วิธีนี้มักใช้เมื่อผลลูกปูน (Cube/Cylinder) หาย น่าสงสัย หรือเมื่อ NDT ให้สัญญาณที่ต้องยืนยัน และยังใช้สร้างกราฟสอบเทียบให้ Rebound Hammer และ UPV บทความนี้อธิบายขั้นตอน การแก้ค่าตามสัดส่วน L/D และข้อควรระวัง
Concrete Core Test ทำยังไง?
Concrete Core Test มี 5 ขั้นตอนหลักตาม ASTM C42 เริ่มจากเลือกจุดเจาะ ไปจนถึงแก้ค่าและสรุปผล
- เลือกตำแหน่งเจาะที่เป็นตัวแทนของบริเวณที่ต้องการตรวจ และหลบแนวเหล็กเสริมด้วย GPR หรือ Cover Meter
- ใช้เครื่องเจาะกระบอกเพชร (Core Drill) หล่อเย็นด้วยน้ำ เจาะเก็บแท่งคอนกรีตทรงกระบอก
- วัดขนาด ตัดแต่งปลาย และปรับผิวหน้าให้เรียบได้ฉาก (Capping/Grinding)
- นำแท่งไปกดทดสอบกำลังอัดตาม ASTM C39
- แก้ค่าตามสัดส่วนความยาวต่อเส้นผ่านศูนย์กลาง (L/D) และปัจจัยอื่นก่อนสรุปผล
ทำไมต้องแก้ค่า L/D?
ต้องแก้ค่า L/D เพราะกำลังอัดที่กดได้ขึ้นกับสัดส่วนความยาวต่อเส้นผ่านศูนย์กลาง (L/D) ของแท่ง แท่งที่เตี้ยกว่าให้ค่ากำลังอัดสูงกว่าความจริงเล็กน้อยจากผลของแรงเสียดทานที่หัวกด มาตรฐานจึงกำหนดค่าปรับแก้ (Correction Factor) ตามสัดส่วน L/D เพื่อให้เทียบเคียงกันได้ โดย ASTM C42 ให้ค่าปรับแก้ 0.98, 0.96, 0.93 และ 0.87 สำหรับ L/D เท่ากับ 1.75, 1.50, 1.25 และ 1.00 ตามลำดับ
นอกจาก L/D ยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่น เช่น เส้นผ่านศูนย์กลางแท่ง ทิศทางการเจาะเทียบทิศเท และการมีเหล็กเสริมติดในแท่ง ซึ่งวิศวกรและห้องปฏิบัติการจะนำมาประกอบการแปลผล
Concrete Core Test ใช้เมื่อไหร่?
ใช้เมื่อต้องการค่ากำลังอัดของคอนกรีตที่อยู่ในโครงสร้างจริง ซึ่งวิธีอื่นให้ได้เพียงค่าประมาณ กรณีที่พบบ่อยได้แก่
- ผลลูกปูน (Cube/Cylinder) หาย เสียหาย หรือให้ค่าน่าสงสัย
- NDT เช่น Rebound Hammer หรือ UPV ให้สัญญาณที่ต้องยืนยันด้วยค่ากำลังอัดจริง
- ประเมินคอนกรีตของโครงสร้างเดิมก่อนต่อเติมหรือเปลี่ยนการใช้งาน
- ตรวจสอบคอนกรีตหลังเกิดความเสียหาย เช่น เพลิงไหม้
- สร้างกราฟสอบเทียบเฉพาะโครงการให้ Rebound Hammer / UPV
Core Test เทียบกับ NDT ต่างกันยังไง?
Core Test ให้ค่ากำลังอัดจริงแต่ตรวจได้เฉพาะจุดที่เจาะ ส่วน NDT ตรวจได้กว้างและเร็วแต่ให้ค่าประมาณการ
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| หัวข้อ | Concrete Core Test | NDT (Rebound/UPV) |
|---|---|---|
| ผลกำลังอัด | ค่าจริง แม่นที่สุด | ค่าประมาณการ |
| ทำลายโครงสร้าง | กึ่งทำลาย (เจาะรู) | ไม่ทำลาย |
| ความเร็ว | ช้า (รอ Lab) | เร็ว |
| ครอบคลุมพื้นที่ | เฉพาะจุดที่เจาะ | กว้าง |
| มาตรฐาน | ASTM C42 / C39 | ASTM C805 / C597 |
แนวทางที่นิยมคือใช้ NDT สำรวจเป็นบริเวณกว้างเพื่อหาจุดน่าสงสัย แล้วเจาะ Core เฉพาะจุดเพื่อยืนยันและสอบเทียบ ทำให้ได้ทั้งความครอบคลุมและความแม่น โดยเจาะทำลายน้อยที่สุด อ่านการเลือกใช้สองแนวทางต่อได้ที่ NDT กับ Core Test เลือกแบบไหนดี
Concrete Core Test มีข้อควรระวังอะไร?
ข้อควรระวังหลักมี 3 เรื่อง คือ รูเจาะ แนวเหล็กเสริม และการแปลผล การเจาะทำให้เกิดรูที่ต้องอุดซ่อมด้วยวัสดุที่เหมาะสม และควรหลบแนวเหล็กเสริมเพื่อไม่ให้กระทบกำลังโครงสร้างและไม่ให้เหล็กติดในแท่งจนแปลผลยาก จำนวนและตำแหน่งจุดเจาะควรให้วิศวกรกำหนดให้เป็นตัวแทนที่ดีของบริเวณที่ตรวจ ส่วนการแปลผลกำลังอัดของคอนกรีตในโครงสร้างต้องพิจารณาตามหลักวิศวกรรม ไม่นำไปเทียบกับกำลังอัดที่ออกแบบโดยตรงโดยไม่ปรับค่า หากผลออกมาต่ำกว่าที่ออกแบบ อ่านขั้นตอนถัดไปที่ กำลังอัดคอนกรีตไม่ผ่านต้องทำยังไง
ภาพจากงานเจาะ Core จริง
ตัวอย่างภาพงานเจาะเก็บแท่งคอนกรีต (Concrete Coring) หน้างานจริงของ SPN ตั้งแต่การตั้งนั่งร้านเข้าถึงจุดเจาะ การเจาะด้วยเครื่องกระบอกเพชร รูเจาะหลังเก็บตัวอย่าง ไปจนถึงแท่ง Core ที่เตรียมส่งทดสอบกำลังอัด
SPN Soil Engineering ให้บริการเจาะ Core ทดสอบคอนกรีตและงาน ตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE) ครบวงจร รายงานรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร พร้อมลายเซ็นและเลขทะเบียน ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม.