ระบบกันดินชั่วคราวคืออะไร ต่างจากกำแพงกันดินถาวรอย่างไร?

ระบบกันดินชั่วคราว คือ โครงสร้างที่ติดตั้งเพื่อค้ำยันดินรอบบ่อขุดไม่ให้พังทลายระหว่างการก่อสร้าง เช่น Sheet Pile, เสาเข็มเจาะเรียงต่อเนื่อง (Contiguous Pile Wall) หรือการขุดแบบลาดเอียง (Cut Slope) โดยใช้งานเฉพาะช่วงก่อสร้างเท่านั้น เมื่อโครงสร้างใต้ดินเสร็จและถมดินกลับ ระบบกันดินก็หมดหน้าที่

จุดต่างสำคัญจากกำแพงกันดินถาวร คือ อายุการใช้งานและเกณฑ์การออกแบบ — งานชั่วคราวรับแรงดันดินช่วงสั้น จึงใช้ค่าปัจจัยความปลอดภัย (Factor of Safety) ต่ำกว่างานถาวรได้ แต่ต้องมีการตรวจวัดพฤติกรรมจริงระหว่างขุดควบคู่เสมอ เพราะความเสี่ยงสูงสุดเกิดขึ้นขณะขุดเปิดหน้าดิน (อ่านเรื่องเกณฑ์ F.S. ของงานถาวรได้ที่ ค่าความปลอดภัยกำแพงกันดินตามกฎหมาย)

โจทย์ของโครงการนี้คืออะไร?

📍 รายละเอียดโครงการ

งานออกแบบระบบป้องกันดินชั่วคราวสำหรับบ่อขุดลึก 4.00 เมตร ภายในโครงการก่อสร้างแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น — SPN Soil Engineering รับผิดชอบออกแบบ ตรวจสอบเสถียรภาพ และกำหนดเกณฑ์ติดตามการเคลื่อนตัวระหว่างก่อสร้าง

ความท้าทายของงานนี้คือ บ่อขุดอยู่ภายในพื้นที่โครงการที่มีงานก่อสร้างอื่นดำเนินอยู่ จึงต้องควบคุมการเคลื่อนตัวของดินด้านข้างให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยตลอดการขุด และต้องเปิดบ่อรับน้ำ (Sump Pit) ภายในพื้นที่ขุดเพื่อระบายน้ำระหว่างก่อสร้างด้วย

ชั้นดินที่หน้างานเป็นอย่างไร ใช้พารามิเตอร์อะไรออกแบบ?

ข้อมูลชั้นดินจากการเจาะสำรวจดินถูกแปลงเป็นพารามิเตอร์ออกแบบตามแบบจำลอง Mohr-Coulomb 3 ชั้นหลัก ดังนี้

ชั้นดินUnit Weight (kN/m³)c′ (kPa)φ′ (°)
ทรายปนดินเหนียวแน่นปานกลาง (Medium Dense Clayey Sand)18030
ดินเหนียวแข็งมาก (Hard Clay)201000
หินทราย (Sandstone)2415033

การวิเคราะห์คิดน้ำหนักกดทับผิวดิน (Surcharge) 20 kN/m² เผื่อเครื่องจักรและวัสดุก่อสร้างรอบขอบบ่อ — ขั้นตอนนี้ชี้ให้เห็นว่าการเจาะสำรวจดินที่ครอบคลุม (ดูหลักเกณฑ์จำนวนหลุมเจาะและความลึก) คือจุดเริ่มต้นของงานออกแบบกันดินที่แม่นยำ

เลือกใช้ระบบกันดินแบบไหน?

ผู้ออกแบบเลือกใช้ระบบผสม 2 ส่วนตามสภาพพื้นที่ คือ

  • Contiguous Pile Wall: เสาเข็มเจาะคอนกรีตเสริมเหล็ก Dia 0.35 ม. เรียงต่อเนื่องระยะห่าง 0.40 ม. (ช่องว่างระหว่างต้นไม่เกิน 0.05 ม.) พร้อมคานยึดหัวเข็ม (Cap Beam) ขนาด 0.65×0.60 ม. ใช้ในด้านที่พื้นที่จำกัดหรือใกล้สิ่งปลูกสร้าง
  • Cut Slope 1:1: ขุดลาดเอียง 45° ในด้านที่มีพื้นที่เพียงพอ พร้อมเทคอนกรีตหยาบ (Lean Concrete) หนา 10 ซม. ป้องกันผิวลาดถูกกัดเซาะ
แบบแปลนและรูปตัด Contiguous Pile Wall Dia 0.35 ม. ระยะห่าง 0.40 ม. งานขุดลึก 4 เมตร แบบ GE-01
แบบ GE-01 — แปลนและรูปตัด Contiguous Pile Wall Dia 0.35 ม. @ 0.40 ม. ร่วมกับ Cut Slope 1:1 สำหรับบ่อขุดลึก 4.00 ม. (แบบ: SPN Soil Engineering)
แบบขยายรายละเอียดเสาเข็มกันดินและ Cap Beam พร้อมภาพ 3 มิติ Contiguous Pile Wall แบบ GE-02
แบบ GE-02 — รายละเอียดการเสริมเหล็กเสาเข็มกันดิน, Cap Beam และภาพ 3 มิติของระบบ Contiguous Pile Wall (แบบ: SPN Soil Engineering)

วิเคราะห์เสถียรภาพด้วย FEM อย่างไร?

การวิเคราะห์ใช้วิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ (Finite Element Method, FEM) จำลองลำดับขั้นตอนการก่อสร้างจริง (Staged Construction) 6 ขั้นตอน เพื่อดูการเคลื่อนตัวของดินและเสถียรภาพในแต่ละจังหวะการขุด ไม่ใช่ดูเฉพาะสภาพสุดท้าย

Phaseขั้นตอนการก่อสร้างรายละเอียด
1Install Bored Pile Wallติดตั้งเสาเข็มเจาะกันดินตามแนวขอบบ่อขุด
2Initial Inclinometer Readingติดตั้งท่อ Inclinometer และวัดค่าอ้างอิงเริ่มต้น
31st Excavationขุดขั้นที่ 1 ถึงระดับ −1.00 ม. พร้อมตรวจวัด
42nd Excavationขุดขั้นที่ 2 ถึงระดับ −2.00 ม. พร้อมตรวจวัด
5Final Excavationขุดถึงก้นบ่อระดับ −4.00 ม. เตรียมก่อสร้างโครงสร้างใต้ดิน
6Open Sump Pitเปิดบ่อรับน้ำภายในพื้นที่ขุดเพื่อระบายน้ำระหว่างก่อสร้าง
ผลวิเคราะห์ FEM การเคลื่อนตัวแนวราบ ux ขั้นตอนติดตั้งเสาเข็มเจาะกันดิน Install Bore Pile
ผล FEM: การเคลื่อนตัวแนวราบ (Total displacements ux) ขั้นตอนติดตั้งเสาเข็มเจาะกันดิน (ภาพ: SPN Soil Engineering)
ผลวิเคราะห์ FEM การเคลื่อนตัวแนวดิ่ง uy ขั้นตอนติดตั้งเสาเข็มเจาะกันดิน Install Bore Pile
ผล FEM: การเคลื่อนตัวแนวดิ่ง (Total displacements uy) ขั้นตอนติดตั้งเสาเข็มเจาะกันดิน (ภาพ: SPN Soil Engineering)
ผลวิเคราะห์ FEM การเคลื่อนตัวแนวราบ ux ขั้นตอนเปิดบ่อรับน้ำ Open Sump Pit ที่ระดับขุดลึก 4 เมตร
ผล FEM: การเคลื่อนตัวแนวราบ (ux) ขั้นตอนสุดท้าย Open Sump Pit — จังหวะวิกฤตที่สุดของงานขุด (ภาพ: SPN Soil Engineering)
ผลวิเคราะห์ FEM การเคลื่อนตัวแนวดิ่ง uy ขั้นตอนเปิดบ่อรับน้ำ Open Sump Pit ที่ระดับขุดลึก 4 เมตร
ผล FEM: การเคลื่อนตัวแนวดิ่ง (uy) ขั้นตอน Open Sump Pit (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ผลค่าปัจจัยความปลอดภัย (F.S.) แต่ละขั้นตอนเป็นอย่างไร?

ค่า F.S. ลดลงตามความลึกของการขุด เพราะแรงดันดินด้านข้างและการปลดปล่อยความเค้นเพิ่มขึ้น แต่ทุกขั้นตอนยังสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับงานชั่วคราว F.S. ≥ 1.30 ที่ผู้ออกแบบกำหนด

Analysis Caseขั้นตอนการขุดFactor of Safety
FS 11st Excavation (−1.00 ม.)11.32
FS 22nd Excavation (−2.00 ม.)7.51
FS 33rd Excavation (−4.00 ม.)4.57
FS 4Open Sump Pit / Final Stage4.57

ลาดขุด Cut Slope มีเสถียรภาพแค่ไหน?

ด้านที่ขุดแบบลาดเอียง 1:1 ตรวจสอบเสถียรภาพลาดดินแยกอีกชั้นด้วยวิธี Limit Equilibrium ได้ค่า Factor of Safety = 5.092 สูงกว่าเกณฑ์งานชั่วคราวมาก แสดงว่าลาดขุดมีเสถียรภาพเพียงพอตลอดช่วงก่อสร้าง (อ่านหลักการคำนวณได้ที่ เสถียรภาพลาดดินและค่า F.S.)

ผลวิเคราะห์เสถียรภาพลาดขุด Cut Slope 1:1 ลึก 4 เมตร ได้ค่า Factor of Safety 5.092
ผลวิเคราะห์เสถียรภาพลาดขุด Cut Slope 1:1 ลึก 4 ม. — Factor of Safety = 5.092 พร้อมพารามิเตอร์ดิน 3 ชั้นแบบ Mohr-Coulomb (ภาพ: SPN Soil Engineering)

เสาเข็มกันดินเสริมเหล็กอย่างไร?

แรงดัด แรงเฉือน และแรงตามแนวแกนที่ได้จาก FEM ถูกนำมาตรวจสอบกำลังหน้าตัดคอนกรีตเสริมเหล็กของเสาเข็ม สรุปเป็นรายละเอียดการเสริมเหล็ก ดังนี้

  • เสาเข็มเจาะ Dia 0.35 ม.: เหล็กยืน 6-DB16 (SD40, fy = 4,000 ksc) + เหล็กปลอกเกลียว RB9 @ 0.15 ม. ระยะหุ้มคอนกรีต 5 ซม.
  • Cap Beam 0.65×0.60 ม.: เหล็กยืน 4-DB20 บน–ล่าง + เหล็กปลอก RB9 @ 0.125 ม.
  • กำลังคอนกรีต: โครงสร้างใช้ fc′ = 280 ksc (ตรวจสอบหน้าตัดที่ค่าประกัน 240 ksc)

ผลตรวจสอบหน้าตัดผ่านเกณฑ์ทุกรายการ — อัตราส่วนกำลังต่อแรงที่ต้องการ Sn/U = 1.76, Mn/Mu = 1.90 และ Pn/Pu = 4.89 (ทุกค่าต้องมากกว่า 1.00)

Interaction Diagram ตรวจสอบกำลังหน้าตัดเสาเข็มเจาะ Dia 0.35 เมตร เสริมเหล็ก 6-DB16
Interaction Diagram ตรวจสอบกำลังหน้าตัดเสาเข็มเจาะ Dia 0.35 ม. เสริมเหล็ก 6-DB16 — จุดแรงที่เกิดขึ้นจริงอยู่ภายในเส้นขอบเขตกำลังหน้าตัด (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ทำไมต้องติดตามด้วย Inclinometer ระหว่างขุด?

ผลวิเคราะห์ FEM คือ "การคาดการณ์" — ของจริงต้องพิสูจน์ด้วยการตรวจวัด โครงการนี้จึงกำหนดให้ติดตั้ง Inclinometer วัดการเคลื่อนตัวด้านข้างของดิน แล้วเทียบกับเกณฑ์ควบคุม (Trigger Level) 3 ระดับที่คิดจากเปอร์เซ็นต์ของค่าเคลื่อนตัวออกแบบในแต่ละ Phase

Trigger LevelPhase 3
(−1 ม.)
Phase 4
(−2 ม.)
Phase 5
(−4 ม.)
Phase 6
(Sump Pit)
Alarm (70%) — แจ้งผู้ออกแบบ เฝ้าระวัง1.3 มม.2.4 มม.4.1 มม.4.0 มม.
Alert (80%) — ทบทวนขั้นตอน เพิ่มความถี่วัด1.4 มม.2.7 มม.4.7 มม.4.6 มม.
Action (90%) — หยุด/ชะลองาน กำหนดมาตรการแก้ไข1.6 มม.3.1 มม.5.3 มม.5.1 มม.
Maximum — ค่าสูงสุดที่ยอมรับได้1.8 มม.3.4 มม.5.9 มม.5.7 มม.

ระบบ Trigger Level แบบนี้ทำให้ทุกฝ่ายรู้ล่วงหน้าว่า "ค่าเท่าไหร่ต้องทำอะไร" — ไม่ต้องรอให้เกิดความเสียหายก่อนจึงตัดสินใจ ถือเป็นหัวใจของการบริหารความเสี่ยงงานขุดลึกสมัยใหม่

สรุป: บทเรียนจากงานออกแบบระบบกันดินชั่วคราว

Case Study นี้สะท้อนขั้นตอนมาตรฐานของงานออกแบบระบบกันดินชั่วคราวครบวงจร คือ เจาะสำรวจดิน → เลือกระบบกันดินให้เหมาะกับพื้นที่ → วิเคราะห์ FEM ตามลำดับขั้นการก่อสร้าง → ตรวจสอบกำลังโครงสร้าง → กำหนดเกณฑ์ติดตามด้วย Inclinometer ครบทั้งฝั่ง "ออกแบบ" และฝั่ง "ควบคุมระหว่างก่อสร้าง"

ทั้งนี้ ตัวเลขทั้งหมดในบทความ (ขนาดเสาเข็ม ระยะเหล็กเสริม ค่า F.S. และ Trigger Level) เป็นผลออกแบบเฉพาะของโครงการนี้ตามสภาพชั้นดินจริงที่หน้างาน ไม่สามารถนำไปใช้กับโครงการอื่นได้โดยตรง — งานขุดลึกทุกโครงการต้องออกแบบใหม่โดยวิศวกรตามข้อมูลเจาะสำรวจดินของพื้นที่นั้น

SPN Soil Engineering ให้บริการครบตั้งแต่เจาะสำรวจดิน ออกแบบวิศวกรรมธรณี (ระบบกันดิน ฐานราก เสถียรภาพลาดดิน) ไปจนถึงติดตั้งเครื่องมือวัดและติดตามพฤติกรรมระหว่างก่อสร้าง ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี รับงานทั่วประเทศ ปรึกษาโครงการของคุณได้ฟรี