บทความ Pull-Out Test คืออะไร อธิบายหลักการ อุปกรณ์ และขั้นตอน Step Loading ไว้แล้ว บทความนี้ต่อจากตรงนั้น คือเมื่อรายงานมาถึงมือแล้ว จะอ่านตารางและกราฟอย่างไร โดยใช้ข้อมูลจริงจากงานทดสอบเหล็กข้ออ้อย DB16 จำนวน 37 จุด ของโรงงานผลิตเวชภัณฑ์แห่งหนึ่งใน อ.พานทอง จ.ชลบุรี ที่ SPN ทดสอบช่วงปลายปี 2025

ชุดทดสอบ Pull-Out ของ SPN ดึงเหล็กข้ออ้อย DB16 ในหลุมฐานรากที่ผูกตะแกรงเหล็กเสริมแล้ว กระบอกไฮดรอลิกสีเหลืองวางบนแผ่นเหล็กรองรับ Dial Gauge ติดขาตั้งแม่เหล็กบนเหล็กรองด้านข้าง และปั๊มมือไฮดรอลิกต่อสายแรงดันสูง
การทดสอบชุดแรกของงานนี้ทำในหลุมฐานรากที่ผูกตะแกรงเหล็กเสริมไว้แล้ว ฐานรองกระบอกและขาตั้ง Dial Gauge จึงต้องวางบนแผ่นเหล็กและวัสดุรองระหว่างเหล็กเสริม ซึ่งเป็นที่มาของข้อสังเกตในหัวข้อถัดไป (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ผล Pull-Out Test ตัดสินผ่านหรือไม่ผ่านจากอะไร?

เกณฑ์ผ่านของ Pull-Out Test แบบพิสูจน์แรง (Proof Load) คือ รับแรงทดสอบได้ครบ ค้างแรงไว้ได้ตามเวลาที่กำหนด และไม่เกิดรูปแบบการวิบัติใด ๆ ASTM E488 ระบุรูปแบบการวิบัติไว้ 5 แบบ ได้แก่ คอนกรีตแตกเป็นกรวยเฉือน คอนกรีตร้าวแล้วพุกถอน พุกถอนหลุด แรงยึดเหนี่ยว (Bond) วิบัติ และชิ้นส่วนของระบบยึดแตกหัก

ข้อที่มักเข้าใจผิดคือ Bond วิบัติไม่จำเป็นต้องเห็นเหล็กหลุดออกมา มาตรฐานนิยามว่า การเคลื่อนตัวต่อเนื่องขณะแรงคงที่หรือแรงลดลง ก็ถือเป็นการวิบัติแล้ว สัญญาณหน้างานคือเข็ม Dial Gauge เดินไม่หยุดระหว่างค้างแรง หรือเกจแรงดันตกลงเองทั้งที่ไม่ได้ปล่อยวาล์ว

งานนี้ใช้เกณฑ์ตามข้อกำหนดของโครงการ คือ ค้างแรงทดสอบไว้อย่างน้อย 3 นาที โดยไม่มีการเคลื่อนตัวที่สังเกตได้ เช่น แหวนรองใต้น็อตไม่หลวม ส่วน "ขนาด" ของการเคลื่อนตัวรวม ASTM E488 ไม่ได้กำหนดเป็นตัวเลขตายตัว ถ้าผู้ออกแบบต้องการจำกัดการเคลื่อนตัว ต้องเขียนค่าจำกัดไว้ในข้อกำหนดตั้งแต่ก่อนทดสอบ

💡 แยก "ผ่าน/ไม่ผ่าน" ออกจาก "คุณภาพ"

จุดที่ผ่านเกณฑ์ทุกจุดยังมีคุณภาพการติดตั้งและคุณภาพการวัดต่างกันได้มาก กราฟ Load–Movement คือเครื่องมือแยกความต่างนี้ รายงานที่ดีจึงต้องมีตารางแรงและการเคลื่อนตัวรายขั้นพร้อมกราฟทุกจุด ไม่ใช่แค่คำว่า PASS

แรงทดสอบมาจากไหน? ตัวอย่างเหล็ก DB16 แรงออกแบบ 39 kN

แรงทดสอบ (Test Load) คือแรงออกแบบคูณตัวคูณที่ผู้ออกแบบหรือข้อกำหนดโครงการกำหนด งานนี้ทดสอบเหล็กข้ออ้อย DB16 ฝังในคอนกรีต 26 ซม. แรงออกแบบ 39 kN และใช้ตัวคูณ 1.25

แรงทดสอบ = 39 kN × 1.25 = 48.75 kN ≈ 4.97 ตัน 1 ตัน ≈ 9.81 kN · ให้แรงเป็นขั้นละ 15% (7 ขั้น) ค้างขั้นละ 2 นาที · จุดทดลองแรกใช้ขั้นละ 10% (10 ขั้น) ทั้งสองแบบไม่เกินขั้นละ 15% ตาม ASTM E488

เมื่อทดสอบเหล็กเสียบ ต้องเช็คอีกข้อว่า แรงทดสอบต่ำกว่าแรงครากของเหล็กพอสมควร เพราะเป้าหมายคือทดสอบแรงยึดเหนี่ยวในคอนกรีต ไม่ใช่ดึงเหล็กจนคราก ตัวอย่าง: DB16 มีพื้นที่หน้าตัด 2.01 ซม.² หากเป็นเหล็ก SD40 (fy = 4,000 กก./ซม.²) แรงครากประมาณ 8,040 กก. หรือราว 78.9 kN แรงทดสอบ 48.75 kN จึงอยู่ที่ประมาณ 62% ของแรงคราก ชั้นคุณภาพเหล็กจริงให้ยืนยันจากแบบก่อสร้างของแต่ละโครงการ

อีกเรื่องที่เห็นได้จากแผ่นข้อมูลคือ ค่าเกจแรงดันขึ้นกับกระบอกแต่ละชุด งานนี้ใช้กระบอกไฮดรอลิก 2 ชุด ชุดหนึ่งอ่านได้ 145 bar อีกชุดอ่านได้ 107 bar ที่แรงเท่ากัน 4.97 ตัน เพราะพื้นที่ลูกสูบต่างกัน รายงานจึงต้องระบุเลขกระบอกและเลขเกจที่ใช้ในแต่ละจุด และแนบใบสอบเทียบที่ตรงกับเลขนั้น

ผลงานจริง 37 จุด: ผ่านทุกจุด แต่การเคลื่อนตัวต่างกันถึง 24 เท่า

37/37
PASS · ไม่มีรอยร้าว
48.75 kN
แรงทดสอบ ครบทุกจุด
2.37 มม.
ค่ามัธยฐานการเคลื่อนตัว (1.04–24.69)

ทุกจุดรับแรงทดสอบได้ครบ ค้างแรงได้ และไม่พบรอยร้าวของคอนกรีต แต่การเคลื่อนตัวที่แรงสูงสุดมีตั้งแต่ 1.04 ถึง 24.69 มม. ถ้าดูแค่คอลัมน์ PASS จะไม่เห็นความต่างนี้เลย

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

การกระจายของการเคลื่อนตัวที่แรงทดสอบ 48.75 kN (37 จุด)
การเคลื่อนตัวที่แรงสูงสุดจำนวนจุดสัดส่วน
ไม่เกิน 2 มม.1438%
มากกว่า 2 ถึง 3 มม.1027%
มากกว่า 3 ถึง 5 มม.719%
มากกว่า 5 ถึง 10 มม.38%
มากกว่า 10 มม.38%

อ่านกราฟ Load–Movement: 4 รูปแบบที่พบในงานจริง

กราฟ Load–Movement คือกราฟแรงดึง (แกนตั้ง) เทียบการเคลื่อนตัวของปลายเหล็กที่อ่านจาก Dial Gauge เมื่อครบ 2 นาทีของแต่ละขั้น (แกนนอน) รูปร่างของกราฟบอกได้มากกว่าตัวเลขตัวสุดท้าย กราฟด้านล่างพล็อตจากแผ่นข้อมูลจริง 6 จุดที่เป็นตัวแทนของแต่ละรูปแบบ

กราฟ Load–Movement จากผล Pull-Out Test เหล็ก DB16 งานจริง 6 จุด กราฟแรงดึงเทียบการเคลื่อนตัวของเหล็ก DB16 ที่ทดสอบถึง 48.75 kN จำนวน 6 จุดตัวอย่าง แผงบนเป็นจุดที่เคลื่อนตัวน้อย แสดงรูปกราฟแบบเส้นตรงชัน แบบโค้งลาดช่วงท้าย และแบบกระโดดช่วงแรก แผงล่างเป็นจุดที่เคลื่อนตัวเกิน 15 มม. แสดงแบบกระโดดช่วงแรกและแบบลาดสม่ำเสมอ ทุกจุดรับแรงทดสอบได้ครบ ก) จุดที่เคลื่อนตัวไม่เกิน ~6 มม. (แกนนอน 0–8 มม.) 0 1 2 3 4 5 6 7 8 0 10 20 30 40 50 แรงทดสอบ 48.75 kN (39 × 1.25) แรงออกแบบ 39 kN การเคลื่อนตัวของเหล็กที่ปลายบน (มม.) แรงดึง (kN) POT-24 แบบ ① เส้นตรงชัน · 1.67 มม. POT-03 แบบ ② โค้งลาดช่วงท้าย · 6.10 มม. POT-04 แบบ ③ กระโดดช่วงแรก · 5.72 มม. ข) จุดที่เคลื่อนตัวเกิน 15 มม. (แกนนอน 0–26 มม.) 0 2 4 6 8 10 12 14 16 18 20 22 24 26 0 10 20 30 40 50 แรงทดสอบ 48.75 kN (39 × 1.25) แรงออกแบบ 39 kN การเคลื่อนตัวของเหล็กที่ปลายบน (มม.) แรงดึง (kN) POT-08 แบบ ③ กระโดดที่ขั้น 30% · 16.01 มม. POT-06 แบบ ④ ลาดสม่ำเสมอ · 17.80 มม. POT-02 แบบ ③+④ · 24.69 มม.
กราฟ Load–Movement ของเหล็ก DB16 จำนวน 6 จุด พล็อตจากค่าที่อ่านครบ 2 นาทีของแต่ละขั้นในแผ่นข้อมูลจริง แผง ก) และ ข) ใช้สเกลแกนนอนต่างกัน ทุกจุดรับแรงทดสอบ 48.75 kN ได้ครบ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

1. เส้นตรงชันสม่ำเสมอ — รูปแบบที่ควรเป็น

กราฟเส้นตรงชันคือการเคลื่อนตัวเพิ่มขึ้นเท่า ๆ กันทุกขั้นและมีค่าน้อย เช่น POT-24 เคลื่อนตัวขั้นละ 0.18–0.27 มม. รวม 1.67 มม. ที่แรงสูงสุด รูปแบบนี้บอกว่าระบบยึดยังทำงานในช่วงยืดหยุ่น และชุดทดสอบวางมั่นคง จุดส่วนใหญ่ของงานนี้ (24 จาก 37 จุด) เคลื่อนตัวไม่เกิน 3 มม. และมีกราฟเป็นเส้นชันแบบนี้หรือโค้งลงเพียงเล็กน้อยในขั้นท้าย

2. ชันช่วงต้น แล้วโค้งลาดช่วงท้าย — ต้องดูช่วงค้างแรง

กราฟโค้งลาดช่วงท้ายคือการเคลื่อนตัวต่อขั้นโตขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อแรงสูงขึ้น เช่น POT-03 เริ่มที่ 0.28 มม. ต่อขั้น แล้วเพิ่มเป็น 1.2–1.5 มม. ต่อขั้นใน 3 ขั้นสุดท้าย รวม 6.10 มม. รูปแบบนี้แสดงว่าแรงยึดเหนี่ยวเริ่มทำงานนอกช่วงยืดหยุ่น

ตัวชี้ขาดคือ ช่วงค้างแรงคงที่ ถ้าการเคลื่อนตัวหยุดนิ่งภายในเวลาค้าง ถือว่ายังรับแรงได้ แต่ถ้าเข็มเดินต่อไม่หยุดหรือแรงดันตก นั่นคือ Bond วิบัติตามนิยามของ ASTM E488 จุดที่มีกราฟแบบนี้แม้ผ่าน ควรให้ผู้ควบคุมงานย้อนดูการติดตั้งของจุดนั้น เช่น ความสะอาดรูเจาะและความลึกฝัง

3. กระโดดช่วงแรก แล้วชันขึ้น — มักเป็นการยุบตัวของชุดรองรับ

กราฟกระโดดช่วงแรกคือการเคลื่อนตัวก้อนใหญ่ในขั้นแรก ๆ แล้วกลับมาชันในขั้นถัดไป เช่น POT-04 เคลื่อนตัว 2.60 มม. ที่ขั้น 15% และอีก 1.35 มม. ที่ขั้น 30% จากนั้นเพิ่มเพียงขั้นละ 0.3–0.4 มม. หรือ POT-08 กระโดด 8.27 มม. ที่ขั้น 30% แล้วกลับมาชัน ถ้าเป็นการเลื่อนของเหล็กจริง กราฟจะไม่กลับมาชันหลังกระโดด รูปแบบนี้จึงมักมาจากชิ้นส่วนในชุดทดสอบที่ยังไม่แนบสนิท เช่น แผ่นรองหรือวัสดุหนุนใต้ฐานกระบอกยุบตัว หรือระยะฟรีของเกลียวและน็อต

ASTM E488 จัดการเรื่องนี้ไว้ 2 ขั้น คือให้แรงเริ่มต้น (Seating Load) ไม่เกิน 5% ของแรงสูงสุดเพื่อให้ทุกชิ้นส่วนแนบสนิทก่อนตั้งศูนย์ และให้แก้ค่าการเคลื่อนตัวโดยลากเส้นโค้งผ่านจุดข้อมูลย้อนกลับไปหาแรงศูนย์ แล้ววัดการเคลื่อนตัวจากจุดศูนย์ใหม่นั้น (Corrected Displacement)

4. ลาดสม่ำเสมอตั้งแต่ขั้นแรก — สงสัยการวัดก่อนสงสัยเหล็ก

กราฟลาดสม่ำเสมอคือการเคลื่อนตัวมากและเท่า ๆ กันทุกขั้นตั้งแต่แรงยังต่ำ เช่น POT-06 เคลื่อนตัวขั้นละ 2.0–3.1 มม. รวม 17.80 มม. ส่วน POT-02 ผสมทั้งแบบที่ 3 และ 4 คือกระโดด 10.65 มม. ในขั้นแรก แล้วยังเคลื่อนตัวขั้นละ 1–3.6 มม. จนรวม 24.69 มม. การที่ระบบ "นิ่ม" ตั้งแต่แรงเพียง 15% โดยไม่มีช่วงเส้นตรงชันให้เห็นก่อน ไม่ใช่พฤติกรรมปกติของการเลื่อนของ Bond ซึ่งมักเริ่มชัดตอนแรงสูง จึงควรตรวจการวัดก่อน เช่น ฐานรองกระบอกทรุดตัว หรือขาตั้ง Dial Gauge ขยับตามพื้นที่รับแรง ทั้งสองจุดนี้ค้างแรงได้และไม่พบรอยร้าว จึงผ่านเกณฑ์ของโครงการ และรายงานระบุหมายเหตุไว้ว่าค่าการเคลื่อนตัวอาจมีความคลาดเคลื่อนจากสภาพหน้างาน

ทำไมจุดที่ทดสอบบนตะแกรงเหล็กเสริมถึงเคลื่อนตัวมากกว่า?

เมื่อแยกข้อมูลตามสภาพหน้างาน ความต่างชัดเจนมาก จุดที่ทดสอบในหลุมฐานรากที่ผูกตะแกรงเหล็กเสริมแล้วมีค่ามัธยฐานการเคลื่อนตัวสูงกว่าจุดที่ทดสอบบนผิวคอนกรีตเรียบเกินเท่าตัว และจุดที่เคลื่อนตัวเกิน 5 มม. ทั้ง 6 จุดอยู่ในกลุ่มแรกทั้งหมด

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

เปรียบเทียบการเคลื่อนตัวตามสภาพพื้นที่วางชุดทดสอบ
รายการในหลุม บนตะแกรงเหล็กเสริมบนผิวคอนกรีตเรียบ
จำนวนจุด1323
ค่ามัธยฐาน3.96 มม.1.79 มม.
ช่วงค่า1.13–24.69 มม.1.04–3.76 มม.
จุดที่เกิน 5 มม.6 จุด0 จุด
ผลตัดสินPASS ทุกจุดPASS ทุกจุด

ไม่รวมจุดทดลองแรก (POT-03A) ซึ่งทดสอบก่อนชุดอื่นด้วยขั้นแรง 10% และเคลื่อนตัว 2.50 มม.

ชุดทดสอบ Pull-Out บนผิวคอนกรีตเรียบ กระบอกไฮดรอลิกลูกสูบกลวงวางบนแผ่นเหล็กรองรับ เหล็ก DB16 สอดผ่านกลางกระบอก Dial Gauge ติดขาตั้งแม่เหล็กบนเหล็กกล่องที่วางแยกจากฐานกระบอก พร้อมป้ายระบุจุดทดสอบ
จุดที่ทดสอบบนผิวคอนกรีตเรียบ ฐานกระบอกแนบกับผิวคอนกรีตโดยตรง และขาตั้ง Dial Gauge วางบนเหล็กกล่องแยกจากฐานกระบอก กลุ่มนี้เคลื่อนตัวไม่เกิน 3.76 มม. ทุกจุด (ภาพ: SPN Soil Engineering)

เหตุผลเชิงกลคือ Dial Gauge ไม่ได้วัด "การเลื่อนของเหล็ก" โดยตรง แต่วัดการขยับของแผ่นเหล็กบนหัวกระบอก ซึ่งยกขึ้นพร้อมหัวจับเหล็ก เทียบกับจุดอ้างอิงของขาตั้ง ถ้าฐานรองกระบอกวางบนแผ่นเหล็กและวัสดุหนุนระหว่างเหล็กเสริม ส่วนที่หนุนจะยุบตัวเมื่อรับแรง และถ้าขาตั้ง Dial Gauge วางใกล้พื้นที่รับแรงหรือบนวัสดุหนุนชุดเดียวกัน จุดอ้างอิงก็ขยับตามด้วย ค่าที่อ่านได้จึงรวมการเคลื่อนตัวของชุดทดสอบเข้าไป

การเคลื่อนตัวที่อ่านได้ ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

  • ก. การยืดตัวแบบยืดหยุ่นของเหล็กช่วงที่โผล่พ้นคอนกรีต — คำนวณได้จาก PL/AE (ดูกล่องด้านล่าง)
  • ข. การเลื่อนของเหล็กเทียบกับคอนกรีต — ส่วนที่บอกคุณภาพแรงยึดเหนี่ยวจริง
  • ค. การแนบตัวของชิ้นส่วน — แผ่นรอง น็อต เกลียว และข้อต่อ มักเกิดในขั้นแรก ๆ
  • ง. การทรุดตัวของฐานรองรับและการขยับของจุดอ้างอิง — ขึ้นกับพื้นที่วางชุดทดสอบ

โมเดล 3 มิติด้านล่างแสดงตำแหน่งของทั้ง 4 ส่วนบนชุดทดสอบแบบที่ใช้ในงานนี้ ก้าน Dial Gauge แตะแผ่นเหล็กบนหัวกระบอกซึ่งยกขึ้นพร้อมหัวจับเหล็ก ค่าที่อ่านได้จึงเป็นผลรวมของ ก + ข + ค + ง เสมอ มีเพียงส่วน ข ที่บอกคุณภาพแรงยึดเหนี่ยวจริง

โมเดล 3 มิติ ชุดทดสอบ Pull-Out เหล็กเสียบ DB16 และองค์ประกอบของค่าการเคลื่อนตัวที่อ่านได้ ภาพจำลองสามมิติเชิงหลักการ ตัดคอนกรีตออกหนึ่งมุมให้เห็นเหล็กข้ออ้อย DB16 ฝังลึก 26 เซนติเมตรพร้อมกาวในรูเจาะ บนผิวคอนกรีตมีแหวนฐานรองกระบอก กระบอกไฮดรอลิกลูกสูบกลวงสีเหลืองที่เหล็กสอดผ่านกลาง แผ่นเหล็กสี่เหลี่ยมบนหัวกระบอก และหัวจับเหล็กล็อกด้วยสกรู กระบอกดันแผ่นเหล็กขึ้นจึงดึงเหล็กด้วยแรง 48.75 กิโลนิวตัน ขณะที่ฐานรองกดผิวคอนกรีตลงเป็นแรงปฏิกิริยา Dial Gauge บนขาตั้งแม่เหล็กซึ่งวางบนเหล็กกล่องนอกพื้นที่รับแรง ใช้ก้านแตะแผ่นเหล็กบนหัวกระบอก ค่าที่อ่านได้จึงรวม 4 ส่วน คือ การยืดตัวของเหล็กช่วงที่โผล่ การเลื่อนของเหล็กในคอนกรีต การแนบตัวของชิ้นส่วน และการทรุดตัวของฐานหรือการขยับของจุดอ้างอิง โมเดล 3 มิติ: ชุดทดสอบ Pull-Out เหล็กเสียบ DB16 และที่มาของค่าการเคลื่อนตัว ภาพจำลองเชิงหลักการ · ตัดคอนกรีตออกหนึ่งมุมเพื่อให้เห็นเหล็กฝัง · ไม่ตามมาตราส่วน ฝังลึก 26 ซม. แรงยึดเหนี่ยว (Bond) ปั๊มมือ + เกจแรงดัน แรงดึง P = 48.75 kN (แรงทดสอบของงานนี้) L พื้นที่รับแรงกดจากฐานกระบอก จุดอ้างอิงควรอยู่นอกวงนี้ ส่วนที่ตัดออก (เส้นประ) 1 2 3 4 5 6 7 8 ก ข ค ง ง ค่าที่ Dial Gauge อ่านได้ = ก + ข + ค + ง มีเพียง ข ที่บอกคุณภาพแรงยึดเหนี่ยวของเหล็กจริง ก เหล็กยืดตัวช่วง L ข เหล็กเลื่อนในคอนกรีต ค ชิ้นส่วนแนบตัว ง ฐานทรุด / จุดอ้างอิงขยับ
โมเดล 3 มิติจำลองเชิงหลักการของชุดทดสอบ Pull-Out เหล็ก DB16 ฝังลึก 26 ซม. ตัดคอนกรีตออกหนึ่งมุมเพื่อให้เห็นเหล็กฝังและแรงยึดเหนี่ยว ไม่ตามมาตราส่วน (ภาพ: SPN Soil Engineering)
  1. เหล็กข้ออ้อย DB16 ฝังลึก 26 ซม. ในรูเจาะพร้อมกาว รับแรงด้วยแรงยึดเหนี่ยว (Bond)
  2. ฐานรองกระบอก วางแนบผิวคอนกรีต ถ่ายแรงปฏิกิริยากดลงคอนกรีตรอบเหล็ก
  3. กระบอกไฮดรอลิกลูกสูบกลวง เหล็กสอดผ่านกลางกระบอก
  4. แผ่นเหล็กบนหัวกระบอก จุดที่ก้าน Dial Gauge แตะ
  5. หัวจับเหล็ก ล็อกด้วยสกรู ถ่ายแรงจากกระบอกเข้าเหล็ก
  6. ปั๊มมือไฮดรอลิก + เกจแรงดัน แปลงค่า bar เป็นแรงด้วยใบสอบเทียบของกระบอกชุดนั้น
  7. Dial Gauge วัดการขยับของแผ่นเหล็กเทียบกับจุดอ้างอิง
  8. ขาตั้งแม่เหล็กบนเหล็กกล่อง วางแยกจากฐานกระบอก นอกพื้นที่รับแรงกด
δ = PL / AE = (48,750 N × 300 มม.) / (201 มม.² × 200,000 MPa) ≈ 0.36 มม. ตัวอย่างสมมติความยาวเหล็กจากผิวคอนกรีตถึงหัวจับ (L) 300 มม. — แม้จุดที่ดีที่สุดของงานนี้ (1.04 มม.) ก็มีส่วนที่มาจากการยืดตัวของเหล็กเองราวหนึ่งในสาม ความยาวจริงของแต่ละจุดให้วัดหน้างาน

ASTM E488 ลดความคลาดเคลื่อนจากการเอียงของชุดทดสอบด้วยการวัด 2 ตำแหน่งแล้วหาค่าเฉลี่ย ΔT = ½(AN − AI + BN − BI) ในงานที่สภาพหน้างานไม่เรียบ การใช้ Dial Gauge 2 ตัว และวางขาตั้งบนคานอ้างอิงที่ยึดนอกพื้นที่รับแรง ช่วยให้ค่าการเคลื่อนตัวสะท้อนพฤติกรรมของเหล็กได้ใกล้ความจริงขึ้น

⚠️ บทเรียนจากงานนี้สำหรับการวางแผนทดสอบ

ถ้าต้องการใช้ค่าการเคลื่อนตัวเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ควรนัดทดสอบ ก่อนผูกตะแกรงเหล็กเสริมทับ หรือเตรียมพื้นที่เรียบรอบจุดทดสอบให้วางฐานกระบอกได้แนบ และกำหนดค่าจำกัดการเคลื่อนตัว (ถ้ามี) ไว้ในข้อกำหนดตั้งแต่ต้น

เช็คลิสต์ 7 ข้อ ก่อนรับรายงาน Pull-Out Test

  1. แรงทดสอบและที่มา — ระบุแรงออกแบบ ตัวคูณ และแรงทดสอบสุดท้ายชัดเจน เช่น 39 × 1.25 = 48.75 kN
  2. เลขเครื่องมือตรงกับใบสอบเทียบ — เลขกระบอกและเลขเกจในแผ่นข้อมูลแต่ละจุด ต้องตรงกับใบสอบเทียบที่แนบ
  3. ตารางรายขั้นและกราฟทุกจุด — แรง ค่าเกจ และการเคลื่อนตัวทุกขั้น ไม่ใช่ตารางสรุปคำว่า PASS อย่างเดียว
  4. ขั้นแรงและเวลาค้าง — ขั้นละไม่เกิน 15% ค้างขั้นละ 2 นาที และค้างแรงสุดท้ายตามเวลาที่ข้อกำหนดโครงการระบุ
  5. รูปแบบความเสียหายรายจุด — ระบุว่าไม่มีรอยร้าว หรือบรรยายรูปแบบการวิบัติตาม ASTM E488 ถ้าเกิดขึ้น
  6. ภาพถ่ายและตำแหน่ง — ภาพถ่ายทุกจุดพร้อมป้ายรหัส และรหัสจุดตรงกันทั้งตารางสรุป แผ่นข้อมูล และภาพถ่าย
  7. หมายเหตุสภาพหน้างาน — ถ้ามีเงื่อนไขที่กระทบการวัด เช่น วางชุดทดสอบบนตะแกรงเหล็ก รายงานควรบันทึกไว้ เพื่อให้ผู้ออกแบบอ่านตัวเลขได้ถูกบริบท

สรุป

การอ่านผล Pull-Out Test เริ่มจากตัดสินผ่าน/ไม่ผ่านตามเกณฑ์ ได้แก่ รับแรงครบ ค้างแรงได้ และไม่เกิดการวิบัติ แล้วจึงอ่านกราฟ Load–Movement เพื่อดูคุณภาพ เส้นตรงชันคือรูปแบบที่ควรเป็น เส้นโค้งลาดช่วงท้ายต้องดูช่วงค้างแรง กราฟกระโดดช่วงแรกมักมาจากการแนบตัวของชุดทดสอบ และกราฟที่ลาดตั้งแต่แรงต่ำควรตรวจการวัดก่อน งานจริง 37 จุดนี้ผ่านทุกจุด แต่ข้อมูลชี้ชัดว่าสภาพพื้นที่วางชุดทดสอบมีผลต่อค่าการเคลื่อนตัวมากกว่าตัวเหล็กเอง

ถ้ากำลังวางแผนทดสอบพุกเคมี สตัดเกลียว หรือเหล็กเสียบ ดูรายละเอียดบริการได้ที่ ตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE) หรือดูปัจจัยที่มีผลต่อค่าบริการใน ราคาตรวจสอบโครงสร้าง NDT 2026 ค่าบริการ Pull-Out Test ขึ้นกับจำนวนจุด ขนาดแรงทดสอบ และสภาพพื้นที่ ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม. ทั้งนี้ราคายังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

⚠️ หมายเหตุเรื่องข้อมูลในกรณีศึกษา

ตัวเลขและภาพถ่ายในบทความมาจากงานทดสอบจริงของ SPN โดยไม่ระบุชื่อเจ้าของโครงการ กราฟในบทความพล็อตใหม่จากค่าในแผ่นข้อมูล ส่วนโมเดล 3 มิติเป็นภาพจำลองเชิงหลักการ การจัดกลุ่มรูปแบบกราฟและข้อสันนิษฐานเรื่องที่มาของการเคลื่อนตัวเป็นการอธิบายเชิงความรู้ ไม่ใช่ข้อสรุปเชิงออกแบบ การตัดสินใจเรื่องจุดยึดของแต่ละโครงการต้องผ่านวิศวกรผู้ออกแบบ