เจ้าของบ้านจำนวนมากเพิ่งรู้จักคำว่า "รายการคำนวณ" ตอนไปยื่นขออนุญาตก่อสร้างแล้วเจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่ม บทความนี้อธิบายตั้งแต่ว่ารายการคำนวณคืออะไร กฎหมายบังคับกับอาคารแบบไหน ในเล่มมีอะไรบ้าง ใครเซ็นรับรองได้ ไปจนถึงความเชื่อมโยงกับการเจาะสำรวจดิน เพื่อให้เตรียมเอกสารได้ครบตั้งแต่รอบแรก

รายการคำนวณโครงสร้างคืออะไร?

รายการคำนวณโครงสร้าง คือเอกสารที่แสดงวิธีคำนวณตามหลักวิศวกรรมว่าโครงสร้างอาคารทุกส่วน ตั้งแต่ฐานราก เสา คาน ไปจนถึงพื้นและหลังคา รับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย จัดทำโดยวิศวกรโยธาผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (กว.) และลงลายมือชื่อพร้อมเลขทะเบียนกำกับ เป็นเอกสารคู่กับแบบก่อสร้างในการยื่นขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคาร

บทบาทของรายการคำนวณมีสองด้าน ด้านหนึ่งคือหลักฐานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าอาคารถูกออกแบบโดยผู้มีวิชาชีพและผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยแล้ว อีกด้านคือบันทึกทางวิศวกรรมของตัวอาคารเอง — เมื่อจะต่อเติม เปลี่ยนการใช้งาน หรือตรวจสอบอาคารในอนาคต วิศวกรรุ่นหลังใช้เล่มนี้เป็นจุดตั้งต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องคำนวณย้อนกลับจากศูนย์ ภาพรวมของงานออกแบบโครงสร้างทั้งกระบวนการอ่านได้ในบทความ คู่มืองานออกแบบโครงสร้าง คสล. และวิศวกรรมโยธา

อาคารแบบไหนกฎหมายบังคับต้องมีรายการคำนวณ?

หลักจำง่ายคือ บ้านพักอาศัยขนาดเล็กได้รับการผ่อนผัน ส่วนอาคารที่ใหญ่ขึ้นหรือเข้าเกณฑ์งานวิศวกรรมควบคุมต้องมีรายการคำนวณพร้อมวิศวกรเซ็นรับรอง เกณฑ์ที่ใช้บ่อยสรุปได้ตามตารางนี้

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

เกณฑ์หลักที่ใช้พิจารณาว่าต้องมีรายการคำนวณหรือไม่
ลักษณะอาคารแนวทางตามกฎหมาย
บ้านพักอาศัย พื้นที่ไม่เกิน 150 ตร.ม. สูงไม่เกิน 2 ชั้น ช่วงคานไม่ยาวเกินเกณฑ์ผ่อนผันให้ยื่นแผนผังบริเวณและแบบสังเขปได้ ไม่บังคับแนบรายการคำนวณ — ยกเว้นก่อสร้างด้วยวัสดุถาวรและวัสดุทนไฟเป็นส่วนใหญ่ (เช่น บ้านปูน/คอนกรีต) ซึ่งต้องแนบรายการคำนวณ 1 ชุด
อาคารพื้นที่เกิน 150 ตร.ม.ต้องยื่นแบบแปลนพร้อมรายการคำนวณที่วิศวกรลงนามรับรอง
อาคารตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป · ชั้นใดชั้นหนึ่งสูงตั้งแต่ 4 ม. · ช่วงเสายาวตั้งแต่ 5 ม. · ส่วนยื่นตั้งแต่ 2 ม.เข้าข่ายงานวิศวกรรมควบคุมสาขาโยธา ต้องมีวิศวกรผู้ได้รับใบอนุญาตออกแบบและรับรอง
อาคารสาธารณะ โรงงาน อาคารขนาดใหญ่ต้องมีรายการคำนวณเสมอ และมักมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเฉพาะประเภทอาคาร

เกณฑ์งานวิศวกรรมควบคุมข้างต้นอ้างอิงกฎกระทรวงกำหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม พ.ศ. 2565 ส่วนเกณฑ์การผ่อนผันมาจากกฎหมายควบคุมอาคาร ข้อควรระวังสำคัญคือ กฎกระทรวงว่าด้วยการขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคาร พ.ศ. 2564 (ข้อ 2) กำหนดว่าอาคารสาธารณะ อาคารพิเศษ หรืออาคารที่ก่อสร้างด้วยวัสดุถาวรและวัสดุทนไฟเป็นส่วนใหญ่ ต้องแนบรายการคำนวณ 1 ชุดพร้อมคำขอเสมอ — บ้านโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไปจัดเป็นวัสดุถาวรและทนไฟ ดังนั้นแม้พื้นที่ไม่เกิน 150 ตร.ม. ก็ต้องแนบรายการคำนวณด้วย (กรณีไม่เข้าข่ายงานวิศวกรรมควบคุม ผู้จัดทำรายการคำนวณไม่จำเป็นต้องเป็นวิศวกร แต่ถ้าเข้าข่ายต้องเป็นวิศวกรผู้ได้รับใบอนุญาต) ทั้งนี้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่ละพื้นที่มีดุลยพินิจขอเอกสารเพิ่มเติมได้ จึงควรสอบถามเขตหรือ อบต. ในพื้นที่ก่อนยื่นเสมอ และหากอาคารเข้าเกณฑ์ต้องเจาะสำรวจดินตามกฎกระทรวงฐานราก อ่านสรุปได้ที่ สรุปกฎกระทรวงฐานราก 2566

ในเล่มรายการคำนวณมีอะไรบ้าง?

เล่มรายการคำนวณมาตรฐานประกอบด้วย 5 ส่วนหลัก คือ สมมติฐานการออกแบบ น้ำหนักบรรทุก กำลังวัสดุ ผลการคำนวณชิ้นส่วนโครงสร้าง และหน้ารับรองพร้อมลายเซ็นวิศวกร เรียงจากภาพรวมไปหารายละเอียด เพื่อให้ผู้ตรวจไล่ตามตรรกะการออกแบบได้

  1. สมมติฐานการออกแบบ (Design Criteria): มาตรฐานที่ใช้อ้างอิง วิธีวิเคราะห์ ระบบโครงสร้าง และข้อมูลชั้นดินจากผลเจาะสำรวจดินที่ใช้ออกแบบฐานราก
  2. น้ำหนักบรรทุก (Loads): น้ำหนักบรรทุกคงที่ (Dead Load) น้ำหนักบรรทุกจร (Live Load) ตามประเภทการใช้งานอาคาร รวมถึงแรงลมหรือแรงแผ่นดินไหวในกรณีที่กฎหมายกำหนด — ดูรายละเอียดว่าอาคารแบบไหนต้องคิดแรงแผ่นดินไหวได้ที่ ออกแบบอาคารต้านแผ่นดินไหว ตามกฎกระทรวง 2564
  3. กำลังวัสดุ (Material Strength): กำลังอัดคอนกรีต ชั้นคุณภาพเหล็กเสริม และค่ากำลังวัสดุอื่นที่ใช้ในการคำนวณ ซึ่งต้องสอดคล้องกับที่ระบุในแบบก่อสร้าง
  4. ผลการคำนวณชิ้นส่วน: การตรวจสอบพื้น คาน เสา และฐานรากทีละชิ้นส่วน แสดงว่ารับแรงได้ปลอดภัยตามเกณฑ์ พร้อมขนาดหน้าตัดและเหล็กเสริมที่สรุปตรงกับแบบ
  5. หน้ารับรองและลายเซ็น: ชื่อวิศวกรผู้ออกแบบ เลขทะเบียนใบอนุญาต (กว.) ลายมือชื่อ และสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแนบท้ายเล่ม
องค์ประกอบ 5 ส่วนของเล่มรายการคำนวณโครงสร้าง และจุดที่เจ้าพนักงานตรวจเข้ม คือขนาดหน้าตัดและเหล็กเสริมในเล่มต้องตรงกับแบบก่อสร้าง ด้านซ้ายเป็นแฟ้มรายการคำนวณที่มีห้าแถบ เรียงจากภาพรวมไปหารายละเอียด ส่วนที่หนึ่ง สมมติฐานการออกแบบ ได้แก่ มาตรฐานอ้างอิง วิธีวิเคราะห์ และข้อมูลชั้นดินจากการเจาะสำรวจดินที่ใช้ออกแบบฐานราก ส่วนที่สอง น้ำหนักบรรทุกคงที่ น้ำหนักบรรทุกจรตามการใช้งาน และแรงลมหรือแรงแผ่นดินไหวเมื่อกฎหมายกำหนด ส่วนที่สาม กำลังวัสดุ คือกำลังอัดคอนกรีตและชั้นคุณภาพเหล็กเสริม ซึ่งต้องตรงกับแบบ ส่วนที่สี่ ผลคำนวณชิ้นส่วน พื้น คาน เสา และฐานราก ส่วนที่ห้า หน้ารับรอง ชื่อวิศวกร เลขทะเบียนใบอนุญาต ลายมือชื่อ และสำเนาใบอนุญาต ด้านขวาเปรียบเทียบหน้าผลคำนวณคาน B1 กับรูปตัดคานในแบบก่อสร้าง ตัวอย่างสมมติขนาด 30 คูณ 60 เซนติเมตร เหล็กเสริมล่างสี่เส้นขนาด 16 มิลลิเมตร ต้องตรงกันทุกชิ้นส่วน ถ้าแก้แบบแล้วไม่แก้เล่ม เอกสารขัดกันและถูกตีกลับได้ แถบล่างคือสามข้อควรรู้ อาคารที่ก่อสร้างด้วยวัสดุถาวรและทนไฟเป็นส่วนใหญ่ เช่น บ้านคอนกรีตเสริมเหล็ก ต้องแนบรายการคำนวณพร้อมคำขอ ผู้เซ็นเป็นวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาตระดับครอบคลุมงาน และตรวจสถานะใบอนุญาตได้ที่ coe.or.th เล่มรายการคำนวณโครงสร้าง: 5 ส่วน และจุดที่ถูกตีกลับบ่อย แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ในเล่มมีอะไร (เรียงจากภาพรวม → รายละเอียด) 1 สมมติฐานการออกแบบ มาตรฐาน · วิธีวิเคราะห์ · ข้อมูลดินจากผลเจาะ 2 น้ำหนักบรรทุก Dead · Live · ลม/แผ่นดินไหว (ถ้ากำหนด) 3 กำลังวัสดุ f′c คอนกรีต · ชั้นเหล็ก — ตรงกับแบบ 4 ผลคำนวณชิ้นส่วน พื้น · คาน · เสา · ฐานราก 5 หน้ารับรอง + ลายเซ็น ชื่อ · เลขทะเบียน กว. · สำเนาใบอนุญาต จุดที่ตรวจเข้ม: เล่ม = แบบ ตัวอย่างสมมติ คาน B1 รายการคำนวณ คาน B1 โมเมนต์ · แรงเฉือน b × h = 30×60 ล่าง 4-DB16 แบบก่อสร้าง B1 30×60 แก้แบบ แต่ไม่แก้เล่ม เอกสารขัดกันเอง → ถูกตีกลับได้ ต้องตรงกันทุกชิ้นส่วน ทุกครั้งที่แก้ 1 บ้าน คสล. ต้องแนบ วัสดุถาวร/ทนไฟ แม้ ≤ 150 ตร.ม. 2 ผู้เซ็น: วิศวกรโยธา กว. ระดับครอบคลุมขนาดงาน 3 ตรวจใบอนุญาต coe.or.th ก่อนจ้าง
องค์ประกอบมาตรฐานของเล่มรายการคำนวณโครงสร้าง เรียงจากสมมติฐานการออกแบบไปจนถึงหน้ารับรองของวิศวกร (ภาพประกอบเชิงหลักการ)

จุดที่เจ้าพนักงานตรวจเข้มคือความสอดคล้องระหว่างเล่มกับแบบ — ขนาดหน้าตัดและเหล็กเสริมในรายการคำนวณต้องตรงกับแบบก่อสร้างทุกชิ้นส่วน ถ้าแก้แบบภายหลังแล้วไม่แก้เล่มตาม เอกสารจะขัดกันเองและถูกตีกลับได้

ใครเซ็นรับรองรายการคำนวณได้?

ผู้เซ็นรับรองต้องเป็นวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กว.) จากสภาวิศวกร โดยใบอนุญาตมีระดับหลักที่พบทั่วไป 3 ระดับ คือ ภาคีวิศวกร สามัญวิศวกร และวุฒิวิศวกร (ตาม พ.ร.บ.วิศวกร พ.ศ. 2542 ยังมีระดับภาคีวิศวกรพิเศษอีกระดับหนึ่ง ซึ่งออกให้เฉพาะงานตามที่ระบุในใบอนุญาต) ซึ่งแต่ละระดับมีขอบเขตขนาดและประเภทงานที่รับผิดชอบได้ต่างกันตามข้อบังคับสภาวิศวกร งานเล็กอย่างบ้านพักอาศัยทั่วไปภาคีวิศวกรเซ็นได้ ส่วนอาคารขนาดใหญ่ อาคารสูง หรือโครงสร้างซับซ้อนต้องใช้วิศวกรระดับสามัญหรือวุฒิตามขอบเขตของงานนั้น

⚠️ ตรวจสอบใบอนุญาตวิศวกรได้เอง

ก่อนจ้างออกแบบหรือเซ็นรับรอง สามารถตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของวิศวกรได้จากระบบตรวจสอบสมาชิกบนเว็บไซต์สภาวิศวกร (coe.or.th) โดยใช้ชื่อหรือเลขทะเบียน หากใบอนุญาตหมดอายุหรือระดับไม่ครอบคลุมงาน เอกสารที่เซ็นไปอาจใช้ยื่นไม่ได้และต้องเริ่มใหม่

ค่าใช้จ่ายในการจ้างวิศวกรออกแบบและจัดทำรายการคำนวณขึ้นกับขนาดและความซับซ้อนของงาน อ่านวิธีคิดราคาแบบละเอียดได้ในบทความ ค่าออกแบบโครงสร้าง คสล. คิดราคายังไง หรือดูขอบเขตบริการออกแบบของ SPN ที่หน้า ออกแบบวิศวกรรมโยธา

ยื่นขออนุญาตก่อสร้างต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

ชุดเอกสารหลักในการยื่นขออนุญาตก่อสร้างประกอบด้วยแบบฟอร์มคำขอ ข.1 แบบแปลน แผนผังบริเวณ รายการประกอบแบบ รายการคำนวณโครงสร้าง และหนังสือรับรองของวิศวกร โดยรายการคำนวณเป็นหนึ่งในเอกสารที่ขาดไม่ได้สำหรับอาคารที่พ้นเกณฑ์ผ่อนผัน

  • แบบฟอร์มคำขออนุญาต (ข.1) พร้อมเอกสารสิทธิ์ที่ดินและสำเนาบัตรของเจ้าของ
  • แบบแปลน แผนผังบริเวณ และรายการประกอบแบบ ตามจำนวนชุดที่ท้องที่กำหนด
  • รายการคำนวณโครงสร้าง ลงลายมือชื่อวิศวกรผู้ออกแบบทุกแผ่นหรือตามที่ท้องที่กำหนด
  • หนังสือรับรองของวิศวกรผู้ออกแบบและผู้ควบคุมงาน พร้อมสำเนาใบอนุญาต (กว.)
  • ผลเจาะสำรวจดิน ในกรณีอาคารเข้าเกณฑ์ตามกฎกระทรวงฐานราก หรือเจ้าพนักงานร้องขอ

รายละเอียดจำนวนชุดและเอกสารเสริมแต่ละท้องที่ไม่เหมือนกัน เช็คลิสต์เอกสารฝั่งงานดินแบบครบถ้วนอ่านได้ที่ เอกสารรายงานเจาะสำรวจดินสำหรับยื่นขออนุญาต

รายการคำนวณเกี่ยวอะไรกับการเจาะสำรวจดิน?

ส่วนที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของรายการคำนวณคือการออกแบบฐานราก ซึ่งต้องอ้างอิงกำลังรับน้ำหนักของดินจริงในพื้นที่จากผลเจาะสำรวจดิน หากไม่มีข้อมูลดิน วิศวกรจำเป็นต้องสมมติค่าแบบปลอดภัยไว้ก่อน ผลคือฐานรากอาจแพงเกินจำเป็น หรือในทางกลับกัน หากสมมติดีเกินจริงก็เสี่ยงทรุดร้าวภายหลัง การเจาะดินก่อนออกแบบจึงทำให้เล่มรายการคำนวณแม่นยำและป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้น

ค่าบริการเจาะสำรวจดินของ SPN สำหรับบ้านพักอาศัยเริ่มต้นประมาณ 20,000–40,000 บาท (2–3 หลุม รวม Lab Test พื้นฐานและรายงานรับรองโดยวิศวกร) ทั้งนี้ราคายังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน ดูรายละเอียดบริการได้ที่ เจาะสำรวจและทดสอบดิน

⚠️ บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป

เนื้อหาในบทความสรุปหลักเกณฑ์จากกฎหมายควบคุมอาคารและข้อบังคับวิชาชีพเพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น เกณฑ์ที่ใช้จริงและดุลยพินิจของเจ้าพนักงานแต่ละท้องที่อาจแตกต่างกัน การออกแบบและรับรองอาคารแต่ละหลังต้องดำเนินการโดยวิศวกรผู้รับผิดชอบโครงการนั้นโดยตรง