วิธีเจาะสำรวจดินที่ใช้ในไทยมีอะไรบ้าง?

การเจาะสำรวจดิน (Soil Boring) คือการเจาะหลุมขนาดเล็กลงไปในชั้นดินเพื่อเก็บตัวอย่างและทดสอบคุณสมบัติของดินแต่ละชั้น วิธีเจาะที่เลือกใช้ขึ้นกับชนิดดิน ความลึกเป้าหมาย และสภาพหน้างาน สรุปเปรียบเทียบ 3 วิธีหลักได้ตามตาราง

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

เปรียบเทียบวิธีเจาะสำรวจดิน 3 แบบหลักที่ใช้ในประเทศไทย
หัวข้อWash BoringRotary DrillingHand Auger
หลักการฉีดน้ำล้างดินขึ้นมาพร้อมตัดดินด้วยหัวเจาะหมุนก้านเจาะพร้อมหัวเจาะ ใช้น้ำหรือสารละลายพยุงหลุมหมุนสว่านเก็บดินด้วยแรงคน
ความลึกที่เหมาะสมงานทั่วไปส่วนใหญ่ (หลายสิบเมตร)งานลึกมากหรือต้องเจาะผ่านชั้นแข็งงานตื้นประมาณ 3–6 เมตร
สภาพดินที่เหมาะดินเหนียว ดินทราย ดินทั่วไปทุกสภาพ รวมชั้นดินแข็งมาก กรวด และหินดินอ่อนถึงแข็งปานกลาง เหนือระดับน้ำใต้ดิน
เก็บแกนหิน (Rock Coring)ไม่ได้ได้ (ตาม ASTM D2113)ไม่ได้
ทำ SPT มาตรฐานได้ได้ได้โดยทั่วไปไม่ได้
ค่าใช้จ่ายสัมพัทธ์💰 ประหยัดที่สุดสำหรับงานทั่วไป💰💰–💰💰💰 สูงกว่า💰 ต่ำ (ขอบเขตงานจำกัด)

แบบจำลองด้านล่างวางทั้ง 3 วิธีบนชั้นดินเดียวกัน จะเห็นว่าความต่างหลักคือความลึกที่เจาะได้ ชั้นดินที่ผ่านได้ และการทดสอบ SPT มาตรฐาน

แบบจำลอง 3 มิติ เปรียบเทียบการเจาะสำรวจ 3 วิธี Hand Auger, Wash Boring และ Rotary Drilling บนชั้นดินเดียวกัน ภาพสามมิติแปลงดินยาวตัดให้เห็นชั้นดิน ได้แก่ ดินถม ดินเหนียวอ่อน ดินเหนียวแข็ง ทรายแน่น และชั้นหินด้านล่าง ระดับน้ำใต้ดินเป็นเส้นประสีฟ้า ด้านซ้ายคนงานหมุนสว่านมือ Hand Auger หลุมตื้นประมาณ 3 ถึง 6 เมตร หยุดที่ระดับน้ำใต้ดินหรือดินแข็ง ไม่ทำ SPT มาตรฐาน ตรงกลางเป็นเครื่องเจาะสามขาแบบฉีดล้าง Wash Boring พร้อมปั๊มน้ำและตุ้ม SPT หลุมลึกหลายสิบเมตรถึงชั้นทรายแน่น มีจุดทดสอบ SPT เป็นช่วง ด้านขวาเป็นเครื่องเจาะแบบหมุน Rotary Drilling บนแคร่พร้อมเสากระโดงและหัวขับหมุน เจาะผ่านชั้นแข็งลงไปในชั้นหินและเก็บแท่งหินตาม ASTM D2113 ความลึกในภาพย่อส่วน แบบจำลอง 3 มิติ — 3 วิธีเจาะบนชั้นดินเดียวกัน แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน Hand Auger สว่านมือ · ~3–6 ม. Wash Boring ใช้มากที่สุด · SPT ได้ Rotary Drilling ลึกมาก / ชั้นแข็ง / หิน หยุดที่ระดับน้ำ/ดินแข็ง ไม่ทำ SPT มาตรฐาน ถึงทรายแน่น SPT ทุก ~1.5 ม. เจาะเก็บแท่งหิน ASTM D2113 ระดับน้ำใต้ดิน ชั้นหิน ความลึกย่อส่วน
แบบจำลอง 3 มิติ — Hand Auger เจาะตื้นประมาณ 3–6 ม. และหยุดที่ระดับน้ำใต้ดินหรือดินแข็ง Wash Boring เจาะลึกหลายสิบเมตรพร้อม SPT เป็นระยะ ส่วน Rotary Drilling เจาะผ่านชั้นแข็งลงถึงชั้นหินและเก็บแท่งหินตาม ASTM D2113 (ความลึกย่อส่วน)

Wash Boring คืออะไร? ทำไมนิยมที่สุดในไทย

การเจาะแบบฉีดล้าง (Wash Boring) คือวิธีเจาะที่ใช้น้ำแรงดันฉีดผ่านก้านเจาะลงไปที่ก้นหลุม น้ำจะพัดเศษดินขึ้นมาตามช่องว่างระหว่างก้านเจาะกับผนังหลุม ร่วมกับการกระแทกและหมุนหัวเจาะเพื่อตัดดิน ใช้เครื่องเจาะชุดสามขา (Tripod) ที่ถอดประกอบและขนย้ายง่าย

เหตุผลที่วิธีนี้นิยมที่สุดในไทยคือ เหมาะกับสภาพชั้นดินส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะชั้นดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ และดินทรายทั่วไป เครื่องมือเข้าถึงหน้างานได้เกือบทุกแบบตั้งแต่บ้านพักอาศัยจนถึงโรงงาน และค่าใช้จ่ายประหยัดที่สุดสำหรับความลึกที่งานอาคารทั่วไปต้องการ ระหว่างเจาะทีมงานจะหยุดทดสอบ SPT และเก็บตัวอย่างดินที่ระดับความลึกที่กำหนดเป็นระยะ

เครื่องเจาะสำรวจดินแบบสามขากำลังเจาะแบบฉีดล้าง (Wash Boring) มีทีมงานประจำตำแหน่งเจาะและวิศวกรร่วมสังเกตการณ์
เครื่องเจาะชุดสามขากับการเจาะแบบฉีดล้าง — วิธีเจาะสำรวจดินที่ใช้มากที่สุดในไทย (ภาพ: หน้างานจริงของ SPN)
ส่วนประกอบของการเจาะสำรวจดินแบบฉีดล้าง Wash Boring รูปด้านและรูปตัดของชุดเจาะสามขาแบบฉีดล้าง ด้านบนเป็นขาสามขาที่ใช้ท่อเหล็กหรือไม้ มีรอกที่ยอดสำหรับยกก้านเจาะ ตุ้ม และถอนปลอกเหล็ก เครื่องยนต์พร้อมกว้านหรือแคทเฮดตั้งอยู่ด้านซ้าย เชือกพันแคทเฮดแล้วขึ้นไปผ่านรอก ลงมาดึงหัวต่อน้ำที่ปลายก้านเจาะ ปั๊มน้ำด้านขวาดูดน้ำจากบ่อพักแล้วส่งผ่านสายยางเข้าหัวต่อน้ำ น้ำไหลลงตามก้านเจาะไปพุ่งออกที่หัวเจาะตัดดินที่ก้นหลุม น้ำพาเศษดินไหลย้อนขึ้นในช่องว่างระหว่างก้านเจาะกับปลอกเหล็ก ออกทางข้อต่อสามทางที่ปากปลอกลงบ่อพัก ซึ่งใช้ดูตัวอย่างเศษดินและหมุนเวียนน้ำกลับไปใช้ ปลอกเหล็กมีหัวรองที่ปลายกันผนังหลุมพังในช่วงดินอ่อน ระหว่างเจาะจะหยุดเป็นระยะเพื่อทดสอบ SPT และเก็บตัวอย่าง Wash Boring — ส่วนประกอบและการไหลของน้ำ แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ขาสามขา (Tripod) ท่อเหล็กหรือไม้ รอกยอด (Crown Sheave) ยกก้านเจาะ/ถอนปลอก เครื่องยนต์ + แคทเฮด กว้านเชือกยก-ปล่อย หัวต่อน้ำ (Water Swivel) น้ำเข้าก้านเจาะ หมุนได้ ปั๊มน้ำ ดูดจากบ่อพัก ส่งเข้าก้านเจาะ ข้อต่อสามทาง (Wash Tee) น้ำ + เศษดินไหลออก บ่อพักน้ำ (Sump) ดูเศษดิน หมุนเวียนน้ำ ปลอกเหล็ก (Casing) กันผนังหลุมพังในดินอ่อน หัวรองปลอก (Casing Shoe) หัวเจาะตัดดิน (Chopping Bit) น้ำพุ่งออก ตัดและชะดิน น้ำลงตามก้านเจาะ ↓ น้ำ + เศษดินขึ้นรอบก้าน ↑ ระหว่างเจาะหยุดทดสอบ SPT และเก็บตัวอย่างเป็นระยะ
ส่วนประกอบของการเจาะแบบฉีดล้าง — ปั๊มส่งน้ำผ่านหัวต่อน้ำลงตามก้านเจาะ พุ่งออกที่หัวเจาะตัดดิน แล้วพาเศษดินขึ้นตามช่องว่างระหว่างก้านเจาะกับปลอกเหล็ก (Casing) ออกทางข้อต่อสามทางลงบ่อพักน้ำ ส่วนเครื่องยนต์กับแคทเฮดใช้ยก-ปล่อยก้านเจาะและตุ้ม SPT

Rotary Drilling คืออะไร? เมื่อไหร่ต้องใช้

การเจาะแบบหมุน (Rotary Drilling) คือวิธีเจาะที่ใช้เครื่องยนต์หมุนก้านเจาะพร้อมหัวเจาะตัดดินต่อเนื่อง ร่วมกับการหมุนเวียนน้ำหรือสารละลายพยุงหลุม (Drilling Fluid) เพื่อพาเศษดินขึ้นและป้องกันหลุมพัง เจาะได้เร็วกว่าและลึกกว่าการเจาะแบบฉีดล้าง

งานที่มักต้องใช้ Rotary Drilling ได้แก่

  • ต้องเจาะผ่านชั้นดินแข็งมาก ชั้นกรวด หรือชั้นหิน — รวมถึงการเจาะเก็บแกนหิน (Rock Coring) ตามมาตรฐาน ASTM D2113 ซึ่งการเจาะแบบฉีดล้างทำไม่ได้
  • งานเจาะลึกพิเศษ — อาคารสูง สะพาน หรือโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ต้องการข้อมูลชั้นดินลึกมาก
  • งานที่มีกำหนดเวลาจำกัด — จำนวนหลุมมากและต้องการความเร็วในการทำงานภาคสนาม
เครื่องเจาะสำรวจดินแบบหมุน (Rotary Drilling) ติดตั้งบนฐานเหล็กในพื้นที่คลังน้ำมัน มีทีมงานควบคุมเครื่อง
เครื่องเจาะแบบหมุนในงานเจาะสำรวจพื้นที่คลังน้ำมัน — พื้นที่ควบคุมความปลอดภัยสูงที่ต้องขอใบอนุญาตทำงานล่วงหน้า (ภาพ: หน้างานจริงของ SPN)
ส่วนประกอบของการเจาะสำรวจแบบหมุน Rotary Drilling และการหมุนเวียนสารละลายพยุงหลุม รูปด้านและรูปตัดเครื่องเจาะแบบหมุนติดตั้งบนแคร่ มีเสากระโดงตั้งตรงเหนือหลุม ชุดหัวขับหมุนเลื่อนขึ้นลงตามเสากระโดงและหมุนก้านเจาะอย่างต่อเนื่อง ด้านบนเป็นหัวต่อน้ำโคลนที่รับสารละลายจากปั๊มโคลน ก้านเจาะต่อลงไปผ่านปลอกเหล็กที่ปากหลุม ถึงหัวเจาะที่ก้นหลุมซึ่งตัดผ่านชั้นดินแข็งจนถึงชั้นหิน สารละลายพยุงหลุมไหลลงตามก้านเจาะ ออกที่หัวเจาะ พาเศษดินเศษหินไหลย้อนขึ้นช่องว่างรอบก้าน ออกทางรางน้ำกลับไปยังบ่อตกตะกอน แล้วล้นเข้าบ่อโคลนหลักให้ปั๊มดูดกลับไปใช้ใหม่ เมื่อถึงชั้นหินจะเปลี่ยนเป็นกระบอกเก็บแท่งหินตาม ASTM D2113 Rotary Drilling — ส่วนประกอบและการหมุนเวียนน้ำโคลน แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน เสากระโดง (Mast) รับหัวขับเลื่อนขึ้นลง หัวต่อน้ำโคลน (Swivel) รับสารละลายเข้าก้าน หัวขับหมุน (Rotary Drive) หมุนก้านเจาะต่อเนื่อง เครื่องยนต์ + กว้าน ปั๊มโคลน (Mud Pump) ส่งสารละลายพยุงหลุม บ่อตกตะกอน → บ่อโคลนหลัก เศษดินตกตะกอน น้ำโคลนกลับไปใช้ ปลอกเหล็ก (Casing) ก้านเจาะ (Drill Pipe) หัวเจาะ / กระบอกเก็บแท่งหิน ตัดผ่านดินแข็งและหิน (ASTM D2113) สารละลายลงตามก้าน ↓ เศษดิน/หินขึ้นรอบก้าน ↑ ชั้นหิน
ส่วนประกอบของการเจาะแบบหมุน — หัวขับบนเสากระโดงหมุนก้านเจาะต่อเนื่อง ปั๊มโคลนส่งสารละลายพยุงหลุม (Drilling Fluid) ลงตามก้านเจาะ พาเศษดินและเศษหินขึ้นไปตกตะกอนในบ่อก่อนหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ เมื่อถึงชั้นหินจึงเปลี่ยนเป็นกระบอกเก็บแท่งหิน

Hand Auger เหมาะกับงานแบบไหน?

สว่านมือ (Hand Auger) คือเครื่องมือเจาะดินด้วยแรงคน ใช้หมุนใบสว่านเก็บดินขึ้นมาทีละช่วง เหมาะกับงานตื้นประมาณ 3–6 เมตรในดินอ่อนถึงแข็งปานกลาง จุดแข็งคือเข้าถึงพื้นที่ที่เครื่องจักรเข้าไม่ได้เลย เช่น พื้นที่ลาดชัน ในป่า หรือในอาคารเพดานต่ำ และค่าใช้จ่ายต่ำ

ข้อจำกัดสำคัญคือ เจาะทะลุชั้นดินแข็งหรือชั้นกรวดไม่ได้ เจาะใต้ระดับน้ำใต้ดินได้ยากเพราะหลุมพังง่าย และโดยทั่วไปไม่สามารถทำ SPT มาตรฐานได้ จึงเหมาะกับงานสำรวจเบื้องต้น งานสิ่งแวดล้อม หรือการเก็บตัวอย่างดินระดับตื้นมากกว่างานออกแบบฐานรากอาคาร

ทุกวิธีทดสอบ SPT ได้เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน การทดสอบ Standard Penetration Test (SPT) ตามมาตรฐาน ASTM D1586 ต้องทำในหลุมเจาะที่สะอาดและมีขนาดเหมาะสมตามที่มาตรฐานกำหนด ซึ่งในทางปฏิบัติของงานสำรวจในไทยได้จากการเจาะแบบฉีดล้างหรือแบบหมุน (อ่านวิธีแปลผลได้ที่ SPT N-Value คืออะไร แปลผลอย่างไร) ส่วนงานที่ใช้สว่านมือหรือพื้นที่ที่ตั้งเครื่องเจาะไม่ได้ วิศวกรอาจใช้การทดสอบทางเลือกอย่าง DCP หรือ KPT ช่วยประเมินแทน ซึ่งให้ข้อมูลคนละระดับความละเอียด — เทียบข้อแตกต่างได้ที่ DCP vs KPT vs SPT ต่างกันอย่างไร

กระบอกเก็บตัวอย่างดินแบบผ่า (Split Spoon) เปิดออกแสดงตัวอย่างดินที่ได้จากการทดสอบ SPT
ผลพลอยได้ของการทดสอบ SPT — ตัวอย่างดินในกระบอกผ่า (Split Spoon) ที่นำขึ้นมาจำแนกชั้นดินและส่งทดสอบต่อในห้องปฏิบัติการ (ภาพ: หน้างานจริงของ SPN)

แล้วงานของคุณควรใช้วิธีไหน?

ข่าวดีคือเจ้าของงานไม่ต้องเลือกเอง — วิศวกรผู้ให้บริการจะเลือกวิธีเจาะให้เหมาะกับชนิดอาคาร ความลึกที่ผู้ออกแบบต้องการ และสภาพหน้างาน โดยระบุไว้ในใบเสนอราคาอย่างชัดเจน งานบ้านพักอาศัยและอาคารทั่วไปในไทยส่วนใหญ่จบด้วย Wash Boring พร้อม SPT ซึ่งเป็นแพ็กเกจมาตรฐานของ บริการเจาะสำรวจและทดสอบดิน ของ SPN — ค่าบริการเริ่มต้นประมาณ 20,000–40,000 บาท สำหรับงาน 2–3 หลุม รวมการทดสอบในห้องปฏิบัติการพื้นฐานและรายงานรับรองโดยวิศวกร (รายละเอียดที่ ราคาเจาะดินบ้าน ปี 2026) ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

ไม่ว่าเจาะด้วยวิธีใด ผลลัพธ์สุดท้ายคือ Boring Log และรายงานเจาะสำรวจดินที่รับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาตสภาวิศวกร ใช้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างได้เหมือนกัน