Pull-Out Test คืออะไร?
Pull-Out Test คือการดึงพุกหรือสตัดที่ติดตั้งในคอนกรีตตามแนวแกน แล้วบันทึกทั้งแรงและการเคลื่อนตัว เพื่อตรวจสอบว่าระบบยึดรับแรงได้ตามที่ออกแบบหรือไม่ มาตรฐานสากลที่ใช้อ้างอิงคือ ASTM E488 — Standard Test Methods for Strength of Anchors in Concrete Elements จัดเป็นงานตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE) ประเภทหนึ่ง
การทดสอบในสนามแบ่งได้ 2 วัตถุประสงค์หลัก
- Proof Load Test (ทดสอบพิสูจน์แรง) — ดึงถึงแรงทดสอบที่กำหนด (เช่น 1.5–2 เท่าของ Working Load) เพื่อยืนยันว่าพุก "ผ่าน" โดยไม่วิบัติ ใช้ตรวจรับงานติดตั้งจริง
- Ultimate Load Test (ทดสอบถึงวิบัติ) — ดึงจนพุกวิบัติเพื่อหากำลังสูงสุดจริง ใช้สำหรับหาค่าออกแบบหรือเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์
งานตรวจรับหน้างานส่วนใหญ่เป็น Proof Load Test พุกที่ผ่านการทดสอบยังใช้งานต่อได้ เพราะแรงทดสอบไม่ทำให้เกิดความเสียหายถาวร และการทดสอบบันทึกทั้ง "แรง" และ "การเคลื่อนตัว" (Load–Displacement) ไม่ใช่ดูแค่ว่าพุกหลุดหรือไม่หลุด
Pull-Out Test ในบทความนี้คือการทดสอบ พุก/สตัดที่ฝังในคอนกรีต ตาม ASTM E488 คนละเรื่องกับการทดสอบเสาเข็มรับแรงถอน (Uplift / Tension Load Test) ซึ่งใช้มาตรฐาน ASTM D3689 ดึงเสาเข็มทั้งต้นขึ้นจากดิน หากกำลังหาการทดสอบเสาเข็มรับแรงถอน (เช่น งานโซลาร์ฟาร์ม เสาส่งไฟฟ้า ถังใต้ดิน) ให้ดู ทดสอบเสาเข็มรับแรงถอน (Uplift Test) คืออะไร แทน
ทำไมต้องทำ Pull-Out Test?
เพราะกำลังของพุกที่ติดตั้งจริงอาจต่ำกว่าค่าในแคตตาล็อกมาก ค่าของผู้ผลิตได้จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการภายใต้เงื่อนไขควบคุม แต่หน้างานจริงมีตัวแปรที่ทำให้กำลังลดลงได้
- การทำความสะอาดรูเจาะไม่ดี — ฝุ่นคอนกรีตที่เหลือในรูทำให้แรงยึดเหนี่ยว (Bond) ของพุกเคมีลดลงได้ถึง 40–60%
- ระยะฝังไม่ครบ — เจาะตื้นกว่าแบบ หรือฝังสตัดไม่สุดรู
- น้ำยาเคมีเสื่อมสภาพหรือผสมไม่สมบูรณ์ — เก็บผิดอุณหภูมิ หมดอายุ หรือฉีดไม่เต็มรู
- คอนกรีตกำลังต่ำกว่าที่ออกแบบ หรือมีรอยร้าวบริเวณจุดยึด
- เจาะโดนเหล็กเสริม แล้วย้ายตำแหน่งโดยไม่อุดรูเดิม ซึ่งเลี่ยงได้ด้วยการสแกนหาเหล็กด้วย GPR ก่อนเจาะ
งานชั้นวางสินค้าอัตโนมัติ (AS/RS) และ Racking สูง แรงดึงถอนที่ฐานเสาเกิดจากโมเมนต์พลิกคว่ำขณะเกิดแผ่นดินไหวหรือรถ Forklift ชน หากพุกที่ฐานหลุดแม้เพียงต้นเดียว อาจเกิดการวิบัติต่อเนื่อง (Progressive Collapse) ของทั้งแถว การสุ่มทดสอบก่อนใช้งานจึงเป็นข้อกำหนดมาตรฐานของผู้ผลิต Racking ชั้นนำ
Pull-Out Test ทดสอบพุกประเภทไหนได้บ้าง?
ทดสอบได้ทั้งพุกที่ฝังก่อนเทและพุกที่ติดตั้งภายหลัง ASTM E488 ครอบคลุมระบบยึด 4 กลุ่มหลัก ซึ่งรับแรงด้วยกลไกต่างกัน
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| ประเภท | ลักษณะ | การรับแรง |
|---|---|---|
| Adhesive / Chemical Anchor (พุกเคมี) | สตัดเกลียว + อีพ็อกซี/เรซิน ฉีดในรูเจาะ | แรงยึดเหนี่ยวเคมีระหว่างผนังรูกับก้านสตัด |
| Expansion Anchor (พุกตอก/พุกขยายตัว) | ปลอกขยายตัวบีบผนังรู | แรงเสียดทานจากการขยายตัว |
| Undercut Anchor | ปลายขยายเข้าไปในรูที่คว้านก้นให้ใหญ่ขึ้น | Mechanical Interlock ที่ก้นรู |
| Cast-in-Place Anchor (ฝังก่อนเท) | J-Bolt, แผ่นเหล็กฝังพร้อมเทคอนกรีต | แรงแบกทานจากส่วนที่ฝัง |
พุกเคมีต้องบ่มให้ครบเวลาที่ผู้ผลิตกำหนดก่อนทดสอบ (Curing Time ขึ้นกับอุณหภูมิ) และมาตรฐานกำหนดระยะห่างจุดรองรับของชุดทดสอบสำหรับพุกเคมีไว้ต่างจากพุกชนิดอื่น ดูตารางระยะห่างในหัวข้อถัดไป
ใช้อุปกรณ์อะไรทดสอบ Pull-Out Test?
ชุดทดสอบ Pull-Out ในสนามมีอุปกรณ์หลัก 6 รายการ ทำหน้าที่ให้แรง วัดแรง วัดการเคลื่อนตัว และถ่ายแรงปฏิกิริยาลงคอนกรีต
- กระบอกไฮดรอลิกลูกสูบกลวง (Hollow Ram Hydraulic Cylinder) — สวมผ่านก้านดึงที่ต่อกับสตัด
- ปั๊มมือไฮดรอลิก (Hand Pump) พร้อมสายแรงดันสูงและคัปเปลอร์
- เกจวัดแรงดัน (Pressure Gauge) ที่ผ่านการสอบเทียบ — แปลงแรงดันเป็นแรงดึงผ่านสมการสอบเทียบ
- Dial Gauge ความละเอียด 0.01 มม. พร้อมขาตั้งแม่เหล็ก — วัดการเคลื่อนตัวของพุก
- สะพานรองรับ (Reaction Bridge) — ถ่ายแรงปฏิกิริยาลงคอนกรีตห่างจากพุกตามระยะที่มาตรฐานกำหนด
- ก้านดึงและข้อต่อ (Loading Rod + Coupling Nut) — ขนาดต้องพัฒนากำลังของพุกได้โดยยืดตัวน้อยที่สุด
ระยะห่างจุดรองรับขั้นต่ำตาม ASTM E488 (แรงดึง):
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| ประเภทพุก | ระยะระหว่างจุดรองรับ | ระยะถึงขอบ/โครงทดสอบ |
|---|---|---|
| พุกเคมี (Adhesive) | 2.0 hef | 1.0 hef |
| พุกชนิดอื่นทั้งหมด | 4.0 hef | 2.0 hef |
(hef = ระยะฝังประสิทธิผลของพุก)
ASTM E488 กำหนดให้อุปกรณ์วัดแรงสำหรับงานสนามมีความแม่นยำภายใน ±2% ของแรงที่ให้ ชุดกระบอก+ปั๊ม+เกจต้องสอบเทียบร่วมกันกับ Load Cell มาตรฐาน เพื่อให้ได้สมการแปลงค่า เช่น แรงจริง (kg) = ค่าเกจ (bar) × 17.859 − 33.431 และ Dial Gauge ต้องมีใบรับรองสอบเทียบที่ยังไม่หมดอายุ
ขั้นตอนการทดสอบแบบ Step Loading ทำอย่างไร?
เริ่มด้วยแรงปรับตั้งไม่เกิน 5% แล้วเพิ่มแรงทีละขั้น ขั้นละไม่เกิน 15% ของแรงทดสอบสูงสุด คงค้างขั้นละ 2 นาที ASTM E488 ให้เลือกวิธีให้แรงได้ 2 แบบ คือให้แรงต่อเนื่อง (Continuous) หรือให้แรงเป็นขั้น (Incremental / Step Loading) งานสนามนิยม Step Loading เพราะอ่านค่าด้วยเกจมือได้ และเห็นพฤติกรรมการคืบ (Creep) ของพุกในแต่ละขั้น หลักการเดียวกับการทดสอบเสาเข็มแบบสถิต (Static Load Test) ที่ให้แรงเป็นขั้นแล้ววัดการเคลื่อนตัว
- Seating Load — ให้แรงปรับตั้งเริ่มต้นไม่เกิน 5% ของแรงทดสอบสูงสุด เพื่อให้ทุกชิ้นส่วนแนบสนิท แล้วตั้งศูนย์ Dial Gauge (ค่านี้คือ Datum)
- เพิ่มแรงทีละขั้น — แต่ละขั้นไม่เกิน 15% ของแรงทดสอบสูงสุด
- คงค้างแต่ละขั้น 2 นาที — อ่าน Dial Gauge ที่ต้นช่วงและที่ครบ 2 นาที (ค่าที่ 2 นาทีคือค่าที่ใช้รายงาน)
- บันทึกเวลาเริ่ม–สิ้นสุดของทุกขั้น และเขียนกราฟ Load–Displacement ต่อเนื่องตลอดการทดสอบ
ตัวอย่างลำดับการให้แรง (แรงทดสอบ 20 kN ขั้นละ 15%):
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| ขั้น | % ของแรงสูงสุด | แรงดึง (kN) | คงค้าง (นาที) |
|---|---|---|---|
| ปรับตั้ง (Seat) | 5% | 1 | — |
| 1 | 15% | 3 | 2 |
| 2 | 30% | 6 | 2 |
| 3 | 45% | 9 | 2 |
| 4 | 60% | 12 | 2 |
| 5 | 75% | 15 | 2 |
| 6 | 90% | 18 | 2 |
| 7 | 100% | 20 | 2 |
รวมเวลาคงค้างประมาณ 14 นาทีต่อจุด (ไม่รวมเวลาติดตั้งและเปลี่ยนขั้น)
หากเข็ม Dial Gauge ยังเดินต่อเนื่องระหว่างคงค้างแรงคงที่ นั่นคือสัญญาณการคืบของแรงยึดเหนี่ยว ถ้าการเคลื่อนตัวไม่หยุดหรือแรงดันเกจตกลงเอง แสดงว่า Bond กำลังวิบัติ ให้บันทึกเป็น Bond Failure แม้พุกยังไม่หลุดออกมาให้เห็น
เกณฑ์การวิบัติ (Failure Criteria) มีอะไรบ้าง?
ASTM E488 จำแนกการวิบัติของพุกรับแรงดึงเป็น 5 รูปแบบ ความเสียหายเกิดได้จากรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือหลายแบบร่วมกัน
- Shear-Cone Failure — คอนกรีตวิบัติแบบกรวยเฉือนรอบพุก
- Concrete Cracking + Pull-Out — คอนกรีตแตกร้าวรอบจุดยึดแล้วพุกหลุดถอน
- Pull-Out — พุกถอนหลุดออกจากรู
- Bond Failure — แรงยึดเหนี่ยวระหว่างพุกกับคอนกรีตวิบัติ สังเกตจากการเคลื่อนตัวต่อเนื่องขณะแรงคงที่หรือลดลง
- Steel / Hardware Fracture — ชิ้นส่วนใดของระบบยึดแตกหัก รวมถึงน็อตและอุปกรณ์ประกอบ
รับแรงทดสอบครบโดยไม่เกิดการวิบัติรูปแบบใดเลย และการเคลื่อนตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ (ไม่มีการคืบต่อเนื่องขณะคงค้างแรง)
ต้องทดสอบกี่จุด?
ASTM E488 กำหนดขั้นต่ำ 5 ตัวต่อขนาดสำหรับหาค่าเฉลี่ยกำลัง (ลดเหลือ 3 ตัวได้หากวิบัติที่เนื้อเหล็ก) ส่วนข้อมูลทางสถิติขึ้นกับค่าสัมประสิทธิ์การแปรผัน (Coefficient of Variation)
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| CoV ของผลทดสอบ (%) | จำนวนตัวอย่างขั้นต่ำ |
|---|---|
| ไม่เกิน 12 | 5 |
| 12 ถึง 15 | 10 |
| มากกว่า 15 | 30 |
ในทางปฏิบัติ งานตรวจรับมักกำหนดสัดส่วนสุ่ม เช่น 2–5% ของจำนวนพุกทั้งหมด หรือขั้นต่ำ 5–10 จุด กระจายตามตำแหน่งที่รับแรงสูงและติดตั้งโดยช่างคนละชุด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละโครงการ
ตัวอย่างผลทดสอบจริง: สตัดยึดฐานเสา Racking ในคลังสินค้า
กรณีศึกษาจากงานทดสอบของ SPN: สตัดเกลียว M16 × 300 มม. ระยะฝัง 125 มม. ในพื้นคอนกรีต f′c = 400 ksc ยึดฐานเสาชั้นวางสินค้าอัตโนมัติ (AS/RS) ทดสอบแบบ Proof Load 20 kN จำนวน 10 จุด ด้วยวิธี Step Loading ขั้นละ 15% คงค้างขั้นละ 2 นาที
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| รายการ | ค่าที่ได้ |
|---|---|
| แรงทดสอบสูงสุด | 20 kN (ครบทุกจุด) |
| รูปแบบความเสียหาย | ไม่วิบัติทั้ง 10 จุด |
| การเคลื่อนตัวที่แรงสูงสุด | 0.08 – 0.61 มม. (เฉลี่ย 0.44 มม.) |
| CoV ของแรงสูงสุด | 0.0% |
| ผลตัดสิน | PASS ทั้ง 10 จุด |
แม้ทุกจุดผ่าน แต่การเคลื่อนตัวต่างกันถึง 7 เท่า (0.08 vs 0.61 มม.) ความต่างนี้สะท้อนคุณภาพการติดตั้งแต่ละจุด เช่น ความสะอาดของรูและความสมบูรณ์ของน้ำยาเคมี จุดที่เคลื่อนตัวมากแม้ยังผ่านเกณฑ์ ก็เป็นข้อมูลให้ผู้ควบคุมงานกลับไปตรวจกระบวนการติดตั้งของล็อตนั้นได้ ดูวิธีอ่านกราฟ Load–Movement และที่มาของค่าการเคลื่อนตัวแบบละเอียดได้ในบทความ Pull-Out Test อ่านผลยังไง
แนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practices)
ผลทดสอบจะเชื่อถือได้เมื่อควบคุม 7 เรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนเข้างานจนถึงการบันทึกผล
- กำหนดแรงทดสอบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเข้างาน — Proof Load มาจากผู้ออกแบบหรือข้อกำหนดผู้ผลิต ไม่ใช่ตกลงหน้างาน
- ตรวจใบสอบเทียบทุกครั้ง — ชุดกระบอก+ปั๊ม+เกจสอบเทียบร่วมกัน และ Dial Gauge มีใบรับรองสอบเทียบที่ยังไม่หมดอายุ
- จัดแนวแรงให้ตั้งฉากและร่วมศูนย์ — แรงดึงต้องผ่านแนวแกนสตัดพอดี ความเยื้องศูนย์ทำให้เกิดโมเมนต์ดัดและค่าเพี้ยน
- วาง Dial Gauge บนจุดที่ไม่ได้รับผลจากการแอ่นตัว — ขาแม่เหล็กต้องอยู่นอกโซนอิทธิพลของ Reaction Bridge
- เคารพระยะ Clearance ตามชนิดพุก — พุกเคมีใช้ 2.0 hef พุกชนิดอื่น 4.0 hef
- บันทึกข้อมูลครบตามมาตรฐาน — ตำแหน่งจุด เวลาแต่ละขั้น ค่าเกจที่ 2 นาที รูปแบบความเสียหาย พร้อมภาพถ่ายทุกจุด
- อย่ายืนในแนวก้านดึงขณะอัดแรง — หากสตัดหรือข้อต่อขาด ชิ้นส่วนจะดีดตัวตามแนวแรง สวมแว่นนิรภัยและใช้ฉากกั้นเสมอ
สรุป
Pull-Out Test ตาม ASTM E488 คือเครื่องมือยืนยันว่าพุกเคมีและสตัดเกลียวที่ติดตั้งจริงหน้างาน รับแรงได้ตามที่ออกแบบ ไม่ใช่แค่ตามแคตตาล็อก หัวใจของการทดสอบที่น่าเชื่อถือคือ อุปกรณ์ที่สอบเทียบแล้ว ขั้นตอน Step Loading ที่ถูกต้อง (5% Seating → ขั้นละไม่เกิน 15% → คงค้าง 2 นาที) การบันทึก Load–Displacement ครบถ้วน และจำนวนจุดทดสอบที่สอดคล้องกับหลักสถิติ
SPN Soil Engineering ให้บริการทดสอบแรงดึงถอนพุกเคมี สตัดเกลียว และ Anchor Bolt ตามมาตรฐาน ASTM E488 ด้วยชุดเครื่องมือไฮดรอลิกที่สอบเทียบกับ Load Cell มาตรฐาน และ Dial Gauge ที่มีใบรับรองสอบเทียบ รายงานผลพร้อมกราฟ Load–Displacement และภาพถ่ายทุกจุด รายงานรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร พร้อมลายเซ็นและเลขทะเบียน นอกจากนี้ยังให้บริการทดสอบโครงสร้างอื่น เช่น Floor Load Test ทดสอบกำลังพื้นด้วยน้ำหนักบรรทุกจริง
บทความนี้จัดทำเพื่อเป็นความรู้ทางวิศวกรรม การกำหนดแรงทดสอบ จำนวนจุด และการแปลผล ควรเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการและดุลยพินิจของวิศวกรผู้มีใบอนุญาต