ผลลูกปูนไม่ผ่านเป็นเรื่องที่พบได้ในงานก่อสร้าง และมาตรฐานกำหนดลำดับการตรวจสอบไว้ชัดเจน ตั้งแต่ทบทวนผลทดสอบ ทดสอบแบบไม่ทำลาย ไปจนถึงเจาะเก็บตัวอย่างจากโครงสร้างจริง บทความนี้อธิบายว่าแต่ละขั้นทำอะไร ใช้เกณฑ์อะไรตัดสิน และถ้ายังไม่ผ่านมีทางเลือกอะไรบ้าง
ผลกำลังอัดแบบไหนถือว่า "ไม่ผ่าน"?
คอนกรีตถือว่าไม่ผ่านเมื่อไม่เข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งจากสองข้อของ ACI 318-19 หัวข้อ 26.12 เกณฑ์นี้ไม่ได้ตัดสินจากตัวอย่างก้อนเดียว แต่ดูทั้งค่าเฉลี่ยและค่าต่ำสุดพร้อมกัน
- ค่าเฉลี่ยของผลทดสอบ 3 ครั้งติดต่อกัน ต้องไม่ต่ำกว่ากำลังอัดที่ระบุ (f′c) — หนึ่ง "ผลทดสอบ" คือค่าเฉลี่ยของตัวอย่างอย่างน้อย 2 ก้อนขนาด Ø150 มม. หรืออย่างน้อย 3 ก้อนขนาด Ø100 มม. จากคอนกรีตชุดเดียวกัน
- ไม่มีผลทดสอบใดต่ำกว่า f′c เกิน 35 กก./ซม.² (3.5 MPa) — ใช้กับคอนกรีตที่ f′c ไม่เกิน 350 กก./ซม.² ถ้า f′c สูงกว่านั้น ผลทดสอบต้องไม่ต่ำกว่า f′c เกิน 0.10 f′c (เทียบเท่าไม่ต่ำกว่า 0.90 f′c)
ผลเดี่ยวที่ต่ำกว่าค่าออกแบบเล็กน้อยจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าไม่ผ่าน ขั้นแรกของการแก้ปัญหาคือทบทวนข้อมูลให้ครบก่อน ไม่ใช่รีบเจาะโครงสร้าง
คอนกรีต f′c = 240 กก./ซม.² ผลทดสอบ 3 ครั้งติดต่อกันได้ 232, 245 และ 251 กก./ซม.² ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 242.7 ซึ่งไม่ต่ำกว่า 240 และค่าต่ำสุด 232 ยังสูงกว่า 240 − 35 = 205 จึงผ่านทั้งสองเงื่อนไข ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายเกณฑ์เท่านั้น การตัดสินโครงการจริงต้องทำโดยวิศวกรผู้รับผิดชอบ
ตรวจสอบขั้นแรก ต้องทบทวนอะไรบ้าง?
ขั้นแรกคือแยกให้ออกว่า "คอนกรีตอ่อนจริง" หรือ "ตัวอย่างทดสอบมีปัญหา" เพราะการเก็บ บ่ม และทดสอบตัวอย่างที่ไม่ถูกวิธีทำให้ค่าที่ได้ต่ำกว่าความเป็นจริง รายการที่ต้องทบทวนมี 4 เรื่อง
- วิธีเก็บและบ่มตัวอย่าง — ตาม ASTM C31 ตัวอย่างที่ใช้ตัดสินการยอมรับต้องบ่มในสภาพมาตรฐาน ถ้าตัวอย่างถูกตากแดด ตากฝน หรือบ่มไม่ครบเวลา ค่าที่ได้จะต่ำผิดปกติ
- วิธีทดสอบกำลังอัด — ตาม ASTM C39 ตรวจว่าหน้าตัดตัวอย่างเรียบได้ระนาบ เครื่องทดสอบผ่านการสอบเทียบ และอัตราการให้แรงอยู่ในช่วงที่กำหนด
- เอกสารประกอบชุดคอนกรีต — ใบส่งของ เวลาผสมถึงเวลาเท ค่ายุบตัว (Slump) และมีการเติมน้ำหน้างานหรือไม่ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของกำลังต่ำ
- ชนิดตัวอย่าง — ผลจากลูกบาศก์กับทรงกระบอกใช้แทนกันโดยตรงไม่ได้ ค่ากำลังอัดจากตัวอย่างทรงกระบอกโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 0.8 เท่าของตัวอย่างลูกบาศก์ จึงต้องเทียบเกณฑ์ให้ตรงชนิดที่สเปคระบุ
ถ้าพบข้อบกพร่องชัดเจนในการเก็บหรือบ่มตัวอย่าง ผลนั้นอาจไม่สะท้อนคุณภาพคอนกรีตในโครงสร้างจริง ต้องหาข้อมูลจากโครงสร้างโดยตรงในขั้นถัดไป
ทดสอบแบบไม่ทำลายช่วยอะไรได้บ้าง?
การทดสอบแบบไม่ทำลาย (NDT) ใช้คัดกรองว่าปัญหาเกิดเฉพาะจุดหรือกระจายทั้งบริเวณ และใช้เลือกตำแหน่งเจาะเก็บตัวอย่างให้ตรงจุด แต่ไม่ใช้แทนค่ากำลังอัดจริงในการตัดสินการยอมรับ
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| วิธี | มาตรฐาน | บอกอะไรได้ | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|
| Rebound Hammer | ASTM C805 | ความแข็งผิวและความสม่ำเสมอของคอนกรีต ทดสอบได้เร็วและหลายจุด | อ่านได้เฉพาะผิวลึกไม่กี่เซนติเมตร ไวต่อความชื้นและคาร์บอเนชัน เป็นดัชนีความแข็งผิว ไม่ใช่ค่ากำลังอัดโดยตรง |
| Ultrasonic Pulse Velocity | ASTM C597 | ความสม่ำเสมอของเนื้อคอนกรีต ตำแหน่งโพรงและรอยร้าวภายใน | ค่าความเร็วคลื่นไม่ใช่ค่ากำลังอัด ต้องมีความสัมพันธ์เฉพาะงานจึงจะประมาณค่าได้ |
| Rebar Scanner / GPR | BS 1881-204 (cover meter) / ASTM D6432 (GPR) | ตำแหน่งเหล็กเสริมและระยะหุ้ม ใช้เลือกจุดเจาะให้เลี่ยงเหล็ก | ไม่บอกกำลังอัด เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนเจาะ |
ในทางปฏิบัติมักใช้ Rebound Hammer และ UPV กวาดพื้นที่ก่อนเพื่อหาบริเวณที่ค่าต่ำผิดปกติ สแกนแนวเหล็กเสริม แล้วจึงเจาะเก็บตัวอย่างเฉพาะบริเวณนั้น จำนวนรูที่ต้องซ่อมจึงน้อยลงและได้ข้อมูลตรงจุด ถ้าค่า UPV ออกมาต่ำ ดูวิธีแยกสาเหตุได้ที่ ผล UPV Test ต่ำ แปลว่าอะไร และอ่านการเปรียบเทียบสองแนวทางได้ที่ NDT กับ Core Test เลือกใช้อย่างไร
Core Test ใช้เกณฑ์อะไรตัดสิน?
Core Test คือการเจาะเก็บแท่งตัวอย่างคอนกรีตจากโครงสร้างจริงไปทดสอบกำลังอัดตาม ASTM C42 เป็นวิธีที่ตอบได้ตรงที่สุดว่ากำลังอัดของคอนกรีต ณ ตำแหน่งนั้นเป็นเท่าไร
ตาม ACI 318-19 ให้เจาะตัวอย่างอย่างน้อย 3 แท่งจากบริเวณที่มีปัญหา แล้วตัดสินด้วยสองเงื่อนไขพร้อมกัน คือ ค่าเฉลี่ยของตัวอย่างทั้ง 3 แท่ง ต้องไม่ต่ำกว่า 0.85 f′c และ ไม่มีแท่งใดต่ำกว่า 0.75 f′c ถ้าเข้าเงื่อนไขทั้งสองข้อ ถือว่าคอนกรีตในโครงสร้างยอมรับได้เชิงกำลัง
ค่าที่วัดได้ต้องปรับแก้ตามอัตราส่วนความยาวต่อเส้นผ่านศูนย์กลาง (L/D) ก่อนนำไปเทียบเกณฑ์ เพราะแท่งที่สั้นกว่าจะให้ค่ากำลังอัดสูงเกินจริง
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| อัตราส่วน L/D | ตัวคูณปรับแก้โดยประมาณ |
|---|---|
| 2.00 | 1.00 |
| 1.75 | 0.98 |
| 1.50 | 0.96 |
| 1.25 | 0.93 |
| 1.00 | 0.87 |
ตำแหน่งเจาะต้องเลี่ยงเหล็กเสริมและไม่อยู่ในบริเวณที่รับแรงวิกฤต โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้รับผิดชอบก่อนเสมอ รูที่เจาะต้องซ่อมด้วยวัสดุที่ไม่หดตัวตามแนวทางที่กำหนด ภาพด้านล่างสรุปทั้งสามเรื่องไว้ในภาพเดียว คือการเลือกจุดเจาะ การปรับแก้ L/D และตัวอย่างการตัดสินผล 3 แท่ง รายละเอียดวิธีทดสอบอ่านต่อได้ที่ Concrete Core Test คืออะไร
ถ้า Core Test ยังไม่ผ่าน มีทางเลือกอะไร?
เมื่อ Core Test ยืนยันว่ากำลังอัดต่ำกว่าเกณฑ์ ขั้นถัดไปคือประเมินว่าโครงสร้างยังรับน้ำหนักที่ออกแบบไว้ได้หรือไม่ ไม่ใช่รื้อทันที ทางเลือกที่ใช้กันมี 5 แนวทาง เรียงจากกระทบน้อยไปมาก
- วิเคราะห์ซ้ำด้วยค่ากำลังจริง (Re-rating) — นำค่ากำลังอัดที่วัดได้จริงไปคำนวณกำลังรับน้ำหนักใหม่ บางกรณีพบว่ายังเพียงพอสำหรับการใช้งานที่กำหนด หรือเพียงพอเมื่อจำกัดน้ำหนักบรรทุกลง
- ทดสอบการรับน้ำหนักจริง (Load Test) — ให้น้ำหนักกับชิ้นส่วนที่สงสัยแล้ววัดการแอ่นตัวและการคืนตัว เหมาะกับพื้นและคานที่เข้าถึงได้ ขั้นตอนและเกณฑ์ยอมรับอ้างอิง ACI 318-19 บทที่ 27 (Strength Evaluation of Existing Structures) ดูรายละเอียดที่ Floor Load Test ทดสอบการรับน้ำหนักพื้น
- จำกัดการใช้งาน — ลดน้ำหนักบรรทุกที่อนุญาต หรือเปลี่ยนประเภทการใช้งานพื้นที่ให้เบาลง พร้อมติดป้ายแจ้งข้อจำกัด
- เสริมกำลังโครงสร้าง — เช่น หุ้มเสาด้วยคอนกรีตหรือปลอกเหล็ก เสริมด้วยแผ่นเส้นใยคาร์บอน (FRP) หรือเพิ่มชิ้นส่วนรับน้ำหนัก ใช้บ่อยเมื่อกำลังขาดไม่มาก
- รื้อและหล่อใหม่ — ใช้เมื่อกำลังต่ำมากจนเสริมไม่คุ้ม หรือความเสียหายกระจายทั้งชิ้นส่วน มักเป็นทางเลือกสุดท้าย
สรุปเป็นตารางตัดสินใจได้อย่างไร?
ตารางนี้จับคู่สถานการณ์ที่พบบ่อยกับสิ่งที่ควรทำต่อ ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการคุยกับผู้ออกแบบและผู้รับเหมา
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| สถานการณ์ | สิ่งที่ควรทำต่อ |
|---|---|
| ผลเดี่ยวต่ำกว่า f′c แต่ไม่เกิน 35 กก./ซม.² และค่าเฉลี่ย 3 ครั้งยังผ่าน | ยังถือว่าผ่านตามเกณฑ์ ให้บันทึกไว้และเฝ้าติดตามผลชุดถัดไป |
| ผลเดี่ยวต่ำกว่า f′c เกิน 35 กก./ซม.² หรือค่าเฉลี่ย 3 ครั้งไม่ผ่าน | ทบทวนวิธีเก็บและบ่มตัวอย่าง พร้อมตรวจเอกสารชุดคอนกรีต |
| ทบทวนแล้วไม่พบข้อบกพร่องของตัวอย่าง | ทดสอบแบบไม่ทำลายเพื่อคัดกรองบริเวณ แล้วเจาะ Core Test เฉพาะจุด |
| Core Test ผ่านเกณฑ์ 0.85 f′c เฉลี่ย และไม่มีแท่งใดต่ำกว่า 0.75 f′c | ยอมรับได้เชิงกำลัง ซ่อมรูที่เจาะและสรุปเป็นรายงาน |
| Core Test ไม่ผ่านเกณฑ์ | วิเคราะห์ซ้ำด้วยค่ากำลังจริง ทดสอบการรับน้ำหนัก หรือเสริมกำลังตามผลประเมิน |
| กำลังต่ำมากและกระจายทั้งชิ้นส่วน | พิจารณารื้อและหล่อใหม่ ตามความเห็นวิศวกรผู้รับผิดชอบ |
ทุกขั้นตอนเป็นแนวทางทั่วไป การตัดสินใจสำหรับโครงการจริงต้องทำโดยวิศวกรผู้รับผิดชอบ โดยพิจารณาแบบก่อสร้าง สภาพหน้างาน และผลทดสอบทั้งหมดประกอบกัน
ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาเป็นอย่างไร?
ค่าบริการขึ้นกับจำนวนจุดทดสอบ ความสูงและการเข้าถึงตำแหน่งที่ต้องเจาะ ขนาดแท่งตัวอย่าง และรายการทดสอบแบบไม่ทำลายที่ใช้ประกอบ จึงไม่มีราคาเหมาตายตัว ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม. รายละเอียดราคางานทดสอบโครงสร้างแยกรายการดูได้ที่ ราคาทดสอบโครงสร้าง 2026
งานหน้างานสำหรับการคัดกรองด้วย NDT และเจาะเก็บตัวอย่างมักใช้เวลา 1–2 วันตามจำนวนจุด จากนั้นต้องเตรียมและทดสอบตัวอย่างในห้องปฏิบัติการอีกระยะหนึ่งก่อนออกรายงานสรุปพร้อมความเห็นวิศวกร
หมายเหตุราคา: ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน
สรุป
เมื่อผลกำลังอัดคอนกรีตไม่ผ่านเกณฑ์ ให้ไล่ลำดับจากเบาไปหนัก เริ่มจากทบทวนเกณฑ์ยอมรับตาม ACI 318-19 และวิธีเก็บบ่มตัวอย่าง คัดกรองด้วยการทดสอบแบบไม่ทำลาย แล้วเจาะ Core Test ตาม ASTM C42 เฉพาะจุดที่จำเป็น เกณฑ์ตัดสินคือค่าเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 0.85 f′c และไม่มีแท่งใดต่ำกว่า 0.75 f′c
SPN Soil Engineering ให้บริการทดสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีต และทดสอบการรับน้ำหนักโครงสร้าง พร้อมรายงานรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร พร้อมลายเซ็นและเลขทะเบียน ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม.