คำว่า "วุฒิวิศวกร" โผล่ในเอกสารประกวดราคา สัญญาจ้าง และเงื่อนไขการยื่นแบบอยู่บ่อย ๆ แต่คนนอกวงการมักเข้าใจว่าเป็นแค่ "วิศวกรอาวุโส" หรือ "วิศวกรที่จบปริญญาสูง" ความจริงคำนี้เป็นชื่อระดับใบอนุญาตตามกฎหมาย มีเกณฑ์การได้มาที่ชัดเจน และมีขอบเขตงานที่ต่างจากสามัญวิศวกรในจุดที่เจ้าของโครงการควรรู้ก่อนจ้าง บทความนี้อธิบายว่าวุฒิวิศวกรคือใคร ต่างจากระดับอื่นตรงไหน และทำไมงานบางประเภทจึงระบุให้ใช้วุฒิวิศวกรเท่านั้น

วุฒิวิศวกรคืออะไร?

วุฒิวิศวกร คือระดับสูงสุดของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 ออกโดยสภาวิศวกร (Council of Engineers, COE) ชื่อภาษาอังกฤษที่สภาวิศวกรใช้คือ Senior Professional Engineer ส่วนสามัญวิศวกรคือ Professional Engineer และภาคีวิศวกรคือ Associate Engineer

จุดสำคัญคือวุฒิวิศวกร ไม่ใช่ตำแหน่งงานและไม่ใช่วุฒิการศึกษา วิศวกรที่จบปริญญาเอกแต่เพิ่งได้ใบอนุญาตก็ยังเป็นภาคีวิศวกร ขณะที่วิศวกรปริญญาตรีที่สะสมประสบการณ์และผลงานตามเกณฑ์ครบ ผ่านการพิจารณาของสภาวิศวกร จึงจะเป็นวุฒิวิศวกรได้ ระดับนี้จึงสะท้อน "ประสบการณ์และความรับผิดชอบที่สภาวิศวกรรับรอง" ไม่ใช่ความอาวุโสตามอายุงานอย่างเดียว

ระดับวิศวกรมีกี่ระดับ วุฒิวิศวกรอยู่ตรงไหน?

ใบอนุญาตวิศวกรมี 4 ระดับ คือ ภาคีวิศวกร สามัญวิศวกร วุฒิวิศวกร และภาคีวิศวกรพิเศษ โดยสามระดับแรกเป็นเส้นทางเลื่อนขึ้นตามลำดับ ส่วนภาคีวิศวกรพิเศษเป็นใบอนุญาตเฉพาะงานที่ระบุไว้สำหรับผู้มีความชำนาญเฉพาะด้าน ภาพรวมของแต่ละระดับและตารางขอบเขตงานฉบับเต็ม อ่านได้ที่ ระดับใบอนุญาตวิศวกร ภาคี สามัญ วุฒิ เซ็นแบบงานไหนได้บ้าง

เส้นทางสู่วุฒิวิศวกรโยธา (สภาวิศวกร) ภาคีวิศวกร Associate Engineer จบหลักสูตรที่รับรอง + ผ่านการทดสอบ ออกแบบอาคาร ≤ 4 ชั้น สามัญวิศวกร Professional Engineer ทุกงาน ทุกขนาด (ให้คำปรึกษาได้เฉพาะให้คำแนะนำ) วุฒิวิศวกร Senior Professional Engineer ทุกงาน ทุกขนาด ไม่มีข้อจำกัด รวมงานให้คำปรึกษาทุกประเภท ▲ เลื่อนระดับ: เป็นภาคี ≥ 3 ปี + ผลงาน + สอบสัมภาษณ์ ▲ เลื่อนระดับ: เป็นสามัญ ≥ 5 ปี + ผลงานดีเด่น + CPD + สอบสัมภาษณ์ อ้างอิง: ข้อบังคับสภาวิศวกรฯ ว่าด้วยการออกใบอนุญาตระดับสามัญและวุฒิวิศวกร พ.ศ. 2565 · ข้อบังคับฯ สาขาวิศวกรรมโยธา พ.ศ. 2566
เส้นทางเลื่อนระดับใบอนุญาตวิศวกรโยธา — วุฒิวิศวกรคือระดับสูงสุดของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ภาคีวิศวกรพิเศษเป็นใบอนุญาตเฉพาะงาน ไม่อยู่ในเส้นทางนี้)

เงื่อนไขการเลื่อนระดับตามข้อบังคับสภาวิศวกร ว่าด้วยการออกใบอนุญาตระดับสามัญวิศวกรและระดับวุฒิวิศวกร พ.ศ. 2565 สรุปได้ว่า ภาคีวิศวกรที่ประกอบวิชาชีพมาไม่น้อยกว่า 3 ปีจึงยื่นขอเป็นสามัญวิศวกรได้ และสามัญวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตมาไม่น้อยกว่า 5 ปีจึงยื่นขอเป็นวุฒิวิศวกรได้ ทั้งสองขั้นต้องผ่านการพิจารณาผลงานและการสอบสัมภาษณ์ ขั้นตอนโดยละเอียดอ่านได้ที่ สอบเลื่อนระดับวุฒิวิศวกรโยธา ต้องมีคุณสมบัติและผลงานอะไร

วุฒิวิศวกรต่างจากสามัญวิศวกรอย่างไร?

ในสาขาวิศวกรรมโยธา ข้อบังคับสภาวิศวกรฯ พ.ศ. 2566 ให้สามัญวิศวกรและวุฒิวิศวกรออกแบบ คำนวณ และควบคุมการก่อสร้างได้ทุกประเภททุกขนาดเหมือนกัน ความต่างที่เป็นตัวหนังสือในกฎหมายอยู่ที่ งานให้คำปรึกษา — สามัญวิศวกรทำได้เฉพาะ "การให้คำแนะนำ" ส่วนการวินิจฉัยและการตรวจรับรองในฐานะผู้ให้คำปรึกษาเป็นของวุฒิวิศวกร ตารางนี้สรุปความต่างที่พบทั้งในกฎหมายและในทางปฏิบัติ

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

เปรียบเทียบสามัญวิศวกรกับวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธา
หัวข้อสามัญวิศวกรวุฒิวิศวกร
เงื่อนไขขั้นต่ำในการได้มาเป็นภาคีวิศวกร ≥ 3 ปี + ผลงาน + สัมภาษณ์เป็นสามัญวิศวกร ≥ 5 ปี + ผลงานดีเด่น + หน่วยความรู้ CPD + สัมภาษณ์
งานออกแบบและคำนวณทุกประเภท ทุกขนาดทุกประเภท ทุกขนาด
งานควบคุมการก่อสร้าง / วางโครงการทุกขนาดทุกขนาด
งานให้คำปรึกษาเฉพาะการให้คำแนะนำทุกลักษณะ รวมการวินิจฉัยและการตรวจรับรอง
ที่พบในข้อกำหนดงาน (TOR)ผู้ออกแบบ / ผู้ควบคุมงานทั่วไปมักถูกระบุเป็นผู้ลงนามรับรองหรือผู้ให้ความเห็นในงานขนาดใหญ่ งานตรวจสอบอาคารเดิม และงานที่มีข้อพิพาท
สัดส่วนในวิชาชีพวิศวกรโยธาส่วนใหญ่ที่มีประสบการณ์กลุ่มเล็กที่สุดในสามระดับ

สังเกตว่าถ้าดูเฉพาะงานออกแบบอาคารทั่วไป สามัญวิศวกรกับวุฒิวิศวกรเซ็นได้เท่ากัน เจ้าของบ้านหรือโรงงานที่จ้างออกแบบโครงสร้างจึงไม่จำเป็นต้องหาวุฒิวิศวกรเสมอไป แต่เมื่อไหร่ที่งานเป็นเรื่อง "การให้ความเห็นว่าโครงสร้างเดิมปลอดภัยหรือไม่" หรือ "การตรวจรับรองงานที่คนอื่นทำ" น้ำหนักจะเทมาที่วุฒิวิศวกรทันที รายละเอียดว่างานประเภทไหนควรใช้ระดับใด อ่านต่อได้ที่ งานไหนต้องให้วุฒิวิศวกรเซ็นรับรอง

ทำไมโครงการใหญ่และงานตรวจรับรองจึงระบุให้ใช้วุฒิวิศวกร?

เหตุผลแรกคือ ไม่มีข้อจำกัดขอบเขต ผู้ว่าจ้างที่ระบุวุฒิวิศวกรไว้ในสัญญาไม่ต้องกังวลว่างานส่วนใดจะเกินระดับใบอนุญาตของผู้ลงนาม โดยเฉพาะโครงการที่มีทั้งงานออกแบบ งานให้คำปรึกษา และงานตรวจรับรองปนกัน เหตุผลที่สองคือ ความน่าเชื่อถือของความเห็น การพิจารณาผลงานดีเด่นและการสอบสัมภาษณ์ของสภาวิศวกรเป็นการกลั่นกรองที่คนในวิชาชีพยอมรับ ความเห็นของวุฒิวิศวกรจึงมีน้ำหนักเมื่อต้องยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการตรวจรับ หรือใช้ประกอบข้อพิพาท

ในงานฐานรากและงานธรณีเทคนิค ประเด็นนี้ชัดเจนเป็นพิเศษ เพราะการตัดสินใจหลายอย่างเป็น "การวินิจฉัย" มากกว่า "การคำนวณตามสูตร" เช่น การประเมินว่าอาคารที่ทรุดตัวยังใช้งานต่อได้หรือไม่ การตีความผลทดสอบเสาเข็มที่ไม่เป็นไปตามคาด หรือการรับรองความมั่นคงแข็งแรงของอาคารเดิมก่อนต่อเติม อ่านตัวอย่างงานลักษณะนี้ได้ที่ การประเมินความแข็งแรงอาคารเก่า และ รายการคำนวณโครงสร้างคืออะไร

ตรวจสอบว่าวิศวกรเป็นวุฒิวิศวกรจริงหรือไม่ ทำอย่างไร?

ตรวจสอบได้ฟรีที่เว็บไซต์สภาวิศวกร coe.or.th โดยค้นจากชื่อ-นามสกุลหรือเลขทะเบียนใบอนุญาต ระบบจะแสดงระดับใบอนุญาต สาขา และสถานะว่ายังมีผลอยู่หรือหมดอายุ สิ่งที่ควรดูมี 3 อย่าง คือ ระดับต้องขึ้นว่า "วุฒิวิศวกร" สาขาต้องตรงกับงาน (งานโครงสร้างและฐานรากคือสาขาวิศวกรรมโยธา) และใบอนุญาตต้องยังไม่หมดอายุ เพราะใบอนุญาตทุกระดับมีอายุ 5 ปีและต้องต่ออายุ

อีกจุดที่มักสับสนคือคำว่า "วิศวกรอาวุโส" หรือ "Senior Engineer" ในนามบัตรและองค์กร ซึ่งเป็นตำแหน่งงานภายในบริษัท ไม่ใช่ระดับใบอนุญาต วิศวกรอาวุโสของบริษัทหนึ่งอาจถือใบอนุญาตระดับภาคีก็ได้ ดังนั้นถ้าสเปกงานระบุ "วุฒิวิศวกร" ให้ยึดข้อมูลจากสภาวิศวกรเท่านั้น

⚠️ บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป

เนื้อหาสรุปสาระสำคัญจากข้อบังคับสภาวิศวกรที่เกี่ยวข้องเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น เงื่อนไขการเลื่อนระดับ หน่วยความรู้ และค่าธรรมเนียมอาจปรับปรุงได้ตามประกาศของสภาวิศวกร ผู้สนใจควรตรวจสอบข้อบังคับและประกาศฉบับปัจจุบันที่ coe.or.th ประกอบทุกครั้ง