วิธีนี้เร็ว ทดสอบซ้ำจุดเดิมได้ และไม่ทิ้งความเสียหายไว้บนโครงสร้าง จึงเหมาะกับการสำรวจเบื้องต้นและเทียบความสม่ำเสมอของคอนกรีตเป็นบริเวณกว้าง ส่วนลำดับการทำงานหน้างานทีละขั้นอ่านต่อได้ที่ คู่มือทดสอบ Rebound Hammer หน้างาน

Rebound Hammer ทำงานยังไง?

Rebound Hammer วัดพลังงานที่สะท้อนกลับจากผิวคอนกรีต ภายในเครื่องมีมวลค้อนที่สปริงดันให้กระแทกแกนกด (Plunger) ซึ่งกดแนบผิวคอนกรีตอยู่ พลังงานส่วนหนึ่งถูกคอนกรีตดูดซับ ส่วนที่เหลือทำให้มวลค้อนสะท้อนกลับ ระยะสะท้อนนี้อ่านเป็นค่า Rebound Number (ค่า R) บนสเกลของเครื่อง

วิศวกร SPN ใช้ค้อนกระแทก (Rebound Hammer) ทดสอบผิวเสาคอนกรีตในแนวนอนหน้างาน
Rebound Hammer ยิงค้อนสปริงกระแทกผิวคอนกรีตแล้วอ่านค่าการสะท้อน (Rebound Number)

คอนกรีตที่แข็งและแน่นดูดซับพลังงานน้อย มวลค้อนสะท้อนกลับมาก ค่า R จึงสูง ส่วนคอนกรีตที่อ่อนหรือมีโพรงใต้ผิวดูดซับพลังงานมาก ค่า R จึงต่ำ ค่าที่อ่านได้สะท้อนสภาพผิวลึกเพียงประมาณ 30 มม. แล้วจึงนำไปเทียบกับกราฟสอบเทียบ (Calibration Curve) เพื่อประมาณกำลังอัด

รูปตัด 2 มิติ หลักการทำงานของ Rebound Hammer: สปริงดันมวลค้อนกระแทกแกนกดบนผิวคอนกรีต แล้ววัดระยะสะท้อนกลับเป็นค่า Rebound Number แผนภาพเชิงแนวคิด ด้านบนซ้ายเป็นรูปตัดตามยาวของค้อนกระแทกที่กดแนบผิวคอนกรีตในแนวนอน ภายในปลอกเครื่องมีสปริงกระแทก มวลค้อน และแกนกด (Plunger) ด้านบนของเครื่องมีสเกลอ่านค่า Rebound Number ลูกศรสีส้มแสดงมวลค้อนพุ่งเข้ากระแทก ลูกศรสีน้ำเงินแสดงการสะท้อนกลับซึ่งเป็นค่าที่อ่านได้ แถบสีส้มอ่อนที่ผิวคอนกรีตแสดงว่าค่าที่อ่านสะท้อนเฉพาะความแข็งของผิวลึกประมาณ 30 มิลลิเมตร ด้านล่างซ้ายเปรียบเทียบสองกรณี คอนกรีตแข็งเนื้อแน่นดูดซับพลังงานน้อย มวลค้อนสะท้อนกลับมาก ค่า R สูง กับคอนกรีตอ่อนหรือมีโพรงใต้ผิวที่ดูดซับพลังงานมาก สะท้อนกลับน้อย ค่า R ต่ำ กรอบด้านขวาแสดงทิศทางการกระแทกสามแบบ คือแนวนอนบนเสาหรือผนัง ยิงขึ้นที่ท้องพื้นหรือท้องคาน และยิงลงบนผิวพื้น ซึ่งแรงโน้มถ่วงช่วยหรือต้านการสะท้อนต่างกัน จึงต้องปรับแก้ตามคู่มือเครื่องก่อนเทียบค่ากัน แถบล่างสรุปสามข้อ ค่าที่ได้คือดัชนีความแข็งผิว ไม่ใช่กำลังอัดโดยตรง เก็บอย่างน้อย 10 ค่าต่อพื้นที่ทดสอบและตัดค่าที่ต่างจากค่าเฉลี่ยเกิน 6 หน่วย และต้องสอบเทียบกับ Core Test ก่อนแปลงเป็นกำลังอัด หลักการ Rebound Hammer: กระแทก → สะท้อนกลับ → อ่านค่า R แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน รูปตัดค้อนกระแทกขณะกดแนบผิวคอนกรีต สปริงกระแทก ดันมวลค้อนเข้าหาแกนกด สเกลอ่านค่า R Rebound Number ผิวลึก ~30 มม. คือส่วนที่ค่า R สะท้อน กระแทก สะท้อนกลับ มวลค้อน (Hammer Mass) สะท้อนมาก–น้อยตามความแข็งผิว แกนกด (Plunger) กดให้ตั้งฉากกับผิว คอนกรีตแข็ง เนื้อแน่น สะท้อน ดูดซับพลังงานน้อย สะท้อนกลับมาก → ค่า R สูง คอนกรีตอ่อน / มีโพรงใต้ผิว สะท้อน ดูดซับพลังงานมาก สะท้อนกลับน้อย → ค่า R ต่ำ ทิศทางกระแทกมีผลต่อค่า R แรงโน้มถ่วงช่วยหรือต้านการสะท้อน แนวนอน เสา ผนัง ด้านข้างคาน ยิงขึ้น ท้องพื้น ท้องคาน ยิงลง ผิวบนของพื้น ฐานราก ปรับแก้ตามคู่มือเครื่อง ก่อนนำค่าต่างทิศมาเทียบกัน และบันทึกทิศทางทุกครั้ง 1 ได้ "ดัชนีความแข็งผิว" ยังไม่ใช่กำลังอัดโดยตรง 2 ≥ 10 ค่าต่อพื้นที่ทดสอบ ตัดค่าที่ต่างจากเฉลี่ยเกิน 6 3 สอบเทียบกับ Core Test ก่อนแปลงเป็นกำลังอัด
รูปตัดหลักการ Rebound Hammer: มวลค้อนกระแทกแกนกดแล้วสะท้อนกลับเป็นค่า R ซึ่งบอกความแข็งของผิวลึกประมาณ 30 มม. และต้องปรับแก้ตามทิศทางการยิง

อ่านค่า Rebound Number ยังไง?

ค่า Rebound Number เป็นตัวเลขไร้หน่วยที่ต้องเฉลี่ยจากหลายค่าในพื้นที่ทดสอบเดียวกัน ไม่สรุปจากการยิงครั้งเดียว หลักการอ่านตาม ASTM C805 มีดังนี้

  • เก็บอย่างน้อย 10 ค่าต่อ 1 พื้นที่ทดสอบ แต่ละจุดยิงห่างกันอย่างน้อยประมาณ 25 มม. และห่างขอบชิ้นงาน
  • ตัดค่าผิดปกติออก หากค่าใดต่างจากค่าเฉลี่ยเกิน 6 หน่วย ให้ตัดทิ้งแล้วเฉลี่ยค่าที่เหลือใหม่
  • ค่าเฉลี่ยที่ได้คือค่า R ตัวแทนของพื้นที่นั้น ใช้เทียบกับพื้นที่อื่น หรือแปลงเป็นกำลังอัดโดยประมาณผ่านกราฟสอบเทียบ

ทำไมต้องแก้ค่าตามทิศทางการกระแทก?

ทิศทางที่ยิงค้อนมีผลต่อค่า R เพราะแรงโน้มถ่วงช่วยหรือต้านการสะท้อนของมวลค้อน การยิงแนวนอน ยิงขึ้น และยิงลงให้ค่าต่างกัน จึงต้องใช้ค่าปรับแก้ (Correction Factor) ตามคู่มือเครื่อง เพื่อปรับให้อยู่บนฐานเดียวกันก่อนแปลผล

Rebound Hammer แม่นแค่ไหน?

Rebound Hammer ให้ค่า "ประมาณการ" ของกำลังอัด ไม่แม่นเท่าการกดทดสอบแท่งตัวอย่าง ความแม่นขึ้นกับการสอบเทียบเป็นหลัก หากใช้กราฟจากผู้ผลิตโดยไม่สอบเทียบกับคอนกรีตจริงของโครงสร้างนั้น ความคลาดเคลื่อนอาจสูง

วิศวกรจึงมักสร้างกราฟสอบเทียบเฉพาะโครงการ โดยเทียบค่า R กับผล Core Test ของคอนกรีตชุดเดียวกัน หรือใช้ Rebound Hammer ร่วมกับ UPV (เรียกวิธี SonReb) ซึ่งช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากข้อจำกัดของแต่ละวิธี

ช่าง SPN ใช้ Rebound Hammer ทดสอบเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง พร้อมกระดาษตารางกำหนดจุดทดสอบ
ทดสอบ Rebound Hammer บนเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงหน้างานจริง — ใช้ตารางกำหนดตำแหน่งยิงเพื่อกระจายจุดทดสอบตามมาตรฐาน

ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ค่าเพี้ยน?

ค่า Rebound Number ไวต่อสภาพผิวและสภาพแวดล้อม เพราะเครื่องอ่านเฉพาะความแข็งของผิว ปัจจัยที่ทำให้ค่าเพี้ยนบ่อยได้แก่

  • ผิวเปียกหรือชื้น ทำให้ค่าต่ำกว่าจริง
  • ผิวคาร์บอเนชันของคอนกรีตเก่า แข็งกว่าเนื้อใน ทำให้ค่าสูงเกินจริง ตรวจ ความลึกคาร์บอเนชัน ประกอบได้
  • ผิวฉาบ สี หรือกระเบื้อง ต้องกะเทาะออกให้เห็นเนื้อคอนกรีตก่อน
  • เม็ดหินใหญ่หรือโพรงใต้จุดทดสอบ ทำให้ค่ากระโดด
  • คอนกรีตอายุน้อย ที่ยังแข็งตัวไม่เต็มที่
แบบจำลอง 3 มิติ ผนังคอนกรีตตัวอย่างกับจุดยิง Rebound Hammer 5 แบบ แสดงสภาพผิวที่ทำให้ค่า Rebound Number เพี้ยนและจุดยิงที่ถูกต้อง (ภาพเชิงแนวคิด) ภาพไอโซเมตริกเชิงแนวคิดของผนังคอนกรีตหนึ่งแผงตั้งอยู่บนพื้น มีค้อนกระแทกกดตั้งฉากกับผิวผนังห้าตำแหน่ง แต่ละตำแหน่งมีป้ายหมายเลข ตำแหน่งที่หนึ่งยิงบนผิวปูนฉาบหรือสีที่ยังไม่กะเทาะออก ค่าที่อ่านได้เป็นของวัสดุปิดผิว ไม่ใช่ของคอนกรีต ตำแหน่งที่สองยิงบนผิวที่เปียกชื้น ค่าต่ำกว่าจริง ตำแหน่งที่สามเป็นจุดยิงที่ถูกต้อง ผิวเรียบ แห้ง และเปิดถึงเนื้อคอนกรีต มีวิศวกรถือค้อนกดตั้งฉากกับผิว ตำแหน่งที่สี่มีเม็ดหินก้อนใหญ่หรือโพรงอยู่ใต้จุดยิง ทำให้ค่ากระโดดผิดปกติ ตำแหน่งที่ห้าอยู่บนคอนกรีตเก่าที่ผิวเกิดคาร์บอเนชัน หน้าตัดที่ปลายผนังแสดงชั้นผิวนอกที่แข็งกว่าเนื้อใน ทำให้ค่าสูงเกินจริง กรอบด้านขวาสรุปสาเหตุทั้งห้าข้อและเพิ่มข้อที่หก คือคอนกรีตอายุน้อยที่ยังแข็งตัวไม่เต็มที่ แถบล่างสรุปว่าต้องกะเทาะและขัดผิวให้เรียบก่อนยิง ผิวต้องแห้ง และอาคารเก่าควรใช้คู่กับ UPV และ Core Test แบบจำลอง 3 มิติ (3D): จุดยิงแบบไหนทำให้ค่า R เพี้ยน แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ผนังคอนกรีตตัวอย่าง 1 แผง กับจุดยิง 5 แบบ 1 ผิวฉาบ / สี 2 ผิวเปียกชื้น 3 จุดยิงที่ถูกต้อง 4 หินใหญ่ / โพรง 5 คาร์บอเนชัน หน้าตัดปลายผนัง ผิวนอกแข็งกว่า เนื้อใน ค่า R เพี้ยนเพราะอะไร 1 ผิวฉาบ สี กระเบื้อง อ่านได้ค่าวัสดุปิดผิว 2 ผิวเปียกหรือชื้น ค่าต่ำกว่าจริง 3 ผิวเรียบ แห้ง ถึงเนื้อจริง จุดยิงที่ถูกต้อง 4 หินก้อนใหญ่ / โพรงใต้ผิว ค่ากระโดดผิดปกติ 5 คาร์บอเนชัน (คอนกรีตเก่า) ผิวแข็งกว่าเนื้อใน ค่าสูงเกินจริง 6 คอนกรีตอายุน้อย ยังแข็งตัวไม่เต็มที่ สงสัยผล → ยืนยันด้วย UPV / Core ภาพเชิงแนวคิด ไม่ใช่ผังจริง 1 กะเทาะ + ขัดผิวให้เรียบ เปิดให้ถึงเนื้อคอนกรีตก่อนยิง 2 ผิวต้องแห้ง และเลี่ยงขอบ มุม รังผึ้ง 3 อาคารเก่าระวังผิวแข็ง ใช้คู่กับ UPV และ Core
ภาพ 3 มิติเชิงแนวคิด: สภาพผิว 4 แบบที่ทำให้ค่า R เพี้ยน เทียบกับจุดยิงที่ถูกต้องซึ่งผิวเรียบ แห้ง และเปิดถึงเนื้อคอนกรีต

ตารางสรุป Rebound Hammer เทียบกับวิธีอื่น

Rebound Hammer เร็วที่สุดแต่อ่านได้เฉพาะผิว UPV บอกความสม่ำเสมอของเนื้อใน ส่วน Core Test ให้กำลังอัดจริงแต่ต้องเจาะ

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

หัวข้อRebound HammerUPVCore Test
วัดอะไรความแข็งผิว → กำลังอัดโดยประมาณความสม่ำเสมอเนื้อในกำลังอัดจริง
ทำลายโครงสร้างไม่ไม่กึ่งทำลาย
ความลึกที่สะท้อนผิว ~30 มม.ตลอดความหนาทั้งแท่ง
ความเร็วเร็วมากปานกลางช้า (รอ Lab)
มาตรฐานASTM C805ASTM C597ASTM C42

ในงานจริงจึงใช้ Rebound Hammer คัดกรองเป็นบริเวณกว้างก่อน แล้วยืนยันจุดน่าสงสัยด้วยวิธีอื่น ดูภาพรวมทุกวิธีได้ที่ NDT ตรวจสอบคอนกรีตมีวิธีอะไรบ้าง ส่วนบริการทดสอบของ SPN พร้อมรายงานรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร พร้อมลายเซ็นและเลขทะเบียน ดูได้ที่หน้า ตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE)