แม่แรงไฮดรอลิกและ Dial Gauge วัดการทรุดตัวใต้แท่นน้ำหนักถ่วง Kentledge ระหว่างทดสอบ Static Load Test เสาเข็ม Sq Pile 0.40 ม. หน้างานจริงโดยทีม SPN
Static Load Test กดน้ำหนักจริงลงบนหัวเสาเข็มเป็นขั้น ๆ ผ่านแม่แรงไฮดรอลิก แล้วบันทึกการทรุดตัวด้วย Dial Gauge เพื่อเขียนเป็นกราฟ Load-Settlement (ภาพ: SPN Soil Engineering)

Static Load Test อ่านผลจากกราฟอะไร?

ผล Static Load Test อ่านจากกราฟ Load-Settlement เป็นหลัก และใช้กราฟ Time-Settlement ประกอบ ข้อมูลทั้งสองได้จากการกดน้ำหนักจริงลงบนหัวเสาเข็มเป็นขั้น ๆ จนถึงน้ำหนักทดสอบสูงสุดตามสเปค ซึ่งมักอยู่ที่ 2–3 เท่าของน้ำหนักบรรทุกออกแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละโครงการ

แต่ละขั้นจะค้างน้ำหนักไว้จนการทรุดตัวเข้าเกณฑ์คงที่ แล้วบันทึกค่าด้วยมาตรวัด (Dial Gauge) ก่อนเพิ่มขั้นถัดไป เมื่อถึงน้ำหนักสูงสุดจึงถอนน้ำหนักออกเป็นขั้น ๆ และวัดการคืนตัว การทดสอบและการแปลผลอ้างอิงมาตรฐาน ASTM D1143/D1143M-20e1 และ มยผ. 1251 (มาตรฐานการทดสอบเสาเข็มด้วยวิธีสถิต โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง)

ผลลัพธ์คือชุดข้อมูล Load–Settlement–Time ซึ่งนำมาเขียนกราฟหลัก 2 แบบ

  1. กราฟ Load-Settlement — แกนนอนคือน้ำหนัก แกนตั้งคือการทรุดตัว ใช้อ่านผลหลัก
  2. กราฟ Time-Settlement — ดูพฤติกรรมการทรุดตัวตามเวลาในแต่ละขั้นน้ำหนัก ใช้ตรวจว่าการทรุดตัวหยุดนิ่งจริงก่อนเพิ่มน้ำหนัก
กราฟ Load-Settlement จริงจากรายงานทดสอบ Static Load Test ของ SPN เสาเข็มสี่เหลี่ยม 400 มม. แสดงเส้นขากดน้ำหนักถึงประมาณ 185 ตัน และขาถอนน้ำหนักที่เห็นการคืนตัว Rebound ชัดเจน
กราฟ Load-Settlement จากรายงานทดสอบจริงของ SPN (เสาเข็ม SQ-400) — เส้นบนคือขากดน้ำหนักเป็นขั้น เส้นล่างคือขาถอนน้ำหนัก ระยะที่คืนกลับขึ้นมาคือ Elastic Rebound ส่วนที่เหลือคือการทรุดตัวคงค้าง กราฟโค้งต่อเนื่องไม่ดิ่งชัน = ไม่พบการวิบัติ

(ดูพื้นฐานวิธีทดสอบและการเตรียมงานที่ Static Pile Load Test คืออะไร และภาพรวมการเลือกวิธีทดสอบทั้งหมดที่ รวมทุกวิธีทดสอบเสาเข็ม)

อ่านกราฟ Load-Settlement ต้องดูอะไรบ้าง?

การอ่านผล Static Load Test คือการตรวจ 3 สิ่งประกอบกัน — การทรุดตัวรวม การทรุดตัวคงค้าง และรูปร่างกราฟ — ไม่ใช่ดูตัวเลขทรุดตัวตัวเดียวแล้วสรุป ตารางนี้สรุปว่าแต่ละสิ่งวัดอะไร ใช้เกณฑ์ไหน และถ้าเกินเกณฑ์หมายความว่าอะไร

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตารางสรุป 3 สิ่งที่ต้องดูในการอ่านผล Static Load Test
สิ่งที่ดูค่าที่วัดเกณฑ์ที่ใช้ทั่วไปความหมายเมื่อเกิน/ผิดปกติ
1. การทรุดตัวรวม
Gross Settlement
การทรุดตัวมากที่สุดของหัวเสาเข็มตอนกดน้ำหนักถึงค่าสูงสุด (มม.)ขึ้นกับข้อกำหนดโครงการ — สเปคระบุค่ายอมตามขนาดเสาเข็มและน้ำหนักทดสอบทรุดตัวรวมเกินเกณฑ์สเปค = ไม่ผ่านการทดสอบ
2. การทรุดตัวคงค้าง
Residual Settlement
การทรุดถาวรที่เหลือหลังถอนน้ำหนักออกหมด (มม.)ขึ้นกับข้อกำหนดโครงการ — เสาเข็มที่ดีควรคืนตัว (Rebound) มาก เหลือทรุดถาวรน้อยเสาเข็มจมถาวรมากผิดปกติ ต้องตรวจสอบสาเหตุก่อนยอมรับผล
3. ลักษณะกราฟ
Curve Shape
ความชันและความต่อเนื่องของเส้น Load-Settlement ในแต่ละขั้นน้ำหนักต้องไม่ดิ่งลงชัน (Plunging) ก่อนถึงน้ำหนักทดสอบสูงสุดกราฟดิ่งเกือบตั้งฉาก = เสาเข็มวิบัติ (Geotechnical Failure)

1. การทรุดตัวรวมที่น้ำหนักสูงสุด (Gross Settlement)

คือค่าการทรุดตัวมากที่สุดตอนกดน้ำหนักถึงค่าสูงสุด สเปคโครงการจะกำหนดค่ายอมให้ชัดเจน ตัวเลขแตกต่างกันตามโครงการและขนาดเสาเข็ม จึงต้องเปิดสเปคของตัวเองเสมอ ถ้าการทรุดตัวรวมเกินเกณฑ์ = ไม่ผ่าน

2. การทรุดตัวคงค้างหลังถอนน้ำหนัก (Residual Settlement)

หลังถอนน้ำหนักออกหมด หัวเสาเข็มจะคืนตัวขึ้นมาบางส่วน (Elastic Rebound) ส่วนที่ไม่คืนคือการทรุดตัวถาวร ค่านี้บอกว่าเสาเข็ม "จม" ลงไปจริงเท่าไหร่ เสาเข็มที่ดีควรคืนตัวได้มาก เหลือการทรุดถาวรน้อย

3. รูปร่างของกราฟ — สัญญาณของการวิบัติ

รูปร่างของเส้นกราฟบอกพฤติกรรมการรับน้ำหนักของเสาเข็ม โดยแยกลักษณะที่พบบ่อยได้ดังนี้

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

รูปร่างกราฟ Load-Settlement กับความหมาย
ลักษณะกราฟ Load-Settlementความหมายที่เป็นไปได้
กราฟชันน้อย ค่อย ๆ โค้ง การทรุดตัวเพิ่มช้าและหยุดนิ่งทุกขั้นน้ำหนักเสาเข็มรับน้ำหนักได้ดี ยังห่างจากกำลังประลัย
กราฟเริ่มโค้งชันขึ้นชัดเจนช่วงท้ายเสาเข็มเข้าใกล้กำลังประลัย ต้องดูเกณฑ์ประกอบ
กราฟดิ่งลงเกือบตั้งฉาก (Plunging) — น้ำหนักเพิ่มนิดเดียวแต่ทรุดต่อเนื่องไม่หยุดเสาเข็มวิบัติ (Geotechnical Failure) ดินรับไม่ไหวแล้ว
การทรุดตัวกระโดดผิดปกติที่ขั้นน้ำหนักหนึ่งอาจมีปัญหาโครงสร้างเสาเข็มหรือระบบทดสอบ ต้องตรวจสอบ

ภาพด้านล่างวาดกราฟทั้ง 4 แบบในตารางให้เห็นรูปร่างจริง พร้อมบอกว่าแต่ละแบบอ่านว่าอะไรและควรทำอะไรต่อ ให้สังเกตเส้นประแนวตั้งซึ่งแทนน้ำหนักทดสอบสูงสุด กราฟ C ดิ่งลงก่อนถึงเส้นนี้ จึงถือว่าเสาเข็มวิบัติ

คู่มืออ่านรูปร่างกราฟ Load–Settlement ของ Static Load Test สี่แบบที่พบบ่อย พร้อมความหมายและสิ่งที่ต้องทำต่อ (ตัวอย่างเชิงหลักการ) แผนภาพสี่ช่องเรียงเป็นตารางสองแถวสองคอลัมน์ เป็นตัวอย่างเชิงหลักการด้วยค่าสมมติ ไม่ใช่ผลทดสอบจริง แต่ละช่องมีกราฟ Load–Settlement ขนาดเล็ก แกนนอนคือน้ำหนักกด แกนตั้งคือการทรุดตัวที่เพิ่มลงด้านล่าง จุดบนเส้นคือค่าปลายของแต่ละขั้นน้ำหนัก และเส้นประแนวตั้งคือน้ำหนักทดสอบสูงสุด ด้านขวาของกราฟบอกว่ากราฟแบบนั้นอ่านว่าอะไรและควรทำอะไรต่อ ช่อง A กราฟค่อย ๆ โค้ง การทรุดตัวหยุดนิ่งทุกขั้นจนถึงน้ำหนักทดสอบสูงสุด เมื่อถอนน้ำหนักเส้นคืนตัวกลับมาเหลือการทรุดตัวคงค้างน้อย อ่านว่าเสาเข็มรับน้ำหนักได้ดีและยังห่างจากกำลังประลัย ให้เทียบการทรุดตัวรวมและการทรุดตัวคงค้างกับค่ายอมในสเปค ช่อง B กราฟเริ่มโค้งชันขึ้นชัดเจนช่วงท้าย อ่านว่าเสาเข็มเข้าใกล้กำลังประลัย ให้ใช้เกณฑ์ Davisson ประเมินกำลังประลัยประกอบ ซึ่งแสดงเป็นเส้นประสีแดงที่กราฟวิ่งเข้าหา ช่อง C กราฟดิ่งลงเกือบตั้งฉากหรือ Plunging ก่อนถึงน้ำหนักทดสอบสูงสุด น้ำหนักเพิ่มนิดเดียวแต่ทรุดต่อเนื่องไม่หยุด อ่านว่าเสาเข็มวิบัติเพราะดินรับน้ำหนักไม่ไหว ถือว่าไม่ผ่านและต้องตรวจสอบสาเหตุร่วมกับวิศวกรผู้ออกแบบ ช่อง D การทรุดตัวกระโดดผิดปกติที่ขั้นน้ำหนักหนึ่งแล้วกลับมาเพิ่มช้าตามเดิม อ่านว่าอาจมีปัญหาที่โครงสร้างเสาเข็มหรือระบบทดสอบ ต้องตรวจสอบก่อนยอมรับผล แถบล่างสรุปสามสิ่งที่ต้องดูประกอบกันทุกครั้ง คือ การทรุดตัวรวมที่น้ำหนักทดสอบสูงสุดไม่เกินสเปค การทรุดตัวคงค้างหลังถอนน้ำหนักออกหมดไม่เกินสเปค และกราฟไม่ดิ่งลงก่อนถึงน้ำหนักทดสอบสูงสุด อ่านรูปร่างกราฟ Load–Settlement: 4 แบบที่พบบ่อย แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ตัวอย่างเชิงหลักการ (ค่าสมมติ) · จุด = ค่าปลายแต่ละขั้นน้ำหนัก · เส้นประแนวตั้ง = น้ำหนักทดสอบสูงสุด A ค่อย ๆ โค้ง ทรุดหยุดนิ่งทุกขั้น น้ำหนัก → ← ทรุด ทรุดค้างน้อย หลังถอนน้ำหนัก อ่านว่า รับน้ำหนักได้ดี ยังห่างจากกำลังประลัย ทำอะไรต่อ เทียบทรุดรวม/ทรุดค้าง กับค่ายอมในสเปค B เริ่มโค้งชันขึ้นชัดเจนช่วงท้าย น้ำหนัก → ← ทรุด เส้น Davisson เริ่มโค้งชัน อ่านว่า เข้าใกล้กำลังประลัย ดูเกณฑ์ประกอบก่อนสรุป ทำอะไรต่อ ใช้เกณฑ์ Davisson ประเมินกำลังประลัย C ดิ่งลงเกือบตั้งฉาก (Plunging) น้ำหนัก → ← ทรุด ดิ่งลง ก่อนถึงน้ำหนัก ทดสอบสูงสุด อ่านว่า เสาเข็มวิบัติ ดินรับน้ำหนักไม่ไหวแล้ว ทำอะไรต่อ ถือว่าไม่ผ่าน ตรวจสาเหตุ ร่วมกับวิศวกรผู้ออกแบบ D ทรุดกระโดดผิดปกติที่ขั้นหนึ่ง น้ำหนัก → ← ทรุด ทรุดกระโดด ที่ขั้นเดียว อ่านว่า อาจมีปัญหาตัวเสาเข็ม หรือระบบทดสอบ ทำอะไรต่อ ตรวจเสาเข็มและระบบ ก่อนยอมรับผล 1 ทรุดรวม ≤ สเปค ที่น้ำหนักทดสอบสูงสุด 2 ทรุดค้าง ≤ สเปค หลังถอนน้ำหนักออกหมด 3 ไม่ดิ่งลง (Plunging) ก่อนถึงน้ำหนักสูงสุด
คู่มืออ่านรูปร่างกราฟ Load-Settlement 4 แบบ: A ค่อย ๆ โค้งและคืนตัวดี, B โค้งชันช่วงท้ายจึงต้องใช้เกณฑ์ Davisson ประกอบ, C ดิ่งลง (Plunging) ก่อนถึงน้ำหนักทดสอบสูงสุด = เสาเข็มวิบัติ, D ทรุดกระโดดที่ขั้นเดียว = ต้องตรวจเสาเข็มและระบบทดสอบ — ตัวอย่างเชิงหลักการด้วยค่าสมมติ ไม่ใช่ผลทดสอบจริง เกณฑ์ที่ใช้จริงเป็นไปตามสเปคโครงการ

ถ้ากราฟของคุณเข้าข่ายดิ่งลง (Plunging) หรือทรุดเกินเกณฑ์ อ่านลำดับการตรวจสอบและทางเลือกแก้ไขต่อได้ที่ Static Load Test ไม่ผ่าน ทำยังไง

ระบบถ่วงน้ำหนัก Kentledge และแม่แรงไฮดรอลิกกดน้ำหนักลงบนหัวเสาเข็มระหว่างทดสอบ Static Load Test หน้างานจริง
ระบบ Kentledge ใช้กองน้ำหนักถ่วงเป็นแรงต้าน ให้แม่แรงไฮดรอลิกกดน้ำหนักลงบนหัวเสาเข็มทีละขั้น (ภาพ: SPN Soil Engineering)

เกณฑ์ Davisson Offset คืออะไร ใช้หากำลังประลัยยังไง?

Davisson Offset Method คือเกณฑ์เชิงกราฟที่นิยมใช้มากที่สุดในการประเมินกำลังประลัย (Ultimate Capacity) จากกราฟ Load-Settlement โดยลากเส้นขนานกับเส้นการหดตัวยืดหยุ่น PL/AE ที่เลื่อนลงมา 4 + D/120 มม. จุดที่เส้นนี้ตัดกราฟคือกำลังประลัย

เกณฑ์นี้จำเป็นเมื่อกราฟไม่แสดงการวิบัติชัดเจน ซึ่งเป็นกรณีส่วนใหญ่ เพราะการทดสอบมักหยุดที่ 2–3 เท่าของน้ำหนักออกแบบ ขั้นตอนมี 3 ขั้น

  1. ลากเส้น Elastic Line — เส้นการหดตัวยืดหยุ่นของตัวเสาเข็มเอง คำนวณจาก PL/AE = (น้ำหนัก × ความยาว) ÷ (พื้นที่หน้าตัด × โมดูลัสยืดหยุ่นของวัสดุเสาเข็ม)
  2. เลื่อนเส้นนั้นขนานลงมาด้วยระยะ Offset = 4 มม. + (เส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็ม D ÷ 120) โดย D และผลลัพธ์มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร (ค่า 4 มม. คือค่าปัดในระบบ SI ของ 0.15 นิ้ว = 3.81 มม. ตามต้นฉบับ Davisson)
  3. จุดที่เส้น Offset ตัดกับกราฟ Load-Settlement คือ กำลังประลัยตามเกณฑ์ Davisson
🧮 ตัวอย่างคำนวณระยะ Offset

จากผลทดสอบจริงของ SPN ในรูปถัดไป — เสาเข็มสี่เหลี่ยม SQ-400 (400 มม.) → Offset = 4 + (400 ÷ 120) ≈ 7.3 มม. ตรงกับตำแหน่งเส้น Davisson ที่ลากในกราฟ เสาเข็มยิ่งใหญ่ เส้น Offset ยิ่งเลื่อนลงมาก เช่น เข็มเจาะ 600 มม. จะได้ ≈ 9.0 มม.

ตัวอย่างการวิเคราะห์เกณฑ์ Davisson Offset จากผลทดสอบจริงของ SPN เสาเข็ม SQ-400 แสดงเส้น Elastic เส้น Offset 4 มม. บวก D หาร 120 และการต่อแนวโน้มกราฟไปตัดที่ Qu ประมาณ 250 ตัน
การวิเคราะห์ Davisson Offset จากผลทดสอบจริงของ SPN (เสาเข็ม SQ-400 → Offset = 4 + 400/120 ≈ 7.3 มม.) — กราฟที่วัดจริงหยุดที่ ~185 ตันโดยไม่ตัดเส้น Davisson ค่า Qu ≈ 250 ตัน ได้จากการต่อแนวโน้มกราฟ (Extrapolation, เส้นประม่วง) จึงเป็นค่าประมาณการ ไม่ใช่ค่าที่วัดถึงจริง และเส้น Elastic ในตัวอย่างนี้ประมาณจากความชันช่วงต้นของกราฟ
📐 อ่านค่าจากเส้น Davisson

ถ้ากราฟทดสอบไปจนจบโดย ไม่ตัดเส้น Davisson เลย แปลว่ากำลังประลัยของเสาเข็มสูงกว่าน้ำหนักทดสอบสูงสุด ซึ่งเป็นผลที่ดี — เสาเข็มมีกำลังเผื่อเหลือมากกว่าที่ทดสอบไปถึง

นอกจาก Davisson ยังมีเกณฑ์อื่นที่บางโครงการใช้ เช่น Chin Method, Mazurkiewicz หรือ De Beer สเปคโครงการจะระบุว่าใช้เกณฑ์ใด

การทรุดตัวที่วัดได้ มาจากอะไรบ้าง?

การทรุดตัวที่ Dial Gauge วัดได้ที่หัวเสาเข็มมาจาก 2 ส่วน คือ การหดตัวยืดหยุ่นของตัวเข็ม และการเคลื่อนตัวของเสาเข็มในดิน ต้องแยกให้ออกก่อนสรุปผล

  • การหดตัวยืดหยุ่นของตัวเข็ม (Elastic Compression) — ตัวเสาเข็มคอนกรีตหดสั้นลงตามน้ำหนักที่กด เหมือนสปริงแข็ง ๆ ส่วนนี้คืนตัวเมื่อถอนน้ำหนัก และไม่ใช่ปัญหา เสาเข็มยิ่งยาว ส่วนนี้ยิ่งมาก
  • การเคลื่อนตัวของเสาเข็มในดิน (Pile Movement) — เสาเข็มจมลงในดินจริง ส่วนนี้คือสิ่งที่บอกพฤติกรรมของดินรองรับ
⚠️ อย่าดูตัวเลขทรุดตัวรวมอย่างเดียว

เสาเข็มยาวที่ทรุดตัวรวมดูมาก อาจเป็นเพราะ Elastic Compression สูงตามความยาว ไม่ใช่เพราะดินรับไม่ไหว นี่คือเหตุผลที่อ่านตัวเลขทรุดตัวรวมอย่างเดียวไม่พอ ต้องแยกองค์ประกอบและดูการคืนตัว (Rebound) ประกอบด้วยเสมอ

ภาพ 3 มิติด้านล่างขยายการเคลื่อนตัวให้เห็นชัด เส้นประคือตำแหน่งเสาเข็มก่อนกด ลูกศรส้มบอกว่าหัวเข็มเลื่อนลงมากที่สุด (ค่า S ที่ Dial Gauge อ่านได้) ส่วนปลายเข็มเลื่อนลงน้อยกว่า (s) ผลต่างคือการหดตัวของตัวเข็มเอง นี่คือเหตุผลที่เกณฑ์ Davisson เริ่มจากเส้น PL/AE ก่อนเลื่อน Offset

แบบจำลอง 3 มิติ แสดงว่าการทรุดตัวที่วัดได้ที่หัวเสาเข็มใน Static Load Test ประกอบด้วยการหดตัวยืดหยุ่นของตัวเข็มกับการเคลื่อนตัวของเสาเข็มในดิน และเหตุที่เกณฑ์ Davisson เริ่มจากเส้น PL/AE ภาพสามมิติเชิงแนวคิดของก้อนดินที่ตัดผ่านแนวกึ่งกลางเสาเข็มให้เห็นหน้าตัดเสาเข็มในชั้นดินเหนียวอ่อน ดินเหนียวแข็ง และชั้นทราย แรงกด P จากแม่แรงกดลงบนหัวเสาเข็ม เส้นประสีน้ำเงินคือตำแหน่งเสาเข็มก่อนกด ส่วนเสาเข็มคอนกรีตคือตำแหน่งขณะรับน้ำหนัก ซึ่งขยายการเคลื่อนตัวให้เห็นเกินจริง หัวเสาเข็มเลื่อนลงมากที่สุดเท่ากับค่า S ที่ Dial Gauge บนคานอ้างอิงอ่านได้ ส่วนปลายเสาเข็มเลื่อนลงน้อยกว่าเท่ากับ s ซึ่งคือการเคลื่อนตัวของเสาเข็มในดิน ลูกศรสีส้มข้างเสาเข็มแสดงว่าแต่ละจุดตามความยาวเลื่อนลงไม่เท่ากัน มากที่หัวและน้อยลงจนถึงปลาย ลูกศรสีเขียวแสดงดินที่ต้านรอบเสาเข็มและที่ปลาย ผลต่างระหว่าง S กับ s คือการหดตัวยืดหยุ่นของตัวเข็มเอง ซึ่งขึ้นกับน้ำหนัก P ความยาว L พื้นที่หน้าตัด A และโมดูลัสยืดหยุ่น E ของวัสดุเสาเข็ม กรอบด้านขวาสรุปว่า ค่าทรุดที่หัวเข็มเท่ากับการหดตัวยืดหยุ่นบวกการเคลื่อนตัวในดิน การหดตัวยืดหยุ่นคืนตัวเมื่อถอนน้ำหนักและยิ่งมากเมื่อเสาเข็มยาว ส่วนการเคลื่อนตัวในดินบอกพฤติกรรมของดินรองรับ เกณฑ์ Davisson จึงเริ่มจากเส้น Elastic ที่คำนวณจาก PL/AE แล้วเลื่อนขนานลงอีก 4 มิลลิเมตรบวก D หาร 120 ตัวอย่างเสาเข็ม SQ-400 ได้ประมาณ 7.3 มิลลิเมตร และเข็มเจาะ 600 มิลลิเมตรได้ประมาณ 9.0 มิลลิเมตร พร้อมข้อเตือนว่าอย่าสรุปจากตัวเลขทรุดรวมตัวเดียว ให้ดูการคืนตัวประกอบ แบบจำลอง 3 มิติ (3D): ทรุดที่หัวเข็ม = หดตัวของเข็ม + เคลื่อนตัวในดิน แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน แรงกด P จากแม่แรงไฮดรอลิก ตำแหน่งก่อนกด เส้นประ S = ทรุดที่หัวเข็ม ค่าที่ Dial Gauge อ่าน L = ความยาวเข็ม A, E ของเสาเข็ม A = พื้นที่หน้าตัด E = โมดูลัสยืดหยุ่น หัวเลื่อนมากสุด ลูกศร = ระยะเลื่อนลง ตัวเข็มหดสั้น δ = S − s ปลายเข็ม เคลื่อนในดิน = s ลูกศรเขียว = ดินต้านรอบเข็มและที่ปลาย หน้าตัด: ดินเหนียวอ่อน / ดินเหนียวแข็ง / ทราย · ขยายการเคลื่อนตัวเกินจริง ค่าทรุดที่หัวเข็ม มาจาก 2 ส่วน S ทรุดที่หัวเข็ม (วัดได้) = δ หดตัวของเข็ม s ในดิน δ หดตัวยืดหยุ่นของเข็ม คืนตัวเมื่อถอนน้ำหนัก เข็มยิ่งยาว ส่วนนี้ยิ่งมาก s เข็มเคลื่อนตัวในดิน เข็มจมลงในดินจริง บอกพฤติกรรมดินรองรับ เกณฑ์ Davisson เริ่มจากเส้น Elastic = PL/AE เลื่อนขนานลงอีก 4 + D/120 มม. SQ-400 ≈ 7.3 มม. เข็มเจาะ 600 มม. ≈ 9.0 มม. อย่าดูทรุดรวมตัวเดียว เข็มยาวทรุดรวมดูมาก อาจมาจาก δ ไม่ใช่เพราะดินรับไม่ไหว ต้องดูการคืนตัว (Rebound) ประกอบ ภาพเชิงแนวคิด ไม่ใช่ค่าวัดจริง
แบบจำลอง 3 มิติ: ค่าทรุดที่หัวเสาเข็ม (S) = การหดตัวยืดหยุ่นของตัวเข็ม (δ ประเมินจาก PL/AE) + การเคลื่อนตัวของเสาเข็มในดิน (s) เกณฑ์ Davisson จึงเริ่มจากเส้น PL/AE แล้วเลื่อนลงอีก 4 + D/120 มม. (SQ-400 ≈ 7.3 มม.) — ภาพเชิงแนวคิด ขยายการเคลื่อนตัวเกินจริง ไม่ใช่ค่าวัดจริง ไม่ตามมาตราส่วน

Static Load Test ผ่านเกณฑ์ไหม? เช็คลิสต์ 6 ข้อ

เสาเข็มผ่านเกณฑ์เมื่อผลทดสอบผ่านครบทั้ง 6 ข้อด้านล่าง ให้ไล่ตรวจตามลำดับนี้

  1. น้ำหนักทดสอบถึงค่าสูงสุดตามสเปคหรือไม่ (เช่น 2 เท่าของ Design Load)
  2. การทรุดตัวรวมที่น้ำหนักสูงสุด ≤ เกณฑ์สเปคหรือไม่
  3. การทรุดตัวคงค้างหลังถอนน้ำหนัก ≤ เกณฑ์สเปคหรือไม่
  4. กราฟไม่แสดง Plunging ก่อนถึงน้ำหนักสูงสุด
  5. กราฟไม่ตัดเส้น Davisson (หรือถ้าตัด กำลังประลัยที่ได้ ≥ ค่าที่สเปคต้องการ)
  6. กราฟ Time-Settlement แต่ละขั้นน้ำหนักแสดงว่าการทรุดตัวหยุดนิ่งก่อนเพิ่มน้ำหนัก

ผ่านครบทุกข้อ = เสาเข็มผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ ทั้งนี้ผู้สรุปผลอย่างเป็นทางการต้องเป็นวิศวกร และการยอมรับผลสุดท้ายเป็นอำนาจของวิศวกรผู้ออกแบบโครงการ ถ้าต้องการตรวจว่ารายงานทั้งฉบับมีข้อมูลครบหรือไม่ ดู เช็คลิสต์ตรวจรายงานทดสอบเสาเข็ม

🔗 อ่านต่อ

เทียบวิธีอ่านผลกับการทดสอบแบบพลศาสตร์ได้ที่ PDA Test อ่านผลยังไง · เลือกไม่ถูกว่าจะใช้แบบสถิตหรือพลศาสตร์ ดู Dynamic vs Static เลือกแบบไหน · วางแผนงบและเวลา ดู ราคาทดสอบเสาเข็ม 2026 และ ทดสอบเสาเข็มได้ตอนอายุกี่วัน

สรุป

การอ่านผล Static Load Test ต้องดู 3 อย่างประกอบกัน คือ การทรุดตัวรวมเทียบเกณฑ์สเปค การทรุดตัวคงค้างหลังถอนน้ำหนัก และรูปร่างกราฟว่าไม่ดิ่งลง (Plunging) ส่วนกำลังประลัยประเมินด้วยเกณฑ์ Davisson Offset (เส้น PL/AE เลื่อนลง 4 + D/120 มม.) และต้องแยกให้ออกว่าการทรุดตัวส่วนไหนคือการหดตัวยืดหยุ่นของตัวเข็ม ซึ่งไม่ใช่ปัญหา

รายงานที่ดีต้องแสดงกราฟ Load-Settlement กราฟ Time-Settlement และการวิเคราะห์ตามเกณฑ์ที่สเปคกำหนดครบถ้วน โดยสรุปและรับรองผลโดยวิศวกร

SPN Soil Engineering ให้บริการทดสอบเสาเข็ม Static Load Test ตามมาตรฐาน ASTM D1143/D1143M-20e1 และ มยผ. 1251 ทั่วประเทศ 77 จังหวัด พร้อมรายงานกราฟ Load-Settlement และการวิเคราะห์ตามเกณฑ์ที่สเปคกำหนด รายงานรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร ใช้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้