Blow Count คืออะไร นับอย่างไร?
Blow Count คือจำนวนครั้งที่ตุ้ม (Hammer) ตอกลงบนหัวเสาเข็มเพื่อให้เสาเข็มจมลงหนึ่งช่วงระยะที่กำหนด นิยมบันทึกเป็น "จำนวนครั้งต่อ 30 เซนติเมตร" หรือต่อฟุต ตลอดความลึกของการตอก
วิธีนับไม่ซับซ้อน ก่อนตอกจะขีดระยะบนตัวเสาเข็มเป็นช่วงเท่า ๆ กัน ระหว่างตอก ผู้ควบคุมงานนับว่าเสาเข็มจมผ่านแต่ละช่วงขีดด้วยการตอกกี่ครั้ง แล้วจดลงบันทึกการตอก (Pile Driving Record) ของเสาเข็มต้นนั้น
ค่านี้บอกความยากง่ายในการตอกแต่ละช่วงชั้นดิน เมื่อเสาเข็มผ่านชั้นดินอ่อน Blow Count จะต่ำ (จมง่าย) เมื่อเข้าชั้นดินแข็งหรือชั้นทราย Blow Count จะสูงขึ้นอย่างชัดเจน วิศวกรจึงใช้กราฟ Blow Count เทียบความลึกเพื่อดูว่าเสาเข็มเข้าถึงชั้นดินรับกำลัง (Bearing Layer) แล้วหรือยัง
อย่าสับสนกับค่า SPT N-value ในงานเจาะสำรวจดิน ซึ่งก็นับจำนวนครั้งต่อ 30 ซม. เช่นกัน แต่เป็นการตอกกระบอกเก็บตัวอย่างดินในหลุมเจาะ ไม่ใช่การตอกเสาเข็ม อ่านเพิ่มที่ วิธีอ่านค่า SPT N-value
- Blow Count ต่ำตลอด = เสาเข็มยังอยู่ในชั้นดินอ่อน อาจต้องตอกต่อ
- Blow Count เพิ่มขึ้นเร็ว = กำลังเข้าชั้นดินแข็ง
- Blow Count รวมทั้งต้น = ใช้ประเมินปริมาณการตอกและความเสี่ยงหัวเสาเข็มเสียหายจากการตอกซ้ำจำนวนมาก
Last 10 Blow (Last Ten Blow) คืออะไร วัดอย่างไร?
Last 10 Blow หรือ Last Ten Blow คือระยะที่เสาเข็มจมลงรวมจากการตอก 10 ครั้งสุดท้าย รายงานเป็นหน่วย "มิลลิเมตรต่อ 10 ครั้ง" (mm/10 blows) วัดที่ช่วงท้ายของการตอกเพื่อตัดสินว่าเสาเข็มแน่นพอจะหยุดตอกได้หรือยัง
ค่านี้สัมพันธ์โดยตรงกับ "Set" หรือระยะจมต่อการตอกหนึ่งครั้ง (มม./ครั้ง) เมื่อนำ Last 10 Blow หารด้วย 10 จะได้ Set เฉลี่ยของช่วงท้าย ยิ่ง Last 10 Blow มีค่าน้อย (เสาเข็มแทบไม่จมลงแล้ว) ยิ่งบ่งชี้ว่าปลายเสาเข็มอยู่บนชั้นดินที่ต้านทานได้สูง
วิธีวัดที่หน้างานคือ ขีดเครื่องหมายบนเสาเข็มให้ตรงกับไม้อ้างอิงที่ปักยึดอยู่กับที่ ตอก 10 ครั้งด้วยตุ้มและระยะยกเท่าเดิม แล้ววัดระยะที่เครื่องหมายเลื่อนลงเป็นมิลลิเมตร
- Last 10 Blow ค่าน้อย = เสาเข็มจมน้อย ดินที่ปลายเข็มแน่น
- Last 10 Blow ค่ามาก = เสาเข็มยังจมได้เรื่อย ๆ ดินยังไม่แน่นพอ
- มักจดควบคู่กับค่า Rebound (การเด้งกลับของหัวเข็มหลังถูกกระแทก) ซึ่งเป็นตัวแปรหนึ่งในสูตรตอกอย่าง Hiley Formula
ภาพด้านล่างรวมสองค่าไว้ในภาพเดียว ฝั่งซ้ายคือการขีดระยะบนเสาเข็มและกรอบ A วิธีวัด Last 10 Blow ฝั่งขวาคือกราฟ Blow Count เทียบความลึก ซึ่งแท่งยาวขึ้นเร็วเมื่อเสาเข็มเข้าชั้นทรายหรือดินแข็ง
Last 10 Blow เท่าไหร่ถึงหยุดตอก ใครเป็นผู้กำหนด?
ไม่มีตัวเลข Last 10 Blow กลางที่ใช้ได้กับทุกงาน วิศวกรผู้ออกแบบเป็นผู้กำหนดค่าเป้าหมายของแต่ละโครงการ ตามชนิดและขนาดเสาเข็ม ชั้นดิน และน้ำหนักตุ้มที่ใช้ ผู้ควบคุมงานจึงหยุดตอกเมื่อค่าที่วัดได้ถึงเกณฑ์นั้น
เหตุที่ใช้ Last 10 Blow เป็นเกณฑ์ เพราะเป็นตัวแทนสภาพ ณ ปลายการตอกจริง หน้างานตอกเสาเข็มวัดกำลังรับน้ำหนักตรง ๆ ทันทีไม่ได้ วิศวกรจึงใช้ระยะจมต่อจำนวนครั้ง (Set) เป็นตัวแทน โดยอ้างอิงสูตรตอกเสาเข็ม (Pile Driving Formula) เช่น Hiley Formula หรือ ENR
หลักการคือ พลังงานจากตุ้มตอกส่วนหนึ่งเปลี่ยนเป็นงานที่ดันเสาเข็มจมลง (Set) หากเสาเข็มแทบไม่จมแล้ว แปลว่าดินต้านทานสูง ซึ่งสัมพันธ์กับกำลังรับน้ำหนักที่คาดหวังไว้
ถ้าเสาเข็มถึงเกณฑ์ตั้งแต่ยังตื้นกว่าระดับที่ออกแบบไว้มาก ไม่ควรตัดสินเองที่หน้างาน ให้แจ้งวิศวกรตรวจสอบก่อน ดูแนวทางในบทความ เสาเข็มตอกไม่ลงถึงระดับออกแบบ
ค่าเกณฑ์ Set ที่แน่นอนต้องกำหนดโดยวิศวกรผู้รับผิดชอบโครงการเป็นราย ๆ ไป บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ค่าออกแบบสำหรับงานของคุณ
Blow Count กับ Last 10 Blow ต่างกันอย่างไร?
สองค่านี้ต่างกันที่สิ่งที่นับ Blow Count นับจำนวนครั้งต่อระยะจมคงที่ (เช่น 30 ซม.) ส่วน Last 10 Blow วัดระยะจมต่อจำนวนครั้งคงที่ (10 ครั้ง) ตารางด้านล่างสรุปนิยาม ช่วงที่วัด และการตีความค่ามาก–ค่าน้อย
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| หัวข้อ | Blow Count | Last 10 Blow |
|---|---|---|
| นิยาม | จำนวนครั้งตอกต่อระยะจม (ครั้ง/30 ซม.) | ระยะจมรวมจากการตอก 10 ครั้งสุดท้าย (มม./10 ครั้ง) |
| ช่วงที่วัด | ตลอดความลึกการตอก | เฉพาะช่วงท้ายก่อนหยุดตอก |
| หน่วย | ครั้ง (blows) ต่อระยะ | ระยะ (มม.) ต่อ 10 ครั้ง |
| ใช้ทำอะไร | ดูชั้นดินและความก้าวหน้าการตอก | ตัดสินเกณฑ์หยุดตอก |
| ค่ามาก หมายถึง | ดินแข็ง ตอกยาก (มักเข้าชั้นรับกำลัง) | เสาเข็มยังจมมาก (ยังไม่แน่นพอ) |
| ค่าน้อย หมายถึง | ดินอ่อน ตอกง่าย | เสาเข็มจมน้อย ดินปลายแน่น (ใกล้เกณฑ์หยุดตอก) |
จุดที่คนสับสนบ่อยที่สุดคือ "ทิศทางของค่า" Blow Count ยิ่งมาก แปลว่าตอกยากและดินแข็ง ส่วน Last 10 Blow ยิ่งน้อย แปลว่าเสาเข็มจมน้อยและดินที่ปลายเข็มแน่น แต่ค่าที่สูงหรือต่ำผิดปกติไม่ได้แปลว่าดีเสมอ เช่น ปลายเข็มค้างบนชั้นแข็งบาง ๆ หรือตุ้มเล็กเกินไป จึงควรอ่านร่วมกับผลเจาะสำรวจดินและผลทดสอบเสาเข็ม
ภาพ 3 มิติด้านล่างแสดงการจดค่าที่หน้างาน ตั้งแต่ขีดระยะบนเสาเข็มจนถึงวัด Last 10 Blow เทียบไม้อ้างอิง กรอบด้านขวาเรียงลำดับขั้นตอน และย้ำว่าค่าที่จดได้ยังไม่ใช่กำลังรับน้ำหนัก
ถึงเกณฑ์หยุดตอกแล้ว ทำไมยังต้องทดสอบ PDA?
เพราะ Last 10 Blow และ Blow Count เป็นเพียง "ตัวชี้เบื้องต้น" ไม่ใช่การวัดกำลังรับน้ำหนักโดยตรง สูตรตอกเสาเข็มที่แปลงค่า Set เป็นกำลังรับน้ำหนักตั้งอยู่บนสมมติฐานหลายข้อ เช่น ประสิทธิภาพตุ้ม สภาพหัวเข็ม และการสูญเสียพลังงาน จึงมีความคลาดเคลื่อน
ข้อจำกัดสำคัญที่ควรรู้:
- สูตรตอกไม่แยกแรงแบกทานปลาย (End Bearing) กับแรงเสียดทานผิว (Skin Friction) ออกจากกัน
- ไม่บอกความสมบูรณ์ของเนื้อเสาเข็ม เช่น รอยแตก โพรง หรือคอคอด
- ดินบางชนิด เช่น ชั้นดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ มีการคืนตัวของกำลัง (Soil Setup) ทำให้กำลังจริงเปลี่ยนไปตามเวลาหลังตอก (อ่านเรื่อง Restrike Test และ Soil Setup)
- ค่าที่ได้ขึ้นกับพลังงานตุ้ม สภาพเบาะรอง และความละเอียดในการจดของผู้ควบคุมหน้างาน
ด้วยเหตุนี้ เกณฑ์หยุดตอกจึงต้องยืนยันด้วยการทดสอบกำลังรับน้ำหนักจริง วิธีที่นิยมกับเสาเข็มตอกคือ Dynamic Load Test (PDA) ตามมาตรฐาน มยผ.1252-51 และ ASTM D4945 ซึ่งวัดแรงและความเร็วจริงด้วยเซนเซอร์บนหัวเสาเข็ม แล้ววิเคราะห์ต่อด้วย CAPWAP
ผลที่ได้แยกแรงแบกทานปลายกับแรงเสียดทานผิวได้ และเชื่อถือได้กว่าการอ่านค่า Set เพียงอย่างเดียว ส่วนงานที่ต้องการวัดกำลังรับน้ำหนักโดยตรงด้วยการกดน้ำหนักจริงจะใช้ Static Load Test หากต้องการวางแผนทดสอบ ดูรายละเอียดบริการ ทดสอบเสาเข็ม ของเราได้
สรุป
Blow Count (ครั้ง/30 ซม.) บอกความก้าวหน้าและชั้นดินตลอดการตอก ส่วน Last 10 Blow (มม./10 ครั้ง) ใช้ตัดสินการหยุดตอกที่ช่วงท้าย ตามเกณฑ์ที่วิศวกรผู้ออกแบบกำหนด ทั้งคู่ช่วยควบคุมงานหน้างานได้ดี แต่เป็นตัวชี้เบื้องต้นที่ต้องยืนยันด้วย Dynamic Load Test (PDA) ตาม มยผ.1252-51 จึงจะมั่นใจได้ว่าเสาเข็มรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบไว้
อีกเรื่องที่ควรวางแผนควบคู่กันคือจังหวะเวลาทดสอบ เพราะเสาเข็มคอนกรีตต้องรอให้คอนกรีตมีอายุและกำลังเพียงพอก่อน อ่านเพิ่มที่ อายุคอนกรีตกับการทดสอบเสาเข็ม และดูว่าต้องทดสอบกี่ต้นถึงพอที่ ทดสอบเสาเข็มกี่ต้นถึงพอ
Dynamic Load Test (PDA) เริ่มต้นประมาณ 5,500 บาท/ต้น ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน