วิธีนี้เร็ว ทดสอบซ้ำจุดเดิมได้ และไม่ทิ้งความเสียหายไว้บนโครงสร้าง จึงเหมาะกับการสำรวจเบื้องต้นและเทียบความสม่ำเสมอของคอนกรีตเป็นบริเวณกว้าง ส่วนลำดับการทำงานหน้างานทีละขั้นอ่านต่อได้ที่ คู่มือทดสอบ Rebound Hammer หน้างาน
Rebound Hammer ทำงานยังไง?
Rebound Hammer วัดพลังงานที่สะท้อนกลับจากผิวคอนกรีต ภายในเครื่องมีมวลค้อนที่สปริงดันให้กระแทกแกนกด (Plunger) ซึ่งกดแนบผิวคอนกรีตอยู่ พลังงานส่วนหนึ่งถูกคอนกรีตดูดซับ ส่วนที่เหลือทำให้มวลค้อนสะท้อนกลับ ระยะสะท้อนนี้อ่านเป็นค่า Rebound Number (ค่า R) บนสเกลของเครื่อง

คอนกรีตที่แข็งและแน่นดูดซับพลังงานน้อย มวลค้อนสะท้อนกลับมาก ค่า R จึงสูง ส่วนคอนกรีตที่อ่อนหรือมีโพรงใต้ผิวดูดซับพลังงานมาก ค่า R จึงต่ำ ค่าที่อ่านได้สะท้อนสภาพผิวลึกเพียงประมาณ 30 มม. แล้วจึงนำไปเทียบกับกราฟสอบเทียบ (Calibration Curve) เพื่อประมาณกำลังอัด
อ่านค่า Rebound Number ยังไง?
ค่า Rebound Number เป็นตัวเลขไร้หน่วยที่ต้องเฉลี่ยจากหลายค่าในพื้นที่ทดสอบเดียวกัน ไม่สรุปจากการยิงครั้งเดียว หลักการอ่านตาม ASTM C805 มีดังนี้
- เก็บอย่างน้อย 10 ค่าต่อ 1 พื้นที่ทดสอบ แต่ละจุดยิงห่างกันอย่างน้อยประมาณ 25 มม. และห่างขอบชิ้นงาน
- ตัดค่าผิดปกติออก หากค่าใดต่างจากค่าเฉลี่ยเกิน 6 หน่วย ให้ตัดทิ้งแล้วเฉลี่ยค่าที่เหลือใหม่
- ค่าเฉลี่ยที่ได้คือค่า R ตัวแทนของพื้นที่นั้น ใช้เทียบกับพื้นที่อื่น หรือแปลงเป็นกำลังอัดโดยประมาณผ่านกราฟสอบเทียบ
ทำไมต้องแก้ค่าตามทิศทางการกระแทก?
ทิศทางที่ยิงค้อนมีผลต่อค่า R เพราะแรงโน้มถ่วงช่วยหรือต้านการสะท้อนของมวลค้อน การยิงแนวนอน ยิงขึ้น และยิงลงให้ค่าต่างกัน จึงต้องใช้ค่าปรับแก้ (Correction Factor) ตามคู่มือเครื่อง เพื่อปรับให้อยู่บนฐานเดียวกันก่อนแปลผล
Rebound Hammer แม่นแค่ไหน?
Rebound Hammer ให้ค่า "ประมาณการ" ของกำลังอัด ไม่แม่นเท่าการกดทดสอบแท่งตัวอย่าง ความแม่นขึ้นกับการสอบเทียบเป็นหลัก หากใช้กราฟจากผู้ผลิตโดยไม่สอบเทียบกับคอนกรีตจริงของโครงสร้างนั้น ความคลาดเคลื่อนอาจสูง
วิศวกรจึงมักสร้างกราฟสอบเทียบเฉพาะโครงการ โดยเทียบค่า R กับผล Core Test ของคอนกรีตชุดเดียวกัน หรือใช้ Rebound Hammer ร่วมกับ UPV (เรียกวิธี SonReb) ซึ่งช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากข้อจำกัดของแต่ละวิธี
ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ค่าเพี้ยน?
ค่า Rebound Number ไวต่อสภาพผิวและสภาพแวดล้อม เพราะเครื่องอ่านเฉพาะความแข็งของผิว ปัจจัยที่ทำให้ค่าเพี้ยนบ่อยได้แก่
- ผิวเปียกหรือชื้น ทำให้ค่าต่ำกว่าจริง
- ผิวคาร์บอเนชันของคอนกรีตเก่า แข็งกว่าเนื้อใน ทำให้ค่าสูงเกินจริง ตรวจ ความลึกคาร์บอเนชัน ประกอบได้
- ผิวฉาบ สี หรือกระเบื้อง ต้องกะเทาะออกให้เห็นเนื้อคอนกรีตก่อน
- เม็ดหินใหญ่หรือโพรงใต้จุดทดสอบ ทำให้ค่ากระโดด
- คอนกรีตอายุน้อย ที่ยังแข็งตัวไม่เต็มที่
ตารางสรุป Rebound Hammer เทียบกับวิธีอื่น
Rebound Hammer เร็วที่สุดแต่อ่านได้เฉพาะผิว UPV บอกความสม่ำเสมอของเนื้อใน ส่วน Core Test ให้กำลังอัดจริงแต่ต้องเจาะ
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| หัวข้อ | Rebound Hammer | UPV | Core Test |
|---|---|---|---|
| วัดอะไร | ความแข็งผิว → กำลังอัดโดยประมาณ | ความสม่ำเสมอเนื้อใน | กำลังอัดจริง |
| ทำลายโครงสร้าง | ไม่ | ไม่ | กึ่งทำลาย |
| ความลึกที่สะท้อน | ผิว ~30 มม. | ตลอดความหนา | ทั้งแท่ง |
| ความเร็ว | เร็วมาก | ปานกลาง | ช้า (รอ Lab) |
| มาตรฐาน | ASTM C805 | ASTM C597 | ASTM C42 |
ในงานจริงจึงใช้ Rebound Hammer คัดกรองเป็นบริเวณกว้างก่อน แล้วยืนยันจุดน่าสงสัยด้วยวิธีอื่น ดูภาพรวมทุกวิธีได้ที่ NDT ตรวจสอบคอนกรีตมีวิธีอะไรบ้าง ส่วนบริการทดสอบของ SPN พร้อมรายงานรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร พร้อมลายเซ็นและเลขทะเบียน ดูได้ที่หน้า ตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE)