ทำไมต้องทำ Floor Load Test?

ในงานปรับปรุงอาคาร (renovation) หรือติดตั้งเครื่องจักรใหม่ คำถามที่เจอบ่อยที่สุดคือ "พื้นเดิมรับน้ำหนักเครื่องจักร/การใช้งานใหม่ได้หรือไม่?" ปัญหาคือ:

  • ไม่มีแบบก่อสร้างเดิม (as-built drawing) หรือแบบไม่ครบ
  • ไม่ทราบกำลังคอนกรีตและปริมาณเหล็กเสริมที่แท้จริง
  • อาคารมีอายุมาก สภาพวัสดุอาจเสื่อมจากที่ออกแบบไว้
  • การใช้งานใหม่มีน้ำหนักมากกว่าที่ออกแบบเดิม

ในกรณีเหล่านี้ การวิเคราะห์ด้วยการคำนวณ (analytical evaluation) เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะมีตัวแปรที่ไม่ทราบมาก — Load Test คือการทดสอบโครงสร้างจริงในสภาพจริง จึงสะท้อนพฤติกรรมรับน้ำหนักที่แท้จริง รวมทั้งผลของวัสดุ การก่อสร้าง และความเสื่อมสภาพทั้งหมดในตัว

📌 Tip

ในทางปฏิบัติมักทำควบคู่กับ Concrete Core Test (เจาะแกนคอนกรีต ตาม ASTM C42 / C39) เพื่อยืนยันคุณภาพวัสดุ + Load Test เพื่อยืนยันพฤติกรรมโครงสร้าง — สองวิธีนี้ส่งเสริมกัน

มาตรฐานอ้างอิง: ACI 318-19 Chapter 27

การทดสอบกำลังโครงสร้างด้วยน้ำหนักบรรทุก (Strength Evaluation by Load Test) กำหนดไว้ใน ACI 318-19 บทที่ 27 โดยแบ่งวิธีทดสอบเป็น 2 แบบ:

วิธีทดสอบลักษณะเหมาะกับ
Monotonic Load Test (27.5)ใส่น้ำหนักขึ้นทางเดียวจนถึงค่าสูงสุด แล้วคงไว้ ≥ 24 ชม.กรณีที่กังวลการวิบัติแบบ shear หรือ development of reinforcement — น้ำหนักที่คงค้างนานช่วยให้รอยร้าว/creep แสดงตัว
Cyclic Load Test (27.6, ตาม ACI 437.2)ใส่–ถอนน้ำหนักเป็นรอบ เพิ่มระดับขึ้นเรื่อย ๆต้องการดูความเป็น linear elastic และ permanency ของ deflection แต่ละรอบ

สำหรับพื้นโรงงานทั่วไป วิธี Monotonic ด้วยการขังน้ำ (water ponding) เป็นที่นิยมที่สุด เพราะน้ำให้น้ำหนักแผ่สม่ำเสมอ (uniform load) ควบคุมง่าย ปลอดภัย และคำนวณน้ำหนักได้แม่นยำจากระดับน้ำโดยตรง (น้ำสูง 10 cm = 100 kg/m²)

⚠️ ข้อกำหนดสำคัญ (27.4.4)

โครงสร้างที่จะทดสอบต้องมีอายุ ไม่น้อยกว่า 56 วัน เว้นแต่เจ้าของ ผู้รับเหมา และวิศวกรผู้ออกแบบตกลงร่วมกันให้ทดสอบเร็วกว่านั้น

คำนวณน้ำหนักทดสอบ (Total Test Load, Tt) อย่างไร?

ตาม ACI 318-19 ข้อ 27.4.6.2 น้ำหนักทดสอบรวม (รวมน้ำหนักตัวพื้นที่มีอยู่แล้ว) ต้องไม่น้อยกว่าค่าที่มากที่สุดของ:

(a)   Tt = 1.0Dw + 1.1Ds + 1.6L + 0.5(Lr หรือ S หรือ R)
(b)   Tt = 1.0Dw + 1.1Ds + 1.0L + 1.6(Lr หรือ S หรือ R)
(c)   Tt = 1.3(Dw + Ds) Dw = น้ำหนักตาย (ตัวพื้น) · Ds = superimposed dead load · L = น้ำหนักบรรทุกจร (live load)

ตัวอย่างจริง — พื้น ค.ส.ล. หนา 120 mm, น้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน L = 300 kg/m²:

รายการค่าที่มา
น้ำหนักตาย Dw288 kg/m²0.12 m × 2,400 kg/m³
Tt (สมการคุม a)768 kg/m²1.0(288) + 1.6(300)
น้ำหนักที่ต้องใส่จริง480 kg/m²Tt − Dw (พื้นแบกตัวเองอยู่แล้ว)
แปลงเป็นระดับน้ำ48 cm480 ÷ 1,000 kg/m³
📌 จุดที่หลายคนพลาด

น้ำหนักที่ใส่จริง = Tt − น้ำหนักที่มีอยู่แล้วบนพื้น ไม่ใช่ใส่เต็ม Tt เพราะตัวพื้นเองนับเป็นส่วนหนึ่งของ test load อยู่แล้ว

ขั้นตอนการทดสอบ (Monotonic Water Ponding)

1. เตรียมบ่อขังน้ำ (Water Bund)

สร้างบ่อด้วยผนังไม้อัดค้ำยันด้วยนั่งร้าน/ตงเหล็กรับแรงดันน้ำ บุแผ่นกันซึม ขนาดบ่อครอบคลุมบริเวณวิกฤตของช่วงพื้นที่ต้องการทดสอบ

แบบจำลอง 3 มิติของบ่อขังน้ำสำหรับ Floor Load Test ขนาด 4 คูณ 4 เมตร
แบบจำลองบ่อขังน้ำ (Water Bund) ขนาด 4×4 ม. ผนังไม้อัดค้ำยันด้วยตงเหล็กรับแรงดันน้ำ บุแผ่นกันซึม
⚠️ จัดน้ำหนักให้ตรงจุดวิกฤต (27.4.6.1)

ต้องจัดวางน้ำหนักให้เกิด load effect สูงสุดในบริเวณวิกฤต — สำหรับพื้นช่วงเดียว จุดวิกฤตคือโมเมนต์กลางช่วง การวาง patch กึ่งกลางช่วงจึงให้ผลใกล้เคียงการใส่เต็มช่วงมาก (กรณีศึกษาด้านล่าง patch 4.0 m บน clear span 4.75 m ให้โมเมนต์กลางช่วง ~97.5% ของ full load)

2. ติดตั้งเครื่องมือวัด

  • มาตรวัดการแอ่นตัว (dial gauge) ใต้ท้องพื้น อย่างน้อย 3 จุด โดยจุดกลางช่วงคือจุดวิกฤต
  • ขาตั้ง gauge ต้อง อิสระจากโครงสร้างที่รับน้ำหนักทดสอบ ไม่เช่นนั้นค่าจะเพี้ยน
  • อ่านค่า datum (ศูนย์อ้างอิง) ไม่เกิน 1 ชม. ก่อนใส่น้ำหนักขั้นแรก (27.5.2.2)
ติดตั้ง Dial Gauge ใต้ท้องพื้นเพื่อวัดการแอ่นตัวในการทดสอบ Floor Load Test
ติดตั้ง Dial Gauge ใต้ท้องพื้นเพื่อวัดการแอ่นตัว (deflection) โดยขาตั้งวางอิสระจากโครงสร้างที่รับน้ำหนักทดสอบ

3. ใส่น้ำหนักเป็นขั้น

ตาม 27.5.1.1 ต้องใส่น้ำหนักอย่างน้อย 4 ขั้นเท่า ๆ กัน เช่น น้ำ 12 / 24 / 36 / 48 cm (ขั้นละ 25% ของ test load) แต่ละขั้นรอให้นิ่งแล้วจดค่าการแอ่นตัวทุกตัว พร้อมตรวจรอยร้าวด้วยสายตา

4. คงน้ำหนักเต็ม 24 ชั่วโมง

เมื่อถึงน้ำหนักเต็ม คงไว้ ไม่น้อยกว่า 24 ชม. (27.5.1.3) จดค่าที่ +30 นาที, +60 นาที แล้วทุก 1 ชม. พร้อมบันทึกอุณหภูมิและระดับน้ำจริง

5. ถอนน้ำหนักและวัด Recovery

หลังครบ 24 ชม. ถอนน้ำหนักออกโดยเร็ว (27.5.1.4) แล้ววัดค่า residual deflection ที่ 24 ชม. หลังถอนน้ำหนัก (27.5.2.4) — เว้นแต่เข้าเงื่อนไขยกเว้นตาม 27.5.3.6 (ดูหัวข้อเกณฑ์ผ่าน)

เกณฑ์ผ่าน/ไม่ผ่าน (Acceptance Criteria — 27.5.3)

ข้อเกณฑ์ความหมาย
27.5.3.1ไม่มี spalling / crushing ของคอนกรีตตรวจด้วยสายตาตลอดการทดสอบ
27.5.3.2ไม่มีรอยร้าวที่บ่งชี้ shear failure ใกล้เกิดรอยร้าวเฉียงยาว+กว้างขึ้นต่อเนื่อง = สัญญาณอันตราย
27.5.3.5Δr ≤ Δl / 4การแอ่นตัวคงค้าง (residual) ต้องไม่เกิน 1 ใน 4 ของการแอ่นตัวสูงสุด
27.5.3.6ถ้า Δl ≤ ค่าที่มากกว่าของ 0.05 in. หรือ ℓt²/(20,000h)ยกเว้น (waive) ข้อ 27.5.3.5 ได้เลย เพราะโครงสร้างแข็งมากจนค่า recovery วัดแยกจาก error ภาคสนามไม่ได้
สูตรที่ใช้บ่อยที่สุดในรายงาน (27.5.3.6):   Δl ≤ ℓt² / ( 20,000 × h ) t = ช่วงพาดสุทธิ, h = ความหนาพื้น (หน่วยเดียวกัน) — ถ้าการแอ่นตัวสูงสุดต่ำกว่าค่านี้ = ผ่านทันที โดยไม่ต้องรอวัด recovery

หากไม่ผ่านเกณฑ์ ยังสามารถ ทดสอบซ้ำ (retest) ได้ตาม 27.5.3.7 โดยต้องเริ่มไม่เร็วกว่า 72 ชม. หลังถอนน้ำหนักรอบแรก และใช้เกณฑ์ Δr ≤ Δ2/5 (27.5.3.8)

กรณีศึกษาจริง: พื้นชั้นใต้ดินโรงงาน เขตลาดกระบัง

โรงงานแห่งหนึ่งในเขตลาดกระบัง ต้องการติดตั้งระบบสาธารณูปโภคสำหรับเครื่องฉีด (injection machine) บนพื้น ค.ส.ล. ชั้นใต้ดินเดิม หนา 120 mm — SPN ได้รับมอบหมายให้ประเมินด้วย Core Test + Floor Load Test

ผล Core Test: กำลังอัดแกนคอนกรีต 2 ตัวอย่าง ≈ 212–214 ksc (≈ 21 MPa) — คุณภาพสม่ำเสมอ อยู่ในเกณฑ์ดี

การทดสอบ Floor Load Test: น้ำหนักทดสอบ Tt = 768 kg/m² (คุมโดยสมการ 1.0Dw + 1.6L, L = 300 kg/m²) ขังน้ำในบ่อ 4.0 × 4.0 m สูงสุด 48 cm แบ่งใส่ 4 ขั้น คงน้ำหนักเต็ม 24 ชม. วัด dial gauge 3 จุดใต้ท้องพื้น

บ่อขังน้ำจริงบนพื้นชั้นใต้ดินโรงงานในการทดสอบ Floor Load Test
บ่อขังน้ำจริงบนพื้นชั้นใต้ดิน — ระดับน้ำสูงสุด 48 cm ให้น้ำหนักแผ่สม่ำเสมอ 480 kg/m² คงไว้ 24 ชั่วโมง
1.53 mm
การแอ่นตัวสูงสุด Δl
9.40 mm
เกณฑ์ 27.5.3.6
ผ่าน
1.53 ≤ 9.40 mm
รายการค่า
การแอ่นตัวสูงสุดกลางช่วง Δl1.53 mm (ที่เต็มโหลด +24 ชม.)
เกณฑ์ 27.5.3.6 = ℓt²/(20,000h) = 4,750²/(20,000×120)9.40 mm
ผล1.53 ≤ 9.40 mm → ผ่าน (ยกเว้นการวัด recovery ได้)

ที่น่าสนใจคือพฤติกรรมการแอ่นตัว: ช่วง +6 ถึง +24 ชม. ค่าเพิ่มขึ้นเพียง ~0.16 mm — แสดงว่าการแอ่นตัว เข้าสู่สภาวะคงที่ (stabilized) พฤติกรรมเป็น elastic เป็นหลัก creep จำกัด และไม่พบรอยร้าวตลอดการทดสอบ (Δl ≈ ℓ/3,100 ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับเกณฑ์ทั่วไป ℓ/360)

✅ สรุปผล

พื้นมีความสามารถเพียงพอรองรับน้ำหนักบรรทุกจร 300 kg/m² สำหรับการติดตั้งระบบของเครื่องจักรตามแผน