ตอกเสาเข็มไม่ลง (Pile Refusal) หมายความว่าอะไร?

ตอกเสาเข็มไม่ลง คือสภาพที่เสาเข็มแทบไม่จมเพิ่มแม้ยังตอกต่อ ทั้งที่ปลายเสาเข็มยังไม่ถึงระดับในแบบ หน้างานดูจากระยะจมต่อการตอกที่น้อยลงมาก หรือ Blow Count (จำนวนครั้งที่ตอกต่อระยะจม) ที่สูงจนถึงเกณฑ์หยุดตอกที่วิศวกรกำหนดไว้ ในภาษาวิศวกรรมเรียกสภาพนี้ว่า refusal

ปัญหาคือ refusal ไม่ได้บอกสาเหตุ อาการเดียวกันเกิดได้ตั้งแต่เสาเข็มถึงชั้นดินแข็งที่ต้องการจริง ไปจนถึงเสาเข็มหักอยู่ใต้ดินโดยไม่มีใครเห็น การตัดสินใจจากอาการอย่างเดียวจึงเสี่ยงมาก

สิ่งที่แยกสาเหตุออกจากกันได้ดีที่สุดคือ รูปแบบการเปลี่ยนแปลงของ Blow Count ไม่ใช่ค่าสุดท้ายเพียงค่าเดียว ถ้าค่าค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามความลึกและสอดคล้องกับชั้นดินในรายงานเจาะสำรวจดิน มักเป็นการเข้าชั้นแข็งจริง แต่ถ้าค่ากระโดดขึ้นทันทีในระดับที่รายงานระบุว่ายังเป็นดินอ่อน ต้องสงสัยว่าเป็นอุปสรรคใต้ดินหรือเสาเข็มเสียหาย อ่านความหมายของเกณฑ์หยุดตอกได้ที่ Last 10 Blow กับ Blow Count ต่างกันยังไง

แผนภาพด้านล่างเทียบ 3 สาเหตุบนชั้นดินเดียวกัน โดยมีกราฟ Blow Count ตามความลึกอยู่ข้างเสาเข็มแต่ละต้น ให้สังเกตรูปกราฟ ภาพ ก. ค่าเพิ่มทีละน้อยและตรงกับ Boring Log ภาพ ข. ค่ากระโดดขึ้นแล้วตกลงผิดปกติ ส่วนภาพ ค. หยุดกะทันหันในชั้นดินอ่อน

ตอกเสาเข็มไม่ลงเหมือนกันแต่สาเหตุต่างกัน 3 แบบ: เข้าชั้นดินแข็งจริง เสาเข็มหักหรือเสียหาย และติดอุปสรรคใต้ดิน พร้อมรูปแบบ Blow Count ที่ใช้แยกสาเหตุ ชั้นดินเหมือนกันทั้งสามภาพ คือดินถมและดินเหนียวอ่อนด้านบน ดินเหนียวแข็งปานกลาง และชั้นทรายแน่นค่า N สูง เส้นประคือระดับปลายเข็มตามแบบ ข้างเสาเข็มแต่ละต้นมีกราฟ Blow Count ตามความลึกบนสเกลความลึกเดียวกัน ภาพ ก ชั้นทรายแน่นอยู่ตื้นกว่าที่คาด เสาเข็มหยุดในชั้นทรายเหนือระดับตามแบบ Blow Count เพิ่มขึ้นทีละน้อยและสอดคล้องกับ Boring Log ยืนยันกำลังด้วย PDA ภาพ ข เสาเข็มหักกลางลำและหัวเข็มแตก Blow Count กระโดดขึ้นแล้วตกลงผิดปกติ ยืนยันด้วย Seismic Integrity Test และ PDA ภาพ ค เสาเข็มหยุดกะทันหันในชั้นดินอ่อนเพราะติดก้อนหินหรือเศษฐานรากเดิม ไม่ตรงกับ Boring Log และต้นข้างเคียงลงได้ตามปกติ ยืนยันด้วยการเจาะสำรวจหรือขุดตรวจเพิ่มร่วมกับ Seismic แถบด้านล่าง อย่าเร่งตอกเพิ่มเพราะเข็มมักแตกทั้งที่จมไม่เพิ่ม ให้รวบรวมบันทึกการตอก Boring Log และผลทดสอบ แล้วให้วิศวกรผู้ออกแบบเป็นผู้ตัดสิน ตอกเสาเข็มไม่ลง: อาการเดียวกัน แต่สาเหตุคนละเรื่อง แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ชั้นดิน ดินถม + ดินเหนียวอ่อน ดินเหนียว แข็งปานกลาง ทรายแน่น N สูง ปลายตามแบบ ก. เข้าชั้นดินแข็งจริง Blow Count → หยุด ทรายแน่นอยู่ตื้นกว่าที่คาด Blow Count เพิ่มทีละน้อย · ตรง Log ยืนยันกำลัง: PDA ข. เสาเข็มหัก / เสียหาย หัก หัวแตก Blow Count → หยุด Blow Count กระโดด / ตกผิดปกติ หัวเข็มแตก เข็มเอียง เสียงตอกเปลี่ยน ยืนยัน: Seismic + PDA ค. อุปสรรคใต้ดิน ก้อนหิน / ฐานรากเดิม Blow Count → หยุด หยุดกะทันหันในชั้นดินอ่อน ไม่ตรง Boring Log · ต้นข้าง ๆ ลงปกติ ยืนยัน: เจาะ/ขุด + Seismic ! อย่าเร่งตอกเพิ่ม เข็มมักแตกทั้งที่จมไม่เพิ่ม 2 รวมข้อมูลให้ครบ Driving Record + Boring Log 3 ผู้ตัดสิน วิศวกรผู้ออกแบบ + ผลทดสอบ
ตอกไม่ลงเหมือนกันแต่ต้องจัดการคนละแบบ: ก. ชั้นทรายแน่นอยู่ตื้นกว่าที่คาด ยืนยันกำลังด้วย PDA · ข. เสาเข็มหักหรือหัวแตก ยืนยันด้วย Seismic Integrity Test และ PDA · ค. ติดก้อนหินหรือฐานรากเดิมในชั้นดินอ่อน ยืนยันด้วยการเจาะหรือขุดตรวจร่วมกับ Seismic ทุกกรณีต้องอ่านบันทึกการตอก ผลเจาะสำรวจดิน และผลทดสอบประกอบกัน (แผนภาพแสดงแนวคิด ไม่ใช่หน้าตัดดินของโครงการใดโครงการหนึ่ง)

เข็มสั้นกว่าแบบ แปลว่าใช้ไม่ได้หรือเปล่า?

ไม่เสมอไป ความยาวในแบบเป็นค่าที่ผู้ออกแบบประมาณจากข้อมูลชั้นดินขณะออกแบบ ซึ่งมาจากหลุมเจาะจำนวนจำกัด สิ่งที่แบบต้องการจริงไม่ใช่ตัวเลขความยาว แต่คือ กำลังรับน้ำหนักที่เสาเข็มต้นนั้นต้องทำได้

ถ้าเสาเข็มหยุดที่ชั้นดินแข็งซึ่งแข็งกว่าที่คาดไว้ ปลายเสาเข็มอยู่ในชั้นรับน้ำหนักที่เหมาะสม และผลทดสอบยืนยันว่ากำลังรับน้ำหนักถึงเกณฑ์ ความยาวที่สั้นกว่าแบบก็อาจยอมรับได้ ในทางกลับกัน เสาเข็มที่ยาวตามแบบเป๊ะแต่หักอยู่ใต้ดิน กลับใช้ไม่ได้

ถ้าใช้ PDA ยืนยันกำลัง ต้องดูจังหวะเวลาทดสอบด้วย เพราะกำลังของเสาเข็มเปลี่ยนไปตามเวลาหลังตอก ในดินเหนียวมักเพิ่มขึ้น (set-up) ส่วนทรายแน่นละเอียดที่อิ่มตัวด้วยน้ำ หินผุ หรือดินดานบางชนิดอาจลดลง (relaxation) เสาเข็มที่หยุดในชั้นทรายแน่นตื้นกว่าที่คาดจึงอาจต้องทดสอบซ้ำหลังทิ้งช่วงตามที่วิศวกรผู้รับผิดชอบกำหนด ไม่ใช่ดูผลตอนจบตอกอย่างเดียว อ่านเพิ่มที่ Restrike Test คืออะไร ทำไม PDA ต้องทดสอบซ้ำหลังตอก

ประเด็นสำคัญคือ ผู้ที่ตัดสินว่ายอมรับได้หรือไม่ ต้องเป็นวิศวกรผู้ออกแบบของโครงการ โดยพิจารณาจากข้อมูลที่ครบ ไม่ใช่การตัดสินใจหน้างานของผู้รับเหมาหรือผู้ควบคุมงานเพียงลำพัง

ตอกเสาเข็มไม่ลงเกิดจากอะไร? 5 สาเหตุและวิธีแยก

ตอกเสาเข็มไม่ลงเกิดได้จาก 5 สาเหตุ คือ เข้าชั้นดินแข็งจริง ติดอุปสรรคใต้ดิน เสาเข็มหักหรือแตกร้าว รอยต่อมีปัญหา และเครื่องมือหรือวิธีตอก ตารางด้านล่างสรุปสัญญาณที่ใช้แยกและสิ่งที่ควรทดสอบเพื่อยืนยันแต่ละสาเหตุ

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตารางที่ 1 — แยกสาเหตุที่ทำให้เสาเข็มตอกไม่ลง
สาเหตุสัญญาณที่สังเกตได้สิ่งที่ควรทดสอบยืนยัน
1. เข้าชั้นดินแข็งจริงBlow Count เพิ่มขึ้นทีละน้อยตามความลึก ระดับที่หยุดสอดคล้องกับชั้นทรายแน่นหรือดินเหนียวแข็งในรายงานเจาะดิน เสาเข็มข้างเคียงหยุดที่ระดับใกล้เคียงกันDynamic Load Test (PDA) เพื่อยืนยันกำลังรับน้ำหนัก
2. อุปสรรคใต้ดิน
(ก้อนหิน เศษฐานรากเดิม ท่อเก่า)
หยุดกะทันหันในระดับที่รายงานระบุว่ายังเป็นดินอ่อน เสาเข็มต้นข้าง ๆ ลงได้ตามปกติ บางครั้งเสาเข็มเบี่ยงออกจากแนวขณะตอกเจาะสำรวจเพิ่มที่จุดนั้น หรือขุดตรวจในระดับตื้น + Seismic Integrity Test
3. เสาเข็มหักหรือแตกร้าวBlow Count กระโดดขึ้นหรือกลับตกลงผิดปกติ หัวเสาเข็มแตก เสียงตอกเปลี่ยน เสาเข็มเอียงหรือขยับผิดจังหวะSeismic Integrity Test (มยผ.1551-51) และ PDA ในต้นที่สงสัย
4. รอยต่อเสาเข็มมีปัญหา
(เสาเข็มแบบต่อท่อน)
ตอกลงได้ปกติจนถึงรอยต่อแล้วพฤติกรรมเปลี่ยน เข็มเอียง หรือระยะจมไม่สม่ำเสมอหลังต่อท่อนตรวจคุณภาพรอยเชื่อม + Seismic Integrity Test
5. ปัญหาจากเครื่องมือและวิธีตอกค่าที่ได้ผิดปกติเฉพาะช่วงเวลาหรือเฉพาะชุดเครื่องมือ หมวกครอบหัวเข็มหรือวัสดุรองสึก ตุ้มตอกไม่ได้ระยะยกตามที่กำหนดตรวจสภาพเครื่องมือและบันทึกการตอก วัดพลังงานที่ส่งถึงหัวเข็มด้วย PDA แล้วตอกทดลองซ้ำหลังแก้ไข

ในกรณีที่สงสัยเรื่องความสมบูรณ์ของเสาเข็ม อ่านสาเหตุความเสียหายและวิธีตรวจจับแต่ละแบบได้ที่ เสาเข็มชำรุดเกิดจากอะไร 6 สาเหตุเสาเข็มเสียหาย และวิธีตรวจเจอ

สาเหตุที่ 5 มักถูกมองข้าม ตุ้มที่เล็กเกินไปหรือส่งพลังงานถึงหัวเข็มได้น้อย ทำให้ Blow Count พุ่งสูงจนดูเหมือนตอกไม่ลง ทั้งที่ดินยังไม่แข็งพอ เรียกว่า "ตอกไม่ลงเทียม" การวัดพลังงานด้วย PDA ขณะตอก และการวิเคราะห์ Wave Equation Analysis ช่วยแยกกรณีนี้ออกจากการเข้าชั้นแข็งจริง และบอกได้ว่าหน่วยแรงในเสาเข็มสูงจนเสี่ยงแตกหรือไม่

⚠️ อย่าเร่งตอกเพิ่มเพื่อให้ลงถึงระดับ

เมื่อเสาเข็มหยุดจมแล้ว การเพิ่มจำนวนครั้งหรือเพิ่มระยะยกตุ้มเพื่อดันให้ลงถึงระดับในแบบ มักทำให้เสาเข็มแตกร้าวหรือหักโดยที่ยังไม่จมเพิ่มเท่าไหร่ ผลคือได้เสาเข็มที่เสียหายแทนที่จะได้ความยาวตามแบบ

เข็มไม่ลงตามระดับ มีทางเลือกอะไรบ้าง?

ทางเลือกที่ใช้กันมี 5 แนวทาง คือ ยอมรับความยาวที่ได้พร้อมผลทดสอบ ตัดหัวเสาเข็มและปรับระดับฐานราก เพิ่มเสาเข็ม ตอกต้นใหม่แทน และเจาะนำหรือเปลี่ยนวิธีติดตั้ง แต่ละแนวทางเหมาะกับสาเหตุคนละแบบ และวิศวกรผู้ออกแบบเป็นผู้เลือกหลังแยกสาเหตุได้แล้ว

ยอมรับความยาวที่ได้พร้อมผลทดสอบยืนยัน ใช้เมื่อพิสูจน์ได้ว่าเสาเข็มเข้าชั้นดินแข็งจริงและกำลังรับน้ำหนักถึงเกณฑ์ ต้องมีผลทดสอบประกอบ ไม่ใช่การอนุมัติจากบันทึกการตอกอย่างเดียว

ตัดหัวเสาเข็มและปรับระดับฐานราก ใช้เมื่อเสาเข็มเหลือโผล่พ้นดินสูงกว่าที่ออกแบบไว้ ระดับตัดและรายละเอียดฐานรากที่ปรับใหม่เป็นสิ่งที่ผู้ออกแบบต้องกำหนดให้ และควรตัดหลังได้คำตัดสินแล้วเท่านั้น เพราะหัวเข็มที่ตัดไปแล้วทำให้การตอกซ้ำหรือทดสอบซ้ำหลังทิ้งช่วงทำได้ยากขึ้น

เพิ่มเสาเข็มในฐานรากนั้น ใช้เมื่อเสาเข็มแต่ละต้นรับน้ำหนักได้ต่ำกว่าที่ออกแบบ แต่ยังใช้ประโยชน์ได้ ต้องออกแบบตำแหน่งและจัดวางใหม่ทั้งฐาน เพราะการเพิ่มเสาเข็มเปลี่ยนจุดศูนย์กลางแรง

ทิ้งต้นที่มีปัญหาแล้วตอกต้นใหม่ข้าง ๆ ใช้เมื่อยืนยันว่าเสาเข็มหักหรือเสียหาย ตำแหน่งของต้นใหม่ต้องผ่านการพิจารณา เพราะการเยื้องศูนย์มีเกณฑ์ควบคุมอยู่ อ่านเกณฑ์การเยื้องศูนย์ได้ที่ เสาเข็มเบี่ยงศูนย์ ทำยังไงดี เกณฑ์ 75 มม.

เจาะนำหรือเปลี่ยนวิธีติดตั้ง ใช้เมื่อพบว่าอุปสรรคใต้ดินหรือชั้นแข็งกลางทางเป็นปัญหาที่จะเกิดซ้ำทั้งโครงการ เป็นการตัดสินใจระดับวิธีก่อสร้างที่ต้องประเมินร่วมกันทุกฝ่าย และมักใช้ผลวิเคราะห์ Wave Equation ประกอบการเลือกตุ้มและวิธีตอก

ทุกทางเลือกข้างต้นต้องผ่านการพิจารณาของวิศวกรผู้ออกแบบจากผลทดสอบจริง บทความนี้ไม่สามารถระบุได้ว่าโครงการใดควรเลือกแนวทางไหน เพราะขึ้นกับน้ำหนักบรรทุก ระบบฐานราก และข้อมูลชั้นดินเฉพาะของโครงการนั้น

ต้องแจ้งใครบ้าง และต้องเตรียมเอกสารอะไร?

เมื่อเสาเข็มไม่ลงตามระดับที่ออกแบบ สิ่งที่ต้องทำทันทีคือหยุดและบันทึก ไม่ใช่ตัดสินใจแก้ที่หน้างาน ผู้ที่ต้องรับทราบตามลำดับคือ ผู้ควบคุมงาน วิศวกรผู้ออกแบบหรือวิศวกรผู้รับผิดชอบโครงการ และเจ้าของโครงการ

เอกสารที่ควรมีครบก่อนขอคำตัดสิน ได้แก่

  • บันทึกการตอกเสาเข็ม (Pile Driving Record) ของต้นที่มีปัญหาและต้นข้างเคียง แสดง Blow Count ตามความลึก ระยะยกตุ้ม และระดับที่หยุด
  • รายงานเจาะสำรวจดิน พร้อม Boring Log ของหลุมที่ใกล้ที่สุด เพื่อเทียบว่าระดับที่หยุดตรงกับชั้นดินใด อ่านวิธีอ่านได้ที่ Boring Log อ่านอย่างไร
  • ผลทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม เช่น Seismic Integrity Test ตามแนวทาง มยผ.1551-51
  • ผลทดสอบกำลังรับน้ำหนัก เช่น Dynamic Load Test (PDA) ตาม มยผ.1252-51 และ ASTM D4945 ในต้นที่ต้องการยืนยันค่า
  • ภาพถ่ายและผังตำแหน่ง ของเสาเข็มต้นที่มีปัญหาเทียบกับผังฐานราก

ชุดเอกสารนี้มีประโยชน์สองทาง ทางหนึ่งคือช่วยให้วิศวกรตัดสินได้เร็วและถูกต้อง อีกทางคือใช้เป็นหลักฐานว่าการแก้ไขทำอย่างมีเหตุผลทางวิศวกรรม ซึ่งจำเป็นเมื่อต้องชี้แจงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้ตรวจสอบในภายหลัง

ถ้ายังไม่มีผลทดสอบ SPN รับทดสอบ Seismic Integrity Test และ PDA ทั่วประเทศ 77 จังหวัด รายงานรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร ใช้ประกอบการพิจารณาของวิศวกรผู้ออกแบบได้ ดูขอบเขตงานได้ที่ บริการทดสอบเสาเข็ม

ตอกครบความยาวแล้วเข็มยังจม ต้องทำอย่างไร?

ถ้าตอกครบความยาวในแบบแล้วเสาเข็มยังจมลงเรื่อย ๆ โดย Blow Count ยังต่ำ ต้องหยุดและแจ้งวิศวกรผู้ออกแบบเช่นเดียวกับกรณีเข็มสั้น เพราะแปลว่าปลายเสาเข็มยังไม่เข้าชั้นรับน้ำหนักที่คาดไว้ กรณีนี้มักน่ากังวลกว่าเข็มสั้นกว่าแบบ เพราะเสาเข็มอาจยังอยู่ในชั้นดินอ่อนที่ให้กำลังไม่พอ

แนวทางที่ใช้กันบ่อยคือต่อเสาเข็มเพิ่มความยาวจนถึงเกณฑ์หยุดตอกที่วิศวกรผู้ออกแบบกำหนด ซึ่งต้องควบคุมคุณภาพรอยต่อให้ดี เพราะรอยต่อคือจุดอ่อนของเสาเข็มแบบต่อท่อน และควรทดสอบยืนยันกำลังรับน้ำหนักหลังต่อเสร็จ

ทั้งกรณีสั้นกว่าแบบและยาวเกินแบบ ชี้ไปที่เรื่องเดียวกัน คือข้อมูลชั้นดินที่ใช้ออกแบบยังไม่ครอบคลุมความแปรปรวนจริงของพื้นที่ ถ้าเกิดกระจายหลายจุด ควรพิจารณาเจาะสำรวจดินเพิ่มเพื่อให้ผู้ออกแบบมีข้อมูลตัดสินใจสำหรับพื้นที่ที่เหลือ

⚠️ บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป

เนื้อหาอธิบายวิธีแยกสาเหตุและกระบวนการที่ควรทำเมื่อเสาเข็มตอกไม่ลงเพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น การตัดสินว่าเสาเข็มต้นใดยอมรับได้หรือต้องแก้ไข รวมถึงแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม ต้องทำโดยวิศวกรผู้ออกแบบหรือวิศวกรผู้รับผิดชอบโครงการจากผลทดสอบจริงเท่านั้น