Rebound Hammer เป็นเครื่องมือที่หยิบมายิงได้ในไม่กี่วินาที ซึ่งเป็นทั้งข้อดีและกับดัก เพราะสิ่งที่ทำให้ตัวเลขน่าเชื่อถืออยู่ที่การเตรียมงานและการจัดการข้อมูล ไม่ใช่ตัวเครื่อง บทความนี้เป็นคู่มือลำดับงานหน้างาน ตั้งแต่เช็คเครื่องจนถึงเขียนรายงาน ถ้าต้องการเข้าใจหลักการและข้อจำกัดของวิธีนี้ก่อน อ่านได้ที่ Rebound Hammer Test คืออะไร

แบบจำลอง 3 มิติ ลำดับงานทดสอบ Rebound Hammer หน้างาน 6 ขั้น ตั้งแต่ตรวจเครื่องกับ Test Anvil เปิดผิว กำหนดจุด ยิงค้อน บันทึกค่า จนถึงเจาะ Core สอบเทียบ (ภาพเชิงแนวคิด) ภาพไอโซเมตริกเชิงแนวคิดของหน้างานทดสอบผนังคอนกรีตที่มีปูนฉาบปิดผิว มีหมายเลขหนึ่งถึงหกกำกับตามลำดับงาน หมายเลขหนึ่งอยู่ที่แท่งเหล็กมาตรฐาน Test Anvil บนพื้น มีค้อนกระแทกกดลงในแนวดิ่งเพื่อตรวจเครื่องก่อนและหลังใช้งาน หมายเลขสองอยู่ที่ขอบช่องเปิดบนผนัง ซึ่งกะเทาะปูนฉาบออกจนเห็นเนื้อคอนกรีตและขัดผิวให้เรียบ มีเศษปูนฉาบตกอยู่ที่พื้น หมายเลขสามอยู่เหนือช่องเปิดซึ่งมีจุดยิงสิบจุดเรียงเป็นตารางและวงกลมเส้นประแสดงตำแหน่งที่จะเจาะ Core หมายเลขสี่อยู่ที่วิศวกรซึ่งกดค้อนกระแทกตั้งฉากกับผิวในแนวนอน หมายเลขห้าอยู่ที่ใบบันทึกมุมบนซ้าย แสดงค่าดิบสิบค่าของจุด P6 และทิศทางการยิง หมายเลขหกอยู่ที่แท่ง Core บนถาดข้างผนัง ซึ่งเจาะจากตำแหน่งเดียวกับที่ยิงค้อนเพื่อสร้างกราฟสอบเทียบเฉพาะโครงการ กรอบด้านขวาอธิบายทั้งหกขั้น และแถบล่างสรุปว่าต้องเตรียมเครื่อง ผิว และจุดทดสอบให้ครบก่อนยิง ยิงสิบค่าแล้วบันทึกทุกค่าพร้อมทิศทาง และสอบเทียบกับ Core ก่อนแปลงค่า R เป็นกำลังอัด แบบจำลอง 3 มิติ (3D): ลำดับงาน Rebound Hammer หน้างาน 6 ขั้น แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ใบบันทึก จุด P6 38 40 39 41 37 40 52 39 38 40 ทิศยิง: แนวนอน 1 2 3 4 5 6 Test Anvil แท่งเหล็ก มาตรฐาน แท่ง Core จากจุดเดียวกัน ลำดับงานหน้างาน 6 ขั้น 1 ตรวจเครื่องกับ Test Anvil ก่อนและหลังใช้งานทุกครั้ง 2 เปิดผิวถึงเนื้อคอนกรีต กะเทาะปูนฉาบ ขัดเรียบ ผิวแห้ง 3 ขีดตาราง กำหนดรหัสจุด พื้นที่ Ø ≥ 150 มม. · 10 ค่า 4 กดแกนตั้งฉากกับผิว ออกแรงสม่ำเสมอ ล็อกเข็ม อ่านค่า 5 บันทึกค่าดิบ + ทิศทางยิง ตัดค่าที่ต่างจากเฉลี่ยเกิน 6 6 เจาะ Core ตำแหน่งเดียวกัน สร้างกราฟสอบเทียบเฉพาะโครงการ ภาพเชิงแนวคิด ไม่ใช่ผังจริง 1 เตรียมให้ครบก่อนยิง เครื่อง · ผิว · จุดทดสอบ 2 ยิง 10 ค่า บันทึกทุกค่า ระบุทิศทางการยิงเสมอ 3 สอบเทียบกับ Core Test ก่อนแปลงค่า R เป็นกำลังอัด
ภาพ 3 มิติเชิงแนวคิด: ลำดับงานหน้างาน 6 ขั้น ตรวจเครื่องกับ Test Anvil เปิดผิว กำหนดรหัสจุด กดค้อนตั้งฉาก บันทึกค่าพร้อมทิศทาง และเจาะ Core ตำแหน่งเดียวกันเพื่อสอบเทียบ

ก่อนยิงค้อนต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ก่อนยิงค้อนนัดแรกต้องเตรียม 4 เรื่อง คือ ตรวจเครื่อง เลือกชนิดค้อน เตรียมผิว และเช็คสภาพคอนกรีต ขั้นเตรียมงานนี้มีผลต่อความน่าเชื่อถือของผลมากที่สุด

1. ตรวจสอบเครื่องกับ Test Anvil

ค้อนกระแทกใช้สปริงเป็นหัวใจ เมื่อใช้งานสะสม สปริงจะล้าและค่าจะไหล ASTM C805 กำหนดให้ตรวจสอบเครื่องกับแท่งเหล็กมาตรฐาน (Test Anvil) ที่ผู้ผลิตกำหนด ก่อนและหลังการใช้งานแต่ละครั้ง หากค่าที่อ่านบน Anvil เบี่ยงจากค่าที่ผู้ผลิตระบุ ต้องส่งเครื่องปรับตั้งใหม่ก่อน ห้ามนำผลไปใช้

2. เลือกชนิดค้อนให้ตรงกับชิ้นงาน

ค้อนกระแทกที่ใช้ทั่วไปมี 2 ชนิดหลัก ต่างกันที่พลังงานกระแทก

  • Type N พลังงานกระแทกประมาณ 2.207 นิวตัน-เมตร ใช้กับโครงสร้างคอนกรีตทั่วไป เช่น เสา คาน กำแพง ฐานราก
  • Type L พลังงานกระแทกประมาณ 0.735 นิวตัน-เมตร ใช้กับชิ้นส่วนบางหรือขนาดเล็ก ที่ค้อน Type N ให้พลังงานมากเกินไปจนชิ้นงานสั่น

ค่าที่ได้จากค้อนคนละชนิดนำมาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ ต้องระบุชนิดค้อนไว้ในรายงานเสมอ

3. เตรียมผิวคอนกรีตให้ถึงเนื้อจริง

ค้อนกระแทกอ่านความแข็งของผิวลึกเพียงประมาณ 30 มิลลิเมตรแรก อะไรก็ตามที่คลุมผิวอยู่จึงกลายเป็นค่าที่อ่านได้ ต้องกะเทาะปูนฉาบ สี กระเบื้อง หรือชั้นปูนทรายออกให้เห็นเนื้อคอนกรีต แล้วขัดด้วยหินขัดจนเรียบ ผิวที่ขรุขระ มีปูนหลุดร่วน หรือมีคราบน้ำปูน ให้ขัดออกจนได้ผิวแน่นสม่ำเสมอ และผิวต้องแห้งขณะทดสอบ

4. เช็คอายุคอนกรีตและสภาพแวดล้อม

คอนกรีตที่อายุมากจะมีชั้นคาร์บอเนชันที่ผิวซึ่งแข็งกว่าเนื้อใน ทำให้ค่า R สูงเกินจริงได้อย่างมีนัยสำคัญ อาคารเก่าจึงควรตรวจความลึกคาร์บอเนชันควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้อุณหภูมิของเครื่องและคอนกรีตควรใกล้เคียงกัน และคอนกรีตต้องไม่เปียกชื้น เพราะผิวชื้นทำให้ค่าต่ำกว่าจริง

วางแผนจุดทดสอบยังไงให้ถูกมาตรฐาน?

พื้นที่ทดสอบ (Test Area) คือกรอบพื้นที่ที่เก็บค่าหลายค่าแล้วเฉลี่ยเป็นตัวแทน 1 ค่า ไม่ใช่การยิงจุดเดียวแล้วสรุป ข้อกำหนดหลักตาม ASTM C805 สรุปได้ตามตาราง

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

รายการข้อกำหนดเหตุผล
ขนาดพื้นที่ทดสอบไม่น้อยกว่า 150 มม. (เส้นผ่านศูนย์กลาง)กระจายจุดยิงได้ครบ 10 ค่าโดยไม่ทับกัน
จำนวนค่าต่อพื้นที่อย่างน้อย 10 ค่าลดผลจากเม็ดหินและโพรงใต้ผิว
ระยะห่างระหว่างจุดยิงไม่น้อยกว่า 25 มม.ไม่ยิงลงบนรอยกระแทกเดิมที่ผิวเสียหายแล้ว
ความหนาชิ้นส่วนไม่น้อยกว่า 100 มม. และยึดแน่นกับโครงสร้างชิ้นบางจะสั่นและดูดซับพลังงาน ค่าต่ำกว่าจริง
ตำแหน่งเหล็กเสริมไม่ยิงตรงตำแหน่งเหล็กเสริมที่มีระยะหุ้มน้อยกว่า 20 มม.เหล็กใต้ผิวตื้นทำให้ค่าสะท้อนสูงเกินจริง
ทิศทางการยิงต้องเป็นทิศเดียวกันจึงเทียบค่ากันได้ หรือใช้ค่าปรับแก้ตามคู่มือเครื่องแรงโน้มถ่วงมีผลต่อระยะสะท้อนของค้อน

นอกจากตารางข้างต้น แนวปฏิบัติหน้างานคือเลี่ยงขอบและมุมของชิ้นส่วน เพราะสภาพการยึดรั้งต่างจากเนื้อกลาง ค่าที่อ่านได้จึงผิดปกติ (ASTM C805 ไม่ได้กำหนดระยะห่างจากขอบเป็นตัวเลข) และเลี่ยงบริเวณที่มีรังผึ้ง ผิวหลุดร่อน หรือเนื้อคอนกรีตพรุนผิดปกติ

วิธีที่ใช้จริงคือทาบกระดาษตารางหรือขีดตารางลงบนผิว แล้วกำหนดรหัสจุดไว้ เช่น P1, P2, P6 เพื่อให้ตำแหน่งที่ยิงตรงกับที่บันทึกในรายงาน และกลับมาตรวจซ้ำจุดเดิมได้ในภายหลัง

วิศวกร SPN เขียนรหัสจุดทดสอบ P6 บนผิวคอนกรีตก่อนยิง Rebound Hammer
กำหนดรหัสจุดทดสอบบนผิวก่อนยิงค้อน เพื่อให้ตำแหน่งจริงตรงกับผังในรายงานและตรวจซ้ำได้

ขั้นตอนยิงค้อนหน้างาน 6 ขั้น

การยิงค้อนที่ถูกต้องคือกดแกนตั้งฉากกับผิว ออกแรงสม่ำเสมอ และบันทึกทุกค่าพร้อมทิศทาง ลำดับการทำงานหน้างานมี 6 ขั้นดังนี้

  1. วางแกน (Plunger) ตั้งฉากกับผิว วางปลายแกนแนบผิวคอนกรีตให้ตั้งฉาก ไม่เอียง เพราะการยิงเอียงทำให้พลังงานกระจายผิดทิศ
  2. กดตัวเครื่องเข้าหาผิวอย่างสม่ำเสมอ ออกแรงกดต่อเนื่องช้า ๆ จนสปริงปลดค้อนเอง ไม่กระแทก ไม่ผลักเร็ว
  3. ล็อกเข็มแล้วอ่านค่า กดปุ่มล็อกก่อนดึงเครื่องออก แล้วอ่านค่า Rebound Number บนสเกล บันทึกทีละค่า
  4. ตรวจรอยกระแทก ถ้าจุดที่ยิงยุบ แตก หรือโดนโพรง ให้ตัดค่านั้นทิ้งทันทีและยิงจุดใหม่
  5. ยิงจนครบ 10 ค่าในพื้นที่ทดสอบ เลื่อนจุดตามตารางที่กำหนดไว้ ห่างกันไม่น้อยกว่า 25 มม.
  6. บันทึกทิศทางการยิง แนวนอน ยิงขึ้น หรือยิงลง ต้องระบุทุกครั้ง เพราะแรงโน้มถ่วงมีผลต่อค่า และต้องใช้ค่าปรับแก้ตามคู่มือเครื่องก่อนนำไปเทียบกัน
ทีมงาน SPN ทดสอบ Rebound Hammer บนแท่นฐานคอนกรีตรองรับเสาเหล็กที่หน้างาน
ทดสอบแท่นฐานคอนกรีตรองรับเสาเหล็กหน้างานจริง — เลือกพื้นที่ทดสอบที่ผิวเรียบและห่างจากขอบชิ้นงาน
ระยะใกล้ขณะกดค้อนกระแทกตั้งฉากกับผิวคอนกรีตในแนวนอน
กดแกนค้อนตั้งฉากกับผิวและออกแรงกดสม่ำเสมอจนสปริงปลดเอง — การยิงเอียงหรือกระตุกทำให้ค่าคลาดเคลื่อน

ตัดค่าผิดปกติยังไง? ตัวอย่างคำนวณจริง

ASTM C805 กำหนดให้หาค่าเฉลี่ยของ 10 ค่าก่อน แล้วตัดค่าที่ต่างจากค่าเฉลี่ยเกิน 6 หน่วยออก จากนั้นเฉลี่ยค่าที่เหลือใหม่ แต่ถ้ามีค่าที่ต่างเกิน 6 หน่วยมากกว่า 2 ค่า ให้ทิ้งข้อมูลทั้งชุดแล้วทดสอบใหม่

ตัวอย่างค่าที่อ่านได้จากพื้นที่ทดสอบหนึ่ง: 38, 40, 39, 41, 37, 40, 52, 39, 38, 40

  • ค่าเฉลี่ยเริ่มต้น = 404 ÷ 10 = 40.4
  • ค่า 52 ต่างจากค่าเฉลี่ย 11.6 หน่วย ซึ่งเกิน 6 → ตัดทิ้ง (มักเกิดจากยิงโดนเม็ดหินใหญ่)
  • ค่าที่เหลืออีก 9 ค่า ต่างจากค่าเฉลี่ยไม่เกิน 6 ทุกค่า → เก็บไว้ทั้งหมด
  • ค่าเฉลี่ยใหม่ = 352 ÷ 9 ≈ 39.1 = ค่า Rebound Number ตัวแทนของพื้นที่ทดสอบนี้
ผัง 2 มิติ การวางจุดยิง Rebound Hammer 10 จุดในพื้นที่ทดสอบหนึ่งพื้นที่ตาม ASTM C805 และตัวอย่างการตัดค่าผิดปกติจากบทความ ด้านซ้ายเป็นภาพมองตรงเข้าผิวคอนกรีตของชิ้นส่วนโครงสร้าง มีวงกลมเส้นประแสดงพื้นที่ทดสอบเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 150 มิลลิเมตร ภายในมีจุดยิง 10 จุดกำกับหมายเลข 1 ถึง 10 แต่ละจุดห่างกันไม่น้อยกว่า 25 มิลลิเมตร มีป้ายรหัสจุด P6 เส้นประสีน้ำตาลแสดงแนวเหล็กเสริมซึ่งไม่ควรยิงตรงแนวเมื่อระยะหุ้มน้อยกว่า 20 มิลลิเมตร แถบแรเงาสีแดงที่ขอบชิ้นงานและบริเวณรังผึ้งที่มุมบนขวาเป็นบริเวณที่ควรเลี่ยง และชิ้นส่วนควรหนาไม่น้อยกว่า 100 มิลลิเมตรและยึดแน่นกับโครงสร้าง ด้านขวาเป็นกราฟจุดของค่า Rebound Number สิบค่าจากตัวอย่างในบทความ ได้แก่ 38 40 39 41 37 40 52 39 38 40 เส้นประสีน้ำเงินคือค่าเฉลี่ยแรก 40.4 แถบสีเขียวคือช่วงบวกลบ 6 หน่วยจากค่าเฉลี่ย ค่า 52 ต่างจากค่าเฉลี่ย 11.6 หน่วยจึงถูกตัดทิ้ง เส้นสีส้มคือค่าเฉลี่ยใหม่ของเก้าค่าที่เหลือ ประมาณ 39.1 ซึ่งเป็นค่าตัวแทนของพื้นที่ทดสอบ หากมีค่าที่ต่างเกิน 6 หน่วยมากกว่าสองค่า ให้ทิ้งข้อมูลทั้งชุดแล้วทดสอบใหม่ วางจุดยิง 10 ค่าใน 1 พื้นที่ทดสอบ และตัดค่าผิดปกติ แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ผังจุดยิง 1 พื้นที่ทดสอบ (มองตรงเข้าผิว) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ≥ 25 มม. พื้นที่ทดสอบ Ø ≥ 150 มม. รหัสจุด P6 เลี่ยงขอบ มุม รังผึ้ง ผิวหลุดร่อน ไม่ยิงตรงแนวเหล็กที่ระยะหุ้ม < 20 มม. ชิ้นส่วนหนา ≥ 100 มม. และยึดแน่นกับโครงสร้าง ตัดค่าผิดปกติ (ตัวอย่างในบทความ) 35 40 45 50 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ลำดับค่าที่ยิง (10 ค่า) ค่า Rebound Number (R) → ช่วง ±6 หน่วยจากค่าเฉลี่ยแรก 52 → ตัดทิ้ง ต่าง 11.6 (เกิน 6) เฉลี่ยแรก 404 ÷ 10 = 40.4 เฉลี่ยใหม่ 352 ÷ 9 ≈ 39.1 = ค่า R ตัวแทน ต่างเกิน 6 หน่วย มากกว่า 2 ค่า ทิ้งทั้งชุด แล้วทดสอบพื้นที่นั้นใหม่ 1 ≥ 10 ค่าต่อพื้นที่ทดสอบ เฉลี่ยเป็นค่าตัวแทน 1 ค่า 2 จุดยิงห่างกัน ≥ 25 มม. ไม่ยิงซ้ำบนรอยกระแทกเดิม 3 ตัดค่าที่ต่างเกิน 6 แล้วเฉลี่ยค่าที่เหลือใหม่
ซ้าย: ผังจุดยิง 10 ค่าในพื้นที่ทดสอบ Ø ≥ 150 มม. ห่างกัน ≥ 25 มม. ขวา: ตัวอย่างในบทความ ค่า 52 ต่างจากค่าเฉลี่ย 40.4 เกิน 6 หน่วยจึงตัดทิ้ง ค่าเฉลี่ยใหม่ 39.1 คือค่า R ตัวแทน

ค่า 39.1 นี้ยังต้องปรับแก้ตามทิศทางการยิงตามคู่มือเครื่อง ก่อนนำไปเทียบกับพื้นที่ทดสอบอื่นหรือแปลงเป็นกำลังอัด

แปลงค่า R เป็นกำลังอัดต้องสอบเทียบยังไง?

การแปลงค่า R เป็นกำลังอัดต้องใช้กราฟสอบเทียบเฉพาะโครงการที่เทียบกับผล Core Test ไม่ใช่กราฟที่ติดมากับคู่มือเครื่อง กราฟจากผู้ผลิตสร้างจากคอนกรีตอ้างอิงชุดหนึ่ง ซึ่งส่วนผสม ชนิดหิน ชนิดปูน และอายุคอนกรีตอาจต่างจากงานที่กำลังตรวจ ผลจึงคลาดเคลื่อนได้มาก และเป็นจุดที่งานส่วนใหญ่พลาด

กราฟสอบเทียบเฉพาะโครงการ (Project-Specific Correlation) ตามแนวทางของ ACI 228.1R ทำดังนี้

  1. เลือกพื้นที่ทดสอบที่จะเจาะ Core ได้ กระจายให้ครอบคลุมช่วงกำลังที่คาดว่าจะพบ (แนวปฏิบัติทั่วไปแนะนำไม่น้อยกว่า 6 คู่ข้อมูล)
  2. ยิง Rebound Hammer ตามขั้นตอนข้างต้นที่ตำแหน่งนั้นก่อน แล้วจึงเจาะ Core Test ตาม ASTM C42 ที่ตำแหน่งเดียวกัน
  3. พล็อตคู่ค่า (R เฉลี่ย, กำลังอัดจาก Core) แล้วสร้างเส้นความสัมพันธ์
  4. ใช้เส้นความสัมพันธ์นี้แปลงค่า R ของพื้นที่ที่ไม่ได้เจาะ Core

ข้อที่ต้องระบุในรายงานเสมอ: ASTM C805 ระบุว่าวิธีนี้ไม่เหมาะใช้เป็นเกณฑ์ตรวจรับกำลังอัดคอนกรีตแทนการทดสอบแท่งตัวอย่างตาม ASTM C39 บทบาทที่เหมาะสมคือประเมินความสม่ำเสมอของคอนกรีตในโครงสร้าง คัดกรองบริเวณที่น่าสงสัย และประมาณกำลังอัดเมื่อมีกราฟสอบเทียบรองรับ เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธีต่อได้ที่ NDT กับ Core Test เลือกแบบไหนดี

อีกทางหนึ่งที่นิยมใช้คือทำ Rebound Hammer ควบคู่กับ UPV Test ตาม ASTM C597 (วิธี SonReb) เพราะค้อนอ่านความแข็งผิว ส่วน UPV อ่านความแน่นของเนื้อใน สองวิธีจึงชดเชยข้อจำกัดของกันและกัน

รายงานผลต้องมีอะไรบ้าง?

รายงานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ต้องมีข้อมูลครบพอให้วิศวกรคนอื่นทำซ้ำได้ รายการขั้นต่ำที่ควรมี

  • ชนิดและหมายเลขเครื่อง (Type N หรือ L) พร้อมผลตรวจสอบกับ Test Anvil ก่อน–หลังงาน
  • ผังตำแหน่งพื้นที่ทดสอบพร้อมรหัสจุด อ้างอิงกับแบบโครงสร้าง
  • ค่าดิบทั้ง 10 ค่าของแต่ละพื้นที่ พร้อมระบุค่าที่ถูกตัดและเหตุผล
  • ทิศทางการยิงและค่าปรับแก้ที่ใช้
  • สภาพผิวและวิธีเตรียมผิว อายุคอนกรีตโดยประมาณ สภาพความชื้นและอุณหภูมิ
  • วิธีที่ใช้แปลงค่าเป็นกำลังอัด และที่มาของกราฟสอบเทียบ
  • ข้อจำกัดของผล และข้อสรุปที่รับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร พร้อมลายเซ็นและเลขทะเบียน

ในไทย การทดสอบค้อนกระแทกอ้างอิง มยผ. 1502-51 การทดสอบด้วยค้อนกระแทก ซึ่งออกโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง และอยู่ในชุดเดียวกับ มยผ. 1501-51 (สำรวจด้วยสายตา), มยผ. 1504-51 (ความเร็วคลื่นอัลตราโซนิก) และ มยผ. 1505-51 (วัดระยะหุ้มและตำแหน่งเหล็กเสริม) การอ้างทั้ง มยผ. และ ASTM ควบคู่กันช่วยให้รายงานใช้ได้ทั้งกับผู้ออกแบบไทยและที่ปรึกษาต่างชาติ

6 ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยหน้างาน

ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่มาจากการข้ามขั้นเตรียมงานหรือเก็บข้อมูลไม่ครบ ไม่ใช่จากตัวเครื่อง

  • ยิงบนผิวฉาบหรือผิวทาสี ได้ความแข็งของวัสดุปิดผิว ไม่ใช่ของคอนกรีต
  • เก็บแค่ 3–5 ค่าแล้วเฉลี่ย ข้อมูลน้อยเกินกว่าจะตัดค่าผิดปกติได้ตามเกณฑ์
  • ไม่บันทึกทิศทางการยิง ทำให้เทียบค่าข้ามชิ้นส่วนไม่ได้
  • ใช้กราฟจากคู่มือเครื่องเป็นข้อสรุป ไม่มีการสอบเทียบกับคอนกรีตจริงของงานนั้น
  • ไม่ตรวจเครื่องกับ Test Anvil สปริงล้าแล้วค่าไหลโดยไม่รู้ตัว
  • ยิงชิดขอบเสาหรือขอบคาน ค่าต่ำผิดปกติจนตีความว่าคอนกรีตอ่อน

ถ้าผลออกมาต่ำกว่าที่ออกแบบไว้ อย่าเพิ่งสรุปจากค้อนอย่างเดียว ขั้นตอนถัดไปอ่านได้ที่ กำลังอัดคอนกรีตไม่ผ่านต้องทำยังไง

สรุป

Rebound Hammer ให้ผลที่เชื่อถือได้เมื่อทำครบทั้งกระบวนการ ไม่ใช่แค่ยิงแล้วอ่านตัวเลข หัวใจอยู่ที่การตรวจเครื่องกับ Test Anvil การเปิดผิวถึงเนื้อคอนกรีตจริง การเก็บอย่างน้อย 10 ค่าต่อพื้นที่ทดสอบพร้อมตัดค่าที่ต่างเกิน 6 หน่วย และการสอบเทียบกับ Core Test ของคอนกรีตชุดเดียวกันก่อนแปลงเป็นกำลังอัด ทั้งหมดต้องบันทึกในรายงานให้ตรวจสอบย้อนกลับได้

บริการทดสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลายของ SPN ครอบคลุม Rebound Hammer, UPV, Core Test และการหาตำแหน่งเหล็กเสริม ดูรายละเอียดได้ที่หน้า ตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE) ส่วนช่วงค่าบริการดูได้ที่ ราคางานทดสอบโครงสร้าง ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน