วิศวกร SPN ติดตั้งเซนเซอร์และเก็บข้อมูลทดสอบ Dynamic Load Test (PDA) ที่หัวเสาเข็มหน้างานจริง
ข้อมูลดิบที่เก็บจากหน้างานคือหัวใจของรายงาน รายงานที่ใช้ยื่นขออนุญาตได้ต้องแสดงข้อมูลดิบ กราฟ และการวิเคราะห์ให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

รายงานผลทดสอบเสาเข็มคืออะไร?

รายงานผลทดสอบเสาเข็ม คือเอกสารสรุปผลการตรวจสอบกำลังรับน้ำหนักหรือความสมบูรณ์ของเสาเข็มที่ติดตั้งจริงหน้างาน จัดทำและรับรองโดยวิศวกรโยธา เพื่อยืนยันว่าเสาเข็มทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้ รายงานฉบับนี้คือหลักฐานทางวิศวกรรมที่ใช้ประกอบการก่อสร้างและการยื่นเอกสารต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในทางปฏิบัติ รายงานมักแบ่งตามวิธีทดสอบ เช่น รายงาน Dynamic Load Test (PDA), รายงาน Static Load Test และรายงาน Seismic Integrity Test ทั้งสามมีโครงองค์ประกอบหลักคล้ายกัน ต่างกันที่รายละเอียดของข้อมูลดิบและมาตรฐานที่อ้างอิง

สิ่งที่เจ้าของโครงการและผู้รับเหมามักเจอคือ ได้รับ "ใบรับรอง" มาหนึ่งใบ แล้วเข้าใจว่าครบแล้ว ทั้งที่ใบรับรองเป็นเพียงหน้าสรุปผล ส่วนรายงานฉบับเต็มที่มีข้อมูลดิบและการวิเคราะห์ประกอบต่างหากที่ทำให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ เช็คลิสต์ด้านล่างช่วยตรวจความครบถ้วนก่อนรับงานและก่อนนำไปใช้

เช็คลิสต์: รายงานผลทดสอบเสาเข็มต้องมีอะไรบ้าง?

องค์ประกอบมาตรฐานของรายงานที่ครบถ้วนมี 8 ส่วนหลัก ใช้เป็นเช็คลิสต์ตรวจก่อนรับรายงานได้ทันที

1. ข้อมูลโครงการและเสาเข็ม

  • ชื่อโครงการ ที่ตั้ง และเจ้าของงาน
  • หมายเลขและตำแหน่งเสาเข็มที่ทดสอบ อ้างอิงกับผังฐานราก
  • ชนิดเสาเข็ม (ตอก / เจาะ / Spun) ขนาดหน้าตัด ความยาว และวันที่ติดตั้ง
  • น้ำหนักบรรทุกออกแบบ (Design Load) ของเสาเข็มต้นนั้น

ข้อมูลชุดนี้คือสิ่งที่ทำให้รายงาน "ผูก" กับเสาเข็มต้นจริงได้ ถ้าขาดหมายเลขต้นหรือวันที่ติดตั้ง รายงานจะตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้เลย และวันที่ติดตั้งยังใช้ตรวจว่าทดสอบตอนคอนกรีตอายุพอหรือยัง (ดูเกณฑ์ในทดสอบเสาเข็มตอนอายุคอนกรีตเท่าไหร่)

2. วิธีทดสอบและมาตรฐานอ้างอิง

รายงานต้องระบุวิธีทดสอบและมาตรฐานที่ใช้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เขียนกว้าง ๆ ว่า "ทดสอบตามมาตรฐานสากล"

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

วิธีทดสอบมาตรฐานอ้างอิงที่ใช้ในไทยสิ่งที่รายงานตอบ
Dynamic Load Test (PDA)มยผ. 1252-51 (อ้างอิงแนวทาง ASTM D4945)กำลังรับน้ำหนักที่ประเมินได้
Static Load TestASTM D1143กำลังรับน้ำหนักจากการกดจริง
Seismic / Integrity Testมยผ. 1551-51ความสมบูรณ์ของตัวเสาเข็ม
⚠️ ข้อควรทราบเรื่องมาตรฐานอ้างอิง

ASTM ได้ถอน (Withdrawn) มาตรฐาน D5882 (Low Strain Impact Integrity Testing) และ D6760 (Crosshole Sonic Logging) ในปี 2568 โดยอยู่ระหว่างกระบวนการปรับปรุงเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ สำหรับงานในประเทศไทย มาตรฐานที่ใช้อ้างอิงเป็นหลักคือ มยผ. 1551-51 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งยังมีผลใช้งานตามปกติ หากรายงานอ้าง ASTM D5882 เป็นมาตรฐานหลัก ควรสอบถามผู้จัดทำถึงสถานะปัจจุบันของมาตรฐานที่ใช้

3. ข้อมูลเครื่องมือและการสอบเทียบ

ระบุรุ่นและหมายเลขเครื่องมือที่ใช้ (เช่น Pile Driving Analyzer, accelerometer, strain transducer) พร้อมสถานะการสอบเทียบ (Calibration) ของอุปกรณ์ เพื่อยืนยันว่าค่าที่วัดได้เชื่อถือได้ ส่วนนี้เป็นจุดที่รายงานราคาถูกมักตัดออก แต่เป็นจุดที่ผู้ตรวจสอบมองหาเป็นอันดับต้น ๆ

4. ข้อมูลดิบและกราฟผลการทดสอบ

  • PDA — กราฟแรงและความเร็ว (Force & Velocity) ของแต่ละครั้งที่ตอก พร้อมค่าที่วัดได้ เช่น EMX, DMX, CSX
  • Static — ตารางน้ำหนัก-การทรุดตัวของแต่ละขั้นบรรทุก และกราฟ Load-Settlement
  • Seismic — กราฟคลื่นสะท้อน (Reflectogram) ของเสาเข็มแต่ละต้นที่ใช้ประเมินความสมบูรณ์

ข้อมูลดิบสำคัญเพราะทำให้วิศวกรอีกคนตรวจทานผลได้ ถ้ารายงานให้มาแต่ตัวเลขสรุปโดยไม่มีกราฟ ก็เท่ากับต้องเชื่อผู้จัดทำอย่างเดียว

ตัวอย่างกราฟแรงและความเร็ว (Force and Velocity) จากการทดสอบ PDA ที่แสดงคุณภาพสัญญาณตามแนวทาง มยผ. 1252-51
กราฟ Force & Velocity คือข้อมูลดิบหลักของรายงาน PDA — รายงานที่ครบถ้วนต้องแนบมาให้ตรวจได้ ไม่ใช่ให้มาเฉพาะค่าสรุป

5. การวิเคราะห์และค่ากำลังรับน้ำหนัก

สรุปผลการวิเคราะห์และวิธีที่ใช้ เช่น CAPWAP สำหรับ PDA หรือการอ่านกราฟตามเกณฑ์ Davisson สำหรับ Static Load Test พร้อมค่ากำลังรับน้ำหนักที่ประเมินได้และการทรุดตัวที่เกี่ยวข้อง

ส่วนนี้คือหัวใจที่ทำให้รายงานมีค่าในเชิงออกแบบ เพราะค่ากำลังรับน้ำหนักที่วิเคราะห์ได้จะถูกนำไปใช้ในรายการคำนวณฐานราก ภายใต้เพดานที่กฎกระทรวงกำหนด (ดูเกณฑ์ 40/50/40 ตามกฎกระทรวงฐานราก 2566)

กราฟ Load-Settlement จาก Static Load Test พร้อมเส้นวิเคราะห์ตามเกณฑ์ Davisson เพื่อหาค่ากำลังรับน้ำหนักประลัย
รายงาน Static Load Test ต้องแสดงทั้งกราฟ Load-Settlement และเส้นวิเคราะห์ตามเกณฑ์ที่ใช้ เช่น Davisson พร้อมระบุค่าที่อ่านได้

6. การสรุปผลเทียบกับเกณฑ์ของโครงการ

รายงานจะสรุปว่าผลที่ได้เป็นไปตามเกณฑ์ที่วิศวกรผู้ออกแบบกำหนดหรือไม่ จุดที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือ เกณฑ์ผ่านเป็นค่าที่ระบุไว้ในข้อกำหนดของแต่ละโครงการ ไม่ใช่ค่าที่ผู้ให้บริการทดสอบกำหนดขึ้นเองแทนวิศวกรผู้รับผิดชอบ ผู้ทดสอบมีหน้าที่รายงานสิ่งที่วัดได้และวิเคราะห์ได้ ส่วนการตัดสินว่าผ่านหรือไม่ผ่านเป็นอำนาจของวิศวกรผู้ออกแบบ

7. ลายเซ็นและเลขทะเบียนวิศวกรผู้รับรอง

ส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้รายงานมีน้ำหนักทางวิชาชีพ คือ ลายเซ็นของวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) จากสภาวิศวกร พร้อมเลขทะเบียน เพราะแสดงว่ามีบุคคลที่รับผิดชอบผลตามหลักวิชาชีพ รายงานที่ไม่มีลายเซ็นวิศวกรจะใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นได้ยาก

8. ภาคผนวกและเอกสารประกอบ

รูปถ่ายหน้างานขณะทดสอบ แผนผังตำแหน่งเสาเข็มที่ทดสอบ ใบสอบเทียบเครื่องมือ และเอกสารอ้างอิงอื่น ๆ ที่ช่วยให้รายงานตรวจสอบย้อนกลับได้ ภาคผนวกที่ดีทำให้ผู้ตรวจไม่ต้องโทรถามเพิ่ม

รายงาน PDA มีอะไรบ้าง ต่างจาก Static อย่างไร?

รายงาน PDA เน้นค่าที่ได้จากการตอกและผลการวิเคราะห์ CAPWAP ส่วนรายงาน Static Load Test เน้นกราฟ Load-Settlement จากการกดน้ำหนักจริง ทั้งสองใช้โครงองค์ประกอบเดียวกันตามเช็คลิสต์ 8 ข้อ แต่ต่างกันที่ชนิดของข้อมูลดิบและมาตรฐานอ้างอิง (เปรียบเทียบวิธีทั้งสองแบบเต็ม ๆ ได้ที่Dynamic vs Static Load Test)

  • รายงาน PDA — กราฟ Force & Velocity, ผลวิเคราะห์ CAPWAP, ค่ากำลังรับน้ำหนักที่ประเมินได้, อ้างอิง มยผ. 1252-51 วิธีอ่านผลดูได้ในPDA Test อ่านผลยังไง
  • รายงาน Static — ตารางและกราฟ Load-Settlement, การอ่านตามเกณฑ์ Davisson, อ้างอิง ASTM D1143 รายละเอียดการอ่านผลอยู่ในอ่านผล Static Load Test
  • รายงาน Seismic — กราฟคลื่นสะท้อนสำหรับประเมินตำหนิ, อ้างอิง มยผ. 1551-51 ดูตัวอย่างการอ่านสัญญาณได้ในอ่านผล Seismic Integrity Test

รายงานผลทดสอบเสาเข็มใช้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างได้อย่างไร?

รายงานที่รับรองโดยวิศวกรโยธา (กว.) พร้อมลายเซ็นและเลขทะเบียน ใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นขออนุญาตก่อสร้างต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เพราะแสดงว่ามีการยืนยันกำลังรับน้ำหนักหรือความสมบูรณ์ของเสาเข็มโดยผู้มีคุณสมบัติตามกฎหมายวิชาชีพ ในทางปฏิบัติ ค่าจากรายงานจะถูกอ้างอิงเข้าไปในรายการคำนวณฐานรากที่วิศวกรผู้ออกแบบลงนาม (อ่านภาพรวมได้ที่กฎหมายบังคับทดสอบเสาเข็มไหม)

ข้อควรทราบก่อนนำไปใช้:

  • SPN รับรองรายงานด้วยวิศวกรของบริษัทเอง ไม่ได้สังกัดหรือได้รับการรับรองจากหน่วยงานใดเป็นการเฉพาะ
  • ผลการพิจารณาอนุมัติขึ้นกับเอกสารและเงื่อนไขรวมของโครงการ จึงไม่มีผู้ให้บริการรายใดรับประกันได้ว่าจะผ่านหรืออนุมัติแน่นอน
  • ควรตรวจสอบรายการเอกสารที่หน่วยงานในพื้นที่ต้องการเพิ่มเติมกับวิศวกรผู้รับผิดชอบตั้งแต่ต้น (ดูขั้นตอนภาพรวมได้ที่ขั้นตอนขออนุญาตก่อสร้าง)

หากต้องการเปรียบเทียบกับเช็คลิสต์เอกสารฝั่งงานเจาะดิน อ่านได้ที่รายงานเจาะสำรวจดินยื่นได้ ต้องมีอะไรบ้าง ซึ่งใช้หลักการเดียวกันคือครบข้อมูลดิบ ครบการวิเคราะห์ และมีวิศวกรผู้มีใบอนุญาตรับรอง

สรุป

รายงานผลทดสอบเสาเข็มที่ใช้งานได้จริงต้องครบทั้ง 8 องค์ประกอบ ตั้งแต่ข้อมูลโครงการและเสาเข็ม วิธีทดสอบและมาตรฐานอ้างอิง ข้อมูลเครื่องมือและการสอบเทียบ ข้อมูลดิบและกราฟ การวิเคราะห์และค่ากำลังรับน้ำหนัก การสรุปเทียบเกณฑ์โครงการ ลายเซ็นวิศวกร กว. และภาคผนวก จุดที่ขาดไม่ได้เลยคือการรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้รายงานใช้ประกอบการยื่นขออนุญาตก่อสร้างได้อย่างน่าเชื่อถือ — ดูขอบเขตบริการทั้งหมดได้ที่ บริการทดสอบเสาเข็ม

📌 ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

บทความนี้เป็นแนวทางตรวจความครบถ้วนของเอกสารเพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือทางวิศวกรรมสำหรับโครงการใดโครงการหนึ่ง ข้อกำหนดของแต่ละโครงการและของหน่วยงานอนุญาตในแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน ให้ยึดตามข้อกำหนดประกอบแบบและคำแนะนำของวิศวกรผู้มีใบอนุญาตประจำโครงการ