วิธีนี้เหมาะกับงานตรวจแผ่นพื้น ผนัง ดาดฟ้า และโครงสร้างที่สงสัยว่ามีโพรงหรือการแยกชั้นภายใน บทความนี้อธิบายหลักการ วิธีอ่านค่าความถี่ ความหนาที่คำนวณได้ และข้อจำกัด

Impact Echo ทำงานยังไง?

Impact Echo อาศัยหลักการสะท้อนของคลื่นความเค้น เมื่อเคาะผิวคอนกรีตด้วยหัวเคาะขนาดเล็ก จะเกิดคลื่นความเค้นวิ่งเข้าไปในเนื้อคอนกรีต คลื่นจะสะท้อนไปมาระหว่างผิวบนกับผิวล่าง (หรือกับตำแหน่งที่มีโพรง/การแยกชั้น) ทำให้เกิดการสั่นพ้องที่ความถี่หนึ่ง

เซนเซอร์ที่วางใกล้จุดเคาะจับสัญญาณการสั่นแล้ววิเคราะห์เป็นสเปกตรัมความถี่ ความถี่การสั่นพ้องนี้สัมพันธ์กับความลึกของตัวสะท้อน ถ้าคลื่นสะท้อนจากผิวล่าง จะบอกความหนา ถ้าสะท้อนจากโพรงที่ตื้นกว่า ความถี่จะเปลี่ยน บ่งชี้ว่ามีตำหนิ

คอนกรีตสมบูรณ์ เคาะ เซนเซอร์ สะท้อนจากผิวล่าง ความหนาเต็ม T · ความถี่ต่ำ มีโพรง / แยกชั้น โพรง สะท้อนจากระดับตื้น ระดับตื้นกว่า · ความถี่สูงขึ้น
คลื่นความเค้นสะท้อนไปมาระหว่างผิวบน–ล่าง เมื่อมีโพรงหรือการแยกชั้น คลื่นจะสะท้อนจากระดับที่ตื้นกว่า ทำให้ความถี่สั่นพ้องเปลี่ยนไป

Impact Echo คำนวณความหนายังไง?

ความหนาคำนวณจากความเร็วคลื่นในคอนกรีตและความถี่การสั่นพ้อง ตามความสัมพันธ์

ความหนา T = ความเร็วคลื่น P (Cp) ÷ (2 × ความถี่สั่นพ้อง f)ต้องทราบความเร็วคลื่น Cp ของคอนกรีตนั้นก่อน จึงจะแปลงความถี่เป็นความหนาได้

ดังนั้นก่อนคำนวณต้องทราบความเร็วคลื่นในคอนกรีตนั้น ซึ่งหาได้จากการสอบเทียบกับจุดที่ทราบความหนา ถ้าค่าที่คำนวณได้น้อยกว่าความหนาจริง แสดงว่ามีตัวสะท้อน เช่น โพรงหรือการแยกชั้น อยู่ตื้นกว่าผิวล่าง

Impact Echo ตรวจอะไรได้บ้าง?

  • วัดความหนาแผ่นพื้น ผนัง หรือดาดฟ้า เมื่อเข้าถึงได้ด้านเดียว
  • ตรวจหาโพรงและการแยกชั้นภายในคอนกรีต
  • ตรวจการยึดเกาะระหว่างชั้นคอนกรีต (เช่น พื้นทับหน้า)
  • ประเมินความสมบูรณ์ของการอัดน้ำปูนในท่อ Post-tension (ในบางงาน)

Impact Echo เทียบกับ UPV ต่างกันยังไง?

หัวข้อImpact EchoUPV
การเข้าถึงด้านเดียวได้แม่นสุดต้องสองด้านตรงข้าม
จุดเด่นวัดความหนา / หาโพรงความสม่ำเสมอ / คุณภาพเนื้อใน
หลักการคลื่นความเค้น + ความถี่สั่นพ้องความเร็วคลื่นผ่านเนื้อ
มาตรฐานASTM C1383ASTM C597

Impact Echo เด่นเรื่องวัดความหนาและหาโพรงในแผ่นพื้นเมื่อเข้าถึงด้านเดียว ส่วน UPV เด่นเรื่องประเมินคุณภาพและความสม่ำเสมอ วิศวกรเลือกตามวัตถุประสงค์และมักใช้เสริมกัน

Impact Echo มีข้อจำกัดอะไร?

การแปลผลต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ เพราะสเปกตรัมความถี่ในโครงสร้างจริงมักซับซ้อน โดยเฉพาะบริเวณที่มีเหล็กหนาแน่นหรือรูปทรงไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ต้องทราบความเร็วคลื่นของคอนกรีตนั้นเพื่อคำนวณความหนา และวิธีนี้เหมาะกับโครงสร้างแบบแผ่น (Plate-like) มากกว่าชิ้นส่วนที่มีรูปทรงซับซ้อน

💡 ใช้ร่วมกับวิธีอื่นให้ครบภาพ

ในทางปฏิบัติ วิศวกรมักใช้ Impact Echo คู่กับ GPR หรือ UPV เพื่อยืนยันตำแหน่งเหล็กและคุณภาพเนื้อคอนกรีต และเจาะ Core Test เฉพาะจุดเมื่อจำเป็นต้องยืนยันด้วยค่าจริง

SPN Soil Engineering ให้บริการตรวจโพรงและวัดความหนาคอนกรีตด้วย Impact Echo และงาน NDT ครบวงจร พร้อมรายงานรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม.