บทความนี้โฟกัสเฉพาะเรื่อง "เลือกวิธีทดสอบให้ถูกกับชนิดเสาเข็ม" ไม่ใช่การเลือกว่าจะใช้เสาเข็มแบบไหน เราจะดูว่าทำไมเสาเข็มสองชนิดนี้ต้องทดสอบต่างกัน แต่ละวิธีตอบโจทย์ความเสี่ยงข้อไหน และมีตารางจับคู่ชนิดเสาเข็มกับวิธีทดสอบที่เหมาะไว้ให้ใช้อ้างอิง

การติดตั้งเซนเซอร์ทดสอบบนหัวเสาเข็มเจาะหน้างาน เพื่อเลือกวิธีทดสอบให้เหมาะกับชนิดเสาเข็ม
การติดตั้งเซนเซอร์บนหัวเสาเข็มเจาะก่อนเริ่มทดสอบ — วิธีทดสอบที่เลือกต้องตรงกับชนิดและขนาดของเสาเข็ม (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ทำไมเสาเข็มเจาะกับเสาเข็มตอกต้องทดสอบต่างกัน?

เสาเข็มเจาะและเสาเข็มตอกต้องทดสอบต่างกันเพราะกระบวนการผลิตและความเสี่ยงต่างกัน เสาเข็มตอกหล่อสำเร็จจากโรงงานจึงควบคุมคุณภาพเนื้อคอนกรีตได้ดี แต่มีความเสี่ยงจากขั้นตอนการตอก ส่วนเสาเข็มเจาะหล่อคอนกรีตในหลุมหน้างานจึงเสี่ยงเรื่องความสมบูรณ์ของเนื้อคอนกรีตมากกว่า

  • เสาเข็มตอก (Driven / Precast Pile) ผลิตในโรงงาน คุณภาพคอนกรีตสม่ำเสมอ ความเสี่ยงหลักคือเสาเข็มแตกร้าวจากการตอก การรับน้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์ หรือปลายเข็มไม่ถึงชั้นดินแข็ง จึงเน้นทดสอบ "กำลังรับน้ำหนัก" เป็นหลัก
  • เสาเข็มเจาะ (Bored / Cast-in-place Pile) หล่อคอนกรีตในหลุมที่เจาะไว้ ความเสี่ยงหลักคือโพรง คอนกรีตแยกตัว คอคอด (Necking) หรือคอนกรีตปนดินโคลน จึงเน้นทดสอบ "ความสมบูรณ์ของเนื้อคอนกรีต" ควบคู่กับกำลังรับน้ำหนัก

เพราะความเสี่ยงต่างกันนี้ วิศวกรจึงเลือกวิธีทดสอบที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงของเสาเข็มแต่ละชนิด ไม่ได้ใช้วิธีเดียวกันกับทุกงาน

เสาเข็มตอกทดสอบด้วยวิธีไหน?

เสาเข็มตอกนิยมทดสอบด้วย Dynamic Load Test (PDA) เพื่อประเมินกำลังรับน้ำหนัก และ Seismic Integrity Test เพื่อตรวจว่าเสาเข็มไม่แตกหักเสียหายจากการตอก สองวิธีนี้ทำได้เร็ว จึงเหมาะกับเสาเข็มตอกที่มักมีจำนวนมากในโครงการเดียว

Dynamic Load Test (PDA) — วัดกำลังรับน้ำหนัก

Dynamic Load Test หรือ PDA Test คือการทดสอบกำลังรับน้ำหนักเสาเข็มด้วยการปล่อยตุ้มน้ำหนักกระแทกหัวเสาเข็ม แล้ววัดคลื่นความเครียดด้วยเซนเซอร์ เพื่อประมวลผลหากำลังรับน้ำหนักและความสมบูรณ์เบื้องต้น ทดสอบตาม มยผ.1252-51 (และ ASTM D4945) ค่าบริการ PDA เริ่มต้นประมาณ 5,500 บาท/ต้น เหมาะกับเสาเข็มตอกที่ต้องยืนยันกำลังรับน้ำหนักหลายต้น อ่านรายละเอียดเพิ่มที่ Dynamic Load Test (PDA Test)

การทดสอบ PDA (Dynamic Load Test) ยกตุ้มน้ำหนักเพื่อปล่อยกระแทกหัวเสาเข็มวัดกำลังรับน้ำหนัก
การยกตุ้มน้ำหนักก่อนปล่อยกระแทกหัวเสาเข็มในการทดสอบ Dynamic Load Test (PDA) (ภาพ: SPN Soil Engineering)

Seismic Integrity Test — ตรวจความสมบูรณ์แบบเร็ว

Seismic Integrity Test (Low Strain) คือการเคาะหัวเสาเข็มด้วยค้อนแล้ววัดคลื่นสะท้อน เพื่อตรวจความต่อเนื่องและหารอยแตกหักตามความยาวเสาเข็ม ทดสอบตาม มยผ.1551-51 (และ ASTM D5882) ค่าบริการประมาณ 100–150 บาท/ต้น ทำได้เร็วและประหยัด จึงเหมาะกับการคัดกรองความสมบูรณ์ของเสาเข็มตอกจำนวนมาก อ่านเพิ่มที่ Seismic Integrity Test คืออะไร

เสาเข็มเจาะทดสอบด้วยวิธีไหน?

เสาเข็มเจาะทดสอบด้วย Seismic Integrity Test สำหรับเสาเข็มขนาดเล็กถึงกลาง และ Cross Hole Sonic Logging (CSL) สำหรับเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ ควบคู่กับ Static Load Test หรือ PDA เมื่อต้องยืนยันกำลังรับน้ำหนัก เพราะเสาเข็มเจาะหล่อในหลุมหน้างานจึงต้องเน้นตรวจเนื้อในคอนกรีตเป็นพิเศษ

Cross Hole Sonic Logging (CSL) — สำหรับเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่

CSL คือการหยั่งคลื่นเสียงข้ามระหว่างท่อที่ฝังไว้ในเสาเข็มตั้งแต่ก่อนเทคอนกรีต เพื่อตรวจโพรง รอยแยก และคุณภาพคอนกรีตภายในหน้าตัด ทดสอบตาม ASTM D6760 เหมาะกับเสาเข็มเจาะเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ (ประมาณ 0.80–1.00 ม. ขึ้นไป) ที่ Seismic Test แบบ Low Strain ให้ข้อมูลไม่ละเอียดพอ ข้อสำคัญคือต้องวางแผนฝังท่อทดสอบล่วงหน้าเสมอ เพราะเทคอนกรีตไปแล้วจะย้อนกลับมาทำ CSL ไม่ได้ ดูภาพรวมวิธีทดสอบทั้งหมดได้ที่ คู่มือวิธีทดสอบเสาเข็ม

📌 หมายเหตุเรื่องเลขมาตรฐาน ASTM

ASTM ได้ถอน (withdrawn) ฉบับ ASTM D6760-16 และ ASTM D5882-16 ในปี 2568 (ค.ศ. 2025) และอยู่ระหว่างจัดทำฉบับปรับปรุงใหม่ อย่างไรก็ตามสเปกโครงการและ TOR จำนวนมากยังอ้างเลขมาตรฐานทั้งสองนี้อยู่ บทความนี้จึงยังคงอ้างเลขเดิมไว้เพื่อให้ตรงกับเอกสารที่ใช้จริงในหน้างาน ทั้งนี้ควรตรวจสอบฉบับที่สเปกโครงการกำหนดกับวิศวกรผู้รับผิดชอบทุกครั้ง

กำลังรับน้ำหนัก — Static Load Test หรือ PDA

เมื่อต้องยืนยันกำลังรับน้ำหนักของเสาเข็มเจาะ วิศวกรอาจเลือก Static Load Test ซึ่งกดด้วยน้ำหนักจริงจึงให้ข้อมูลตรงที่สุด (ค่าบริการ 50,000–150,000+ บาท/ต้น อ้างตาม ASTM D1143) หรือเลือก PDA Test ที่ทำได้เร็วกว่าและค่าใช้จ่ายต่ำกว่า ในทางปฏิบัติเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่มักเลือก Static Load Test เมื่อสเปกต้องการความมั่นใจสูง

การเตรียมหัวเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ก่อนการทดสอบ ปรับหน้าหัวเข็มให้เรียบและได้ระดับ
การเตรียมหัวเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ก่อนทดสอบ — งานเตรียมหัวเข็มมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของสัญญาณที่วัดได้ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ตารางจับคู่ชนิดเสาเข็มกับวิธีทดสอบที่เหมาะ

ตารางนี้สรุปว่าเสาเข็มแต่ละชนิดควรทดสอบด้วยวิธีไหน เพื่อให้เลือกได้ตรงกับความเสี่ยงและวัตถุประสงค์ของโครงการ

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตารางจับคู่ชนิดเสาเข็มกับวิธีทดสอบและมาตรฐานอ้างอิง
ชนิดเสาเข็มตรวจความสมบูรณ์ตรวจกำลังรับน้ำหนักมาตรฐานหลัก
เสาเข็มตอก (Precast/Spun)Seismic Integrity TestPDA (Dynamic Load Test)มยผ.1551-51 / มยผ.1252-51
เสาเข็มเจาะเล็ก–กลาง (< ~0.80 ม.)Seismic Integrity TestStatic Load Test หรือ PDAมยผ.1551-51 / ASTM D1143
เสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ (≥ ~0.80–1.00 ม.)Cross Hole Sonic Logging (CSL)Static Load TestASTM D6760 / ASTM D1143

ตารางนี้เป็นแนวทางทั่วไป การเลือกวิธีทดสอบและจำนวนต้นที่ต้องทดสอบจริงขึ้นกับสเปกโครงการและดุลยพินิจของวิศวกรผู้รับผิดชอบ หากยังไม่แน่ใจว่าโครงการควรใช้เสาเข็มชนิดไหน อ่านเปรียบเทียบได้ที่ เลือกเสาเข็มยังไง — ตอก vs เจาะ vs Spun Pile และดูว่าต้องทดสอบกี่ต้นได้ที่ ทดสอบเสาเข็มกี่ต้นถึงพอ

ราคาและการขอใบเสนอราคา

ค่าบริการทดสอบเสาเข็มขึ้นกับชนิดเสาเข็ม วิธีทดสอบ จำนวนต้น และระยะทางหน้างาน ช่วงราคาที่ยืนยันแล้วได้แก่ PDA เริ่มต้นประมาณ 5,500 บาท/ต้น, Seismic Integrity Test ประมาณ 100–150 บาท/ต้น และ Static Load Test 50,000–150,000+ บาท/ต้น ส่วน CSL และงานที่มีเงื่อนไขเฉพาะ แนะนำติดต่อขอใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม.

📌 หมายเหตุเรื่องราคา

ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน