เครื่องมือนี้พกพาง่าย ใช้เร็ว และเป็นที่นิยมทั้งในงานตรวจรับการก่อสร้างและการประเมินอาคารเดิม จัดเป็นงานตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE) ประเภทหนึ่ง บทความนี้อธิบายหลักการทำงาน สิ่งที่วัดได้ ความแม่นยำ และข้อจำกัดเทียบกับ GPR
Cover Meter ทำงานยังไง?
Cover Meter ทำงานด้วยหลักการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า หัววัดสร้างสนามแม่เหล็กความถี่หนึ่งออกมา เมื่อเข้าใกล้เหล็กเสริมซึ่งเป็นวัสดุแม่เหล็ก สนามจะถูกรบกวน เครื่องตรวจจับการเปลี่ยนแปลงนี้แล้วแปลผลเป็นตำแหน่งเหล็กและระยะหุ้ม
ยิ่งเหล็กอยู่ตื้น สัญญาณยิ่งแรง เครื่องจึงประมาณระยะคอนกรีตหุ้มได้จากความแรงสัญญาณ บางรุ่นยังประมาณขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเหล็กได้เมื่อทราบค่าตัวแปรประกอบ
Cover Meter วัดอะไรได้บ้าง?
- ตำแหน่งแนวเหล็กเสริมทั้งแนวนอนและแนวตั้ง
- ระยะคอนกรีตหุ้มเหล็ก (Cover) เทียบกับที่แบบกำหนด
- ระยะเรียงเหล็ก (Spacing) ว่าตรงตามแบบไหม
- ประมาณขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเหล็ก (ในบางรุ่น/เงื่อนไข)
การตรวจระยะหุ้มมีความสำคัญต่อความทนทาน เพราะระยะหุ้มที่น้อยเกินไปทำให้เหล็กเสี่ยงเกิดสนิมเร็ว โดยเฉพาะอาคารในสภาพแวดล้อมกัดกร่อน
ระยะคอนกรีตหุ้มเหล็กคือด่านป้องกันแรกที่กันความชื้นและคลอไรด์ไม่ให้ถึงผิวเหล็ก ระยะหุ้มที่เพียงพอตามแบบและมาตรฐานจึงช่วยยืดอายุโครงสร้างและลดความเสี่ยงเหล็กเป็นสนิม
Cover Meter แม่นแค่ไหน?
Cover Meter ให้ค่าระยะหุ้มที่แม่นในช่วงตื้น (โดยทั่วไประดับไม่กี่สิบมิลลิเมตรถึงราว 100–200 มม. แล้วแต่รุ่น) แต่ความแม่นจะลดลงเมื่อเหล็กอยู่ลึกหรือเรียงถี่จนสนามแม่เหล็กซ้อนทับกัน ในบริเวณที่เหล็กสองชั้นหรือมีเหล็กตัดกันหนาแน่น การอ่านค่าจะคลาดเคลื่อนได้
เพื่อผลที่เชื่อถือได้ ควรสอบเทียบเครื่องกับเหล็กที่ทราบขนาด และในจุดวิกฤตอาจกะเทาะคอนกรีตเล็กน้อยเพื่อยืนยัน หรือใช้ GPR สแกนคอนกรีต ช่วยในบริเวณที่เหล็กหนาแน่นและลึก
Cover Meter กับ GPR เลือกใช้แบบไหน?
| หัวข้อ | Cover Meter | GPR |
|---|---|---|
| หลักการ | สนามแม่เหล็กไฟฟ้า | คลื่นเรดาร์ |
| ตรวจเหล็ก | แม่นในระยะตื้น | ได้ลึกกว่า |
| ตรวจโพรง/ท่อที่ไม่ใช่โลหะ | ไม่ได้ | ได้ |
| วัดระยะหุ้มเฉพาะจุด | เหมาะมาก | ได้แต่ต้องแปลภาพ |
| ความเร็ว/พกพา | เร็ว เบา | ต้องลากสแกน |
| มาตรฐาน | BS 1881-204 | ASTM D6432 |
โดยทั่วไป Cover Meter เหมาะกับการตรวจระยะหุ้มและตำแหน่งเหล็กชั้นบนอย่างรวดเร็ว ส่วน GPR เหมาะเมื่อต้องเห็นลึกหรือมีวัตถุอื่นฝังอยู่ วิศวกรมักใช้สองวิธีเสริมกัน
ค่าที่อ่านจาก Cover Meter ขึ้นกับขนาดเหล็กและความหนาแน่นของเหล็กในบริเวณนั้น การสอบเทียบเครื่องกับเหล็กที่ทราบขนาดก่อนวัด และการยืนยันจุดวิกฤตด้วยการกะเทาะเล็กน้อย ช่วยให้ผลน่าเชื่อถือขึ้นมาก