ทำไมหลายคนคิดว่า PDA ใช้ได้แค่เสาเข็มตอก?

เพราะชื่อเครื่องมือและความสะดวกหน้างาน ไม่ใช่เพราะข้อจำกัดของหลักการ PDA ย่อมาจาก Pile Driving Analyzer ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อติดตามการตอกเสาเข็มโดยเฉพาะ ชื่อจึงผูกกับคำว่า driving ตั้งแต่ต้น อีกเหตุผลคืองานเสาเข็มตอกมีปั้นจั่นและตุ้มอยู่หน้างานแล้ว จึงทดสอบได้ทันทีโดยแทบไม่ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม

การติดตั้งหัววัดความเครียดและความเร่งที่ผิวข้างเสาเข็มเจาะ เพื่อทดสอบ PDA แบบ High Strain
การติดตั้งหัววัดที่ผิวข้างเสาเข็มเจาะก่อนทดสอบ PDA (ภาพ: SPN Soil Engineering)

หลักการทดสอบไม่ได้ผูกกับวิธีติดตั้งเสาเข็ม Dynamic Load Test (PDA) ส่งแรงกระแทกลงหัวเสาเข็ม แล้ววัดคลื่นความเค้นที่วิ่งลงไปและสะท้อนกลับ เพื่อคำนวณกำลังรับน้ำหนักที่ถูกกระตุ้นขึ้นมา เสาเข็มจะถูกตอกลงไปหรือหล่อในหลุมเจาะ คลื่นก็เดินทางในเนื้อคอนกรีตแบบเดียวกัน

ทั้ง ASTM D4945 (Standard Test Method for High-Strain Dynamic Testing of Deep Foundations) และ มยผ. 1252-51 เขียนครอบคลุมเสาเข็มลึกโดยทั่วไป ไม่ได้ระบุว่าใช้ได้เฉพาะเสาเข็มตอก

ทดสอบเสาเข็มเจาะต่างจากเสาเข็มตอกตรงไหน?

หลักการวัดและวิเคราะห์เหมือนกันทุกอย่าง ความต่างอยู่ที่การเตรียมงานหน้างาน 4 เรื่อง ได้แก่ แหล่งแรงกระแทก น้ำหนักตุ้ม การเตรียมหัวเข็ม และวัสดุรองรับแรงกระแทก

เครนยกตุ้มน้ำหนักขึ้นเหนือหัวเสาเข็มเจาะ เตรียมปล่อยกระแทกเพื่อทดสอบ High Strain
เสาเข็มเจาะไม่มีปั้นจั่นอยู่หน้างาน จึงต้องยกตุ้มทดสอบมาตั้งเองเหนือหัวเข็ม (ภาพ: SPN Soil Engineering)

1. ต้องยกตุ้มมาตั้งเอง — งานเสาเข็มตอกใช้ตุ้มของปั้นจั่นที่มีอยู่แล้ว ส่วนเสาเข็มเจาะไม่มีอุปกรณ์ตอกที่หน้างาน ทีมทดสอบจึงต้องนำตุ้มทดสอบพร้อมโครงนำ (guide frame) และเครนมาตั้งเหนือหัวเข็ม งานนี้กินพื้นที่และต้องมีทางเข้าออกให้เครน

2. น้ำหนักตุ้มต้องพอกระตุ้นกำลัง — เสาเข็มเจาะมักมีขนาดหน้าตัดใหญ่และรับน้ำหนักได้สูงกว่าเสาเข็มตอกในโครงการเดียวกัน ตุ้มจึงต้องหนักพอให้เสาเข็มขยับลงเล็กน้อยทุกครั้งที่กระแทก ถ้าเสาเข็มไม่ขยับเลย แปลว่ากำลังยังไม่ถูกกระตุ้นเต็มที่ ผลที่ได้จะเป็นเพียงค่าต่ำสุดที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่กำลังสูงสุดจริง

3. หัวเสาเข็มต้องเตรียมมากกว่า — หัวเสาเข็มเจาะมีชั้นน้ำปูนและตะกอนอยู่ด้านบนจากขั้นตอนการเทคอนกรีต ต้องสกัดออกจนถึงเนื้อดีและปรับหน้าตัดให้เรียบตั้งฉาก รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในบทความ เตรียมหัวเสาเข็มก่อนทดสอบ

4. ต้องมีวัสดุรองรับแรงกระแทก — ใช้แผ่นรองหัวเข็มและวัสดุกันกระแทก เช่น ไม้อัด วางระหว่างตุ้มกับหัวเข็ม เพื่อกระจายแรงและยืดช่วงเวลากระแทกให้หัวเข็มไม่แตก ความหนาของวัสดุรองมีผลต่อรูปคลื่นที่ได้โดยตรง

ถ้าอยากเห็นภาพรวมว่าเสาเข็มแต่ละชนิดควรใช้วิธีทดสอบใด อ่านต่อที่ เสาเข็มเจาะ vs เสาเข็มตอก ทดสอบต่างกันยังไง

ภาพด้านล่างรวมทั้ง 4 เรื่องไว้ในรูปเดียว ไล่ดูจากบนลงล่าง ได้แก่ ตุ้มทดสอบในโครงนำ วัสดุรองบนหัวเข็มที่สกัดถึงเนื้อดี และหัววัดคู่ตรงข้ามในหลุมที่ขุดรอบหัวเข็ม กรอบด้านขวาสรุปว่าแต่ละจุดต่างจากงานเสาเข็มตอกอย่างไร

รูปด้านข้างเชิงแนวคิดของเสาเข็มเจาะที่เตรียมพร้อมสำหรับ High Strain Dynamic Load Test (PDA) พร้อมประเด็นเฉพาะที่ต่างจากเสาเข็มตอก แผนภาพสองช่องและแถบล่าง ช่องซ้ายเป็นรูปด้านข้างเชิงแนวคิดของเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ในหลุมที่ขุดรอบหัวเสาเข็ม หัวเสาเข็มถูกสกัดจนถึงเนื้อคอนกรีตดีและปรับหน้าตัดให้เรียบตั้งฉากกับแกน บนหัวเข็มวางไม้อัดกันกระแทกและแผ่นรองหัวเข็ม เหนือขึ้นไปเป็นโครงนำที่คุมแนวตุ้มทดสอบให้ตรงกับแกนเสาเข็ม ตุ้มแขวนจากสลิงเครน ลูกศรประแสดงระยะยกซึ่งเริ่มจากระยะต่ำแล้วเพิ่มขึ้นทีละขั้น ที่ผิวข้างเสาเข็มในหลุมซึ่งอยู่ต่ำกว่าหัวเข็มลงมา ติดหัววัดความเครียดสีส้มและหัววัดความเร่งสีฟ้าเป็นคู่ตรงข้ามกันสองด้าน สายสัญญาณต่อขึ้นไปยังเครื่อง PDA บนพื้นดิน ในตัวเสาเข็มมีลูกศรคลื่นความเค้นวิ่งลงแล้วสะท้อนกลับ และลูกศรสีเขียวแทนแรงต้านของดินที่ถูกกระตุ้นเมื่อเสาเข็มขยับลงเล็กน้อย ช่องขวาสรุปประเด็นเฉพาะของเสาเข็มเจาะสี่ข้อ ก หัวเข็มมีชั้นน้ำปูนและตะกอนต้องสกัดออกจนถึงเนื้อดีและปรับให้เรียบตั้งฉาก ข แรงกระแทกอาจไม่สมมาตร จึงติดหัววัดเป็นคู่ตรงข้ามเพื่อเฉลี่ยผล แสดงด้วยรูปตัดตามแนวราบที่มีจุดกระแทกเยื้องศูนย์ ค เสาเข็มเจาะหน้าตัดใหญ่ ตุ้มต้องหนักพอให้เสาเข็มขยับลงเล็กน้อยทุกครั้ง ถ้าไม่ขยับ ค่าที่ได้เป็นกำลังต่ำสุดที่พิสูจน์ได้ ง คอนกรีตต้องมีอายุและกำลังพอ และต้องเฝ้าดูค่าความเค้นในเสาเข็มทุกครั้งที่กระแทก แถบล่างระบุว่าใช้มาตรฐานเดียวกับเสาเข็มตอกคือ ASTM D4945 และ มยผ. 1252-51 วิเคราะห์สองขั้นด้วย Case Method ที่หน้างานและ CAPWAP ในสำนักงาน และน้ำหนักตุ้ม ระยะยก และวัสดุรองหัวเข็ม ให้วิศวกรผู้ทดสอบกำหนดตามงานจริง ภาพนี้เป็นภาพเชิงแนวคิด ไม่ใช่แบบก่อสร้าง เสาเข็มเจาะพร้อมทดสอบ High Strain: เตรียมอะไร ต่างจากเข็มตอกตรงไหน แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน รูปด้านข้าง: หัวเสาเข็มเจาะในหลุมทดสอบ ภาพเชิงแนวคิด · ไม่ตามสัดส่วนจริง เครื่อง PDA ค ตุ้มทดสอบ ยกมาตั้งเอง ไม่มีปั้นจั่น ระยะยก เริ่มต่ำ → เพิ่มทีละขั้น ไม้อัด + แผ่นรองหัวเข็ม กระจายแรง · ยืดช่วงกระแทก หลุมขุดรอบหัวเข็ม เปิดผิวข้างให้ติดหัววัด ง คอนกรีตเสาเข็ม อายุ + กำลังพอรับแรง สลิงเครน โครงนำ (Guide Frame) คุมตุ้มให้ตรงแกนเสาเข็ม ก หัวเข็มเนื้อดี เรียบ · ตั้งฉากกับแกน ข หัววัดคู่ตรงข้าม Strain Gauge + Accelerometer ต่ำกว่าหัวเข็มลงมา คลื่นความเค้น วิ่งลงแล้วสะท้อนกลับ แรงต้านดิน (ถูกกระตุ้น) ประเด็นเฉพาะเสาเข็มเจาะ จุดที่ต่างจากงานเสาเข็มตอก ก หัวเข็มมีชั้นน้ำปูน + ตะกอน สกัดออกจนถึงเนื้อคอนกรีตดี ปรับหน้าตัดให้เรียบ ตั้งฉากแกน หน้าตัดเอียง = สัญญาณใช้ไม่ได้ ข แรงกระแทกอาจไม่สมมาตร ติดหัววัดเป็นคู่ตรงข้ามกัน เพื่อเฉลี่ยผลแรงที่เยื้องศูนย์ หัววัดต้องยึดแน่นกับเนื้อเข็ม ค หน้าตัดใหญ่ รับน้ำหนักสูง ตุ้มต้องหนักพอให้เข็มขยับลง เล็กน้อยทุกครั้งที่กระแทก ไม่ขยับ = ได้ค่าต่ำสุดที่พิสูจน์ได้ ง คอนกรีตต้องมีกำลังพอ ตรวจอายุและกำลังก่อนทดสอบ เฝ้าค่าความเค้นในเสาเข็ม ทุกครั้งที่ปล่อยตุ้ม 1 มาตรฐานเดียวกับเข็มตอก ASTM D4945 · มยผ. 1252-51 2 วิเคราะห์ 2 ขั้น Case Method หน้างาน → CAPWAP 3 ตุ้ม · ระยะยก · วัสดุรอง วิศวกรผู้ทดสอบกำหนดตามงานจริง
รูปด้านข้างเชิงแนวคิดของเสาเข็มเจาะที่พร้อมทดสอบ High Strain: สกัดหัวเข็มจนถึงเนื้อดี วางไม้อัดและแผ่นรองหัวเข็ม ตั้งตุ้มในโครงนำ และติด Strain Gauge กับ Accelerometer เป็นคู่ตรงข้ามกันต่ำกว่าหัวเข็มลงมา — ภาพเชิงแนวคิด ไม่ใช่แบบก่อสร้าง น้ำหนักตุ้ม ระยะยก และวัสดุรอง ให้วิศวกรผู้ทดสอบกำหนดตามงานจริง

ขั้นตอนทดสอบ High Strain บนเสาเข็มเจาะมีอะไรบ้าง?

งานทดสอบมี 7 ขั้นหลัก เริ่มจากตรวจกำลังคอนกรีตและเตรียมหัวเข็ม ต่อด้วยติดหัววัดและตั้งตุ้ม แล้วจบที่การปล่อยตุ้มและวิเคราะห์ผลด้วย CAPWAP

  1. ตรวจอายุและกำลังคอนกรีต — เสาเข็มต้องมีกำลังพอรับแรงกระแทกโดยไม่เสียหาย เกณฑ์อ่านได้ที่ เสาเข็มหล่อเสร็จกี่วันถึงทดสอบได้
  2. สกัดและปรับหัวเข็ม — สกัดถึงเนื้อคอนกรีตดี ปรับหน้าตัดให้เรียบและตั้งฉากกับแกนเสาเข็ม
  3. ขุดเปิดผิวข้าง — เปิดดินรอบหัวเข็มให้เห็นเนื้อเสาเข็มยาวพอสำหรับยึดหัววัดที่ระดับต่ำกว่าหัวเข็มลงมา
  4. ติดตั้งหัววัด — ยึดหัววัดความเครียด (strain transducer) และหัววัดความเร่ง (accelerometer) เป็นคู่ตรงข้ามกันรอบเสาเข็ม เพื่อเฉลี่ยผลของแรงกระแทกที่ไม่สมมาตร
  5. ตั้งตุ้มและโครงนำ — จัดแนวตุ้มให้ตรงกับแกนเสาเข็ม วางวัสดุรองหัวเข็ม
  6. ปล่อยตุ้มและบันทึกสัญญาณ — เริ่มจากระยะยกต่ำแล้วเพิ่มขึ้นทีละขั้น พร้อมเฝ้าดูค่าความเค้นในเสาเข็มไม่ให้เกินระดับที่ปลอดภัย
  7. วิเคราะห์ผล — ประเมินเบื้องต้นที่หน้างานด้วย Case Method แล้ววิเคราะห์ละเอียดต่อด้วย CAPWAP ในสำนักงาน
ทีมวิศวกรบันทึกสัญญาณ PDA จากเครื่อง Pile Driving Analyzer ระหว่างการทดสอบหน้างาน
สัญญาณแรงและความเร็วถูกบันทึกทุกครั้งที่ตุ้มกระแทก แล้วนำไปวิเคราะห์ต่อด้วย CAPWAP (ภาพ: SPN Soil Engineering)
เจ้าหน้าที่ SPN ถือป้ายบันทึกข้อมูล Dynamic Load Test ระบุหมายเลขเสาเข็ม ชนิดเสาเข็ม น้ำหนักออกแบบ และวันที่ทดสอบ ข้างตุ้มทดสอบที่หน้างาน
ทุกครั้งที่ทดสอบต้องบันทึกหมายเลขเสาเข็ม ชนิดเสาเข็ม และน้ำหนักออกแบบไว้คู่กับภาพหน้างาน (ภาพ: SPN Soil Engineering)

วิธีอ่านค่าที่ได้จากรายงาน ดูรายละเอียดที่ PDA Test อ่านผลยังไง

แบบจำลองด้านล่างวางทั้ง 7 ขั้นไว้บนหน้างานเดียว ป้ายหมายเลขในภาพตรงกับลำดับงานในกรอบด้านขวา สังเกตว่าเครนต้องมีที่ตั้งบนพื้นที่รับน้ำหนักได้ และสายสัญญาณต้องเดินจากหลุมทดสอบไปยังเครื่อง PDA ซึ่งเป็นที่มาของข้อจำกัดในหัวข้อถัดไป

แบบจำลอง 3 มิติเชิงแนวคิดของหน้างานทดสอบ High Strain (PDA) บนเสาเข็มเจาะ ตั้งแต่หลุมขุดรอบหัวเข็ม ตุ้มทดสอบในโครงนำที่แขวนจากเครน จนถึงเครื่อง PDA พร้อมลำดับงานในวันทดสอบ ภาพสามมิติเชิงแนวคิดของหน้างานดินอ่อนที่มีน้ำขังเป็นแอ่งบนผิวดิน มุมหน้าของก้อนดินถูกตัดออกเพื่อให้เห็นหลุมที่ขุดรอบหัวเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ ก้นหลุมเป็นโคลนและมีน้ำขัง หัวเสาเข็มถูกสกัดจนถึงเนื้อดี บนหัวเข็มวางวัสดุรองและแผ่นรองหัวเข็ม เหนือขึ้นไปเป็นโครงนำสี่เสาที่มีตุ้มทดสอบแขวนอยู่ด้านใน ลูกศรประสีส้มแสดงการปล่อยตุ้มลงกระแทก โครงนำแขวนจากสลิงของเครนตีนตะขาบที่ตั้งอยู่ด้านหลังขวาบนพื้นดิน ที่ผิวข้างเสาเข็มในหลุมติดหัววัดความเครียดสีส้มและหัววัดความเร่งสีฟ้าเป็นคู่ตรงข้ามกัน สายสัญญาณพาดขึ้นผนังหลุมไปยังเครื่อง PDA ที่ตั้งบนพื้นด้านซ้าย ข้างเครื่องมีทีมทดสอบสองคน ป้ายหมายเลขในภาพโยงกับกรอบด้านขวา ซึ่งเรียงลำดับงานในวันทดสอบเจ็ดขั้นตามบทความ ได้แก่ หนึ่ง ตรวจอายุและกำลังคอนกรีต สอง สกัดและปรับหัวเข็มให้เรียบตั้งฉาก สาม ขุดเปิดผิวข้างรอบหัวเข็ม สี่ ติดหัววัดคู่ตรงข้าม ห้า ตั้งตุ้มและโครงนำพร้อมวางวัสดุรอง หก ปล่อยตุ้มโดยเริ่มจากระยะยกต่ำแล้วเพิ่มทีละขั้นพร้อมเฝ้าดูค่าความเค้น เจ็ด ประเมินเบื้องต้นด้วย Case Method ที่หน้างานแล้ววิเคราะห์ละเอียดด้วย CAPWAP ท้ายกรอบระบุว่าผล PDA บนเสาเข็มเจาะใช้ร่วมหรือเทียบกับ Static Load Test เมื่อสเปกโครงการกำหนด หรือเมื่อเสาเข็มใหญ่เกินกว่าที่ตุ้มจะกระตุ้นกำลังได้เต็ม ภาพนี้เป็นภาพเชิงแนวคิด ไม่ใช่ผังหน้างานจริง แบบจำลอง 3 มิติ (3D): หน้างาน PDA บนเสาเข็มเจาะ + ลำดับงานวันทดสอบ แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน 5 ตุ้มทดสอบ + โครงนำ ยกมาตั้งเอง จัดแนวตรงแกน 6 ปล่อยตุ้ม + บันทึกสัญญาณ ระยะยกต่ำ → เพิ่มทีละขั้น เครนยกตุ้ม ต้องมีพื้นที่ + ทางเข้าออก พื้นอ่อนอาจตั้งเครนไม่ได้ 7 เครื่อง PDA + ทีมทดสอบ Case Method ดูผลเบื้องต้นทันที ดินอ่อน มีน้ำขัง ตั้งตุ้มและเข้าถึงหัวเข็มยากขึ้น 2 หัวเข็มเนื้อดี + วัสดุรอง สกัด ปรับเรียบ ตั้งฉาก 4 หัววัดคู่ตรงข้าม Strain Gauge + Accelerometer 3 หลุมขุดรอบหัวเข็ม ตัดผนังหน้าออกให้เห็น วันทดสอบ: ลำดับงาน 1 ตรวจอายุ + กำลังคอนกรีต เสาเข็มต้องรับแรงกระแทกได้ 2 สกัด + ปรับหัวเข็ม ถึงเนื้อดี เรียบ ตั้งฉากแกน 3 ขุดเปิดผิวข้าง ให้เห็นเนื้อเสาเข็มพอติดหัววัด 4 ติดหัววัดคู่ตรงข้าม เฉลี่ยผลแรงกระแทกไม่สมมาตร 5 ตั้งตุ้ม + โครงนำ จัดแนวตรงแกน · วางวัสดุรอง 6 ปล่อยตุ้ม + บันทึกสัญญาณ ยกต่ำ → สูง · เฝ้าค่าความเค้น 7 Case Method หน้างาน แล้ววิเคราะห์ละเอียดด้วย CAPWAP ผล PDA บนเสาเข็มเจาะ → ใช้ร่วม/เทียบกับ Static Load Test เมื่อสเปกโครงการกำหนด หรือเมื่อ เสาเข็มใหญ่เกินกว่าตุ้มจะกระตุ้น กำลังได้เต็ม ภาพเชิงแนวคิด · ไม่ใช่ผังหน้างานจริง
แบบจำลอง 3 มิติเชิงแนวคิดของหน้างาน PDA บนเสาเข็มเจาะ: หลุมขุดรอบหัวเข็ม ตุ้มในโครงนำที่แขวนจากเครน หัววัดคู่ตรงข้าม และเครื่อง PDA พร้อมลำดับงาน 7 ขั้นในวันทดสอบ — ภาพเชิงแนวคิด ไม่ใช่ผังหน้างานจริง

PDA บนเสาเข็มเจาะมีข้อจำกัดอะไร?

ข้อจำกัดหลักมี 3 เรื่อง คือ เสาเข็มใหญ่มากอาจกระตุ้นกำลังไม่เต็ม หน้างานต้องมีพื้นที่ตั้งเครน และผลขึ้นกับคุณภาพสัญญาณ

⚠️ 3 ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเลือกวิธีนี้
  • เสาเข็มขนาดใหญ่มากอาจกระตุ้นกำลังไม่เต็ม — ยิ่งเสาเข็มใหญ่และรับน้ำหนักได้สูง ตุ้มที่ต้องใช้ก็ยิ่งหนักจนอาจไม่คุ้มหรือหน้างานรับไม่ไหว กรณีนี้ผลที่ได้จะเป็นค่าต่ำสุดที่พิสูจน์ได้เท่านั้น
  • ต้องการพื้นที่และเครน — ต่างจากเสาเข็มตอกที่ใช้ปั้นจั่นเดิม หน้างานแคบหรือพื้นอ่อนอาจตั้งเครนไม่ได้
  • ผลขึ้นกับคุณภาพสัญญาณ — หัวเข็มที่เตรียมไม่ดี หน้าตัดเอียง หรือหัววัดยึดไม่แน่น ทำให้สัญญาณใช้ไม่ได้และต้องทดสอบใหม่
การทดสอบ Dynamic Load Test ที่หน้างานดินอ่อนมีน้ำขัง ตุ้มน้ำหนักแขวนอยู่เหนือหัวเสาเข็มในหลุมทดสอบ
หน้างานดินอ่อนและมีน้ำขังทำให้ตั้งตุ้มและเข้าถึงหัวเข็มยากขึ้น (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ถ้าเสาเข็มใหญ่เกินกว่าที่ตุ้มจะกระตุ้นกำลังได้เต็ม ทางเลือกคือ Static Load Test ซึ่งกดน้ำหนักจริงลงบนหัวเสาเข็ม ให้ผลตรงที่สุดแต่ใช้เวลาและงบมากกว่า รายละเอียดการตั้งระบบรับน้ำหนักอ่านได้ที่ Kentledge กับ Reaction Pile ต่างกันอย่างไร

หลายโครงการจึงใช้สองวิธีร่วมกัน คือทำ Static Load Test กับเสาเข็มต้นตัวอย่าง แล้วใช้ PDA ครอบคลุมเสาเข็มต้นอื่นตามที่สเปกกำหนด ข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธีเทียบไว้ที่ Dynamic vs Static Load Test เลือกแบบไหนดี

PDA บอกความสมบูรณ์ของเสาเข็มเจาะได้ไหม?

ไม่ได้โดยตรง การทดสอบกำลังกับการทดสอบความสมบูรณ์เป็นคนละเรื่องกัน

PDA ตอบคำถามว่า เสาเข็มรับน้ำหนักได้เท่าไร แต่ไม่ได้ตอบว่า เนื้อเสาเข็มสมบูรณ์ตลอดความยาวหรือไม่ โดยตรง สำหรับเสาเข็มเจาะซึ่งหล่อในหลุมและมองไม่เห็นระหว่างเท ความสมบูรณ์เป็นประเด็นสำคัญไม่แพ้กำลัง

งานเสาเข็มเจาะจึงมักทดสอบสองอย่างควบคู่กัน คือ PDA สำหรับกำลัง และ Seismic Integrity Test หรือ Cross Hole Sonic Logging (CSL) สำหรับความสมบูรณ์ โดย CSL ให้ผลละเอียดกว่าแต่ต้องฝังท่อไว้ในเสาเข็มตั้งแต่ตอนหล่อ จึงต้องวางแผนล่วงหน้า

ตารางเทียบ PDA บนเสาเข็มเจาะกับเสาเข็มตอก

มาตรฐานและหลักการวิเคราะห์เหมือนกัน สิ่งที่ต่างคือแหล่งแรงกระแทก การเตรียมหัวเข็ม การทดสอบซ้ำ และข้อจำกัดหลัก

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

หัวข้อเสาเข็มตอกเสาเข็มเจาะ (หล่อในที่)
มาตรฐานอ้างอิงASTM D4945 / มยผ. 1252-51ASTM D4945 / มยผ. 1252-51 (เหมือนกัน)
แหล่งแรงกระแทกตุ้มของปั้นจั่นที่มีอยู่แล้วต้องยกตุ้มทดสอบมาตั้งพร้อมโครงนำ
การเตรียมหัวเข็มสกัดคอนกรีตที่แตกจากการตอกสกัดชั้นน้ำปูนและตะกอน ปรับหน้าตัดใหม่
ทดสอบซ้ำ (Restrike)ทำได้ ใช้ดู soil set-upไม่ใช่แนวปฏิบัติปกติ
ข้อจำกัดหลักผลช่วง EOD อาจต่ำกว่ากำลังจริงเสาเข็มใหญ่มากอาจกระตุ้นกำลังไม่เต็ม
ทดสอบความสมบูรณ์ร่วมSeismic Integrity TestSeismic Integrity Test หรือ CSL
ตุ้มน้ำหนักทดสอบแขวนอยู่ในโครงนำเหนือหัวเสาเข็มที่เปิดหลุมไว้ พร้อมปล่อยกระแทกเพื่อทดสอบ Dynamic Load Test
ตุ้มทดสอบพร้อมโครงนำที่ยกมาตั้งเหนือหัวเข็ม เพราะเสาเข็มเจาะไม่มีปั้นจั่นอยู่หน้างานจึงต้องยกตุ้มมาตั้งเองเสมอ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

เรื่อง Restrike และ soil set-up ในเสาเข็มตอก อ่านต่อได้ที่ Restrike Test คืออะไร

ทดสอบ PDA เสาเข็มเจาะราคาเท่าไร?

ค่าบริการ PDA ของ SPN เริ่มต้นประมาณ 5,500 บาทต่อต้น ส่วน Static Load Test อยู่ที่ประมาณ 50,000-150,000 บาทต่อต้นขึ้นไปตามน้ำหนักทดสอบและระบบรับน้ำหนัก และ Seismic Integrity Test ประมาณ 100-150 บาทต่อต้น

ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

สำหรับเสาเข็มเจาะ ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นกับขนาดตุ้มที่ต้องใช้และการเข้าถึงหน้างานด้วย ส่งขนาดเสาเข็ม ความยาว และน้ำหนักออกแบบมาให้ทีมวิศวกร SPN ประเมิน แล้วรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชั่วโมง ดูภาพรวมบริการทั้งหมดได้ที่หน้า บริการทดสอบเสาเข็ม

⚠️ บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป

เนื้อหาอธิบายหลักการและแนวปฏิบัติของการทดสอบ High Strain บนเสาเข็มเจาะเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น น้ำหนักตุ้มที่เหมาะสม จำนวนต้นที่ต้องทดสอบ และเกณฑ์การยอมรับของแต่ละโครงการ ต้องกำหนดโดยวิศวกรผู้รับผิดชอบและระบุไว้ในสเปกของโครงการนั้นโดยตรง