"จ้างวิศวกรออกแบบโครงสร้างแพงไหม" เป็นคำถามแรก ๆ ของเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาที่กำลังจะขออนุญาตก่อสร้าง คำตอบตรง ๆ คือค่าออกแบบมักเป็นสัดส่วนที่เล็กมากเมื่อเทียบกับมูลค่างานก่อสร้างทั้งหลัง แต่เป็นเงินที่ตัดสินทั้งความปลอดภัยและความประหยัดของโครงสร้าง บทความนี้พาไล่ดูตั้งแต่วิธีคิดราคา สิ่งที่ได้รับ ไปจนถึงวิธีเทียบใบเสนอราคาให้เป็น

ค่าออกแบบโครงสร้างคิดราคาอย่างไร?

ค่าออกแบบโครงสร้างในตลาดมีวิธีคิดหลัก 3 แบบ คือ คิดต่อตารางเมตรของพื้นที่ใช้สอย คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่างานก่อสร้าง และเหมารวมทั้งงาน แต่ละแบบเหมาะกับงานคนละขนาด และให้ผลลัพธ์เอกสารชุดเดียวกัน คือแบบวิศวกรรมโครงสร้างพร้อมรายการคำนวณและการรับรองของวิศวกร

  • คิดต่อตารางเมตร (บาท/ตร.ม.): นิยมกับบ้านพักอาศัยและอาคารขนาดเล็ก คิดจากพื้นที่ใช้สอยรวมทุกชั้น เข้าใจง่าย เทียบราคาระหว่างผู้ออกแบบได้ตรงไปตรงมา
  • คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่างานก่อสร้าง: นิยมกับอาคารพาณิชย์ โรงงาน และอาคารสูง เพราะสะท้อนความซับซ้อนของงานได้ดีกว่า โดยทั่วไปเปอร์เซ็นต์จะลดลงเมื่อมูลค่าโครงการสูงขึ้น
  • เหมารวมทั้งงาน (lump sum): ใช้กับงานขอบเขตชัดเจน เช่น แบบมาตรฐาน งานต่อเติมเล็ก หรือการแก้แบบเฉพาะจุด ตกลงราคาเดียวจบ ควรระบุขอบเขตงานและจำนวนรอบแก้แบบให้ชัดในสัญญา

ไม่ว่าคิดแบบไหน สิ่งที่ควรตกลงให้ชัดตั้งแต่ต้นคือขอบเขตงาน (ออกแบบเฉพาะโครงสร้าง หรือรวมสถาปัตยกรรม/งานระบบ) จำนวนรอบการแก้แบบ และเอกสารที่จะได้รับ เพราะเป็นสามจุดที่ทำให้ใบเสนอราคาที่ตัวเลขต่างกัน เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้

วิธีคิดค่าออกแบบโครงสร้าง 3 แบบ ต่อตารางเมตร บาท × พื้นที่ใช้สอย บ้านพักอาศัย อาคารขนาดเล็ก เทียบราคาง่าย ตรงไปตรงมา % มูลค่างานก่อสร้าง % × งบก่อสร้าง อาคารพาณิชย์ โรงงาน อาคารสูง % ลดลงเมื่อโครงการใหญ่ขึ้น เหมารวมทั้งงาน ราคาเดียวจบ งานขอบเขตชัดเจน ต่อเติม / แก้แบบเฉพาะจุด ระบุขอบเขต+รอบแก้แบบในสัญญา ทุกแบบได้เอกสารชุดเดียวกัน: แบบโครงสร้าง + รายการคำนวณ + การรับรองของวิศวกร (กว.)
วิธีคิดค่าออกแบบโครงสร้าง 3 แบบที่พบในตลาด — ต่อตารางเมตร เปอร์เซ็นต์ของมูลค่างานก่อสร้าง และเหมารวมทั้งงาน (ภาพประกอบเชิงหลักการ)

แต่ละประเภทงานนิยมคิดราคาแบบไหน?

บ้านพักอาศัยและอาคารขนาดเล็กนิยมคิดค่าออกแบบต่อตารางเมตรของพื้นที่ใช้สอย ส่วนอาคารขนาดกลางถึงใหญ่นิยมคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่างานก่อสร้าง ตารางด้านล่างสรุปภาพรวมที่พบบ่อยเพื่อใช้เป็นจุดตั้งต้นในการเทียบใบเสนอราคา

วิธีคิดค่าออกแบบโครงสร้างที่นิยมตามประเภทงาน
ประเภทงานวิธีคิดที่นิยมลักษณะการตกลงราคา
บ้านพักอาศัย ≤ 4 ชั้นต่อตารางเมตรคิดจากพื้นที่ใช้สอยรวมทุกชั้น อัตราขึ้นกับความซับซ้อนของแบบ
งานต่อเติม / แก้แบบเฉพาะจุดเหมารวมตกลงตามขอบเขตงานเป็นราย ๆ ไป
อาคารพาณิชย์ / โรงงาน / อาคารสูง% ของมูลค่างานก่อสร้างเปอร์เซ็นต์ลดลงเมื่อมูลค่าโครงการสูงขึ้น ตกลงตามขอบเขตบริการ

วิธีคิดข้างต้นเป็นแนวปฏิบัติทั่วไปที่พบในตลาด ไม่ใช่อัตราบริการของ SPN — ราคาจริงขึ้นกับหน้างาน ความซับซ้อนของแบบ และขอบเขตงานที่รวมอยู่ ควรสอบถามผู้ออกแบบหรือผู้รับเหมาโดยตรง

อีกจุดที่มักเข้าใจคลาดกันคือราคา "ออกแบบ" กับราคา "ก่อสร้าง" — ใบเสนอราคาก่อสร้างที่ทำจากแบบจริงพร้อมรายการประมาณราคา (BOQ) จะแม่นกว่าการประเมินหยาบต่อตารางเมตรซึ่งคลาดเคลื่อนกันได้มาก การลงทุนค่าออกแบบให้ได้แบบที่ครบจึงช่วยคุมงบก่อสร้างโดยรวมได้ด้วย

จ่ายค่าออกแบบแล้วได้อะไรบ้าง?

ค่าออกแบบโครงสร้างครอบคลุมเอกสาร 3 กลุ่มหลัก คือ แบบวิศวกรรมโครงสร้างฉบับก่อสร้าง รายการคำนวณโครงสร้าง และเอกสารรับรองของวิศวกรผู้ออกแบบ ซึ่งเป็นชุดเอกสารที่ใช้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และใช้ให้ผู้รับเหมาตีราคา-ก่อสร้างจริง

  1. แบบวิศวกรรมโครงสร้าง (ไฟล์ CAD/PDF): ผังฐานราก เสา คาน พื้น รายละเอียดการเสริมเหล็ก และรายละเอียดจุดต่อ ครบพอที่ผู้รับเหมาทำงานได้โดยไม่ต้องเดา
  2. รายการคำนวณโครงสร้าง: เอกสารแสดงการคำนวณน้ำหนักบรรทุก กำลังวัสดุ และการตรวจสอบความปลอดภัยของชิ้นส่วน — อาคารที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายควบคุมอาคาร (เช่น พื้นที่เกิน 150 ตร.ม.) ต้องแนบรายการคำนวณตอนยื่นขออนุญาต
  3. การรับรองของวิศวกร: ลายเซ็นและเลขทะเบียนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (กว.) ของวิศวกรผู้ออกแบบ พร้อมสำเนาใบอนุญาต ใช้ประกอบการยื่นขออนุญาตก่อสร้าง

ขอบเขตที่แต่ละสำนักงานรวมให้ไม่เท่ากัน เช่น บางรายรวมแบบสถาปัตยกรรมและงานระบบ บางรายรวมการประมาณราคา (BOQ) หรือรอบแก้แบบไม่จำกัด ก่อนเทียบราคาจึงต้องเทียบ "ของที่ได้" ให้ตรงกันก่อนเสมอ ภาพรวมขอบเขตงานออกแบบทั้งหมดอ่านได้ในบทความ คู่มืองานออกแบบโครงสร้าง คสล. และวิศวกรรมโยธา

⚠️ ระวังงาน "เซ็นแบบอย่างเดียว"

การจ้างวิศวกรให้เซ็นรับรองแบบที่ผู้อื่นทำไว้ ไม่ใช่ทางลัดประหยัดเงิน เพราะวิศวกรที่เซ็นต้องรับผิดชอบตามข้อบังคับสภาวิศวกร จึงต้องตรวจสอบและคำนวณซ้ำก่อนเซ็นอยู่ดี งานลักษณะนี้จึงมีค่าใช้จ่ายและใช้เวลาไม่ต่างจากการออกแบบใหม่มากนัก และแบบที่ไม่มีวิศวกรรับผิดชอบตั้งแต่ต้นมีความเสี่ยงต้องแก้ใหญ่

ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ค่าออกแบบต่างกัน?

งานสองหลังที่พื้นที่ใช้สอยเท่ากัน ค่าออกแบบอาจต่างกันได้มาก เพราะราคาสะท้อนปริมาณงานคำนวณและความรับผิดชอบของวิศวกร ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาแต่ละงานไม่เท่ากัน ได้แก่

  • ความสูงและประเภทอาคาร: อาคารยิ่งสูงหรือช่วงเสายิ่งกว้าง งานวิเคราะห์โครงสร้างยิ่งซับซ้อน อาคารสาธารณะหรือโรงงานมีข้อกำหนดเพิ่มจากบ้านพักอาศัย
  • สภาพดินและระบบฐานราก: พื้นที่ดินอ่อน เช่น กรุงเทพและปริมณฑล ต้องออกแบบฐานรากเสาเข็มจากผลเจาะสำรวจดิน ซึ่งมีงานคำนวณมากกว่าฐานรากแผ่บนดินแข็ง
  • ข้อกำหนดแผ่นดินไหว: อาคารในพื้นที่ควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการรับแรงแผ่นดินไหวต้องคำนวณแรงด้านข้างเพิ่ม ทำให้ปริมาณงานออกแบบสูงขึ้น
  • ความซับซ้อนของแบบสถาปัตยกรรม: แปลนเยื้อง ยื่นยาว เปิดโล่งหลายชั้น หรือโครงสร้างพิเศษ ใช้เวลาออกแบบมากกว่าผังเสาสม่ำเสมอ
  • ขอบเขตงานที่รวมอยู่: ออกแบบเฉพาะโครงสร้าง หรือรวมสถาปัตยกรรม งานระบบ BOQ และจำนวนรอบแก้แบบ — ยิ่งรวมมากราคายิ่งสูงแต่ครบจบกว่า

นอกจากค่าออกแบบ ต้องเผื่องบค่าเจาะสำรวจดินไหม?

ควรเผื่อ เพราะผลเจาะสำรวจดินคือข้อมูลตั้งต้นที่วิศวกรใช้ออกแบบฐานราก โดยเฉพาะบ้านที่เข้าเกณฑ์ต้องมีรายการคำนวณ การออกแบบฐานรากโดยไม่มีข้อมูลดินจริง ทำให้วิศวกรต้องเผื่อความปลอดภัยมากเกินจำเป็น (งบก่อสร้างบาน) หรือเสี่ยงเลือกระบบฐานรากผิด (ทรุดร้าวภายหลัง) ค่าเจาะดินจึงเป็นงบคู่กันกับค่าออกแบบ ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย

ค่าบริการเจาะสำรวจดินของ SPN สำหรับบ้านพักอาศัยเริ่มต้นประมาณ 20,000–40,000 บาท (2–3 หลุม รวม Lab Test พื้นฐานและรายงานรับรองโดยวิศวกร) ทั้งนี้ราคายังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน ดูรายละเอียดบริการได้ที่ เจาะสำรวจและทดสอบดิน หรืออ่านโครงสร้างราคาแบบละเอียดในบทความ ราคาเจาะสำรวจดิน ปี 2026

⚠️ บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป

เนื้อหาในบทความอธิบายวิธีคิดราคาเชิงหลักการเพื่อประกอบการวางแผนงบประมาณเท่านั้น ไม่ใช่ใบเสนอราคา ราคาจริงของงานออกแบบขึ้นกับหน้างานและขอบเขตงานแต่ละโครงการ ควรสอบถามผู้ออกแบบหรือผู้รับเหมาโดยตรง ส่วนราคาบริการเจาะสำรวจดินของ SPN ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม.