Static Load Test ใช้เวลากี่วัน โดยรวม?
Static Load Test คือการทดสอบกำลังรับน้ำหนักเสาเข็มด้วยการกดน้ำหนักจริงลงบนหัวเสาเข็มทีละขั้น แล้ววัดการทรุดตัวจนครบน้ำหนักทดสอบ ตามมาตรฐาน ASTM D1143/D1143M-20e1 และ มยผ. 1251 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง (อ้างผ่านมาตรฐานงานเสาเข็ม มยผ.1106-64 ข้อ 6.1) ต่างจาก PDA Test ที่ทดสอบได้วันละหลายต้น การทดสอบแบบสถิตต้องอยู่กับเสาเข็มต้นเดียวหลายวัน เพราะต้องขนน้ำหนักถ่วงจำนวนมากมาติดตั้ง และต้องรอให้การทรุดตัวหยุดนิ่งในทุกขั้นน้ำหนัก
ตัวเลขที่ใช้วางแผนได้ทันทีมี 3 ตัว
ถ้านับตั้งแต่วันเทคอนกรีตเสาเข็มเจาะ ต้องบวกเวลารออายุคอนกรีตอีกประมาณ 21–28 วัน เวลารวมจากวันหล่อเข็มจนได้รายงานจึงมักอยู่ราว 5–7 สัปดาห์ ตัวเลขทั้งหมดเป็นกรอบสำหรับวางแผน ระยะเวลาจริงขึ้นกับน้ำหนักทดสอบ ระบบแรงต้าน สเปกโครงการ และสภาพหน้างาน
ทำไม Static Load Test ถึงใช้เวลานานกว่า PDA?
สาเหตุที่ Static Load Test ใช้เวลานานคือธรรมชาติของวิธีทดสอบเอง ไม่ใช่ความล่าช้าของทีมงาน มี 3 เหตุผลหลัก
- ต้องมีแรงต้านมากกว่าน้ำหนักทดสอบ — การทดสอบมักกดถึง 2–2.5 เท่าของน้ำหนักออกแบบ ถ้าเสาเข็มออกแบบรับ 100 ตัน ต้องเตรียมน้ำหนักถ่วงหรือเข็มสมอที่ต้านได้เกิน 200–250 ตัน การขนส่ง เรียง และปรับระดับน้ำหนักขนาดนี้ใช้เวลาเป็นวัน อ่านรายละเอียดระบบแรงต้านได้ที่ Kentledge vs เข็มสมอ เลือกแบบไหน
- ต้องรอการทรุดตัวหยุดนิ่งทุกขั้นน้ำหนัก — วิธี Maintained Load ตาม ASTM D1143 Procedure B กำหนดให้คงน้ำหนักแต่ละขั้นจนอัตราการทรุดตัวไม่เกิน 0.25 มม./ชม. และคงน้ำหนักทดสอบสูงสุดไว้ 12 ชั่วโมง หรือ 24 ชั่วโมงถ้ายังไม่นิ่ง เพื่อจับพฤติกรรมการทรุดตัวตามเวลา (Creep) ของดินเหนียว
- ต้องปลดน้ำหนักเป็นขั้นและวัดการคืนตัว — หลังถึงน้ำหนักสูงสุด ต้องปลดน้ำหนักทีละขั้นพร้อมวัดการคืนตัว (Rebound) เพื่อหาการทรุดตัวคงค้าง (Residual Settlement) และสเปกงานไทยจำนวนมากกำหนดให้ทดสอบมากกว่า 1 รอบ (Cycle)
เทียบกันแล้ว PDA ใช้ตุ้มกระแทกครั้งเดียวจบต่อต้น จึงทดสอบได้ 5–10 ต้นต่อวัน ดูการเปรียบเทียบเชิงลึกได้ที่ Dynamic vs Static Load Test เลือกแบบไหนดี
ไทม์ไลน์ Static Load Test ทีละขั้นตอน
แผนภาพด้านล่างสรุป 6 ขั้นตอนตั้งแต่จองคิวจนรับรายงาน พร้อมกรอบเวลาที่ใช้วางแผนได้
ขั้นที่ 1: จองคิว ยืนยันข้อมูล และออกแบบระบบทดสอบ (1–3 วันทำการ)
ขั้นแรกคือแจ้งชนิดและขนาดเสาเข็ม น้ำหนักบรรทุกออกแบบ (Design Load) น้ำหนักทดสอบที่สเปกกำหนด (เช่น 200% หรือ 250%) จำนวนต้น และที่ตั้งหน้างาน ทีมวิศวกรจะออกแบบระบบแรงต้านให้เพียงพอ คำนวณจำนวนน้ำหนักถ่วง เลือกคานหลัก แม่แรง และ Load Cell ให้เหมาะกับน้ำหนักทดสอบ แล้วออกใบเสนอราคาพร้อมนัดวันเข้างาน ขั้นนี้มักใช้เวลา 1–3 วันทำการ
ขั้นที่ 2: รออายุคอนกรีตและการคืนตัวของดิน (เสาเข็มเจาะ ~21–28 วัน)
เสาเข็มต้องมีกำลังพอรับน้ำหนักทดสอบ 2–2.5 เท่าของน้ำหนักออกแบบโดยไม่เสียหาย เสาเข็มเจาะจึงมักรอจนคอนกรีตได้กำลังตามออกแบบประมาณ 21–28 วัน ส่วนเสาเข็มตอกสำเร็จรูปคอนกรีตแข็งจากโรงงานแล้ว แต่ต้องรอให้ดินรอบเสาเข็มคืนตัว (Soil Setup) ตามที่วิศวกรกำหนด รายละเอียดดูที่ ทดสอบเสาเข็มได้ตอนอายุคอนกรีตกี่วัน ข้อควรระวังคือถ้าใช้ระบบเข็มสมอที่เป็นเสาเข็มเจาะ เข็มสมอเองก็ต้องรออายุคอนกรีตเช่นกัน จึงควรวางแผนหล่อเข็มสมอพร้อมเสาเข็มทดสอบ ขั้นนี้เดินคู่ขนานกับการจองคิวได้ ไม่ต้องรอต่อกัน
ขั้นที่ 3: เตรียมหน้างานและติดตั้งระบบแรงต้าน (1–3 วัน)
วันเข้างาน ทีมงานจะปรับระดับหัวเสาเข็มให้เรียบและตั้งฉาก วางแท่นรองรับน้ำหนักถ่วง (ตอม่อหรือแท่นไม้/เหล็ก) ให้ห่างจากเสาเข็มทดสอบตามระยะที่มาตรฐานกำหนด แล้วใช้รถเครนยกแผ่นคอนกรีตหรือน้ำหนักถ่วงขึ้นเรียงบนคานหลัก จากนั้นติดตั้งแม่แรงไฮดรอลิกพร้อม Load Cell บนหัวเสาเข็ม และติดตั้งมาตรวัดการทรุดตัว (Dial Gauge หรือ LVDT) อย่างน้อย 2–4 ตัวบนคานอ้างอิงอิสระ กรณีระบบ Kentledge ขนาดหลายร้อยตันหรือทางเข้าหน้างานแคบ ขั้นนี้อาจใช้เวลาถึง 3 วัน ดูรายการเตรียมหัวเสาเข็มได้ที่ เตรียมหัวเสาเข็มก่อนทดสอบ
ขั้นที่ 4: ให้น้ำหนักตาม Loading Schedule (1–3 วัน)
นี่คือหัวใจของการทดสอบ วิศวกรจะเพิ่มน้ำหนักเป็นขั้น ขั้นละประมาณ 25% ของน้ำหนักออกแบบ คงแต่ละขั้นจนการทรุดตัวหยุดนิ่ง (อัตราไม่เกิน 0.25 มม./ชม.) แล้วบันทึกค่า เมื่อถึงน้ำหนักทดสอบสูงสุดจะคงน้ำหนักไว้ 12–24 ชั่วโมง ก่อนปลดน้ำหนักทีละขั้นพร้อมวัดการคืนตัว ถ้าสเปกกำหนดให้ทดสอบ 2 รอบ (Cycle 1 ถึง 100% แล้วปลด, Cycle 2 ถึง 200% แล้วปลด) ขั้นนี้มักใช้เวลา 2–3 วันต่อเนื่อง โดยมีทีมงานเฝ้าอ่านค่าตลอด 24 ชั่วโมง
ขั้นที่ 5: ปลดน้ำหนักและรื้อถอน (~1 วัน)
หลังปลดน้ำหนักขั้นสุดท้ายและบันทึกการคืนตัวครบ ทีมงานจะยกน้ำหนักถ่วงออก ถอดคานและอุปกรณ์ แล้วคืนพื้นที่ให้ผู้รับเหมาทำงานต่อ โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1 วัน
ขั้นที่ 6: วิเคราะห์ผลและออกรายงานรับรอง (ไม่กี่วันทำการ)
วิศวกรนำข้อมูลมาเขียนกราฟ Load-Settlement ประเมินการทรุดตัวรวม การทรุดตัวคงค้าง และกำลังประลัยด้วยเกณฑ์ Davisson แล้วสรุปว่าเสาเข็มผ่านเกณฑ์สเปกหรือไม่ รายงานลงนามรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร ใช้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ วิธีอ่านกราฟดูได้ที่ Static Load Test อ่านผลยังไง
Loading Schedule: กดกี่ขั้น ค้างนานแค่ไหน ทดสอบกี่ Cycle?
Loading Schedule คือตารางกำหนดว่าจะเพิ่มน้ำหนักขั้นละเท่าไหร่ คงแต่ละขั้นนานแค่ไหน และปลดน้ำหนักอย่างไร ระยะเวลาหน้างานขึ้นกับตารางนี้โดยตรง ตารางด้านล่างเทียบ 3 รูปแบบที่พบบ่อยในประเทศไทย
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| วิธีให้น้ำหนัก | ขั้นน้ำหนัก / เวลาคงน้ำหนัก | เวลาให้น้ำหนักโดยประมาณ | ใช้เมื่อ |
|---|---|---|---|
| Maintained Test (ASTM D1143 Procedure B) | ขั้นละ 25% ของน้ำหนักออกแบบ คงจนอัตราทรุด ≤ 0.25 มม./ชม. (ไม่เกิน 2 ชม./ขั้น) · ที่ 200% คง 12 ชม. หรือ 24 ชม. ถ้ายังไม่นิ่ง · ปลดขั้นละ 25% ค้าง 1 ชม. | ~24–48 ชม. | วิธีมาตรฐานที่ใช้มากที่สุดในงานอาคารทั่วไป |
| สเปกงานไทยแบบ 2 Cycle (Maintained Load หลายรอบ) | Cycle 1: 0 → 100% → 0 · Cycle 2: 0 → 200% → 0 · คงที่ 200% มักกำหนด 24 ชม. | ~2–3 วัน | เสาเข็มใช้งาน (Working Pile) ตามสเปกโครงการส่วนใหญ่ |
| เสาเข็มทดสอบ 250–300% (3 Cycle หรือถึงวิบัติ) | เพิ่มรอบที่ 3 ถึง 250–300% ของน้ำหนักออกแบบ หรือกดจนเสาเข็มวิบัติเพื่อหากำลังประลัย | ~3–4 วัน | เสาเข็มทดสอบ (Test Pile) ก่อนเริ่มงานเสาเข็มจริง |
| Quick Test (ASTM D1143 Procedure A) | ขั้นละ ~5% ของน้ำหนักวิบัติที่คาด คงขั้นละ 4–15 นาที จนถึงน้ำหนักทดสอบหรือวิบัติ | ~2–4 ชม. | เมื่อสเปกอนุญาต ต้องการหากำลังประลัยเร็ว ไม่เน้นพฤติกรรม Creep |
จำนวน Cycle เปอร์เซ็นต์น้ำหนักทดสอบ และเวลาคงน้ำหนัก ต้องยึดตามสเปกโครงการและวิศวกรผู้ออกแบบ SPN ทดสอบตาม Loading Schedule ที่โครงการกำหนด และระบุขั้นตอนที่ใช้จริงไว้ในรายงานทุกครั้ง เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ อ่านเรื่องน้ำหนักทดสอบของเสาเข็มแต่ละแบบเพิ่มที่ Test Pile vs Working Pile ทดสอบกี่เท่าของ Load
ตารางไทม์ไลน์ Static Load Test
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| ขั้นตอน | สิ่งที่ทำ | เวลาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| 1. จองคิว + ออกแบบระบบ | ยืนยันน้ำหนักทดสอบ เลือกระบบแรงต้าน ใบเสนอราคา นัดหมาย | 1–3 วันทำการ |
| 2. รออายุคอนกรีต / Soil Setup | เสาเข็มเจาะรอกำลังออกแบบ · เสาเข็มตอกรอดินคืนตัว (ทำคู่ขนานกับข้อ 1) | ~21–28 วัน (เสาเข็มเจาะ) |
| 3. ติดตั้งระบบแรงต้าน | ปรับหัวเข็ม วางแท่นรอง เรียง Kentledge ติดตั้งแม่แรง Load Cell เกจวัด | 1–3 วัน |
| 4. ให้น้ำหนักตาม Loading Schedule | เพิ่มน้ำหนักเป็นขั้น คงที่น้ำหนักสูงสุด 12–24 ชม. ปลดเป็นขั้น (1–3 Cycle) | 1–3 วัน |
| 5. รื้อถอน | ยกน้ำหนักถ่วงออก ถอดคาน คืนพื้นที่ | ~1 วัน |
| 6. วิเคราะห์ + รายงานรับรอง | กราฟ Load-Settlement เกณฑ์ Davisson วิศวกร กว. ลงนาม | ไม่กี่วันทำการ |
รวมเวลาหน้างาน (ขั้น 3–5) ประมาณ 3–7 วันต่อต้น ถ้าทดสอบหลายต้นในโครงการเดียวกัน ทีมงานสามารถย้ายชุดน้ำหนักถ่วงไปต้นถัดไปได้ต่อเนื่อง ทำให้เวลาเฉลี่ยต่อต้นสั้นลง — ขอไทม์ไลน์เฉพาะงานของคุณได้เมื่อขอใบเสนอราคา
อะไรทำให้ Static Load Test ใช้เวลานานกว่าแผน?
จากประสบการณ์หน้างานของ SPN ปัจจัยที่ทำให้ไทม์ไลน์ยืดออกบ่อยที่สุดมีดังนี้
- การทรุดตัวไม่หยุดนิ่งใน 12 ชั่วโมง — พบบ่อยในชั้นดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ ต้องคงน้ำหนักต่อจนครบ 24 ชั่วโมงตามมาตรฐาน
- พื้นที่วางน้ำหนักถ่วงอ่อน — แท่นรอง Kentledge ทรุดหรือเอียงระหว่างทดสอบ ต้องหยุดปรับระดับ การเตรียมพื้นให้แน่นก่อนเข้างานช่วยได้มาก
- ทางเข้าหน้างานและรถเครน — ถนนแคบ ดินเลน หรือฝนตก ทำให้ขนน้ำหนักถ่วงหลายร้อยตันเข้าไม่ได้ตามกำหนด
- เข็มสมอยังไม่ได้อายุ — ถ้าใช้ระบบ Reaction Pile ที่เป็นเสาเข็มเจาะ ต้องรอคอนกรีตเข็มสมอด้วย ไม่ใช่รอแค่เสาเข็มทดสอบ
- เสาเข็มทรุดเกินเกณฑ์ระหว่างทดสอบ — ต้องหยุดให้วิศวกรผู้ออกแบบตัดสินใจก่อนไปต่อ ขั้นตอนหลังจากนั้นดูที่ Static Load Test ไม่ผ่าน ทำยังไง
จองคิว Static Load Test ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?
เพื่อให้ออกแบบระบบแรงต้านและประเมินคิวได้ในครั้งเดียว ควรเตรียมข้อมูลเหล่านี้ไว้ตอนติดต่อจองคิว
- ชนิด ขนาด และความยาวเสาเข็ม (เสาเข็มตอก เสาเข็มเจาะ เส้นผ่านศูนย์กลาง)
- น้ำหนักบรรทุกออกแบบ (Design Load) และน้ำหนักทดสอบที่สเปกกำหนด (เช่น 200% / 250%)
- Loading Schedule ที่สเปกกำหนด (จำนวน Cycle เวลาคงน้ำหนัก) ถ้ามี
- จำนวนต้นที่ต้องทดสอบ และตำแหน่งในผัง
- สภาพพื้นที่รอบเสาเข็ม (ระยะว่างสำหรับ Kentledge ทางเข้ารถเครนและรถบรรทุก)
- วันเทคอนกรีตหรือวันตอกเสร็จ เพื่อคำนวณวันที่พร้อมทดสอบ
- ที่ตั้งหน้างาน (จังหวัด/อำเภอ) สำหรับประเมินค่าเดินทางและขนย้าย
ค่าบริการ Static Load Test อยู่ที่ประมาณ 50,000–150,000+ บาทต่อต้น ขึ้นกับน้ำหนักทดสอบและระบบแรงต้าน ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน ดูปัจจัยที่มีผลต่อราคาได้ที่ ราคาทดสอบเสาเข็ม 2026 หรือดูภาพรวมบริการทดสอบเสาเข็มของ SPN
สรุป
Static Load Test ใช้เวลาหน้างานประมาณ 3–7 วันต่อต้น เพราะต้องติดตั้งแรงต้านหนักกว่าน้ำหนักทดสอบ และต้องคงน้ำหนักทุกขั้นจนการทรุดตัวหยุดนิ่ง โดยเฉพาะที่น้ำหนักสูงสุดซึ่งคงไว้ 12–24 ชั่วโมงตาม ASTM D1143 ถ้าเสาเข็มพร้อมแล้ว เวลารวมตั้งแต่จองคิวถึงรับรายงานรับรองมักอยู่ราว 2–3 สัปดาห์ ส่วนเสาเข็มเจาะที่เพิ่งหล่อต้องบวกเวลารออายุคอนกรีตอีก 21–28 วัน วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาไทม์ไลน์คือส่งสเปกและข้อมูลเสาเข็มให้ครบตั้งแต่จองคิว เตรียมพื้นที่วางน้ำหนักถ่วงให้แน่น และวางแผนวันหล่อเข็มสมอไปพร้อมกับเสาเข็มทดสอบ