เครื่องมือนี้พกพาง่าย ใช้เร็ว และเป็นที่นิยมทั้งในงานตรวจรับการก่อสร้างและการประเมินอาคารเดิม จัดเป็นงานตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE) ประเภทหนึ่ง บทความนี้อธิบายหลักการทำงาน สิ่งที่วัดได้ ความแม่นยำ และข้อจำกัดเทียบกับ GPR

วิศวกร SPN ใช้ Cover Meter (Rebar Scanner) สแกนหาแนวเหล็กเสริมและวัดระยะหุ้มบนเสาคอนกรีต
การสแกนผิวคอนกรีตเพื่อหาตำแหน่งเหล็กเสริมและระยะหุ้ม — เครื่องตรวจตำแหน่งเหล็กใช้งานภาคสนามได้รวดเร็วและพกพาง่าย

Cover Meter ทำงานยังไง?

Cover Meter ทำงานด้วยหลักการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า หัววัดสร้างสนามแม่เหล็กออกมา เมื่อเข้าใกล้เหล็กเสริมซึ่งเป็นวัสดุแม่เหล็ก สนามจะถูกรบกวน เครื่องตรวจจับการเปลี่ยนแปลงนี้แล้วแปลผลเป็นตำแหน่งเหล็กและระยะหุ้ม

ยิ่งเหล็กอยู่ตื้น สัญญาณยิ่งแรง เครื่องจึงประมาณระยะคอนกรีตหุ้มได้จากความแรงสัญญาณ เมื่อเลื่อนหัววัดขวางแนวเหล็ก สัญญาณจะขึ้นสูงสุดตรงตำแหน่งเหล็กพอดี บางรุ่นยังประมาณขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเหล็กได้เมื่อทราบค่าตัวแปรประกอบ

แผนภาพ 2 มิติ หลักการทำงานของ Cover Meter รูปตัดคอนกรีตที่มีเหล็กเสริมระยะหุ้มต่างกัน และกราฟความแรงสัญญาณตามตำแหน่งหัววัด ส่วนบนเป็นรูปตัดคอนกรีตเสริมเหล็ก หัววัดของ Cover Meter วางบนผิวคอนกรีต ภายในหัววัดมีขดลวดที่สร้างสนามแม่เหล็ก แสดงเป็นเส้นประสีฟ้าโค้งลงไปในเนื้อคอนกรีต เมื่อสนามแม่เหล็กเจอเหล็กเสริม สนามจะถูกรบกวน เครื่องตรวจจับการเปลี่ยนแปลงนี้แล้วแปลผลเป็นตำแหน่งเหล็กและระยะหุ้ม ในรูปตัดมีเหล็กสามเส้นที่ระยะหุ้มต่างกัน คือ ตื้น ปานกลาง และลึก และมีเหล็กสองเส้นที่อยู่ชิดกัน มีเส้นบอกระยะหุ้ม c จากผิวคอนกรีตถึงผิวเหล็ก และระยะเรียง s ระหว่างศูนย์กลางเหล็ก ส่วนล่างเป็นกราฟเชิงหลักการของความแรงสัญญาณเมื่อเลื่อนหัววัดไปตามผิว ใช้แกนนอนเดียวกับรูปตัด เหล็กที่อยู่ตื้นให้ยอดสัญญาณสูงและแหลม เหล็กที่ลึกปานกลางให้ยอดเตี้ยลง เหล็กที่อยู่ลึกให้ยอดเตี้ยและกว้างจนอ่านยาก ส่วนเหล็กสองเส้นที่ชิดกันให้ยอดสัญญาณซ้อนกันเป็นยอดเดียว แยกเป็นสองเส้นไม่ได้ ตำแหน่งยอดสัญญาณคือตำแหน่งเหล็ก และความแรงของยอดใช้ประมาณระยะหุ้ม แถบล่างสรุปว่าเครื่องตรวจได้เฉพาะเหล็ก ไม่เห็นโพรงหรือท่อที่ไม่ใช่โลหะ แม่นในช่วงตื้น และควรสอบเทียบกับเหล็กที่ทราบขนาดก่อนใช้ค่า กราฟเป็นภาพเชิงหลักการ ไม่ใช่ค่าที่วัดจริง หลักการ Cover Meter: สนามแม่เหล็กกับยอดสัญญาณ (2D) แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน A · รูปตัดคอนกรีต เลื่อนหัววัดไปตามผิว เลื่อนหัววัด ระยะหุ้ม c ระยะเรียง s เหล็กลึก เหล็กชิดกัน 1 หัววัดสร้างสนามแม่เหล็ก เส้นประสีฟ้า = สนามที่แผ่ เข้าไปในเนื้อคอนกรีต 2 เหล็กเสริมรบกวนสนาม เครื่องจับการเปลี่ยนแปลง แล้วแปลเป็นตำแหน่งเหล็ก และระยะหุ้ม B · สัญญาณตามตำแหน่งหัววัด เชิงหลักการ ไม่ใช่ค่าจริง ความแรงสัญญาณ → ตำแหน่งหัววัด (แกนเดียวกับรูปตัด A) ตื้น: ยอดสูง แหลม ลึกขึ้น: ยอดเตี้ยลง ลึกมาก: ยอดเตี้ย กว้าง ชิดกัน: ซ้อนเป็นยอดเดียว 3 ยอดสัญญาณ = ตำแหน่งเหล็ก ระยะระหว่างยอด = ระยะเรียง s ยิ่งตื้น สัญญาณยิ่งแรง จึงประมาณระยะหุ้ม c ได้ 4 ลึกหรือถี่ คลาดเคลื่อนได้ สนามของเหล็กข้างเคียง ซ้อนทับกัน แยกเส้นยาก 1 ตรวจได้เฉพาะเหล็ก ไม่เห็นโพรง / ท่อไม่ใช่โลหะ 2 แม่นในช่วงตื้น ลึกหรือถี่ ค่าคลาดเคลื่อน 3 สอบเทียบก่อนใช้ค่า กับเหล็กที่ทราบขนาด
แผนภาพ 2 มิติ — ยอดสัญญาณอยู่ตรงตำแหน่งเหล็ก เหล็กตื้นให้ยอดสูงแหลม เหล็กลึกให้ยอดเตี้ยกว้าง เหล็กที่ชิดกันให้ยอดซ้อนเป็นยอดเดียว (กราฟเชิงหลักการ ไม่ใช่ค่าจริง)

Cover Meter วัดอะไรได้บ้าง?

วัดได้ 4 อย่าง คือ ตำแหน่งเหล็ก ระยะหุ้ม ระยะเรียง และขนาดเหล็กโดยประมาณ

  • ตำแหน่งแนวเหล็กเสริมทั้งแนวนอนและแนวตั้ง
  • ระยะคอนกรีตหุ้มเหล็ก (Cover) เทียบกับที่แบบกำหนด
  • ระยะเรียงเหล็ก (Spacing) ว่าตรงตามแบบไหม
  • ประมาณขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเหล็ก (ในบางรุ่น/เงื่อนไข)
แบบจำลอง 3 มิติ การใช้ Cover Meter สแกนเสาคอนกรีต เปิดผิวคอนกรีตช่วงบนให้เห็นเหล็กยืนและเหล็กปลอก ช่วงล่างเป็นเส้นชอล์กทำเครื่องหมายแนวเหล็กที่ตรวจพบ ภาพสามมิติเชิงแนวคิดของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กหน้าตัดสี่เหลี่ยม ช่วงบนของเสาเปิดคอนกรีตหุ้มออกให้เห็นโครงเหล็กภายใน ประกอบด้วยเหล็กยืนแนวตั้งและเหล็กปลอกแนวนอนรัดรอบเป็นระยะ ขอบที่เปิดไว้แสดงความหนาของคอนกรีตหุ้มเหล็กหรือระยะหุ้ม c ซึ่งวัดจากผิวคอนกรีตถึงผิวเหล็ก ช่วงล่างของเสายังเป็นผิวคอนกรีตเต็ม มีหัววัดของ Cover Meter แนบกับผิวเสาด้านซ้าย บนผิวเสามีเส้นชอล์กสีส้มแนวตั้งตรงกับแนวเหล็กยืน และเส้นสีฟ้าแนวนอนตรงกับแนวเหล็กปลอก มีเส้นบอกระยะเรียง s ระหว่างเหล็กปลอกสองชั้น กรอบเล็กด้านล่างซ้ายจำลองหน้าจอเครื่องที่แสดงค่าระยะหุ้ม 32 มิลลิเมตร และขนาดเหล็กโดยประมาณ 16 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นค่าสมมติ กรอบด้านขวาสรุปสิ่งที่ Cover Meter วัดได้สี่อย่าง คือ ตำแหน่งแนวเหล็ก ระยะหุ้ม ระยะเรียง และขนาดเหล็กโดยประมาณในบางรุ่น พร้อมข้อแนะนำสามข้อเพื่อให้ผลน่าเชื่อถือ คือ สอบเทียบกับเหล็กที่ทราบขนาด ยืนยันจุดวิกฤตด้วยการกะเทาะคอนกรีตเล็กน้อย และใช้ GPR ช่วยในบริเวณที่เหล็กหนาแน่นหรืออยู่ลึก แบบจำลอง 3 มิติ (3D): สแกนเสาด้วย Cover Meter แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน s เหล็กยืน (Main Bar) เปิดคอนกรีตหุ้มให้เห็น ระยะหุ้ม c ผิวคอนกรีตถึงผิวเหล็ก หัววัด Cover Meter เลื่อนขวางแนวเหล็ก เหล็กปลอก (Tie) รัดรอบเหล็กยืน เส้นชอล์กสีส้ม แนวเหล็กยืนที่พบ เส้นประสีฟ้า แนวเหล็กปลอก s = ระยะเรียง หน้าจอเครื่อง (ค่าสมมติ) ระยะหุ้ม c = 32 มม. ขนาดเหล็กประมาณ Ø 16 มม. ยิ่งใกล้แนวเหล็ก แถบสัญญาณยิ่งสูง เปิดผิวคอนกรีตช่วงบนเพื่ออธิบาย · งานจริงสแกนโดยไม่ทำลายผิว · ภาพเชิงแนวคิด Cover Meter วัดอะไรได้ 1 ตำแหน่งแนวเหล็ก ทั้งแนวตั้งและแนวนอน 2 ระยะหุ้ม c เทียบกับที่แบบกำหนด 3 ระยะเรียง s ตรงตามแบบหรือไม่ 4 ขนาดเหล็กโดยประมาณ บางรุ่น / บางเงื่อนไข ให้ผลน่าเชื่อถือ สอบเทียบเครื่องก่อนวัด กับเหล็กที่ทราบขนาด ยืนยันจุดวิกฤต กะเทาะคอนกรีตเล็กน้อย เหล็กหนาแน่น / อยู่ลึก ใช้ GPR ช่วยประกอบ แนวทางอ้างอิง BS 1881-204 · มยผ. 1505-51
แบบจำลอง 3 มิติ — ช่วงบนเปิดผิวเสาให้เห็นเหล็กยืน เหล็กปลอก และระยะหุ้ม c ช่วงล่างคือเส้นชอล์กทำเครื่องหมายแนวเหล็กที่ตรวจพบ ค่าบนหน้าจอเป็นค่าสมมติ งานจริงไม่ทำลายผิวคอนกรีต

การตรวจระยะหุ้มมีความสำคัญต่อความทนทาน เพราะระยะหุ้มที่น้อยเกินไปทำให้เหล็กเสี่ยงเกิดสนิมเร็ว โดยเฉพาะอาคารในสภาพแวดล้อมกัดกร่อน ค่าระยะหุ้มจึงมักใช้ประกอบกับผล Carbonation Depth Test เพื่อดูว่าแนวคาร์บอเนชันเข้าใกล้ผิวเหล็กแล้วหรือยัง

💡 ทำไมระยะหุ้มถึงสำคัญ

ระยะคอนกรีตหุ้มเหล็กคือด่านป้องกันแรกที่กันความชื้นและคลอไรด์ไม่ให้ถึงผิวเหล็ก ระยะหุ้มที่เพียงพอตามแบบและมาตรฐานจึงช่วยยืดอายุโครงสร้างและลดความเสี่ยงเหล็กเป็นสนิม

หน้าจอเครื่อง Cover Meter แสดงตำแหน่งเหล็กเสริมขณะทำเครื่องหมายบนผิวคอนกรีต
ตัวอย่างผลการสแกน — เครื่องแสดงตำแหน่งแนวเหล็กและค่าระยะหุ้ม ให้วิศวกรเทียบกับแบบก่อสร้างและมาตรฐานได้
ช่าง SPN ใช้เครื่อง Rebar Scanner สแกนหาตำแหน่งเหล็กเสริมบนพื้นคอนกรีตอาคารจริง
สแกนหาตำแหน่งเหล็กเสริมบนพื้นอาคารด้วย Rebar Scanner — เลื่อนเครื่องบนผิวคอนกรีตแล้วอ่านค่าจากหน้าจอทันที

Cover Meter แม่นแค่ไหน?

Cover Meter ให้ค่าระยะหุ้มที่แม่นในช่วงตื้น (โดยทั่วไประดับไม่กี่สิบมิลลิเมตรถึงราว 100–200 มม. แล้วแต่รุ่น) แต่ความแม่นจะลดลงเมื่อเหล็กอยู่ลึกหรือเรียงถี่จนสนามแม่เหล็กซ้อนทับกัน ในบริเวณที่เหล็กสองชั้นหรือมีเหล็กตัดกันหนาแน่น การอ่านค่าจะคลาดเคลื่อนได้

เพื่อผลที่เชื่อถือได้ ควรสอบเทียบเครื่องกับเหล็กที่ทราบขนาด และในจุดวิกฤตอาจกะเทาะคอนกรีตเล็กน้อยเพื่อยืนยัน หรือใช้ GPR สแกนคอนกรีต ช่วยในบริเวณที่เหล็กหนาแน่นและลึก

Cover Meter กับ GPR เลือกใช้แบบไหน?

เลือก Cover Meter เมื่อต้องการระยะหุ้มและตำแหน่งเหล็กชั้นบนอย่างรวดเร็ว เลือก GPR เมื่อต้องเห็นลึกกว่าหรือมีวัตถุที่ไม่ใช่โลหะฝังอยู่ ตารางด้านล่างเทียบสองวิธีทีละหัวข้อ

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

หัวข้อCover MeterGPR
หลักการสนามแม่เหล็กไฟฟ้าคลื่นเรดาร์
ตรวจเหล็กแม่นในระยะตื้นได้ลึกกว่า
ตรวจโพรง/ท่อที่ไม่ใช่โลหะไม่ได้ได้
วัดระยะหุ้มเฉพาะจุดเหมาะมากได้แต่ต้องแปลภาพ
ความเร็ว/พกพาเร็ว เบาต้องลากสแกน
มาตรฐานBS 1881-204 · มยผ. 1505-51ASTM D6432 · มยผ. 1507-51

Cover Meter ตรวจได้เฉพาะเหล็ก จึงไม่เห็นโพรงหรือท่อที่ไม่ใช่โลหะ วิศวกรมักใช้สองวิธีเสริมกัน และหากสงสัยว่าเหล็กเริ่มเป็นสนิมแล้ว ให้ตรวจต่อด้วย Half-Cell Potential ซึ่งประเมินโอกาสการกัดกร่อนของเหล็กเสริมโดยตรง

ทีมวิศวกร SPN สวมหมวกนิรภัยสแกนหาเหล็กเสริมบนพื้นคอนกรีตหน้างานจริง
ทีม SPN สแกนตำแหน่งเหล็กเสริมหน้างานจริง — ทำงานเร็ว ไม่ทำลายผิวคอนกรีต รู้ผลทันทีที่หน้างาน
⚠️ สอบเทียบก่อนเชื่อค่า

ค่าที่อ่านจาก Cover Meter ขึ้นกับขนาดเหล็กและความหนาแน่นของเหล็กในบริเวณนั้น การสอบเทียบเครื่องกับเหล็กที่ทราบขนาดก่อนวัด และการยืนยันจุดวิกฤตด้วยการกะเทาะเล็กน้อย ช่วยให้ผลน่าเชื่อถือขึ้นมาก

SPN Soil Engineering ให้บริการสแกนหาเหล็กเสริมและวัดระยะหุ้มทั่วประเทศ รายงานรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร พร้อมลายเซ็นและเลขทะเบียน ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม.