วิศวกร SPN ใช้ค้อนกระแทก (Rebound Hammer) ประเมินกำลังอัดคอนกรีตเบื้องต้นที่ผิวเสาในอาคารหน้างานจริง
งานทดสอบด้วยค้อนกระแทกตาม ASTM C805 เป็นวิธีที่ราคาต่อจุดต่ำที่สุดในกลุ่มงานตรวจสอบโครงสร้าง จึงมักใช้ปูพื้นที่ก่อนเลือกจุดเจาะ Core Test

ราคาตรวจสอบโครงสร้างคิดจากอะไร?

ราคาตรวจสอบโครงสร้าง (Structural Testing / NDT) คือค่าบริการที่คิดจากปริมาณงานจริง ไม่ใช่ราคาต่อตารางเมตรของอาคาร ผู้ให้บริการทุกรายคิดราคาจากองค์ประกอบเดียวกัน 5 ส่วน:

  • ค่าเคลื่อนย้ายเข้าหน้างาน (mobilization) — ค่าเดินทาง ขนย้ายเครื่องมือ และค่าที่พักทีมงานกรณีต่างจังหวัด เป็นค่าคงที่ต่อทริป ไม่ขึ้นกับจำนวนจุด
  • ค่าทดสอบต่อหน่วย — คิดต่อจุด ต่อชิ้นส่วน ต่อก้อนตัวอย่าง หรือต่อตารางเมตร แล้วแต่วิธี
  • ค่าเข้าถึงจุดตรวจ — นั่งร้าน กระเช้า เจาะฝ้า รื้อผิวตกแต่ง หรือการทำงานบนที่สูง
  • ค่าทดสอบในห้องปฏิบัติการ — เช่น การทดสอบกำลังอัดของก้อนตัวอย่าง Core
  • ค่ารายงานวิศวกรรม — การวิเคราะห์ผล สรุปข้อเสนอแนะ และลงนามรับรองโดยวิศวกรที่มีใบอนุญาต

เพราะโครงสร้างราคาเป็นแบบนี้ การตรวจ 5 จุดกับ 20 จุดในทริปเดียวกันจึงไม่ได้ต่างกัน 4 เท่า เพราะค่าเคลื่อนย้ายถูกเฉลี่ยไปกับทุกจุด นี่คือเหตุผลที่การรวบงานให้จบในทริปเดียวช่วยลดค่าใช้จ่ายรวมได้มากที่สุด

องค์ประกอบราคางานตรวจสอบโครงสร้าง ราคารวมในใบเสนอราคา ค่าเคลื่อนย้าย คงที่ต่อทริป ตามระยะทาง ค่าทดสอบ ต่อจุด / ต่อก้อน ต่อตารางเมตร ค่าเข้าถึงจุด นั่งร้าน กระเช้า งานบนที่สูง ค่าห้องปฏิบัติการ ทดสอบกำลังอัด ก้อนตัวอย่าง Core ค่ารายงาน วิเคราะห์ผล วิศวกรลงนาม ยิ่งรวมจุดตรวจให้จบในทริปเดียว ค่าเคลื่อนย้ายต่อจุดยิ่งถูกลง แผนภาพเชิงหลักการ ไม่ใช่สัดส่วนราคาจริง
องค์ประกอบราคางานตรวจสอบโครงสร้าง 5 ส่วน — ค่าเคลื่อนย้ายเป็นค่าคงที่ต่อทริป ส่วนค่าทดสอบแปรตามจำนวนจุด

เทียบระดับราคาแต่ละวิธีตรวจสอบโครงสร้าง

ตารางด้านล่างเทียบ ระดับราคาเชิงสัมพัทธ์ ของงานตรวจสอบโครงสร้างแต่ละวิธี โดย 💰 หมายถึงกลุ่มราคาต่ำสุด และ 💰💰💰 คือกลุ่มสูงสุด ใช้เพื่อวางงบประมาณเบื้องต้นและเลือกวิธีให้ตรงคำถามที่อยากได้คำตอบ

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

วิธีตรวจสอบมาตรฐานอ้างอิงได้คำตอบอะไรหน่วยคิดราคาระดับราคา
Rebound Hammer (ค้อนกระแทก)ASTM C805กำลังอัดโดยประมาณที่ผิวคอนกรีต · ความสม่ำเสมอต่อจุด💰
Carbonation TestEN 14630 · RILEM CPC-18ความลึกคาร์บอเนชันที่ทำให้เหล็กเสริมเสี่ยงเป็นสนิมต่อจุด💰
Cover Meter / Rebar ScanBS 1881-204ตำแหน่ง ขนาด และระยะหุ้มของเหล็กเสริมต่อชิ้นส่วน💰
UPV (คลื่นอัลตราโซนิก)ASTM C597ความสม่ำเสมอของเนื้อคอนกรีต · โพรง · รอยร้าวลึกต่อจุด💰
Half-Cell PotentialASTM C876ความน่าจะเป็นที่เหล็กเสริมกำลังเกิดสนิมต่อกริด/ตร.ม.💰💰
GPR สแกนคอนกรีตASTM D6432แผนผังเหล็กเสริม ท่อฝัง และความหนาโครงสร้างต่อ ตร.ม.💰💰
Impact EchoASTM C1383ความหนาแผ่นพื้นและโพรงภายในเมื่อเข้าถึงได้ด้านเดียวต่อจุด💰💰
Core Test (เจาะเก็บตัวอย่าง)ASTM C42 · ASTM C39กำลังอัดจริงของคอนกรีตที่ใช้อ้างอิงในการคำนวณได้ต่อก้อนตัวอย่าง💰💰
Pull-Out Test (พุกเคมี/สตัด)ASTM E488แรงดึงถอนจริงของจุดยึดที่ติดตั้งแล้วต่อจุด💰💰
Parallel SeismicASTM D8381ความยาวเสาเข็มเดิมใต้อาคารที่สร้างเสร็จแล้วต่อต้น (ต้องเจาะหลุมนำ)💰💰💰
Floor Load TestACI 318-19 บทที่ 27พิสูจน์กำลังรับน้ำหนักของพื้นด้วยน้ำหนักจริงต่อพื้นที่ทดสอบ💰💰💰

💰 = กลุ่มราคาต่ำ · 💰💰 = ปานกลาง · 💰💰💰 = สูง — เป็นการเปรียบเทียบระหว่างวิธีเพื่อวางงบเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่ตารางราคาบริการของ SPN และไม่รวมค่าเดินทางกับค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

📌 อ่านตารางนี้อย่างไรให้ใช้ได้จริง

ราคาต่อจุดที่ถูกกว่าไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่าเสมอไป เพราะแต่ละวิธีตอบคำถามคนละข้อ — Rebound Hammer ราคาถูกแต่ให้ค่าประมาณที่ผิว ส่วน Core Test แพงกว่าแต่ให้กำลังอัดที่นำไปคำนวณกำลังโครงสร้างได้ ดูความแตกต่างเชิงเทคนิคเพิ่มเติมที่ NDT vs Core Test ต่างกันอย่างไร

ปัจจัยอะไรทำให้ราคาต่างกันมากที่สุด?

เมื่อได้ใบเสนอราคาจากหลายเจ้าแล้วตัวเลขต่างกันมาก มักมาจาก 6 ปัจจัยนี้:

  1. จำนวนจุดตรวจและจำนวนทริป — ปัจจัยที่มีผลมากที่สุด งานที่ต้องเข้าหน้างานหลายรอบ (เช่น รอรื้อฝ้า รอปิดพื้นที่) มีค่าเคลื่อนย้ายซ้ำทุกครั้ง
  2. ระยะทางหน้างาน — งานต่างจังหวัดมีค่าเดินทาง ค่าขนย้ายเครื่องมือ และค่าที่พักทีมงานเพิ่ม
  3. ความยากในการเข้าถึง — เสาชั้นสูง ใต้ท้องพื้น หรือจุดที่ต้องใช้นั่งร้าน/กระเช้า ทำให้เวลาทำงานต่อจุดเพิ่มขึ้นหลายเท่า
  4. เวลาทำงาน — งานในอาคารที่ยังเปิดใช้งานมักต้องทำกลางคืนหรือวันหยุด ซึ่งมีค่าล่วงเวลา
  5. ความละเอียดของรายงาน — รายงานสรุปผลอย่างเดียว ต่างจากรายงานที่มีการประเมินกำลังโครงสร้างและข้อเสนอแนะการซ่อมแซม
  6. งานซ่อมผิวหลังทดสอบ — งานที่ต้องเจาะ เช่น Core Test และ Pull-Out Test ควรระบุให้ชัดว่ารวมการอุดซ่อมรูหรือไม่

ชุดตรวจที่นิยมใช้จริง 3 แบบ

แทนที่จะเลือกวิธีทีละอย่าง ในทางปฏิบัติจะจัดเป็นชุดตามวัตถุประสงค์ ซึ่งควบคุมงบได้ง่ายกว่า:

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ชุดตรวจเหมาะกับสถานการณ์วิธีที่มักรวมอยู่ระดับราคารวม
ชุดคัดกรองเบื้องต้นอยากรู้ภาพรวมสภาพอาคารก่อนตัดสินใจลงทุนตรวจเชิงลึกสำรวจสภาพด้วยสายตา + Rebound Hammer + Cover Meter💰
ชุดก่อนซื้อ/ก่อนเช่าตรวจอาคารหรือโกดังมือสองก่อนตัดสินใจทำสัญญาชุดคัดกรอง + UPV + Core Test บางจุด + สแกนเหล็กด้วย GPR💰💰
ชุดพิสูจน์กำลังจะเพิ่มน้ำหนักบรรทุก เปลี่ยนการใช้งาน หรือติดตั้งเครื่องจักรใหม่ชุดก่อนซื้อ + Impact Echo + Floor Load Test ตาม ACI 318-19💰💰💰

ระดับราคาข้างต้นเป็นการเปรียบเทียบระหว่างชุดตรวจ ไม่ใช่ราคาบริการของ SPN · ขอบเขตงานจริงกำหนดโดยวิศวกรหลังดูแบบและสภาพหน้างาน

ถ้ากำลังตรวจอาคารก่อนซื้อหรือก่อนเช่า อ่านรายละเอียดรายการตรวจทั้งหมดได้ที่ ตรวจสอบโครงสร้างก่อนซื้อหรือเช่าอาคารและโกดัง และถ้าคำถามคือพื้นรับน้ำหนักได้เท่าไหร่ ดูที่ พื้นโรงงานและคลังสินค้ารับน้ำหนักได้เท่าไหร่

ใบเสนอราคาที่ดีต้องระบุอะไรบ้าง?

ก่อนเทียบราคา ให้เทียบขอบเขตงานก่อน ใบเสนอราคางานตรวจสอบโครงสร้างที่ครบถ้วนควรระบุอย่างน้อย:

  • วิธีทดสอบพร้อมมาตรฐานอ้างอิง เช่น ASTM C805, ASTM C42/C39
  • จำนวนจุดตรวจต่อวิธี และตำแหน่งหรือชิ้นส่วนที่จะตรวจ
  • ระบุชัดว่ารวมหรือไม่รวมค่าเดินทาง ค่าขนย้ายเครื่องมือ ค่าที่พัก และงานเข้าถึงจุดตรวจ
  • รวมค่าทดสอบในห้องปฏิบัติการและงานซ่อมผิวหลังเจาะหรือไม่
  • รูปแบบรายงาน จำนวนชุด และการลงนามรับรองโดยวิศวกรที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร
  • ระยะเวลาส่งรายงานนับจากวันทำงานหน้างานเสร็จ
⚠️ จุดที่มักทำให้ราคาบานปลาย

รายการที่มักไม่อยู่ในใบเสนอราคาแรกคือ ค่านั่งร้าน/กระเช้า ค่าทำงานนอกเวลา ค่ารื้อ-คืนสภาพผิวตกแต่ง และค่าเข้าหน้างานรอบที่สองเมื่อพื้นที่ยังไม่พร้อม ควรถามให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าใครรับผิดชอบส่วนนี้

ลดค่าใช้จ่ายอย่างไรโดยไม่ลดคุณภาพผล?

  • รวบทุกงานให้จบในทริปเดียว — เตรียมพื้นที่ ปิดพื้นที่ และรื้อฝ้าให้พร้อมก่อนทีมเข้าหน้างาน
  • ใช้วิธีราคาต่ำปูพื้นที่ก่อน — ใช้ Rebound Hammer และ UPV สำรวจกว้าง ๆ แล้วเจาะ Core เฉพาะจุดที่ผลผิดปกติ
  • เตรียมแบบก่อสร้างเดิมให้ครบ — มีแบบ as-built ช่วยลดจำนวนจุดสแกนหาเหล็กเสริมลงได้มาก
  • กำหนดคำถามให้ชัดก่อนจ้าง — "อยากรู้ว่าพื้นรับเครื่องจักรใหม่ได้ไหม" นำไปสู่ชุดตรวจที่คุ้มกว่าการสั่งตรวจทุกวิธีแบบเหวี่ยงแห

ใช้เวลากี่วันจึงได้รายงาน?

1–2
วันหน้างาน
ชุดตรวจทั่วไปต่ออาคาร
2–3
วันต่อจุด
Floor Load Test
7–14
วันทำการ
รายงานฉบับลงนาม

ระยะเวลาข้างต้นเป็นกรอบทั่วไปสำหรับงานที่หน้างานพร้อม หากต้องรอผลทดสอบกำลังอัดของก้อนตัวอย่างหรือมีจุดตรวจจำนวนมาก ระยะเวลาจะยาวขึ้นตามขอบเขตงานจริง

ราคางานทดสอบอื่นของ SPN ที่มีตัวเลขเริ่มต้นชัดเจน

งานบางประเภทมีขอบเขตมาตรฐานกว่า จึงอ้างราคาเริ่มต้นได้ตรง ๆ:

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

งานบริการราคาเริ่มต้นโดยประมาณอ่านรายละเอียด
เจาะสำรวจดินบ้านพักอาศัย20,000–40,000 บาท/งาน (2–3 หลุม รวมทดสอบพื้นฐานและรายงาน)ราคาเจาะดิน 2026
Seismic Integrity Test~100–150 บาท/ต้นราคาทดสอบเสาเข็ม 2026
Dynamic Load Test (PDA)เริ่ม ~5,500 บาท/ต้นราคาทดสอบเสาเข็ม 2026
Static Load Test50,000–150,000+ บาท/ต้นราคาทดสอบเสาเข็ม 2026

ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

เครื่องเจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีต (Core Drilling) ติดตั้งบนพื้นโครงสร้างเพื่อเก็บก้อนตัวอย่างส่งทดสอบกำลังอัด
Core Test ตาม ASTM C42/C39 มีราคาต่อก้อนสูงกว่าวิธีวัดทางอ้อม แต่ให้ค่ากำลังอัดจริงที่ใช้อ้างอิงในการคำนวณโครงสร้างได้

สรุป

ราคาตรวจสอบโครงสร้างขึ้นกับวิธี จำนวนจุด ความยากในการเข้าถึง และระยะทางหน้างาน ไม่ใช่ขนาดอาคาร วิธีวัดทางอ้อมอย่าง Rebound Hammer และ UPV อยู่ในกลุ่มราคาต่ำและเหมาะกับการปูพื้นที่ ส่วน Core Test, Parallel Seismic และ Floor Load Test อยู่ในกลุ่มสูงเพราะให้คำตอบเชิงกำลังที่ใช้อ้างอิงได้ วิธีคุมงบที่ได้ผลที่สุดคือกำหนดคำถามให้ชัด เลือกชุดตรวจให้ตรงคำถาม และรวบงานให้จบในทริปเดียว — ดูภาพรวมวิธีตรวจสอบทั้งหมดได้ที่ คู่มือ NDT ตรวจสอบโครงสร้างคอนกรีต และดูบริการทั้งหมดที่หน้า ตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE)

SPN Soil Engineering ให้บริการตรวจสอบโครงสร้างและงาน NDT ทั่วประเทศ พร้อมรายงานลงนามรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร ส่งขอบเขตงานหรือแบบอาคารมาที่ทีมวิศวกรเพื่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชั่วโมง