DCP, KPT และ SPT แต่ละวิธีคืออะไร?

1. DCP — Dynamic Cone Penetrometer (ASTM D6951)

ตุ้ม 8 kg ตกอิสระ 575 mm ตอกกรวย 60° ลงดิน วัดระยะจมต่อครั้ง (mm/blow) แล้วแปลงเป็นค่า in-situ CBR — เป็นเครื่องมือของงานชั้นทาง (Pavement) โดยเฉพาะ อ่านรายละเอียดเต็มได้ในบทความ DCP Test คืออะไร

  • ✓ เบา พกพาง่าย ใช้คนเดียวถึงสองคนทดสอบได้
  • ✓ ได้ค่า CBR สนามทันที ใช้ควบคุมคุณภาพบดอัดและหา Soft Spot
  • ✗ ลึกได้เพียง ~1 เมตร (ต่อก้านได้ราว 2 เมตร แต่ค่าเริ่มคลาดเคลื่อน)
หัวกรวยและก้านตอกของเครื่อง DCP (Dynamic Cone Penetrometer) สำหรับทดสอบกำลังชั้นทาง
DCP — หัวกรวย 60° ตุ้ม 8 kg อุปกรณ์พกพาน้ำหนักเบา ใช้หาค่า in-situ CBR ของชั้นทาง

2. KPT — Kunzelstab Penetration Test (การตอกหยั่งแบบเบา)

ตุ้ม 10 kg ตก 50 cm ตอกหัวกรวยผ่านชั้นดิน นับจำนวนครั้งต่อระยะจม (blows/20 cm) หัวกรวยใหญ่กว่าก้านเจาะจึงลดแรงเสียดทานข้างก้าน — นิยมมากในไทยสำหรับฐานรากตื้นของบ้านและอาคารขนาดเล็ก อ่านรายละเอียดเต็มได้ในบทความ Kunzelstab Penetration Test (KPT) คืออะไร

  • ✓ เร็ว ประหยัด เข้าพื้นที่แคบได้ ไม่ต้องใช้รถเจาะ
  • ✓ ประมาณกำลังแบกทาน (Bearing Capacity) และความหนาชั้นดินอ่อน/แข็งได้
  • ✗ ลึกได้ประมาณ 5 เมตร (ดินอ่อนอาจถึง 7–10 เมตร แต่ความน่าเชื่อถือลดลง)
  • ✗ ไม่ได้ตัวอย่างดินขึ้นมาดู — รู้แค่ "แรงต้าน" ไม่รู้ว่าเป็นดินชนิดใดแน่
เครื่องตอกหยั่งแบบเบา Kunzelstab Penetration Test (KPT) ขณะทดสอบในสนาม
KPT — เครื่องตอกหยั่งแบบเบา (Light Penetrometer) ตุ้ม 10 kg ใช้ทีม 2–3 คน ไม่ต้องใช้รถเจาะ เหมาะกับฐานรากตื้น

3. SPT — Standard Penetration Test (ASTM D1586)

ทำในหลุมเจาะสำรวจ (Borehole) ใช้ตุ้ม 63.5 kg ตก 76 cm ตอกกระบอกผ่าซีก (Split Spoon) ลงดิน 45 cm นับจำนวนครั้งช่วง 30 cm สุดท้ายเป็นค่า N (SPT-N) — มาตรฐานหลักของงานออกแบบฐานรากและเสาเข็ม (ดูวิธีแปลผลในบทความ SPT N-Value)

  • ✓ ลึกได้ 10–30+ เมตร ตามหลุมเจาะ
  • ✓ ได้ตัวอย่างดินขึ้นมาจำแนกชนิดและส่งทดสอบในห้องปฏิบัติการ
  • ✓ ค่า N มีสหสัมพันธ์กับพารามิเตอร์ออกแบบครบที่สุด (กำลังเฉือน ความแน่น กำลังรับน้ำหนักเสาเข็ม)
  • ✗ ต้องใช้รถเจาะ/ชุดเจาะ ค่าใช้จ่ายสูงสุดและใช้เวลามากที่สุด
รถเจาะสำรวจดินขณะทำ Standard Penetration Test (SPT) ในหลุมเจาะ
SPT — ทำในหลุมเจาะสำรวจด้วยรถเจาะและทีมเจาะ ตุ้ม 63.5 kg ได้ทั้งค่า N และตัวอย่างดินสำหรับงานฐานรากลึก/เสาเข็ม

DCP, KPT และ SPT ต่างกันอย่างไร?

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

หัวข้อDCPKPTSPT
มาตรฐานอ้างอิงASTM D6951/D6951Mแนว DIN 4094 (ปัจจุบัน DIN EN ISO 22476-2 · เครื่องแบบเบา DPL)ASTM D1586
ตุ้มน้ำหนัก / ระยะตก8 kg / 575 mm10 kg / 50 cm63.5 kg / 76 cm
พลังงานต่อครั้ง (ทฤษฎี)≈ 45 J≈ 49 J≈ 473 J
ค่าที่วัดDCP Index (mm/blow)จำนวนครั้ง/20 cmSPT-N (ครั้ง/30 cm)
ความลึกเหมาะสม~1 m~5 m10–30+ m
ค่าที่นำไปใช้in-situ CBRกำลังแบกทานโดยประมาณN-value → ออกแบบฐานราก/เสาเข็ม
ได้ตัวอย่างดิน?✗✗✓ (Split Spoon)
อุปกรณ์พกพา 1–2 คนพกพา 2–3 คนรถเจาะ + ทีมเจาะ
ความเร็วเร็วที่สุด (จุดละไม่กี่นาที)เร็วช้าสุด (หลุมละ 1–2 วัน)
ค่าใช้จ่ายสัมพัทธ์฿฿฿฿฿฿฿

พลังงานต่อครั้งในตารางคำนวณจากพลังงานศักย์ m·g·h ของตุ้ม (เช่น SPT = 63.5 kg × 9.81 m/s² × 0.76 m ≈ 473 J) — SPT ใช้พลังงานสูงกว่า DCP และ KPT ราว 10 เท่า จึงตอกผ่านชั้นดินแข็งและลงได้ลึกกว่ามาก ส่วนพลังงานที่ถ่ายลงก้านจริงน้อยกว่าค่าทฤษฎี ขึ้นกับชนิดตุ้มและการใช้งาน

ภาพด้านล่างสรุปตารางข้างต้นเป็นรูปตัดเดียว — ทั้ง 3 วิธีใช้ตุ้มตอกเหมือนกัน แต่ขนาดตุ้ม ระยะตก และความลึกที่ได้ต่างกันมาก

รูปตัดเปรียบเทียบการทดสอบ DCP, KPT และ SPT บนชั้นดินเดียวกัน แสดงตุ้มน้ำหนัก ระยะตก พลังงานต่อครั้ง ความลึกที่ทดสอบได้ และผลที่นำไปใช้ รูปตัดสองมิติแบ่งสามช่องบนระดับดินและชั้นดินเดียวกัน คือ ชั้นทางหรือดินถม ดินเหนียวอ่อน ดินเหนียวแข็ง และทรายแน่น ช่องซ้าย DCP ตาม ASTM D6951 อุปกรณ์พกพา ตุ้ม 8 กิโลกรัม ตก 575 มิลลิเมตร กรวย 60 องศา พลังงานราว 45 จูลต่อครั้ง ลึกประมาณ 1 เมตร ได้ DCP Index มิลลิเมตรต่อครั้ง แปลงเป็น CBR สนาม ช่องกลาง KPT แนว DIN 4094 ปัจจุบันคือ ISO 22476-2 ตุ้ม 10 กิโลกรัม ตก 50 เซนติเมตร พลังงานราว 49 จูลต่อครั้ง หัวกรวยใหญ่กว่าก้าน ลึกประมาณ 5 เมตร ดินอ่อนอาจถึง 7–10 เมตรแต่ความน่าเชื่อถือลดลง ได้จำนวนครั้งต่อ 20 เซนติเมตร ใช้ประมาณ Qa ช่องขวา SPT ตาม ASTM D1586 ในหลุมเจาะใต้ขาตั้งสามขาพร้อมรอกและกว้าน ตุ้ม 63.5 กิโลกรัม ตก 76 เซนติเมตร พลังงานราว 473 จูลต่อครั้ง ตอก Split Spoon 45 เซนติเมตร นับ 30 เซนติเมตรสุดท้ายเป็นค่า N หลุมเจาะลึก 10–30 เมตรขึ้นไปจึงแสดงสัญลักษณ์ตัดช่วงความลึก ได้ SPT-N และตัวอย่างดินสำหรับออกแบบฐานรากและเสาเข็ม พลังงานต่อครั้งคิดจากมวลคูณความเร่งโน้มถ่วงคูณระยะตก เป็นพลังงานศักย์ทางทฤษฎี รูปตัด 2 มิติ (2D): DCP · KPT · SPT — พลังงานตอกและความลึกที่ได้ แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน DCP Dynamic Cone Penetrometer ASTM D6951 KPT Kunzelstab Penetration Test แนว DIN 4094 (ปัจจุบัน ISO 22476-2) SPT Standard Penetration Test ASTM D1586 ตุ้ม 8 kg ตก 575 mm ≈ 45 J/ครั้ง พกพา 1–2 คน ≈ 1 ม. กรวย 60° ตุ้ม 10 kg ตก 50 cm ≈ 49 J/ครั้ง ทีม 2–3 คน · ไม่ใช้รถเจาะ ≈ 5 ม. ดินอ่อนอาจถึง 7–10 ม. แต่ความน่าเชื่อถือลดลง กรวยใหญ่กว่าก้าน Split Spoon นับ 30 cm สุดท้าย ของ 45 cm → N หลุมเจาะ (Borehole) ตุ้ม 63.5 kg ≈ 473 J/ครั้ง ตก 76 cm ชุดเจาะ + ทีมเจาะ 10–30+ ม. ตามหลุมเจาะ ชั้นทาง / ดินถม ดินเหนียวอ่อน Soft Clay ดินเหนียวแข็ง Stiff Clay ทรายแน่น Dense Sand DCP Index (mm/ครั้ง) → CBR สนาม N/20 ซม. → Qa โดยประมาณ SPT-N + ตัวอย่างดิน → ออกแบบฐานราก/เสาเข็ม พลังงานต่อครั้ง = m·g·h (พลังงานศักย์ทางทฤษฎี)
เปรียบเทียบ DCP, KPT และ SPT บนชั้นดินเดียวกัน — ตุ้ม/ระยะตก พลังงานต่อครั้งทางทฤษฎี (≈ 45 / 49 / 473 J) ความลึกที่ทดสอบได้ (≈ 1 ม. / ≈ 5 ม. / 10–30+ ม.) และผลที่นำไปใช้ (แผนภาพ: SPN Soil Engineering)

ตัวอย่างผลทดสอบจริงของทั้ง 3 วิธี

เพื่อให้เห็นภาพว่าผลลัพธ์แต่ละวิธีหน้าตาต่างกันอย่างไร ด้านล่างเป็นรายงานจากโครงการจริงของ SPN — สังเกตว่า DCP ให้ค่า DCP Index/CBR, KPT ให้จำนวนครั้ง/20 cm พร้อมกำลังแบกทานโดยประมาณ ส่วน SPT ให้ค่า N-value คู่กับคำบรรยายชั้นดิน (Soil Description) ที่ได้จากตัวอย่างดินจริง

ตัวอย่างรายงานผล DCP Test แสดงค่า DCP Index, CBR และกราฟ CBR เทียบความลึก
DCP — รายงานค่า DCP Index และ in-situ CBR รายช่วงความลึก พร้อมกราฟ CBR–Depth (ตัวอย่างจริง จุด LS-DCP-9A)
ตัวอย่างรายงานผล Kunzelstab Penetration Test (KPT) แสดงจำนวนครั้งต่อ 20 ซม. และกำลังแบกทาน
KPT — รายงานจำนวนครั้ง/20 cm และกำลังแบกทานยอมให้โดยประมาณ (Qa) ของแต่ละความลึก (ตัวอย่างจริง จุด KZ-1)
ตัวอย่าง Boring Log จาก Standard Penetration Test (SPT) แสดงค่า N-value และคำบรรยายชั้นดิน
SPT — Boring Log แสดงค่า N-value คู่กับคำบรรยายชั้นดินและระดับน้ำใต้ดิน (ตัวอย่างจริง หลุม BH-1)

งานแบบไหนควรเลือกวิธีใด?

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ประเภทงานวิธีที่แนะนำเหตุผล
งานถนน ลานจอด ชั้นทาง พื้นวางบนดิน (Slab-on-grade)DCPต้องการ CBR ของชั้น Subgrade/Subbase ลึกไม่เกิน 1 m
ควบคุมคุณภาพงานถมบดอัด หา Soft SpotDCPทดสอบหลายจุดได้เร็ว เทียบความสม่ำเสมอได้
บ้านพักอาศัย อาคาร 1–2 ชั้น ฐานรากแผ่KPTประเมินกำลังแบกทานถึง ~5 m เพียงพอสำหรับฐานรากตื้น ราคาประหยัด
ตรวจหาความหนาชั้นดินอ่อนเบื้องต้น ก่อนตัดสินใจเจาะจริงKPTหยั่งหลายจุดกระจายทั่วแปลงได้ในงบจำกัด
อาคารหลายชั้น โรงงาน งานที่ใช้เสาเข็มSPT (เจาะสำรวจ)ต้องรู้ชั้นดินลึกถึงชั้นรับเข็ม + ตัวอย่างดินทดสอบแล็บ
งานที่กฎหมาย/ผู้ออกแบบกำหนดให้มี Boring LogSPTKPT/DCP ใช้แทนรายงานเจาะสำรวจไม่ได้
📌 หลักจำง่าย

DCP = ชั้นทาง (ตื้นมาก)  |  KPT = ฐานรากตื้น (กลาง)  |  SPT = ฐานรากลึก/เสาเข็ม (ลึก)

ใช้ 3 วิธีร่วมกันได้ไหม คุ้มกว่าอย่างไร?

ในโครงการจริง ทั้งสามวิธีไม่ได้แข่งกัน แต่เสริมกัน:

  1. KPT หยั่งกระจายทั่วแปลงหลายจุดในงบประหยัด → ทำแผนที่ความหนาชั้นดินอ่อนคร่าว ๆ
  2. SPT เจาะสำรวจในจุดตัวแทนที่เลือกจากผล KPT → ได้ N-value และตัวอย่างดินสำหรับออกแบบจริง
  3. DCP ตรวจรับงานถม/ชั้นทางตอนก่อสร้าง → ยืนยันว่าการบดอัดได้กำลังตามสเปก

วิธีนี้ได้ข้อมูลครอบคลุมทั้งแปลงโดยไม่ต้องเจาะ SPT ทุกจุด ประหยัดงบสำรวจได้มาก (ดูแนวทางงบประมาณในบทความราคาเจาะดิน ปี 2026)

ภาพจำลองด้านล่างแสดงว่าทั้ง 3 วิธีวางอยู่ตรงไหนในโครงการเดียวกัน และแต่ละวิธีลงไปถึงชั้นดินใดบ้าง — KPT กระจายทั่วแปลง, SPT เฉพาะจุดตัวแทนแต่ลึกถึงชั้นทราย, DCP เฉพาะชั้นทางบนถนนและลานจอด

แบบจำลอง 3 มิติ การใช้ KPT, SPT และ DCP ร่วมกันในโครงการเดียว บนแปลงที่ตัดให้เห็นหน้าตัดชั้นดิน ภาพสามมิติเชิงแนวคิดของแปลงก่อสร้างที่ตัดก้อนดินให้เห็นหน้าตัดสองด้าน ชั้นบนเป็นดินเหนียวอ่อน ถัดลงไปเป็นดินเหนียวแข็ง และชั้นทรายด้านล่าง บนผิวดินมีเส้นประแสดงผังอาคารหรือโรงงานในอนาคต หมุดสีฟ้าจำนวนมากกระจายทั่วแปลงคือจุด KPT หน้าตัดแสดงก้าน KPT ลงไปราว 5 เมตรแล้วหยุดในดินเหนียวแข็ง หลุมเจาะ SPT สามจุดอยู่ในตำแหน่งตัวแทน จุดริมหน้าตัดมีชุดเจาะขาตั้งสามขาพร้อมรอกและตุ้ม หลุมเจาะในหน้าตัดลึกผ่านชั้นดินเหนียวถึงชั้นทราย ปลายหลุมเป็นกระบอกผ่าซีก ขีดสีส้มข้างหลุมคือช่วงตอกนับค่า N และเก็บตัวอย่างดิน ด้านขวาเป็นถนนและลานจอดที่มีชั้นทางใต้ผิว จุดสีเขียวคือ DCP ก้านลงตื้นราว 1 เมตรในชั้นทาง กรอบขวาเรียงลำดับ KPT หยั่งกระจายทำแผนที่ความหนาชั้นอ่อนในงบประหยัด SPT เจาะจุดตัวแทนได้ค่า N และตัวอย่างดินเพื่อออกแบบจริง DCP ตรวจรับชั้นทางและงานถมช่วงก่อสร้าง หมายเหตุว่างานที่กฎหมายหรือผู้ออกแบบกำหนดให้มี Boring Log ต้องเจาะ SPT ใช้ KPT หรือ DCP แทนไม่ได้ ดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ หนาราว 12–15 เมตร KPT จึงไปไม่ถึงชั้นทรายรับเข็ม และจำนวนกับตำแหน่งจุดทดสอบวิศวกรเป็นผู้กำหนด แบบจำลอง 3 มิติ (3D): ใช้ 3 วิธีร่วมกันในโครงการเดียว แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน 1 KPT หยั่งกระจาย หมุดสีฟ้าทั่วแปลง 2 SPT จุดตัวแทน ชุดเจาะ + หลุมเจาะ ผังอาคาร/โรงงานในอนาคต 3 DCP บนถนน/ลานจอด ตรวจรับชั้นทาง ก้าน KPT ~5 ม. หยุดในดินเหนียวแข็ง หลุมเจาะ SPT ถึงชั้นทราย ขีดส้ม = ช่วงตอกนับค่า N + เก็บตัวอย่างดิน DCP ~1 ม. เฉพาะชั้นทาง/ดินถม หน้าตัด: ชั้นทาง/ดินถม ดินเหนียวอ่อน ดินเหนียวแข็ง ทราย ลำดับแผนสำรวจแบบผสม 1 KPT หยั่งกระจายทั่วแปลง → แผนที่ความหนาชั้นอ่อน งบประหยัด 2 SPT เจาะจุดตัวแทน → N-value + ตัวอย่างดิน → ใช้ออกแบบจริง 3 DCP ตรวจรับชั้นทาง/งานถม ช่วงก่อสร้าง เมื่อไรต้องเจาะ SPT งานที่กฎหมาย/ผู้ออกแบบกำหนด ให้มี Boring Log ต้องเจาะ SPT — KPT/DCP ใช้แทนไม่ได้ ดินอ่อน กทม. หนา ~12–15 ม. KPT ไปไม่ถึงชั้นทรายรับเข็ม จำนวน/ตำแหน่งวิศวกรกำหนด ภาพเชิงแนวคิด ไม่ใช่ผังสำรวจจริง
ตัวอย่างเชิงแนวคิดการใช้ 3 วิธีร่วมกัน: KPT หยั่งกระจายทั่วแปลง, SPT เจาะจุดตัวแทนลึกถึงชั้นทราย และ DCP ตรวจรับชั้นทางบนถนน/ลานจอด — จำนวนและตำแหน่งจุดทดสอบจริงวิศวกรเป็นผู้กำหนด (แผนภาพ: SPN Soil Engineering)

แปลผลต้องระวังอะไรบ้าง?

⚠️ อย่าเทียบค่าข้ามวิธีตรง ๆ

DCP Index, KPT-N และ SPT-N เป็นคนละค่า พลังงานตอกต่างกันมาก สมการสหสัมพันธ์ระหว่างกันมีอยู่ในงานวิจัย แต่ขึ้นกับชนิดดินและพื้นที่ ควรให้วิศวกรปฐพีเป็นผู้แปลผล

⚠️ KPT/DCP ไม่เห็นน้ำใต้ดิน

ระดับน้ำใต้ดินมีผลมากต่อการออกแบบฐานราก หากจำเป็นต้องทราบ ต้องเจาะสำรวจดิน

❌ ดินกรุงเทพฯ และดินเหนียวอ่อนภาคกลาง

ชั้นดินเหนียวอ่อนหนา ~12–15 m การหยั่งเบาบอกได้แค่ว่า "อ่อนตลอด" แต่การออกแบบเสาเข็มต้องรู้ถึงชั้นทรายรับเข็มซึ่งลึกเกินกำลังของ KPT — งานลักษณะนี้ต้องเจาะสำรวจ + SPT เท่านั้น (อ่านเพิ่มในบทความดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ)

📌 หมายเหตุ

บทความนี้จัดทำเพื่อเป็นความรู้ทางวิศวกรรม การเลือกวิธีทดสอบ จำนวนจุด และการแปลผล ควรเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการและดุลยพินิจของวิศวกรผู้มีใบอนุญาต