GPR ให้ภาพหน้าตัดของสิ่งที่ฝังในคอนกรีตแบบเรียลไทม์ เหมาะกับงานปรับปรุงอาคาร งานเจาะรูร้อยท่อ และการตรวจสอบโครงสร้างเดิมที่ไม่มีแบบก่อสร้าง จัดเป็นงานตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE) ประเภทหนึ่ง บทความนี้อธิบายหลักการทำงาน สิ่งที่ GPR ตรวจได้ ความลึกที่ทำได้ และข้อจำกัด

วิศวกร SPN ลากเครื่อง GPR สแกนหาเหล็กเสริมบนพื้นคอนกรีต
การสแกนคอนกรีตด้วย GPR ในสนาม — ลากเสาอากาศไปตามผิวคอนกรีตเพื่อระบุตำแหน่งเหล็กเสริมและวัตถุฝังก่อนงานเจาะคว้าน

GPR ทำงานยังไง?

GPR ทำงานด้วยหลักการสะท้อนคลื่นเรดาร์ เสาอากาศ (Antenna) ส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูงเข้าไปในคอนกรีต เมื่อคลื่นเดินทางไปเจอวัสดุที่มีคุณสมบัติทางไฟฟ้าต่างกัน เช่น เหล็ก โพรงอากาศ หรือท่อ คลื่นบางส่วนจะสะท้อนกลับมายังเครื่องรับ

เครื่องคำนวณเวลาที่คลื่นสะท้อนกลับและความแรงของสัญญาณ แล้วแปลงเป็นภาพหน้าตัด (Profile) ที่แสดงตำแหน่งและความลึกของวัตถุที่ฝังอยู่ เหล็กเสริมจะปรากฏเป็นรูปโค้งคว่ำ (Hyperbola) ซึ่งวิศวกรใช้ระบุตำแหน่งและระยะหุ้มได้

ภาพหน้าตัด GPR แสดงรูปโค้ง Hyperbola ของเหล็กเสริมที่ความลึกต่าง ๆ
ตัวอย่างภาพผลการสแกน GPR — วัตถุที่ฝังในคอนกรีตปรากฏเป็นรูปโค้ง (Hyperbola) ให้วิศวกรระบุตำแหน่งและความลึกได้

GPR ตรวจอะไรได้บ้าง?

GPR ใช้งานได้หลากหลายในงานคอนกรีต:

  • หาตำแหน่งเหล็กเสริมและระยะเรียงเหล็ก ก่อนเจาะหรือตัดคอนกรีต
  • วัดระยะคอนกรีตหุ้มเหล็ก (Concrete Cover) โดยประมาณ
  • ตรวจหาโพรง การแยกชั้น (Delamination) และช่องว่างใต้พื้น
  • หาท่อร้อยสาย ท่อน้ำ หรือ Post-tension ที่ฝังในคอนกรีต
  • ประเมินความหนาของแผ่นพื้นหรือผนังเมื่อเข้าถึงได้ด้านเดียว
💡 ทำไมต้องสแกนก่อนเจาะ

ก่อนเจาะรูร้อยท่อหรือคว้านคอนกรีต การสแกน GPR ช่วยระบุตำแหน่งเหล็กหลักและท่อ Post-tension ที่ห้ามเจาะโดน — การเจาะโดนลวดอัดแรง Post-tension อาจทำให้ลวดขาดและกระทบกำลังรับน้ำหนักของแผ่นพื้นทั้งช่วง

GPR สแกนได้ลึกแค่ไหน?

ความลึกที่ GPR ทำได้ขึ้นกับความถี่ของเสาอากาศ ซึ่งมีความสัมพันธ์แบบแลกเปลี่ยนกับความละเอียด:

ความถี่เสาอากาศความลึกที่สแกนได้ความละเอียด
สูง (เช่น 1.5–2.6 GHz)ตื้นละเอียดสูง เห็นเหล็กเส้นเล็กชิดกัน
ต่ำลึกกว่าละเอียดต่ำลง

สำหรับงานสแกนเหล็กในแผ่นพื้นหรือผนังทั่วไป เสาอากาศความถี่สูงให้ภาพเหล็กชั้นบนได้ชัดเจน ส่วนงานที่ต้องการความลึกมากขึ้นจะเลือกความถี่ต่ำลงโดยยอมให้ความละเอียดลดลง วิศวกรจะเลือกความถี่ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์และความหนาโครงสร้าง

GPR มีข้อจำกัดอะไร?

GPR มีข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจก่อนแปลผล คอนกรีตที่ชื้นมากหรือมีเกลือคลอไรด์สูงจะลดระยะทะลุทะลวงของคลื่น เหล็กเสริมที่เรียงถี่มากอาจบังวัตถุที่อยู่ลึกกว่า ทำให้มองไม่เห็นชั้นล่าง และการแปลภาพ Hyperbola ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ เพราะภาพดิบไม่ได้บอกชนิดวัตถุโดยตรง

GPR บอก "ตำแหน่ง" ได้ดี แต่ไม่ได้บอก "คุณภาพหรือกำลังอัด" ของคอนกรีต หากต้องการประเมินกำลังต้องใช้ร่วมกับ Rebound Hammer, UPV หรือ Core Test ในทำนองเดียวกัน หากต้องการวัดระยะหุ้มและตำแหน่งเหล็กชั้นบนอย่างรวดเร็วเฉพาะจุด Cover Meter / Rebar Scanner เป็นเครื่องมือที่ใช้เสริมกันได้ดี

⚠️ ภาพดิบไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

GPR แสดงตำแหน่งการสะท้อนของคลื่น แต่ไม่ระบุ "ชนิด" ของวัตถุโดยตรง การสรุปว่าเป็นเหล็ก ท่อ หรือโพรง ต้องอาศัยการแปลผลของผู้เชี่ยวชาญร่วมกับข้อมูลหน้างานและแบบก่อสร้าง (ถ้ามี)