วิธีนี้มักใช้เมื่อผลลูกปูน (Cube/Cylinder) หาย น่าสงสัย หรือเมื่อ NDT ให้สัญญาณที่ต้องยืนยัน และยังใช้สร้างกราฟสอบเทียบให้ Rebound Hammer และ UPV บทความนี้อธิบายขั้นตอน การแก้ค่าตามสัดส่วน L/D และข้อควรระวัง

ช่าง SPN ใช้เครื่องเจาะกระบอกเพชร (Core Drill) เจาะเก็บแท่งคอนกรีตจากเสาโครงสร้างจริงเพื่อทดสอบกำลังอัด
ทีม SPN ใช้เครื่องเจาะกระบอกเพชร (Core Drill) เก็บแท่งคอนกรีตจากเสาโครงสร้างจริง — โครงการ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี (ภาพ: SPN Soil Engineering)

Concrete Core Test ทำยังไง?

Concrete Core Test มี 5 ขั้นตอนหลักตาม ASTM C42 เริ่มจากเลือกจุดเจาะ ไปจนถึงแก้ค่าและสรุปผล

  1. เลือกตำแหน่งเจาะที่เป็นตัวแทนของบริเวณที่ต้องการตรวจ และหลบแนวเหล็กเสริมด้วย GPR หรือ Cover Meter
  2. ใช้เครื่องเจาะกระบอกเพชร (Core Drill) หล่อเย็นด้วยน้ำ เจาะเก็บแท่งคอนกรีตทรงกระบอก
  3. วัดขนาด ตัดแต่งปลาย และปรับผิวหน้าให้เรียบได้ฉาก (Capping/Grinding)
  4. นำแท่งไปกดทดสอบกำลังอัดตาม ASTM C39
  5. แก้ค่าตามสัดส่วนความยาวต่อเส้นผ่านศูนย์กลาง (L/D) และปัจจัยอื่นก่อนสรุปผล
แบบจำลอง 3 มิติ หน้างานเจาะ Core จากเสาคอนกรีต: ทำเครื่องหมายแนวเหล็ก ยึดแท่นเจาะกระบอกเพชรหล่อน้ำ เก็บแท่งติดป้ายรหัส และอุดซ่อมรูเจาะ (ภาพเชิงแนวคิด) ภาพไอโซเมตริกเชิงแนวคิดของเสาคอนกรีตหน้ากว้างตั้งอยู่บนพื้น มีหมายเลขหนึ่งถึงสี่กำกับ หมายเลขหนึ่งคือเส้นประสีส้มบนผิวเสา แสดงแนวเหล็กเสริมที่สแกนพบและทำเครื่องหมายไว้ จุดเจาะอยู่ระหว่างแนวเหล็ก หมายเลขสองคือเครื่องเจาะ Core ที่ยึดแท่นกับผิวเสา มอเตอร์สีส้มขับกระบอกเพชรเจาะเข้าเสาในแนวนอน มีสายน้ำจากถังน้ำหล่อเย็นบนพื้น และช่างเทคนิคยืนควบคุมเครื่อง หมายเลขสามคือแท่ง Core สามแท่งบนถาดข้างเสา แต่ละแท่งติดป้ายรหัส หมายเลขสี่คือรูเจาะเดิมด้านบนของผิวเสาที่อุดซ่อมแล้ว กรอบด้านขวาเรียงห้าขั้นตอน สแกนหาเหล็กและเลือกจุดเจาะ เจาะด้วยกระบอกเพชรโดยยึดแท่นให้แน่นและหล่อเย็นด้วยน้ำ เก็บแท่งและติดป้ายรหัสโครงการ ตำแหน่ง และวันที่เจาะ อุดซ่อมรูเจาะด้วยวัสดุซ่อมที่เหมาะสม และส่งห้องปฏิบัติการเพื่อตัดปลาย กดทดสอบ และแก้ค่า L/D โดยวิศวกรเป็นผู้กำหนดจำนวนและตำแหน่งจุดเจาะ แบบจำลอง 3 มิติ (3D): หน้างานเจาะ Core จากเสาคอนกรีต แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน 1 2 3 4 เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก (เจาะแนวนอน) ถังน้ำ หล่อเย็น แท่ง Core + ป้ายรหัส ลำดับงานเจาะ Core 1 สแกนหาเหล็ก เลือกจุดเจาะ GPR / Cover Meter · หลบแนวเหล็ก 2 เจาะด้วยกระบอกเพชร ยึดแท่นให้แน่น หล่อเย็นด้วยน้ำ 3 เก็บแท่ง ติดป้ายรหัส โครงการ · ตำแหน่ง · วันที่เจาะ 4 อุดซ่อมรูเจาะ ด้วยวัสดุซ่อมที่เหมาะสม 5 ส่งห้องปฏิบัติการ ตัดปลาย กดทดสอบ แก้ค่า L/D วิศวกรกำหนดจุดเจาะ ให้เป็นตัวแทนของบริเวณที่ตรวจ ภาพเชิงแนวคิด ไม่ใช่ผังจริง 1 หลบแนวเหล็กเสริม ไม่ให้เหล็กติดในแท่ง 2 แท่นยึดแน่น เจาะตั้งฉาก หล่อน้ำตลอดการเจาะ 3 ทุกแท่งมีรหัส ตรวจสอบย้อนกลับได้
ภาพ 3 มิติเชิงแนวคิด: ทำเครื่องหมายแนวเหล็กบนผิวเสา ยึดแท่นเจาะกระบอกเพชรหล่อน้ำ เก็บแท่ง Core พร้อมป้ายรหัส แล้วอุดซ่อมรูเจาะ
แท่งคอนกรีต Core ที่เจาะได้จากโครงสร้างจริง วางข้างป้ายระบุโครงการและตำแหน่งเจาะ ก่อนส่งทดสอบกำลังอัด
แท่งคอนกรีต Core ที่เจาะได้จริงพร้อมป้ายระบุโครงการ ตำแหน่ง (คาน 3-4/G) และวันที่เจาะ ก่อนตัดแต่งปลายและกดทดสอบตาม ASTM C39 (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ทำไมต้องแก้ค่า L/D?

ต้องแก้ค่า L/D เพราะกำลังอัดที่กดได้ขึ้นกับสัดส่วนความยาวต่อเส้นผ่านศูนย์กลาง (L/D) ของแท่ง แท่งที่เตี้ยกว่าให้ค่ากำลังอัดสูงกว่าความจริงเล็กน้อยจากผลของแรงเสียดทานที่หัวกด มาตรฐานจึงกำหนดค่าปรับแก้ (Correction Factor) ตามสัดส่วน L/D เพื่อให้เทียบเคียงกันได้ โดย ASTM C42 ให้ค่าปรับแก้ 0.98, 0.96, 0.93 และ 0.87 สำหรับ L/D เท่ากับ 1.75, 1.50, 1.25 และ 1.00 ตามลำดับ

รูปตัด 2 มิติ ขั้นตอน Concrete Core Test: เจาะเก็บแท่งคอนกรีตด้วยกระบอกเพชรตาม ASTM C42 เตรียมแท่งตัวอย่าง กดทดสอบกำลังอัดตาม ASTM C39 และค่าปรับแก้ตามสัดส่วน L/D แผนภาพเชิงแนวคิดแบ่งเป็นสามช่อง ช่องแรกเป็นรูปตัดแผ่นคอนกรีตเสริมเหล็กขณะเจาะ มีเครื่องเจาะยึดกับแท่นและเสาตั้ง มอเตอร์ขับกระบอกเพชรเจาะลงระหว่างเหล็กเสริมสองเส้น มีสายน้ำหล่อเย็น และข้อความว่าต้องหลบแนวเหล็กเสริมโดยสแกนด้วย GPR หรือ Cover Meter ก่อนเจาะ ช่องที่สองเป็นแท่งคอนกรีตทรงกระบอกที่ตัดปลายและปรับผิวหัวท้ายให้เรียบได้ฉาก มีเส้นบอกมิติความยาว L และเส้นผ่านศูนย์กลาง D แท่งซ้ายมีสัดส่วน L ต่อ D ประมาณ 2 เป็นสัดส่วนอ้างอิง แท่งขวาเป็นแท่งเตี้ยที่ L ต่อ D เท่ากับ 1 ซึ่งค่าที่กดได้จะสูงกว่าจริงเล็กน้อย จึงต้องคูณค่าปรับแก้ ช่องที่สามเป็นเครื่องกดทดสอบ แท่งคอนกรีตอยู่ระหว่างแผ่นกดบนและล่าง มีลูกศรแรงกด P และมาตรวัดแรง กำลังอัดเท่ากับแรงกดสูงสุดหารด้วยพื้นที่หน้าตัด แถบถัดลงมาแสดงค่าปรับแก้ตามสัดส่วน L ต่อ D ตาม ASTM C42 คือ 1.75 คูณ 0.98, 1.50 คูณ 0.96, 1.25 คูณ 0.93 และ 1.00 คูณ 0.87 แถบล่างสุดสรุปห้าขั้นตอน เลือกจุดและหลบเหล็ก เจาะ Core ตัดแต่งปลาย กดทดสอบ และแก้ค่า L/D ก่อนสรุปผล Concrete Core Test: เจาะ → เตรียมแท่ง → กดทดสอบ → แก้ค่า L/D แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน 1 เจาะเก็บแท่งคอนกรีต เครื่องเจาะกระบอกเพชร · ASTM C42 น้ำหล่อเย็น หลบแนวเหล็กเสริม สแกนด้วย GPR / Cover Meter ก่อนเจาะ แท่นยึด + เสาตั้ง 2 เตรียมแท่งตัวอย่าง ตัดปลาย ปรับผิวหัวท้ายให้เรียบได้ฉาก L D L/D ≈ 2 สัดส่วนอ้างอิง L/D = 1 ต้องคูณค่าปรับแก้ แท่งเตี้ย: ค่าที่กดได้ สูงกว่าจริงเล็กน้อย วัด L และ D จริงของทุกแท่ง แถบสีส้ม = ปลายที่ปรับผิว (Capping) 3 กดทดสอบกำลังอัด ห้องปฏิบัติการ · ASTM C39 P กำลังอัด = แรงกดสูงสุด ÷ พื้นที่ แล้วแก้ค่าตาม L/D ก่อนสรุปผล ค่าปรับแก้ตามสัดส่วน L/D ตาม ASTM C42 · ค่าระหว่างนี้ ประมาณค่าในช่วง (Interpolate) L/D 1.75 × 0.98 L/D 1.50 × 0.96 L/D 1.25 × 0.93 L/D 1.00 × 0.87 1 เลือกจุด หลบแนวเหล็ก 2 เจาะ Core กระบอกเพชร 3 ตัดแต่งปลาย Capping / ขัด 4 กดทดสอบ ASTM C39 5 แก้ค่า L/D แล้วสรุปผล
จากเจาะถึงกดทดสอบ: แท่ง Core ต้องตัดปลายและปรับผิวหัวท้ายก่อนกดตาม ASTM C39 แท่งเตี้ยที่ L/D ไม่เกิน 1.75 ต้องคูณค่าปรับแก้ตาม ASTM C42

นอกจาก L/D ยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่น เช่น เส้นผ่านศูนย์กลางแท่ง ทิศทางการเจาะเทียบทิศเท และการมีเหล็กเสริมติดในแท่ง ซึ่งวิศวกรและห้องปฏิบัติการจะนำมาประกอบการแปลผล

Concrete Core Test ใช้เมื่อไหร่?

ใช้เมื่อต้องการค่ากำลังอัดของคอนกรีตที่อยู่ในโครงสร้างจริง ซึ่งวิธีอื่นให้ได้เพียงค่าประมาณ กรณีที่พบบ่อยได้แก่

  • ผลลูกปูน (Cube/Cylinder) หาย เสียหาย หรือให้ค่าน่าสงสัย
  • NDT เช่น Rebound Hammer หรือ UPV ให้สัญญาณที่ต้องยืนยันด้วยค่ากำลังอัดจริง
  • ประเมินคอนกรีตของโครงสร้างเดิมก่อนต่อเติมหรือเปลี่ยนการใช้งาน
  • ตรวจสอบคอนกรีตหลังเกิดความเสียหาย เช่น เพลิงไหม้
  • สร้างกราฟสอบเทียบเฉพาะโครงการให้ Rebound Hammer / UPV

Core Test เทียบกับ NDT ต่างกันยังไง?

Core Test ให้ค่ากำลังอัดจริงแต่ตรวจได้เฉพาะจุดที่เจาะ ส่วน NDT ตรวจได้กว้างและเร็วแต่ให้ค่าประมาณการ

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

หัวข้อConcrete Core TestNDT (Rebound/UPV)
ผลกำลังอัดค่าจริง แม่นที่สุดค่าประมาณการ
ทำลายโครงสร้างกึ่งทำลาย (เจาะรู)ไม่ทำลาย
ความเร็วช้า (รอ Lab)เร็ว
ครอบคลุมพื้นที่เฉพาะจุดที่เจาะกว้าง
มาตรฐานASTM C42 / C39ASTM C805 / C597

แนวทางที่นิยมคือใช้ NDT สำรวจเป็นบริเวณกว้างเพื่อหาจุดน่าสงสัย แล้วเจาะ Core เฉพาะจุดเพื่อยืนยันและสอบเทียบ ทำให้ได้ทั้งความครอบคลุมและความแม่น โดยเจาะทำลายน้อยที่สุด อ่านการเลือกใช้สองแนวทางต่อได้ที่ NDT กับ Core Test เลือกแบบไหนดี

Concrete Core Test มีข้อควรระวังอะไร?

ข้อควรระวังหลักมี 3 เรื่อง คือ รูเจาะ แนวเหล็กเสริม และการแปลผล การเจาะทำให้เกิดรูที่ต้องอุดซ่อมด้วยวัสดุที่เหมาะสม และควรหลบแนวเหล็กเสริมเพื่อไม่ให้กระทบกำลังโครงสร้างและไม่ให้เหล็กติดในแท่งจนแปลผลยาก จำนวนและตำแหน่งจุดเจาะควรให้วิศวกรกำหนดให้เป็นตัวแทนที่ดีของบริเวณที่ตรวจ ส่วนการแปลผลกำลังอัดของคอนกรีตในโครงสร้างต้องพิจารณาตามหลักวิศวกรรม ไม่นำไปเทียบกับกำลังอัดที่ออกแบบโดยตรงโดยไม่ปรับค่า หากผลออกมาต่ำกว่าที่ออกแบบ อ่านขั้นตอนถัดไปที่ กำลังอัดคอนกรีตไม่ผ่านต้องทำยังไง

ตัวอย่างภาพงานเจาะเก็บแท่งคอนกรีต (Concrete Coring) หน้างานจริงของ SPN ตั้งแต่การตั้งนั่งร้านเข้าถึงจุดเจาะ การเจาะด้วยเครื่องกระบอกเพชร รูเจาะหลังเก็บตัวอย่าง ไปจนถึงแท่ง Core ที่เตรียมส่งทดสอบกำลังอัด

ทีม SPN ตั้งนั่งร้านเข้าถึงจุดเจาะ Core ใต้ท้องพื้นโครงสร้างคอนกรีต
ตั้งนั่งร้านเข้าถึงจุดเจาะใต้ท้องพื้น
เจาะเก็บแท่งคอนกรีต Core แนวนอนจากเสาด้วยเครื่องเจาะกระบอกเพชร
เจาะ Core จากเสาด้วยเครื่องกระบอกเพชร
ช่างเทคนิค SPN ควบคุมเครื่องเจาะ Core บนเสาคอนกรีตหน้างานจริง
ช่างเทคนิค SPN ควบคุมการเจาะ Core
รูเจาะ Core บนเสาคอนกรีตหลังเก็บตัวอย่าง พร้อมป้ายระบุข้อมูลและเทปกั้นพื้นที่
รูเจาะบนเสาหลังเก็บตัวอย่าง (รออุดซ่อม)
แท่งคอนกรีต Core ที่เจาะได้พร้อมป้ายระบุโครงการและตำแหน่ง ก่อนส่งทดสอบกำลังอัด
แท่ง Core พร้อมป้ายข้อมูลก่อนส่ง Lab
ช่าง SPN เจาะเก็บแท่งคอนกรีต Core จากพื้นอาคารด้วยเครื่องเจาะกระบอกเพชรแบบหล่อเย็นด้วยน้ำ
เจาะ Core พื้นอาคารด้วยกระบอกเพชรหล่อเย็นด้วยน้ำ
ทีม SPN ติดตั้งเครื่องเจาะ Core เหนือฝ้าเพดานเพื่อเจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีตในจุดเข้าถึงยาก
เจาะ Core จุดเข้าถึงยากเหนือฝ้าเพดาน

SPN Soil Engineering ให้บริการเจาะ Core ทดสอบคอนกรีตและงาน ตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE) ครบวงจร รายงานรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร พร้อมลายเซ็นและเลขทะเบียน ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม.