ทำไมงานขุดลึกในดินอ่อนกรุงเทพต้องตรวจวัด?

เพราะชั้นดินเหนียวอ่อนกรุงเทพ (Bangkok Soft Clay) หนาราว 12-18 เมตร มีกำลังรับแรงเฉือนต่ำและเสียรูปง่าย เมื่อขุดดินออกจากฝั่งหนึ่งของกำแพงกันดิน แรงดันดินสองฝั่งไม่สมดุล กำแพงจะเคลื่อนตัวเข้าหาบ่อขุด ดินหลังกำแพงทรุดตาม แล้วลามไปถึงถนนและอาคารข้างเคียง ปัญหาคือพฤติกรรมจริงของดินอ่อนไม่เคยตรงกับแบบจำลองการออกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ อ่านลักษณะเฉพาะของชั้นดินนี้ได้ในบทความดินอ่อนกรุงเทพกับงานฐานราก

การตรวจวัดจึงเป็นเครื่องมือปิดช่องว่างระหว่าง "ค่าที่ออกแบบไว้" กับ "พฤติกรรมจริงหน้างาน" — ถ้าค่าที่วัดได้อยู่ในกรอบ งานเดินต่อได้อย่างมั่นใจ ถ้าค่าเริ่มเบี่ยงออกนอกกรอบ ทีมงานรู้ก่อนที่ความเสียหายจะเกิด และยังเป็นหลักฐานเชิงตัวเลขเมื่อมีข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน ซึ่งควรทำคู่กับการสำรวจสภาพอาคารข้างเคียงก่อนเริ่มงาน (Dilapidation Survey) ส่วนข้อกำหนดด้านอัตราส่วนความปลอดภัยของระบบกันดินตามกฎหมาย อ่านได้ในกำแพงกันดินตามกฎกระทรวงฐานราก 2566 และหากยังไม่แน่ใจว่าโครงการของคุณเข้าข่ายต้องมีแผนตรวจวัดหรือไม่ ดูเกณฑ์ตัดสินได้ที่ต้องติดตั้ง Instrumentation เมื่อไหร่

งานขุดลึกต้องติดตั้งเครื่องมืออะไรบ้าง?

เครื่องมือวัดของงานขุดลึกแบ่งตามคำถามที่ต้องการคำตอบ — กำแพงขยับเท่าไร ดินรอบข้างทรุดแค่ไหน น้ำเปลี่ยนอย่างไร และค้ำยันรับแรงเท่าไร ตารางนี้สรุปชุดเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้จริง

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

เครื่องมือวัดอะไรติดตั้งตรงไหน
Inclinometerการเคลื่อนตัวด้านข้างของกำแพงและดินตามความลึกฝังในกำแพงกันดิน (D-Wall / เข็มพืด) หรือในดินหลังกำแพง
Settlement Point + Tiltmeterการทรุดตัวของผิวดิน และการเอียงของอาคารข้างเคียงแนวถนนรอบบ่อขุด และบนโครงสร้างอาคารข้างเคียง
Piezometer + Observation Wellแรงดันน้ำในดินรายชั้น และระดับน้ำใต้ดินรวมหลังกำแพงกันดิน และใต้ก้นบ่อขุด
Strain Gaugeแรงในค้ำยัน (Strut) เทียบกับค่าที่ออกแบบบนค้ำยันเหล็กแต่ละชั้น
Deep Settlement Pointการทรุดตัวของดินชั้นลึกรายระดับหลุมเจาะข้างบ่อขุด

สองตัวหลักของระบบคือ Inclinometer ที่วัดโปรไฟล์การเคลื่อนตัวด้านข้างตามความลึก ซึ่งบอกทั้งขนาดและรูปร่างการโก่งของกำแพง และ Piezometer ที่วัดแรงดันน้ำในดิน ซึ่งเฝ้าระวังทั้งผลของการลดระดับน้ำ (Dewatering) และแรงดันน้ำใต้ก้นบ่อที่อาจดันพื้นบ่อวิบัติ

ตำแหน่งเครื่องมือวัดในงานขุดลึก (ภาพตัดขวาง) ระดับดินเดิม ก้นบ่อขุด กำแพงกันดิน ค้ำยันชั้นที่ 1 ค้ำยันชั้นที่ 2 Strain Gauge วัดแรงในค้ำยัน Inclinometer ในกำแพง Piezometer Observation Well อาคารข้างเคียง Tiltmeter Settlement Point
ภาพตัดขวางงานขุดลึกแบบมีค้ำยัน — เครื่องมือแต่ละชนิดตอบคำถามคนละด้าน: กำแพงขยับเท่าไร ดินทรุดแค่ไหน น้ำเปลี่ยนอย่างไร และค้ำยันรับแรงเท่าไร
ทีมงาน SPN เจาะติดตั้ง Deep Settlement Point ที่หน้างานโครงการก่อสร้างย่านบางนา พร้อมป้ายระบุตำแหน่งหลุม BH-DSP
งานเจาะติดตั้ง Deep Settlement Point ในโครงการจริง — เครื่องมือวัดส่วนใหญ่ต้องติดตั้งให้เสร็จและอ่านค่าฐานก่อนเริ่มขุด (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ค่าเตือน Trigger / Alarm ทำงานยังไง?

ระบบตรวจวัดจะมีความหมายก็ต่อเมื่อกำหนดไว้ล่วงหน้าว่า "ค่าเท่าไรต้องทำอะไร" — วิศวกรผู้ออกแบบจะกำหนดค่าเตือน (Trigger Level) ให้เครื่องมือแต่ละตัวจากผลการวิเคราะห์การออกแบบ นิยมแบ่งเป็น 3 ระดับ พร้อมแผนตอบสนองของแต่ละระดับ

ระดับเฝ้าระวัง (Alert) — ค่าที่วัดได้เริ่มสูงกว่าแนวโน้มปกติแต่ยังห่างจากขีดออกแบบ มาตรการคือเพิ่มความถี่การอ่านค่า ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และแจ้งทีมงานให้จับตา ระดับเตือน (Alarm / Action) — ค่าขยับเข้าใกล้ขีดที่ออกแบบไว้ ต้องประชุมทบทวนขั้นตอนขุด ชะลอหรือปรับลำดับงาน และเตรียมมาตรการเสริม ระดับหยุดงาน (Stop Work) — ค่าแตะขีดที่ยอมรับไม่ได้ ต้องหยุดขุดทันที เสริมระบบค้ำยันหรือถมกลับบางส่วน จนกว่าวิศวกรจะยืนยันว่าปลอดภัยจึงเริ่มงานต่อ

ตัวเลขของแต่ละระดับเป็นผลจากการวิเคราะห์เฉพาะโครงการ ขึ้นกับความลึกขุด ชนิดกำแพง ระยะห่างอาคารข้างเคียง และสภาพชั้นดินจริงจากผลเจาะสำรวจดิน จึงไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกงาน ดูตัวอย่างการวางระบบกันดินและการเฝ้าระวังจากงานจริงได้ในกรณีศึกษาระบบกันดินชั่วคราวงานขุดลึก และถ้างานข้างเคียงมีการตอกเสาเข็มหรือกิจกรรมที่สร้างแรงสั่นสะเทือน ควรอ่านการตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนงานตอกเสาเข็มประกอบ

ความถี่การอ่านค่าในแต่ละช่วงงานเป็นอย่างไร?

ความถี่การอ่านค่าไม่คงที่ตลอดโครงการ แต่ปรับตามระดับความเสี่ยงของแต่ละช่วงงาน โดยหลักการคือ "ยิ่งดินถูกรบกวนมาก ยิ่งอ่านถี่" รอบการอ่านจริงของแต่ละโครงการกำหนดไว้ในข้อกำหนดการตรวจวัด (Monitoring Specification) ของงานนั้น

ก่อนเริ่มขุด — อ่านค่าฐาน (Baseline) หลายรอบหลังติดตั้งเสร็จ เพื่อให้ได้ค่าอ้างอิงที่นิ่งและกรองความแปรปรวนของเครื่องมือออก ค่าทุกตัวหลังจากนี้จะรายงานเป็น "การเปลี่ยนแปลงจากค่าฐาน" ช่วงขุดและติดตั้งค้ำยัน — เป็นช่วงอ่านถี่ที่สุด เพราะทุกขั้นการขุดเปลี่ยนสมดุลแรงของระบบ โดยเฉพาะจังหวะขุดผ่านระดับค้ำยันแต่ละชั้นก่อนติดตั้งค้ำยันชั้นนั้น ซึ่งกำแพงรับแรงมากที่สุด ช่วงก่อสร้างโครงสร้างใต้ดินและถอนค้ำยัน — การถอนค้ำยันแต่ละชั้นถ่ายแรงกลับเข้าระบบอีกครั้ง ยังต้องอ่านต่อเนื่องจนโครงสร้างรับแรงแทนค้ำยันครบ หลังงานใต้ดินเสร็จ — ลดความถี่ลงเป็นการติดตามระยะยาวจนค่านิ่ง และไม่ว่าช่วงใด ถ้าค่าแตะระดับเฝ้าระวังต้องเพิ่มความถี่ทันทีตามแผนตอบสนอง

บริการตรวจวัดงานขุดลึกของ SPN อ้างอิงมาตรฐานอะไร ราคาเท่าไร?

งานเครื่องมือวัดทางธรณีเทคนิคไม่มีมาตรฐาน มยผ. เฉพาะ วิธีวัดการเคลื่อนตัวด้วย Inclinometer อ้างอิง ASTM D6230 และการทดสอบรับรองหัววัด Vibrating Wire Piezometer ก่อนติดตั้งอ้างอิง ASTM D7764 ส่วนตำแหน่งติดตั้ง ค่าเตือน และรอบการอ่านค่าเป็นไปตามข้อกำหนดเฉพาะโครงการ SPN ให้บริการครบวงจรตั้งแต่วางผังจุดวัด เจาะติดตั้ง อ่านค่าฐาน อ่านค่าตามรอบ ประมวลผลพร้อมกราฟเทียบค่าเตือน จนถึงรายงานที่ลงนามรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร พร้อมลายเซ็นและเลขทะเบียน ใช้ประกอบการยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ดูขอบเขตบริการทั้งหมดที่หน้างานติดตั้งเครื่องมือวัดและตรวจวัดพฤติกรรม

ค่าบริการขึ้นกับชนิดและจำนวนเครื่องมือ ความลึกติดตั้ง และรอบการอ่านค่า จึงประเมินเป็นรายโครงการ ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ราคายังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

⚠️ บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป

เนื้อหาอธิบายหลักการของระบบตรวจวัดงานขุดลึกเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ชนิดและจำนวนเครื่องมือ ตำแหน่งติดตั้ง ค่าเตือนแต่ละระดับ และความถี่การอ่านค่าของแต่ละโครงการ ต้องกำหนดโดยวิศวกรผู้ออกแบบและวิศวกรผู้รับผิดชอบตามเงื่อนไขเฉพาะของงานนั้น