐาน ASTM C876

Crack Mapping & Monitoring

สำรวจและทำแผนที่รอยร้าว วัดความกว้างและความยาว ติดตามการเปลี่ยนแปลงด้วย Crack Gauge

Foundation & Structural Assessment

ประเมินฐานรากและโครงสร้าง

ทดสอบและประเมินความสามารถรับน้ำหนักของฐานรากและโครงสร้างอาคาร

Pull Out Test

ทดสอบแรงดึง (Pull-Out Strength) ของ Anchor Bolt และวัสดุยึดในคอนกรีต วัด Load-Displacement Curve ยืนยันกำลังยึดเกาะ

Parallel Seismic Test

ประเมินความยาวเสาเข็มและฐานรากเดิมโดยไม่ต้องขุด เหมาะกับโครงสร้างเก่าที่ไม่มีแบบก่อสร้าง ตามมาตรฐาน ASTM D8381

Side Echo Test

ทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มและฐานรากเดิมที่เข้าถึงหัวเข็มไม่ได้ โดยเคาะและรับสัญญาณจากผิวด้านข้างในหลุมที่ขุดเปิด ใช้หลักการ Low-Strain Integrity ตาม มยผ.1551-51

Floor Loading Test

ทดสอบความสามารถรับน้ำหนักบรรทุกของพื้นคอนกรีต วัดการโก่งตัว (Deflection) ยืนยันว่าพื้นรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบ

Foundation & Structural Inspection

ตรวจสอบสภาพฐานราก คาน เสา และพื้น ประเมินความเสียหายและการเสื่อมสภาพ พร้อมรายงานข้อเสนอแนะซ่อมบำรุง

Structural Back Analysis

วิเคราะห์ย้อนกลับจากผลทดสอบและข้อมูลหน้างาน หาสาเหตุความเสียหาย ประเมินกำลังที่เหลือ และวางแผนเสริมกำลังโครงสร้าง

🔬 ผลงาน Structural Testing

คลิกรูปเพื่อขยาย
Parallel Seismic Test — ในอาคาร
Parallel Seismic
Parallel Seismic Test — ในอาคาร
Pull Out Test — Sirius Project, Chonburi
Pull Out Test
Pull Out Test — Sirius Project, Chonburi
Side Echo Test — ทดสอบความสมบูรณ์ฐานรากจากด้านข้างในหลุมเปิด
Side Echo
Side Echo Test — เปิดหลุมทดสอบจากด้านข้างฐานรากเดิม
Parallel Seismic Test — ขุดเปิดข้างฐานรากและเตรียมท่อ Access Tube
Parallel Seismic
Parallel Seismic Test — ขุดเปิดข้างฐานรากและเตรียมท่อวัดสัญญาณ
Parallel Seismic Test — เก็บข้อมูลคลื่นด้วยคอมพิวเตอร์ริมอาคาร
Parallel Seismic
Parallel Seismic Test — เก็บข้อมูลคลื่นด้วยคอมพิวเตอร์หน้างาน
Parallel Seismic Test — แผนภาพหลักการ
Parallel Seismic
Parallel Seismic Test — แผนภาพหลักการ
Side Echo Test — เคาะผิวข้างฐานรากและรับสัญญาณด้วยเครื่อง Seismic Integrity Tester
Side Echo
Side Echo Test — เคาะผิวข้างฐานรากและรับสัญญาณด้วยเครื่อง SIT
Rebar Scanner — สแกนหาตำแหน่งเหล็กเสริมบนพื้นคอนกรีต
Rebar Scan
Rebar Scanner — สแกนหาตำแหน่งเหล็กเสริมบนพื้นอาคาร
Rebar Scanner — ทีมวิศวกร SPN สแกนเหล็กเสริมหน้างานจริง
Rebar Scan
Rebar Scanner — ทีมวิศวกรสแกนเหล็กเสริมหน้างานจริง
หน้าจอเครื่อง Rebar Scanner แสดงตำแหน่งเหล็กเสริมและระยะหุ้ม
Scan Result
หน้าจอ Rebar Scanner — แสดงตำแหน่งเหล็กและระยะหุ้มทันที
Concrete Coring — เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีต
Concrete Coring
Concrete Coring — เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีต
Concrete Coring — เจาะเก็บแท่งคอนกรีตจากพื้นอาคารด้วยกระบอกเพชร
Concrete Coring
Concrete Coring — เจาะพื้นอาคารด้วยกระบอกเพชรหล่อเย็นด้วยน้ำ
Concrete Coring — ติดตั้งเครื่องเจาะเหนือฝ้าเพดานในจุดเข้าถึงยาก
Concrete Coring
Concrete Coring — เจาะจุดเข้าถึงยากเหนือฝ้าเพดาน
Concrete Coring — ตั้งนั่งร้านเข้าถึงจุดเจาะใต้ท้องพื้น
Concrete Coring
Concrete Coring — ตั้งนั่งร้านเข้าถึงจุดเจาะใต้ท้องพื้น
Concrete Coring — เจาะเก็บแท่งคอนกรีตแนวนอนจากเสาโครงสร้างด้วยเครื่องเจาะกระบอกเพชร
Concrete Coring
Concrete Coring — เจาะเก็บ Core แนวนอนจากเสาโครงสร้างจริง
แท่งคอนกรีต Core พร้อมป้ายระบุโครงการ ก่อนส่งทดสอบกำลังอัด
Core Specimen
แท่ง Core พร้อมป้ายข้อมูล ก่อนส่งทดสอบกำลังอัดใน Lab
Ultrasonic Pulse Velocity — ทดสอบคานคอนกรีตเหนือฝ้าเพดานจากนั่งร้าน
UPV Test
UPV — ทดสอบคานคอนกรีตเหนือฝ้าเพดานจากนั่งร้าน
Ultrasonic Pulse Velocity — ทีมวิศวกร SPN ทดสอบคานพื้นในอาคารสำนักงาน
UPV Test
UPV — ทีมวิศวกรทดสอบคานและพื้นในอาคารสำนักงาน
เครื่อง Compressive Strength Test
Compressive Strength
เครื่อง Compressive Strength Test
Schmidt Hammer Test — ทดสอบความแข็งผิวคอนกรีต
Hammer Test
Schmidt Hammer Test — ทดสอบความแข็งผิวคอนกรีต
Rebound Hammer — ทดสอบเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงหน้างานจริง
Hammer Test
Rebound Hammer — ทดสอบเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงหน้างานจริง
Rebound Hammer — ทำเครื่องหมายจุดทดสอบ P6 บนตอม่อเสาเหล็ก
Hammer Test
Rebound Hammer — ทำเครื่องหมายจุดทดสอบ (P6) ก่อนเก็บค่า
Rebound Hammer — ทดสอบตอม่อคอนกรีตรองรับเสาเหล็กในอาคารโรงงาน
Hammer Test
Rebound Hammer — ทดสอบตอม่อรองรับเสาเหล็กหน้างานจริง
Rebound Hammer — จับค้อนตั้งฉากกับผิวคอนกรีตขณะเก็บค่า Rebound Number
Hammer Test
Rebound Hammer — จับค้อนตั้งฉากกับผิวขณะเก็บค่า
Ground Penetrating Radar — สแกนภาคสนาม
GPR
Ground Penetrating Radar — สแกนภาคสนาม
GPR — ตั้งจุดอ้างอิง GPS
GPR
GPR — ตั้งจุดอ้างอิง GPS
GPR — ผลการสแกน แสดงวัตถุใต้ดิน
GPR Result
GPR — ผลการสแกน แสดงวัตถุใต้ดิน
GPR — ผลการสแกนพร้อมแผนที่ Google
GPR Result
GPR — ผลการสแกนพร้อมแผนที่ Google
Ground Penetrating Radar — สแกนหาแนวท่อและวัตถุใต้ดินบริเวณอาคารไม้เก่า กลางกรุงเทพฯ
GPR
GPR — สแกนหาวัตถุใต้ดินบริเวณอาคารเก่า กลางกรุงเทพฯ
Ground Penetrating Radar — สแกนใต้ดินพื้นที่โครงการก่อสร้างใจกลางเมือง ย่านสาทร กรุงเทพฯ
GPR
GPR — สแกนใต้ดินพื้นที่โครงการใจกลางเมือง ย่านสาทร
Ground Penetrating Radar — สแกนหาแนวท่อใต้พื้นคอนกรีตในอาคาร พร้อมมาร์คตำแหน่งบนพื้น
GPR
GPR — สแกนหาแนวท่อในอาคาร พร้อมมาร์คตำแหน่งบนพื้น
ผลการสแกน GPR ความถี่ต่ำ แสดงตำแหน่งท่อใต้ดิน (Possible Pipe) และแนววัตถุฝัง
GPR Result
GPR — ตัวอย่างผลแปลข้อมูล แสดงตำแหน่งท่อใต้ดิน
Light Penetrometer (Kunzelstab) — Data Zone Project
Kunzelstab
Light Penetrometer (Kunzelstab) — Data Zone Project

บริการ Structural Testing และ Non-Destructive Evaluation (NDE)

การตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Evaluation: NDE) คือการประเมินกำลัง คุณภาพ และสภาพภายในของโครงสร้างคอนกรีต เหล็กเสริม และฐานราก โดยไม่ทำให้โครงสร้างเดิมเสียหาย ใช้เครื่องมือเช่น GPR, Ultrasonic Pulse Velocity, Rebound Hammer และ Parallel Seismic Test เพื่อหาคำตอบว่าโครงสร้างยังแข็งแรงพอใช้งาน ต่อเติม หรือต้องซ่อมแซมหรือไม่

SPN Soil Engineering ให้บริการตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Evaluation / Structural Testing) ครบ 14 รายการ ครอบคลุมการประเมินคุณภาพคอนกรีต การตรวจหาจุดบกพร่อง การประเมินฐานราก และการวิเคราะห์โครงสร้าง สำหรับอาคาร สะพาน โรงงาน และโครงสร้างพิเศษทุกประเภท ผลการทดสอบรับรองโดยวิศวกรผู้ได้รับใบอนุญาต ใช้ยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้

1. การทดสอบคุณภาพและกำลังคอนกรีต (Concrete Quality Assessment)

กลุ่มการทดสอบเพื่อประเมินกำลังรับแรงอัด คุณภาพ และอายุการใช้งานของโครงสร้างคอนกรีตโดยไม่ทำลายโครงสร้างเดิม

  • Core Drilling and Compressive Strength (ASTM C42) — เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีตแกนกลม (Core Sample) จากโครงสร้างจริง นำมาทดสอบกำลังรับแรงอัด (Compressive Strength) ในห้องปฏิบัติการ ให้ค่าที่แม่นยำที่สุด ใช้ยืนยันคุณภาพคอนกรีตกรณีสงสัยหรือโต้แย้ง
  • Rebound Hammer Test / Schmidt Hammer (มยผ.1502-51 · ASTM C805 · BS EN 12504-2) — ทดสอบความแข็งผิวคอนกรีตด้วยค้อนสปริง แปลงค่า Rebound Number เป็นกำลังรับแรงอัดโดยประมาณ รวดเร็ว ไม่ทำลาย เหมาะสำหรับสำรวจเบื้องต้นพื้นที่ขนาดใหญ่
  • Ultrasonic Pulse Velocity (UPV) — ASTM C597 · มยผ.1504-51 — ส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านคอนกรีต วัดความเร็วการเดินทางเพื่อประเมินคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และตรวจหาโพรงหรือรอยแตกภายใน ใช้ร่วมกับ Core Drilling เพื่อผลที่น่าเชื่อถือ
  • Carbonation Depth Test (BS EN 14630) — ฉีดสาร Phenolphthalein ที่หน้าตัดคอนกรีต วัดความลึกที่คาร์บอเนชัน (CO₂) แทรกซึม ใช้ประเมินอายุการใช้งานที่เหลือและความเสี่ยงการกัดกร่อนเหล็กเสริม

2. การตรวจหารอยร้าว โพรง เหล็กเสริม และวัตถุใต้ดิน

กลุ่มการทดสอบที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและเทคโนโลยีขั้นสูงในการตรวจหาสิ่งผิดปกติภายในโครงสร้างและใต้ดิน

  • Ground Penetrating Radar (GPR) — ส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูงผ่านคอนกรีตหรือดิน วิเคราะห์คลื่นสะท้อนเป็นภาพ Radargram พร้อมพิกัด GPS แบ่งการใช้งานเป็น 2 แบบตามมาตรฐานที่อ้างอิง: (1) สแกนโครงสร้างคอนกรีต (มยผ.1507-51 · ACI 228.2R) — หาตำแหน่งเหล็กเสริม ระยะหุ้มคอนกรีต (Concrete Cover) โพรง และท่อฝัง โดยความลึกที่ตรวจได้ขึ้นอยู่กับความถี่ของเสาอากาศ ชนิดของคอนกรีต และสภาพหน้างาน (เสาอากาศความถี่สูงให้ความละเอียดสูงแต่ตรวจได้ตื้นกว่า) และ (2) สำรวจใต้ผิวดิน (ASTM D6432) — หาท่อใต้ดิน วัตถุฝัง โพรงใต้ดิน และความหนาชั้นทาง โดยความลึกขึ้นอยู่กับชนิดของดิน ความชื้น และความถี่เสาอากาศ — ในดินทรายแห้งอาจตรวจได้ประมาณ 2–3 เมตรหรือมากกว่า ส่วนดินเหนียวชื้นตรวจได้ตื้นกว่ามาก
  • Rebar Locator and Profometer (มยผ.1505-51 · BS 1881-204) — ระบุตำแหน่ง ขนาด และระยะคลุม (Cover Depth) ของเหล็กเสริมในคอนกรีตโดยไม่ต้องเจาะ เหมาะสำหรับวางแผนก่อนทำ Core Drilling และตรวจสอบการจัดวางเหล็กเสริมตามแบบ
  • Half-Cell Potential Test (ASTM C876 · มยผ.1506-51) — วัดศักย์ไฟฟ้าของเหล็กเสริมผ่านผิวคอนกรีต ประเมินความน่าจะเป็นในการกัดกร่อน (Corrosion Probability) เหมาะสำหรับโครงสร้างอายุมากหรืออยู่ในสภาวะแวดล้อมรุนแรง
  • Crack Mapping and Monitoring — สำรวจและทำแผนที่รอยร้าว (Crack Map) บนผิวคอนกรีต อิฐ และหิน วัดความกว้าง ความยาว และติดตามการเปลี่ยนแปลงด้วย Crack Gauge ใช้ประกอบการวิเคราะห์สาเหตุและวางแผนซ่อมแซม

3. การทดสอบเสาเข็ม ฐานราก และโครงสร้าง

กลุ่มการทดสอบสำหรับประเมินฐานรากและประเมินความสามารถรับน้ำหนักของโครงสร้าง

  • Pull Out Test — ทดสอบแรงดึง (Tensile / Pull-Out Strength) ของ Anchor Bolt สลักเกลียว และวัสดุยึดในคอนกรีตด้วย Hydraulic Jack วัด Load-Displacement Curve ยืนยันกำลังยึดเกาะก่อนรับโหลดจริง เหมาะสำหรับงานติดตั้งอุปกรณ์หนักและโครงสร้างเหล็ก
  • Parallel Seismic Test (ASTM D8381) — ประเมินความยาวของเสาเข็มและฐานรากเดิมโดยไม่ต้องขุดเปิดหน้างาน เจาะหลุมข้างเสาเข็ม วัดคลื่นสั่นสะเทือนด้วย Hydrophone เหมาะสำหรับโครงสร้างเก่าที่ไม่มีแบบก่อสร้าง งานซ่อมแซม และต่อเติมอาคาร
  • Side Echo Test (มยผ.1551-51) — ทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มหรือฐานรากที่เข้าถึงหัวเข็มไม่ได้ ขุดหลุมข้างฐานราก เคาะผิวด้านข้างด้วยค้อนมือและรับสัญญาณด้วย Accelerometer ดัดแปลงจากวิธี Sonic Echo / Low-Strain Integrity ให้ผลเชิงคุณภาพ เสริมข้อมูลร่วมกับ Parallel Seismic Test ไม่ใช้แทนกันในการวัดความยาวเสาเข็ม
  • Floor Loading Test — ทดสอบความสามารถรับน้ำหนักบรรทุกของพื้นคอนกรีต (Floor Slab) โดยวางน้ำหนักทดสอบและวัดการโก่งตัว (Deflection) ใช้ยืนยันว่าพื้นรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบก่อนใช้งาน
  • Foundation and Structural Inspection (มยผ.1501-51 · มยผ.1902-62) — ตรวจสอบสภาพฐานราก คาน เสา และพื้น ประเมินความเสียหาย การทรุดตัว รอยแตก และการเสื่อมสภาพของวัสดุ จัดทำรายงานผลการตรวจสอบพร้อมข้อเสนอแนะในการซ่อมบำรุง
  • Structural Back Analysis (มยผ.1902-62) — วิเคราะห์ย้อนกลับจากข้อมูลการทดสอบและการตรวจสอบหน้างานเพื่อหาสาเหตุความเสียหาย ประเมินความสามารถรับน้ำหนักที่เหลือ และวางแผนการเสริมกำลังโครงสร้าง

ตารางสรุปบริการ Structural Testing

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

การทดสอบมาตรฐานค่าที่ได้ใช้สำหรับ
Core DrillingASTM C42f'c (MPa)ยืนยันกำลังคอนกรีตจริง
Rebound Hammerมยผ.1502-51 / ASTM C805Rebound No.สำรวจเบื้องต้น รวดเร็ว
Ultrasonic Pulse VelocityASTM C597 / มยผ.1504-51Vp (m/s)คุณภาพ / โพรงในคอนกรีต
Carbonation DepthBS EN 14630ความลึก (mm)อายุการใช้งานที่เหลือ
Ground Penetrating Radarสแกนคอนกรีต: มยผ.1507-51 / ACI 228.2R · สำรวจใต้ดิน: ASTM D6432Radargramเหล็กเสริม โพรง / ท่อ วัตถุใต้ดิน
Rebar Locatorมยผ.1505-51 / BS 1881-204ตำแหน่ง / Coverตำแหน่งเหล็กเสริม
Half-Cell PotentialASTM C876 / มยผ.1506-51mV vs CSEความเสี่ยงกัดกร่อน
Crack MappingIn-situแผนที่รอยร้าวสำรวจและติดตามรอยร้าว
Pull Out TestASTM E488Load (kN)กำลังยึดเกาะ Anchor Bolt
Parallel Seismic TestASTM D8381ความยาว (m)ความยาวเสาเข็ม/ฐานราก
Side Echo Testมยผ.1551-51Reflectogramความสมบูรณ์ฐานรากที่เข้าหัวเข็มไม่ได้
Floor Loading TestIn-situDeflection (mm)กำลังรับน้ำหนักพื้น
Foundation & Structural Inspectionมยผ.1501-51 / มยผ.1902-62รายงานตรวจสอบสภาพฐานราก คาน เสา พื้น
Structural Back Analysisมยผ.1902-62รายงานวิเคราะห์หาสาเหตุ / เสริมกำลัง

เมื่อไหร่ควรทำ Structural Testing?

  • อาคารเก่าและโครงสร้างที่มีอายุมาก — ประเมินสภาพและกำลังที่เหลือก่อนตัดสินใจซ่อมแซมหรือรื้อถอน
  • ก่อนต่อเติมหรือเพิ่มโหลด — ยืนยันว่าโครงสร้างเดิมรับน้ำหนักเพิ่มได้โดยไม่เกิดความเสียหาย
  • เมื่อพบรอยร้าวหรือการทรุดตัวผิดปกติ — หาสาเหตุและประเมินความรุนแรงก่อนวางแผนซ่อมแซม
  • โครงการรับมอบงาน (Acceptance Testing) — ยืนยันคุณภาพก่อนส่งมอบโครงการ
  • งานพิพาทและคดีวิศวกรรม — หลักฐานเชิงเทคนิคที่เชื่อถือได้และรับรองโดยวิศวกร

คำถามที่พบบ่อย — Structural Testing & NDE

Structural Testing คือการทดสอบโครงสร้างโดยรวม เช่น Floor Loading Test, Pull Out Test ที่วัดค่าเชิงกำลัง ส่วน NDE (Non-Destructive Evaluation) เน้นการประเมินสภาพภายในโดยไม่ทำลาย เช่น GPR, UPV, Rebound Hammer ในทางปฏิบัติมักใช้ร่วมกันเพื่อผลที่ครบถ้วน

Rebound Hammer รวดเร็วและไม่ทำลาย เหมาะสำรวจเบื้องต้นหลายจุดในเวลาสั้น แต่ความแม่นยำต่ำกว่า Core Drilling ที่เจาะเก็บตัวอย่างจริงและทดสอบกำลังในห้องปฏิบัติการ แนะนำใช้ Rebound Hammer สำรวจก่อน แล้วเลือกจุด Core Drilling เพิ่มเติมในพื้นที่ที่น่าสงสัย

GPR ตรวจหาได้หลายอย่างในคอนกรีตและดิน ได้แก่ เหล็กเสริม (Rebar), ท่อฝังใน, โพรง (Void), รอยแตกภายใน, สายไฟ และวัตถุใต้ดินอื่นๆ ความลึกที่ตรวจได้ไม่ใช่ค่าตายตัว ขึ้นอยู่กับความถี่ของเสาอากาศและชนิด/ความชื้นของวัสดุ — งานสแกนคอนกรีตใช้เสาอากาศความถี่สูงเน้นความละเอียด ส่วนงานสำรวจใต้ดินในดินทรายแห้งอาจตรวจได้ประมาณ 2–3 เมตรหรือมากกว่า ขณะที่ดินเหนียวชื้นตรวจได้ตื้นกว่ามาก

Pull Out Test ใช้ทดสอบแรงดึงของ Anchor Bolt, Chemical Anchor, สลักเกลียว และวัสดุยึดต่างๆ ในคอนกรีต ใช้บ่อยในงานติดตั้งอุปกรณ์หนัก เช่น เครื่องจักรโรงงาน, Rack & Shelf ขนาดใหญ่, โครงสร้างเหล็ก, Tower และสะพาน รายงานผลรับรองโดยวิศวกรใช้ยื่นต่อหน่วยงานได้ อ่านรายละเอียดวิธีทดสอบและมาตรฐาน ASTM E488 ได้ในบทความ Pull-Out Test ทดสอบแรงดึงถอนพุกเคมีและสตัดเกลียว

PIT ทดสอบโดยตอกที่หัวเสาเข็มโดยตรง เหมาะสำหรับเสาเข็มที่สามารถเข้าถึงหัวเข็มได้ ส่วน Parallel Seismic Test เจาะหลุมข้างๆ เสาเข็มแล้ววัดคลื่น เหมาะสำหรับเสาเข็มเดิมที่ถูกฝังอยู่ในฐานราก หรืออยู่ใต้อาคารที่ไม่สามารถเข้าถึงหัวเข็มได้ อ่านหลักการ PIT เพิ่มเติมได้ในบทความ Seismic Integrity Test

Side Echo Test ขุดเปิดหลุมข้างฐานราก ยึดแผ่นเหล็กรับแรงกระทบ (Transfer Block) ที่ผิวด้านข้าง เคาะด้วยค้อนมือและรับสัญญาณด้วย Accelerometer เป็นการดัดแปลงวิธี Sonic Echo / Low-Strain Integrity ตาม มยผ.1551-51 ให้ผลเชิงคุณภาพเรื่องความต่อเนื่องของคอนกรีตและตำแหน่งรอยต่อ ส่วน Parallel Seismic Test (ASTM D8381) เจาะหลุมขนานข้างเสาเข็มและวัดเวลาคลื่นเดินทางผ่านท่อ จึงระบุความยาวเสาเข็มได้แม่นยำกว่า หากเป้าหมายคือยืนยันความยาวควรเลือก Parallel Seismic ส่วน Side Echo เหมาะกรณีที่ขุดเปิดข้างฐานรากได้และต้องการประเมินความสมบูรณ์เบื้องต้น

Carbonation คือปฏิกิริยาที่ CO₂ ในอากาศแทรกซึมเข้าคอนกรีตและลดค่า pH ลง เมื่อ Carbonation Front ถึงเหล็กเสริม เหล็กจะเริ่มเป็นสนิมและคอนกรีตแตกร่อน Carbonation Depth Test วัดความลึกนี้ด้วยสาร Phenolphthalein ใช้ประเมินอายุการใช้งานที่เหลือและวางแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน

ได้ครับ รายงานผลการทดสอบทุกฉบับของ SPN รับรองโดยวิศวกรโยธาผู้ได้รับใบอนุญาต (กว.) ใช้ยื่นต่อกรมโยธาธิการและผังเมือง, กรุงเทพมหานคร, เทศบาล, สำนักงานเขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

งานภาคสนามส่วนใหญ่ใช้เวลา 1 วัน ขึ้นอยู่กับจำนวนจุดทดสอบและขนาดพื้นที่ Core Sample ต้องบ่มและทดสอบในห้องปฏิบัติการ 7–14 วัน การทดสอบอื่นๆ เช่น GPR, Rebound Hammer, UPV รายงานพร้อมภายใน 3–5 วันทำการหลังลงพื้นที่

Half-Cell Potential Test วัดศักย์ไฟฟ้าของเหล็กเสริมผ่านผิวคอนกรีต แปลผลตามมาตรฐาน ASTM C876 — ค่าเป็นบวกกว่า −200 mV หมายถึงโอกาสกัดกร่อนต่ำ ส่วนค่าติดลบมากกว่า −350 mV หมายถึงโอกาสกัดกร่อนสูงกว่า 90% ใช้ทำ Corrosion Map ระบุบริเวณที่ต้องซ่อมแซมก่อน

วางน้ำหนักทดสอบบนพื้นตามแผนกระจายโหลดที่ออกแบบ วัด Deflection ที่จุดกึ่งกลางและขอบด้วย Dial Gauge หรือ LVDT ตลอดช่วงการทดสอบ 24–48 ชั่วโมง แล้ววัดค่า Recovery หลังปลดโหลด ผลใช้ยืนยันว่าพื้นรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบก่อนนำเข้าใช้งาน อ่านขั้นตอนละเอียดได้ในบทความ Floor Load Test ทดสอบการรับน้ำหนักพื้น

ต้องการตรวจสอบโครงสร้าง? ปรึกษาวิศวกรฟรี

ทีมวิศวกรพร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้นและเสนอราคาภายใน 24 ชั่วโมง ไม่มีค่าใช้จ่าย