ผลลูกปูนไม่ผ่านเป็นเรื่องที่พบได้ในงานก่อสร้าง และมาตรฐานกำหนดลำดับการตรวจสอบไว้ชัดเจน ตั้งแต่ทบทวนผลทดสอบ ทดสอบแบบไม่ทำลาย ไปจนถึงเจาะเก็บตัวอย่างจากโครงสร้างจริง บทความนี้อธิบายว่าแต่ละขั้นทำอะไร ใช้เกณฑ์อะไรตัดสิน และถ้ายังไม่ผ่านมีทางเลือกอะไรบ้าง

ลำดับการตรวจสอบเมื่อกำลังอัดคอนกรีตไม่ผ่านเกณฑ์ 5 ขั้น พร้อมเกณฑ์ ACI 318-19 สำหรับผลทดสอบตัวอย่างและ Core Test ด้านซ้ายเป็นลำดับการตรวจสอบจากบนลงล่าง เริ่มจากผลทดสอบกำลังอัดต่ำกว่าค่าออกแบบ f′c ซึ่งยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าคอนกรีตในโครงสร้างไม่ผ่าน ขั้นที่หนึ่ง ทบทวนเกณฑ์ยอมรับตาม ACI 318-19 หัวข้อ 26.12 ค่าเฉลี่ยผลทดสอบสามครั้งติดต่อกันต้องไม่ต่ำกว่า f′c และไม่มีผลใดต่ำกว่า f′c เกิน 35 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร สำหรับ f′c ไม่เกิน 350 ถ้าผ่านทั้งสองข้อถือว่าผ่าน ให้บันทึกและติดตามชุดถัดไป ขั้นที่สอง ทบทวนการเก็บ บ่ม และทดสอบตัวอย่างตาม ASTM C31 และ C39 พร้อมเอกสารชุดคอนกรีต เพราะตัวอย่างที่ผิดวิธีให้ค่าต่ำกว่าจริง ขั้นที่สาม คัดกรองด้วย Rebound Hammer ตาม ASTM C805 และ UPV ตาม ASTM C597 เพื่อหาบริเวณค่าต่ำและเลือกตำแหน่งเจาะ ขั้นที่สี่ เจาะ Core Test ตาม ASTM C42 อย่างน้อยสามแท่งต่อบริเวณ เลี่ยงเหล็กเสริมและจุดรับแรงวิกฤต และปรับแก้ค่าตามอัตราส่วน L/D ขั้นที่ห้า ตัดสินผล Core ผ่านเมื่อค่าเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 0.85 f′c และไม่มีแท่งใดต่ำกว่า 0.75 f′c ด้านขวาบนเป็นตัวอย่างการอ่านเกณฑ์ขั้นที่หนึ่ง f′c 240 ผลสามครั้ง 232 245 และ 251 ค่าเฉลี่ย 242.7 ไม่ต่ำกว่า 240 และค่าต่ำสุด 232 สูงกว่า 205 จึงผ่านทั้งสองเงื่อนไข ถัดลงมาเป็นแถบเกณฑ์ Core และตารางตัวคูณปรับแก้ L/D 2.00 เท่ากับ 1.00 1.75 เท่ากับ 0.98 1.50 เท่ากับ 0.96 1.25 เท่ากับ 0.93 และ 1.00 เท่ากับ 0.87 ด้านล่างเป็นผลสองทาง ผ่านเกณฑ์ ยอมรับคอนกรีตได้เชิงกำลัง ซ่อมรูเจาะด้วยวัสดุไม่หดตัว และสรุปรายงานโดยวิศวกร ไม่ผ่านเกณฑ์ ประเมินต่อด้วยการทดสอบรับน้ำหนักจริงตาม ACI 318-19 บทที่ 27 วิเคราะห์ซ้ำด้วยกำลังที่วัดได้จริง เสริมกำลัง เช่น หุ้มเสาหรือ FRP จำกัดน้ำหนักบรรทุกใช้งาน หรือรื้อและหล่อใหม่เป็นทางเลือกสุดท้าย ทุกขั้นตอนตัดสินใจโดยวิศวกรผู้รับผิดชอบโครงการ กำลังอัดคอนกรีตไม่ผ่าน: ไล่ตรวจ 5 ขั้นก่อนตัดสิน แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ผลกำลังอัดต่ำกว่า f′c ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าคอนกรีตในโครงสร้างไม่ผ่าน 1 ทบทวนเกณฑ์ ACI 318-19 เฉลี่ย 3 ครั้ง ≥ f′c และไม่มีผลใด < f′c − 35 กก./ซม.² (f′c ≤ 350) ผ่านทั้ง 2 ข้อ → ผ่าน บันทึก + ติดตามชุดถัดไป 2 ทบทวนการเก็บ-บ่ม-ทดสอบตัวอย่าง ASTM C31 · C39 · ใบส่งของ · Slump ตัวอย่างผิดวิธี → ค่าต่ำกว่าจริง 3 คัดกรองด้วย NDT Rebound (C805) · UPV (C597) หาบริเวณค่าต่ำผิดปกติ เลือกจุดเจาะ ให้ตรงบริเวณที่สงสัย 4 เจาะ Core Test ตาม ASTM C42 ≥ 3 แท่ง/บริเวณ · เลี่ยงเหล็กเสริม ปรับแก้ค่าตาม L/D ก่อนเทียบเกณฑ์ ตาราง L/D ด้านขวา → 5 ตัดสินผล Core (ACI 318-19) เฉลี่ย ≥ 0.85 f′c และ ไม่มีแท่งใด < 0.75 f′c ตัวอย่างอ่านเกณฑ์ขั้นที่ 1 f′c = 240 กก./ซม.² (ค่าตัวอย่าง) 180 200 220 240 260 232 245 251 f′c 240 เฉลี่ย 242.7 f′c−35 = 205 เกณฑ์ Core (ขั้นที่ 5) 0.75 f′c 0.85 f′c 1.00 f′c มีแท่ง < 0.75 = ไม่ผ่าน เฉลี่ยต้อง ≥ 0.85 ตัวคูณปรับแก้ L/D (โดยประมาณ) 2.00 × 1.00 1.75 × 0.98 1.50 × 0.96 1.25 × 0.93 1.00 × 0.87 แท่งสั้น → ค่ากำลังอัดสูงเกินจริง ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่านเกณฑ์ • ยอมรับได้เชิงกำลัง • ซ่อมรูเจาะด้วยวัสดุไม่หดตัว • สรุปรายงานโดยวิศวกร ไม่ผ่านเกณฑ์ — ประเมินต่อ ยังไม่ต้องรื้อทันที Load Test ACI 318 บท 27 วิเคราะห์ซ้ำ ใช้กำลังที่วัดได้จริง เสริมกำลัง หุ้มเสา / FRP จำกัดน้ำหนัก บรรทุกใช้งาน รื้อ-หล่อใหม่ ทางเลือกสุดท้าย ทุกขั้นตอนตัดสินใจโดยวิศวกรผู้รับผิดชอบโครงการ — แผนภาพนี้เป็นแนวทางทั่วไป
ลำดับการตัดสินใจเมื่อกำลังอัดคอนกรีตไม่ผ่านเกณฑ์ — ไล่จากวิธีที่ไม่ทำลายไปหาวิธีที่ให้คำตอบชัดที่สุด (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ผลกำลังอัดแบบไหนถือว่า "ไม่ผ่าน"?

คอนกรีตถือว่าไม่ผ่านเมื่อไม่เข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งจากสองข้อของ ACI 318-19 หัวข้อ 26.12 เกณฑ์นี้ไม่ได้ตัดสินจากตัวอย่างก้อนเดียว แต่ดูทั้งค่าเฉลี่ยและค่าต่ำสุดพร้อมกัน

  • ค่าเฉลี่ยของผลทดสอบ 3 ครั้งติดต่อกัน ต้องไม่ต่ำกว่ากำลังอัดที่ระบุ (f′c) — หนึ่ง "ผลทดสอบ" คือค่าเฉลี่ยของตัวอย่างอย่างน้อย 2 ก้อนขนาด Ø150 มม. หรืออย่างน้อย 3 ก้อนขนาด Ø100 มม. จากคอนกรีตชุดเดียวกัน
  • ไม่มีผลทดสอบใดต่ำกว่า f′c เกิน 35 กก./ซม.² (3.5 MPa) — ใช้กับคอนกรีตที่ f′c ไม่เกิน 350 กก./ซม.² ถ้า f′c สูงกว่านั้น ผลทดสอบต้องไม่ต่ำกว่า f′c เกิน 0.10 f′c (เทียบเท่าไม่ต่ำกว่า 0.90 f′c)

ผลเดี่ยวที่ต่ำกว่าค่าออกแบบเล็กน้อยจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าไม่ผ่าน ขั้นแรกของการแก้ปัญหาคือทบทวนข้อมูลให้ครบก่อน ไม่ใช่รีบเจาะโครงสร้าง

💡 ตัวอย่างการอ่านเกณฑ์

คอนกรีต f′c = 240 กก./ซม.² ผลทดสอบ 3 ครั้งติดต่อกันได้ 232, 245 และ 251 กก./ซม.² ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 242.7 ซึ่งไม่ต่ำกว่า 240 และค่าต่ำสุด 232 ยังสูงกว่า 240 − 35 = 205 จึงผ่านทั้งสองเงื่อนไข ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายเกณฑ์เท่านั้น การตัดสินโครงการจริงต้องทำโดยวิศวกรผู้รับผิดชอบ

ตรวจสอบขั้นแรก ต้องทบทวนอะไรบ้าง?

ขั้นแรกคือแยกให้ออกว่า "คอนกรีตอ่อนจริง" หรือ "ตัวอย่างทดสอบมีปัญหา" เพราะการเก็บ บ่ม และทดสอบตัวอย่างที่ไม่ถูกวิธีทำให้ค่าที่ได้ต่ำกว่าความเป็นจริง รายการที่ต้องทบทวนมี 4 เรื่อง

  • วิธีเก็บและบ่มตัวอย่าง — ตาม ASTM C31 ตัวอย่างที่ใช้ตัดสินการยอมรับต้องบ่มในสภาพมาตรฐาน ถ้าตัวอย่างถูกตากแดด ตากฝน หรือบ่มไม่ครบเวลา ค่าที่ได้จะต่ำผิดปกติ
  • วิธีทดสอบกำลังอัด — ตาม ASTM C39 ตรวจว่าหน้าตัดตัวอย่างเรียบได้ระนาบ เครื่องทดสอบผ่านการสอบเทียบ และอัตราการให้แรงอยู่ในช่วงที่กำหนด
  • เอกสารประกอบชุดคอนกรีต — ใบส่งของ เวลาผสมถึงเวลาเท ค่ายุบตัว (Slump) และมีการเติมน้ำหน้างานหรือไม่ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของกำลังต่ำ
  • ชนิดตัวอย่าง — ผลจากลูกบาศก์กับทรงกระบอกใช้แทนกันโดยตรงไม่ได้ ค่ากำลังอัดจากตัวอย่างทรงกระบอกโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 0.8 เท่าของตัวอย่างลูกบาศก์ จึงต้องเทียบเกณฑ์ให้ตรงชนิดที่สเปคระบุ

ถ้าพบข้อบกพร่องชัดเจนในการเก็บหรือบ่มตัวอย่าง ผลนั้นอาจไม่สะท้อนคุณภาพคอนกรีตในโครงสร้างจริง ต้องหาข้อมูลจากโครงสร้างโดยตรงในขั้นถัดไป

ทดสอบแบบไม่ทำลายช่วยอะไรได้บ้าง?

การทดสอบแบบไม่ทำลาย (NDT) ใช้คัดกรองว่าปัญหาเกิดเฉพาะจุดหรือกระจายทั้งบริเวณ และใช้เลือกตำแหน่งเจาะเก็บตัวอย่างให้ตรงจุด แต่ไม่ใช้แทนค่ากำลังอัดจริงในการตัดสินการยอมรับ

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

วิธีมาตรฐานบอกอะไรได้ข้อจำกัด
Rebound HammerASTM C805ความแข็งผิวและความสม่ำเสมอของคอนกรีต ทดสอบได้เร็วและหลายจุดอ่านได้เฉพาะผิวลึกไม่กี่เซนติเมตร ไวต่อความชื้นและคาร์บอเนชัน เป็นดัชนีความแข็งผิว ไม่ใช่ค่ากำลังอัดโดยตรง
Ultrasonic Pulse VelocityASTM C597ความสม่ำเสมอของเนื้อคอนกรีต ตำแหน่งโพรงและรอยร้าวภายในค่าความเร็วคลื่นไม่ใช่ค่ากำลังอัด ต้องมีความสัมพันธ์เฉพาะงานจึงจะประมาณค่าได้
Rebar Scanner / GPRBS 1881-204 (cover meter) / ASTM D6432 (GPR)ตำแหน่งเหล็กเสริมและระยะหุ้ม ใช้เลือกจุดเจาะให้เลี่ยงเหล็กไม่บอกกำลังอัด เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนเจาะ

ในทางปฏิบัติมักใช้ Rebound Hammer และ UPV กวาดพื้นที่ก่อนเพื่อหาบริเวณที่ค่าต่ำผิดปกติ สแกนแนวเหล็กเสริม แล้วจึงเจาะเก็บตัวอย่างเฉพาะบริเวณนั้น จำนวนรูที่ต้องซ่อมจึงน้อยลงและได้ข้อมูลตรงจุด ถ้าค่า UPV ออกมาต่ำ ดูวิธีแยกสาเหตุได้ที่ ผล UPV Test ต่ำ แปลว่าอะไร และอ่านการเปรียบเทียบสองแนวทางได้ที่ NDT กับ Core Test เลือกใช้อย่างไร

แบบจำลอง 3 มิติ การตรวจคอนกรีตในโครงสร้างจริงเมื่อผลกำลังอัดไม่ผ่านเกณฑ์ ตั้งแต่กวาดจุดทดสอบแบบไม่ทำลาย สแกนแนวเหล็กเสริม จนถึงเจาะเก็บแท่งตัวอย่าง Core สามแท่งจากเสา ภาพสามมิติเชิงแนวคิดของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กบนพื้น ผิวเสาด้านซ้ายมีกริดจุดทดสอบแบบไม่ทำลาย จุดสีเขียวคือค่าปกติ จุดสีส้มคือค่าต่ำกว่าจุดอื่นซึ่งเกาะกลุ่มอยู่ในโซนสงสัยที่ระบายสีส้มอ่อน มีผู้ทดสอบถือค้อนกระแทก Rebound Hammer กดที่ผิวเสา ผิวเสาด้านขวามีเส้นประแสดงแนวเหล็กยืนและเหล็กปลอกที่ได้จากเครื่องสแกน รูเจาะ Core สามตำแหน่งอยู่ในช่องว่างระหว่างเหล็ก สองรูเจาะเสร็จแล้ว รูที่สามมีเครื่องเจาะ Core ยึดกับพื้นกำลังเจาะด้วยกระบอกเจาะแนวนอน บนพื้นมีแท่งตัวอย่างสองแท่งติดป้าย C1 และ C2 กรอบล่างแสดงงานห้องปฏิบัติการสามขั้น คือติดป้ายและวัดขนาด ตัดปรับปลายแล้วหาอัตราส่วนความยาวต่อเส้นผ่านศูนย์กลาง และกดทดสอบกำลังอัดแล้วปรับแก้ค่าตาม L/D กรอบขวาสรุปลำดับงานห้าขั้น ได้แก่ กวาด NDT ทั้งบริเวณ สแกนแนวเหล็กเสริม ให้วิศวกรเห็นชอบจุดเจาะ เจาะ Core อย่างน้อยสามแท่งตาม ASTM C42 และซ่อมรูเจาะด้วยวัสดุไม่หดตัว พร้อมเกณฑ์ตัดสินตาม ACI 318-19 คือค่าเฉลี่ยสามแท่งไม่ต่ำกว่า 0.85 f′c และไม่มีแท่งใดต่ำกว่า 0.75 f′c แบบจำลอง 3 มิติ (3D): จาก NDT ถึงเจาะ Core ในเสาจริง แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน C1 C2 กริดจุด Rebound / UPV เขียว = ปกติ · ส้ม = ค่าต่ำ โซนสงสัย คอนกรีตชุดที่ผลลูกปูนต่ำ แนวเหล็กจากเครื่องสแกน เจาะในช่องว่าง เลี่ยงเหล็ก เครื่องเจาะ Core ยึดกับพื้น หล่อน้ำ รูเจาะ Core ≥ 3 แท่งต่อบริเวณ แท่งตัวอย่าง ติดป้ายตำแหน่งทุกแท่ง ผู้ทดสอบกด Rebound Hammer คัดกรองผิว ไม่ใช่ค่ากำลังอัดจริง ในห้องปฏิบัติการ (ASTM C42) ติดป้าย วัดขนาด D และความยาว ตัดปรับปลาย หาอัตราส่วน L/D L D กดหากำลังอัด ปรับแก้ค่าตาม L/D ลำดับงานในโครงสร้างจริง 1 กวาด NDT ทั้งบริเวณ Rebound · UPV หาโซนค่าต่ำ 2 สแกนแนวเหล็กเสริม ทำเครื่องหมายบนผิวก่อนเจาะ 3 วิศวกรเห็นชอบจุดเจาะ เลี่ยงบริเวณรับแรงวิกฤต 4 เจาะ Core ≥ 3 แท่ง ตาม ASTM C42 ในโซนสงสัย 5 ซ่อมรูเจาะ ด้วยวัสดุที่ไม่หดตัว เกณฑ์ตัดสิน (ACI 318-19) ค่าเฉลี่ย 3 แท่ง ≥ 0.85 f′c และไม่มีแท่งใด < 0.75 f′c ปรับแก้ L/D ก่อนเทียบเกณฑ์ NDT ใช้เลือกจุดเจาะ ไม่ใช้แทนค่ากำลังอัดจริง ภาพเชิงแนวคิด ไม่ใช่แบบจริง
แบบจำลอง 3 มิติของงานในโครงสร้างจริง: กวาดจุด Rebound/UPV เพื่อหาโซนที่ค่าต่ำ สแกนแนวเหล็กเสริม แล้วเจาะ Core อย่างน้อย 3 แท่งในช่องว่างระหว่างเหล็ก ก่อนส่งแท่งตัวอย่างเข้าห้องปฏิบัติการ (ภาพเชิงแนวคิด: SPN Soil Engineering)
ช่าง SPN เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีตจากเสาโครงสร้างจริงด้วยเครื่องเจาะคอริ่ง เพื่อนำไปทดสอบกำลังอัดตาม ASTM C42
การเจาะเก็บตัวอย่าง Core Test จากโครงสร้างจริง ให้ค่ากำลังอัดของคอนกรีตในตำแหน่งที่ใช้งานจริง ซึ่งใช้ตัดสินได้ตรงกว่าผลจากตัวอย่างหล่อ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

Core Test ใช้เกณฑ์อะไรตัดสิน?

Core Test คือการเจาะเก็บแท่งตัวอย่างคอนกรีตจากโครงสร้างจริงไปทดสอบกำลังอัดตาม ASTM C42 เป็นวิธีที่ตอบได้ตรงที่สุดว่ากำลังอัดของคอนกรีต ณ ตำแหน่งนั้นเป็นเท่าไร

ตาม ACI 318-19 ให้เจาะตัวอย่างอย่างน้อย 3 แท่งจากบริเวณที่มีปัญหา แล้วตัดสินด้วยสองเงื่อนไขพร้อมกัน คือ ค่าเฉลี่ยของตัวอย่างทั้ง 3 แท่ง ต้องไม่ต่ำกว่า 0.85 f′c และ ไม่มีแท่งใดต่ำกว่า 0.75 f′c ถ้าเข้าเงื่อนไขทั้งสองข้อ ถือว่าคอนกรีตในโครงสร้างยอมรับได้เชิงกำลัง

ค่าที่วัดได้ต้องปรับแก้ตามอัตราส่วนความยาวต่อเส้นผ่านศูนย์กลาง (L/D) ก่อนนำไปเทียบเกณฑ์ เพราะแท่งที่สั้นกว่าจะให้ค่ากำลังอัดสูงเกินจริง

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

อัตราส่วน L/Dตัวคูณปรับแก้โดยประมาณ
2.001.00
1.750.98
1.500.96
1.250.93
1.000.87

ตำแหน่งเจาะต้องเลี่ยงเหล็กเสริมและไม่อยู่ในบริเวณที่รับแรงวิกฤต โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้รับผิดชอบก่อนเสมอ รูที่เจาะต้องซ่อมด้วยวัสดุที่ไม่หดตัวตามแนวทางที่กำหนด ภาพด้านล่างสรุปทั้งสามเรื่องไว้ในภาพเดียว คือการเลือกจุดเจาะ การปรับแก้ L/D และตัวอย่างการตัดสินผล 3 แท่ง รายละเอียดวิธีทดสอบอ่านต่อได้ที่ Concrete Core Test คืออะไร

รูปตัด 2 มิติ การเจาะเก็บแท่งตัวอย่าง Core จากเสาคอนกรีตโดยเลี่ยงเหล็กเสริม การปรับแก้ค่ากำลังอัดตามอัตราส่วน L/D และตัวอย่างการตัดสินผลสามแท่งตามเกณฑ์ 0.85 และ 0.75 f′c แผนภาพสามช่อง ช่องที่หนึ่งเป็นหน้าตัดเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก มีเหล็กยืนแปดเส้นและเหล็กปลอก ตำแหน่งเจาะที่ถูกต้องอยู่ในช่องว่างระหว่างเหล็กยืน กระบอกเจาะเข้าจากผิวด้านขวา ส่วนตำแหน่งที่ตรงแนวเหล็กยืนมีกากบาทสีแดง หมายถึงห้ามเจาะเพราะจะตัดเหล็กเสริม ต้องสแกนหาเหล็กก่อนและให้วิศวกรเห็นชอบตำแหน่ง ช่องที่สองเปรียบเทียบแท่งตัวอย่างสองแท่งที่เส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากัน แท่งยาวมีอัตราส่วน L/D เท่ากับ 2.00 ใช้ตัวคูณ 1.00 แท่งสั้นมี L/D เท่ากับ 1.00 ใช้ตัวคูณ 0.87 เพราะแท่งสั้นให้ค่ากำลังอัดสูงเกินจริง ปลายแท่งทั้งสองด้านต้องตัดปรับให้เรียบและได้ฉากก่อนทดสอบ ช่องที่สามเป็นกราฟแท่งตัวอย่างค่าสมมติสำหรับคอนกรีต f′c 240 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร มีเส้นเกณฑ์ 0.85 f′c เท่ากับ 204 และ 0.75 f′c เท่ากับ 180 กรณี A ได้ 222 205 และ 215 ค่าเฉลี่ย 214 ไม่ต่ำกว่า 204 และค่าต่ำสุด 205 ไม่ต่ำกว่า 180 จึงยอมรับได้เชิงกำลัง กรณี B ได้ 232 172 และ 226 ค่าเฉลี่ย 210 ผ่านเกณฑ์เฉลี่ย แต่มีแท่งหนึ่งได้ 172 ต่ำกว่า 180 จึงไม่ผ่านและต้องประเมินต่อ รูปตัด 2 มิติ: เจาะ Core เลี่ยงเหล็ก · ปรับแก้ L/D · ตัดสิน 3 แท่ง แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน 1 หน้าตัดเสา — เลือกจุดเจาะ เครื่องเจาะ Core หัวเจาะเพชร เจาะในช่องว่าง ระหว่างเหล็กยืน ตรงแนวเหล็ก จะตัดเหล็กขาด เหล็กยืน 8 เส้น + เหล็กปลอก (ตัวอย่าง) สแกนหาเหล็กก่อน · วิศวกรเห็นชอบตำแหน่ง 2 แท่งตัวอย่าง — ปรับแก้ตาม L/D L D L/D = 2.00 ตัวคูณ × 1.00 L D L/D = 1.00 ตัวคูณ × 0.87 เส้นประแดง = ตัดปรับปลายให้เรียบ ได้ฉาก แท่งสั้นให้ค่าสูงเกินจริง จึงคูณลดก่อนเทียบเกณฑ์ 3 ตัวอย่างการตัดสินผล Core 3 แท่ง ค่าสมมติ · f′c = 240 กก./ซม.² · หลังปรับแก้ L/D 140 160 180 200 220 240 222 205 215 กรณี A 232 172 226 กรณี B f′c = 240 0.85 f′c = 204 0.75 f′c = 180 กรณี A — ผ่านทั้ง 2 เงื่อนไข เฉลี่ย 214 ≥ 204 ต่ำสุด 205 ≥ 180 → ยอมรับได้เชิงกำลัง กรณี B — เฉลี่ยผ่าน แต่มีแท่งต่ำ เฉลี่ย 210 ≥ 204 ต่ำสุด 172 < 180 → ไม่ผ่าน ต้องประเมินต่อ กำลังอัด (กก./ซม.²) →
รูปตัด 2 มิติ: (1) เจาะ Core ในช่องว่างระหว่างเหล็กยืน ไม่เจาะตรงแนวเหล็ก (2) แท่งที่ L/D = 1.00 ต้องคูณ 0.87 ก่อนเทียบเกณฑ์ (3) ตัวอย่างค่าสมมติสำหรับ f′c 240 กก./ซม.² กรณี A ผ่านทั้งสองเงื่อนไข ส่วนกรณี B ค่าเฉลี่ยผ่านแต่มีแท่งหนึ่งต่ำกว่า 0.75 f′c จึงไม่ผ่าน
แท่งตัวอย่างคอนกรีตที่เจาะเก็บจากโครงสร้างจริง วางเรียงพร้อมป้ายระบุตำแหน่ง ก่อนส่งทดสอบกำลังอัดในห้องปฏิบัติการ
แท่งตัวอย่างคอนกรีตพร้อมป้ายระบุตำแหน่ง ความยาวของแท่งมีผลต่อค่ากำลังอัดที่วัดได้ จึงต้องปรับแก้ตามอัตราส่วน L/D ก่อนเทียบเกณฑ์ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ถ้า Core Test ยังไม่ผ่าน มีทางเลือกอะไร?

เมื่อ Core Test ยืนยันว่ากำลังอัดต่ำกว่าเกณฑ์ ขั้นถัดไปคือประเมินว่าโครงสร้างยังรับน้ำหนักที่ออกแบบไว้ได้หรือไม่ ไม่ใช่รื้อทันที ทางเลือกที่ใช้กันมี 5 แนวทาง เรียงจากกระทบน้อยไปมาก

  • วิเคราะห์ซ้ำด้วยค่ากำลังจริง (Re-rating) — นำค่ากำลังอัดที่วัดได้จริงไปคำนวณกำลังรับน้ำหนักใหม่ บางกรณีพบว่ายังเพียงพอสำหรับการใช้งานที่กำหนด หรือเพียงพอเมื่อจำกัดน้ำหนักบรรทุกลง
  • ทดสอบการรับน้ำหนักจริง (Load Test) — ให้น้ำหนักกับชิ้นส่วนที่สงสัยแล้ววัดการแอ่นตัวและการคืนตัว เหมาะกับพื้นและคานที่เข้าถึงได้ ขั้นตอนและเกณฑ์ยอมรับอ้างอิง ACI 318-19 บทที่ 27 (Strength Evaluation of Existing Structures) ดูรายละเอียดที่ Floor Load Test ทดสอบการรับน้ำหนักพื้น
  • จำกัดการใช้งาน — ลดน้ำหนักบรรทุกที่อนุญาต หรือเปลี่ยนประเภทการใช้งานพื้นที่ให้เบาลง พร้อมติดป้ายแจ้งข้อจำกัด
  • เสริมกำลังโครงสร้าง — เช่น หุ้มเสาด้วยคอนกรีตหรือปลอกเหล็ก เสริมด้วยแผ่นเส้นใยคาร์บอน (FRP) หรือเพิ่มชิ้นส่วนรับน้ำหนัก ใช้บ่อยเมื่อกำลังขาดไม่มาก
  • รื้อและหล่อใหม่ — ใช้เมื่อกำลังต่ำมากจนเสริมไม่คุ้ม หรือความเสียหายกระจายทั้งชิ้นส่วน มักเป็นทางเลือกสุดท้าย

สรุปเป็นตารางตัดสินใจได้อย่างไร?

ตารางนี้จับคู่สถานการณ์ที่พบบ่อยกับสิ่งที่ควรทำต่อ ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการคุยกับผู้ออกแบบและผู้รับเหมา

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

สถานการณ์สิ่งที่ควรทำต่อ
ผลเดี่ยวต่ำกว่า f′c แต่ไม่เกิน 35 กก./ซม.² และค่าเฉลี่ย 3 ครั้งยังผ่านยังถือว่าผ่านตามเกณฑ์ ให้บันทึกไว้และเฝ้าติดตามผลชุดถัดไป
ผลเดี่ยวต่ำกว่า f′c เกิน 35 กก./ซม.² หรือค่าเฉลี่ย 3 ครั้งไม่ผ่านทบทวนวิธีเก็บและบ่มตัวอย่าง พร้อมตรวจเอกสารชุดคอนกรีต
ทบทวนแล้วไม่พบข้อบกพร่องของตัวอย่างทดสอบแบบไม่ทำลายเพื่อคัดกรองบริเวณ แล้วเจาะ Core Test เฉพาะจุด
Core Test ผ่านเกณฑ์ 0.85 f′c เฉลี่ย และไม่มีแท่งใดต่ำกว่า 0.75 f′cยอมรับได้เชิงกำลัง ซ่อมรูที่เจาะและสรุปเป็นรายงาน
Core Test ไม่ผ่านเกณฑ์วิเคราะห์ซ้ำด้วยค่ากำลังจริง ทดสอบการรับน้ำหนัก หรือเสริมกำลังตามผลประเมิน
กำลังต่ำมากและกระจายทั้งชิ้นส่วนพิจารณารื้อและหล่อใหม่ ตามความเห็นวิศวกรผู้รับผิดชอบ

ทุกขั้นตอนเป็นแนวทางทั่วไป การตัดสินใจสำหรับโครงการจริงต้องทำโดยวิศวกรผู้รับผิดชอบ โดยพิจารณาแบบก่อสร้าง สภาพหน้างาน และผลทดสอบทั้งหมดประกอบกัน

ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาเป็นอย่างไร?

ค่าบริการขึ้นกับจำนวนจุดทดสอบ ความสูงและการเข้าถึงตำแหน่งที่ต้องเจาะ ขนาดแท่งตัวอย่าง และรายการทดสอบแบบไม่ทำลายที่ใช้ประกอบ จึงไม่มีราคาเหมาตายตัว ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม. รายละเอียดราคางานทดสอบโครงสร้างแยกรายการดูได้ที่ ราคาทดสอบโครงสร้าง 2026

งานหน้างานสำหรับการคัดกรองด้วย NDT และเจาะเก็บตัวอย่างมักใช้เวลา 1–2 วันตามจำนวนจุด จากนั้นต้องเตรียมและทดสอบตัวอย่างในห้องปฏิบัติการอีกระยะหนึ่งก่อนออกรายงานสรุปพร้อมความเห็นวิศวกร

หมายเหตุราคา: ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

สรุป

เมื่อผลกำลังอัดคอนกรีตไม่ผ่านเกณฑ์ ให้ไล่ลำดับจากเบาไปหนัก เริ่มจากทบทวนเกณฑ์ยอมรับตาม ACI 318-19 และวิธีเก็บบ่มตัวอย่าง คัดกรองด้วยการทดสอบแบบไม่ทำลาย แล้วเจาะ Core Test ตาม ASTM C42 เฉพาะจุดที่จำเป็น เกณฑ์ตัดสินคือค่าเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 0.85 f′c และไม่มีแท่งใดต่ำกว่า 0.75 f′c

SPN Soil Engineering ให้บริการทดสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีต และทดสอบการรับน้ำหนักโครงสร้าง พร้อมรายงานรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร พร้อมลายเซ็นและเลขทะเบียน ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม.