โจทย์ของโครงการนี้คืออะไร?

📍 รายละเอียดโครงการ

งานออกแบบปรับระดับพื้นที่ (Grading Design) บนลาดเชิงเขาของโครงการแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งเป็น 2 โซน — Zone A งานตัดดิน-หินอย่างเดียว และ Zone B งานตัดร่วมกับถมดินและกำแพงกันดิน คสล. — SPN Soil Engineering รับผิดชอบออกแบบลาดขุด ข้อกำหนดงานถมบดอัด และกำแพงกันดิน พร้อมข้อกำหนดการทดสอบครบวงจร

ความท้าทายของงานนี้คือ พื้นที่เป็นลาดเชิงเขาที่มีชั้นหินอ่อน (Soft Rock) อยู่ใต้ชั้นดิน การขุดจึงต้องออกแบบความชันลาดแยกตามชนิดวัสดุ และด้วยข้อจำกัดด้านความปลอดภัยของพื้นที่ แบบกำหนดให้ขุดหินด้วยหัวเจาะกระแทกไฮดรอลิก (Hydraulic Breaker) เท่านั้น ห้ามใช้วัตถุระเบิดทุกกรณี

แปลนรวมงานปรับระดับพื้นที่ลาดเชิงเขา แบ่งโซนงานตัดดิน Zone A และงานตัดถมพร้อมกำแพงกันดิน Zone B
แปลนรวมงานปรับระดับพื้นที่ — แบ่งเป็น Zone A (ตัดดิน-หิน) และ Zone B (ตัด+ถม+กำแพงกันดิน คสล.) (แบบ: SPN Soil Engineering)

ลาดตัดดินและลาดตัดหินออกแบบต่างกันอย่างไร?

หลักคิดสำคัญคือ วัสดุต่างชนิดรับความชันได้ไม่เท่ากัน ผลออกแบบของโครงการนี้แยกเป็น 2 กรณี

  • ลาดตัดในชั้นดิน — ความชัน 1:1 (45°): พร้อมปลูกหญ้าแฝก (Vetiver) คลุมผิวลาดเพื่อป้องกันการกัดเซาะจากน้ำฝน
  • ลาดตัดในชั้นหินอ่อน — ความชัน 1:0.5: ชันกว่าลาดดินได้เพราะหินมีกำลังสูงกว่า แต่ต้องพ่นคอนกรีต (Shotcrete) ป้องกันผิวหินผุและหลุดร่วง

ลาดที่สูงถูกซอยเป็นขั้นบันได (Bench) — ความสูงลาดต่อช่วงไม่เกิน 4.00 ม. คั่นด้วยขั้นกว้าง 2.00 ม. และทุกขั้นมีรางระบายน้ำ คสล. (Concrete Interceptor Drain) ดักน้ำผิวดินไม่ให้ไหลรวมกันจนกัดเซาะลาดชั้นล่าง หลักการเดียวกับที่ใช้ป้องกันการวิบัติของลาดดินทั่วไป (อ่านเพิ่มที่ Factor of Safety ในงานลาดดิน)

แบบแปลนงานตัดดินและหิน Zone A แสดงแนวลาดตัดแบบขั้นบันไดบนพื้นที่ลาดเชิงเขา
แปลนงานตัดดิน-หิน Zone A — แนวลาดตัดแบบขั้นบันไดไล่ระดับตามความลาดของเชิงเขา (แบบ: SPN Soil Engineering)
รูปตัดลาดตัดแบบขั้นบันได ลาดดิน 1:1 ปลูกหญ้าแฝก ลาดหินอ่อน 1:0.5 พ่น Shotcrete ขั้นกว้าง 2 เมตร
รูปตัดลาดตัด — ชั้นดินใช้ความชัน 1:1 ปลูกหญ้าแฝก ชั้นหินอ่อนใช้ 1:0.5 พ่น Shotcrete สูงช่วงละไม่เกิน 4.00 ม. (แบบ: SPN Soil Engineering)
แบบขยายรางระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กบนขั้นบันไดของลาดตัด
แบบขยายรางระบายน้ำ คสล. (Interceptor Drain) บนขั้น Bench — ดักน้ำผิวดินทุกระดับก่อนไหลลงลาดชั้นล่าง (แบบ: SPN Soil Engineering)

งานถมดินบดอัดควบคุมคุณภาพอย่างไร?

ฝั่งงานถมของ Zone B ใช้ลาดถมความชัน 1:1.5 สำหรับความสูง 0–4 ม. (และ 1:1 กรณีถมเตี้ยไม่เกิน 2 ม.) หัวใจของงานถมคือการควบคุมคุณภาพทั้งวัสดุและการบดอัดทุกชั้น เพราะดินถมที่บดอัดไม่ได้มาตรฐานคือสาเหตุอันดับต้นของปัญหาดินถมทรุดตัวในภายหลัง

รายการควบคุมข้อกำหนดของโครงการ
ความหนาชั้นบดอัดไม่เกิน 300 มม. ต่อชั้น (หลังบดอัด)
ความชื้นขณะบดอัด±2% ของความชื้นเหมาะสม (OMC)
ความแน่นแห้ง90–95% ของ Standard Proctor (ตามตำแหน่งใช้งาน)
คุณสมบัติวัสดุถมLL ≤ 40, CBR ≥ 4%, ขนาดก้อนโตสุด 75 มม.
ทดสอบวัสดุ (Sieve, Atterberg, Compaction, CBR)3 ตัวอย่าง ทุกปริมาณดินถม 5,000 ม.³
ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density)อย่างน้อย 1 จุด / 500 ม.² ต่อชั้น

การทดสอบความแน่นในสนามทำด้วยวิธี Sand Cone หรือเทียบเท่า (อ่านรายละเอียดวิธีทดสอบที่ Field Density Test การหาความแน่นของดินในสนาม) — ชั้นไหนไม่ผ่านต้องบดอัดซ้ำจนผ่านก่อนถมชั้นถัดไป

แบบแปลนงานตัดและถมดิน Zone B พร้อมแนวกำแพงกันดินคอนกรีตเสริมเหล็ก
แปลน Zone B — พื้นที่งานตัดร่วมกับงานถมบดอัด และแนวกำแพงกันดิน คสล. รับระดับดินถม (แบบ: SPN Soil Engineering)
แบบขยายงานปรับระดับ Zone B แสดงรูปตัดลาดถม 1:1.5 และรายละเอียดชั้นบดอัด
แบบขยายงานปรับระดับ Zone B — ลาดถม 1:1.5 พร้อมข้อกำหนดการบดอัดเป็นชั้น ๆ (แบบ: SPN Soil Engineering)

กำแพงกันดิน คสล. ออกแบบอย่างไร?

จุดที่ระดับดินถมต่างจากพื้นที่ข้างเคียงมาก ผู้ออกแบบเลือกใช้กำแพงกันดินคอนกรีตเสริมเหล็กแบบตัวแอล (RC Cantilever Retaining Wall) ความสูงสูงสุดประมาณ 4.20 ม. ฐานกว้างประมาณ 4.80 ม. ซึ่งเป็นรูปแบบที่เหมาะกับความสูงช่วง 3–6 ม. (เทียบข้อดี-ข้อเสียกับแบบอื่นได้ที่ เลือกกำแพงกันดินแบบไหนดี? เปรียบเทียบ 7 ประเภท)

  • เหล็กเสริมหลัก: DB25 @ 0.200 ม. และ DB20 @ 0.250 ม. (SD40) ตามตำแหน่งโมเมนต์
  • ชั้นรองพื้นฐาน: คอนกรีตหยาบ (Lean Concrete) หนา 0.05 ม. บนทรายบดอัดหนา 0.10 ม.
  • ระบบระบายน้ำหลังกำแพง: ชั้นกรวดขนาด 1 นิ้ว หนา 0.30 ม. + ท่อระบายน้ำ (Weep Hole) ขนาด 4 นิ้ว ทุกระยะ 3.00 ม. + ชั้นดินเหนียวบดอัดปิดผิวบนกันน้ำซึมลง
  • รอยต่อเผื่อขยาย (Expansion Joint): ทุกระยะ 15 ม. พร้อมเหล็กเดือย RB25 ยาว 500 มม. และวัสดุยาแนวหนา 15 มม.
  • วัสดุ: คอนกรีตกำลังอัด 280 ksc (รูปทรงกระบอก) · เหล็กเส้นกลม SR24 (มอก. 20-2559) · เหล็กข้ออ้อย SD40 (มอก. 24-2559)

อีกข้อกำหนดที่น่าสนใจคือ แบบระบุเขตห้ามรถบรรทุกวิ่งหรือจอดด้านหลังกำแพง เพราะน้ำหนักกดทับ (Surcharge) จากรถบรรทุกจะเพิ่มแรงดันดินด้านข้างเกินค่าที่ออกแบบไว้ — รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้คือส่วนที่ทำให้กำแพงปลอดภัยจริงหน้างาน ไม่ใช่แค่ปลอดภัยในกระดาษ

ภาพสามมิติขั้นตอนติดตั้งกำแพงกันดินคอนกรีตเสริมเหล็กและการถมดินบดอัดหลังกำแพง
ภาพ 3 มิติ — ลำดับติดตั้งกำแพงกันดิน คสล. และการถมบดอัดหลังกำแพงเป็นชั้น ๆ (แบบ: SPN Soil Engineering)
แบบรายละเอียดกำแพงกันดินคอนกรีตเสริมเหล็ก รูปตัด การเสริมเหล็ก และระบบระบายน้ำหลังกำแพง
แบบรายละเอียดกำแพงกันดิน คสล. — รูปตัด การเสริมเหล็ก ระบบระบายน้ำ และรอยต่อเผื่อขยาย (แบบ: SPN Soil Engineering)
รูปตัดขยายกำแพงกันดิน คสล. แสดงชั้นกรวดระบายน้ำหลังกำแพง ท่อ Weep Hole และชั้นดินเหนียวปิดผิว
รูปตัดขยาย — ชั้นกรวดระบายน้ำหนา 0.30 ม. + Weep Hole 4 นิ้ว @ 3.00 ม. + ชั้นดินเหนียวบดอัดปิดผิว (แบบ: SPN Soil Engineering)
ภาพสามมิติการจัดเหล็กเสริมภายในกำแพงกันดินคอนกรีตเสริมเหล็กรูปตัวแอล
ภาพ 3 มิติการจัดเหล็กเสริมในกำแพงกันดินรูปตัวแอล — เหล็กหลัก DB25/DB20 (SD40) (แบบ: SPN Soil Engineering)

ก่อนก่อสร้างต้องเจาะสำรวจและทดสอบอะไรบ้าง?

ตัวเลขออกแบบทั้งหมดตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า ดินใต้ฐานกำแพงรับน้ำหนักได้ไม่น้อยกว่า 30 ตัน/ตร.ม. — แบบจึงบังคับให้พิสูจน์ก่อนก่อสร้างด้วย 2 วิธีคู่กัน

  • เจาะสำรวจดิน อย่างน้อย 3 หลุม ตามแนวกำแพง เพื่อยืนยันชั้นดินและกำลังรับน้ำหนักจริง (หลักการกำหนดจำนวนหลุมอ่านได้ที่ เจาะสำรวจดินกี่หลุม ลึกกี่เมตร)
  • Plate Bearing Test (ASTM D1195/D1196) อย่างน้อย 3 จุด ทดสอบการรับน้ำหนักของดินที่ระดับฐานจริง โดยการทรุดตัวต้องไม่เกิน 25 มม. ตามข้อกำหนดของโครงการ

ถ้าผลทดสอบต่ำกว่าค่าออกแบบ วิศวกรต้องปรับแบบฐานหรือปรับปรุงดินก่อน — ขั้นตอนนี้คือด่านความปลอดภัยสุดท้ายก่อนเทคอนกรีต

สรุป: บทเรียนจากงานปรับระดับพื้นที่ลาดเชิงเขา

Case Study นี้แสดงองค์ประกอบครบของงานปรับระดับพื้นที่บนลาดเชิงเขา คือ ลาดตัดที่แยกออกแบบตามชนิดวัสดุ (ดิน 1:1 / หินอ่อน 1:0.5) → ขั้นบันไดพร้อมรางระบายน้ำทุกระดับ → งานถมที่คุมคุณภาพทุกชั้น → กำแพงกันดิน คสล. พร้อมระบบระบายน้ำ → การทดสอบยืนยันก่อนก่อสร้าง ทั้งหมดเชื่อมกันเป็นระบบเดียว ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้

ทั้งนี้ ตัวเลขในบทความ (ความชันลาด ขนาดกำแพง ระยะเหล็กเสริม และเกณฑ์ทดสอบ) เป็นผลออกแบบเฉพาะของโครงการนี้ตามสภาพชั้นดิน-หินจริงที่หน้างาน ไม่สามารถนำไปใช้กับโครงการอื่นได้โดยตรง — งานลาดเชิงเขาทุกโครงการต้องออกแบบใหม่โดยวิศวกรจากข้อมูลเจาะสำรวจดินของพื้นที่นั้น

SPN Soil Engineering ให้บริการครบตั้งแต่เจาะสำรวจดิน ทดสอบดินในสนาม ออกแบบวิศวกรรมธรณี (ลาดดิน กำแพงกันดิน งานปรับระดับพื้นที่) ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี รับงานทั่วประเทศ ปรึกษาโครงการของคุณได้ฟรี