ทำไมเจาะดินแล้วต้องทดสอบในแล็บอีก?

เพราะการทดสอบภาคสนามกับการทดสอบในแล็บตอบคำถามคนละชุดกัน การทดสอบภาคสนามอย่าง SPT (Standard Penetration Test) บอกความแน่น–ความแข็งของดินตามความลึก แต่บอกไม่ได้ว่าดินเป็นชนิดไหน และอาคารจะทรุดตัวเท่าไรในกี่ปี — เปรียบเทียบชัด ๆ ตามตารางนี้

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

หัวข้อเปรียบเทียบทดสอบภาคสนาม (เช่น SPT)ทดสอบในห้องปฏิบัติการ
สิ่งที่วัดได้ความแน่น–ความแข็งของดินโดยรวมตามความลึกชนิดดิน กำลังรับแรงเฉือน การยุบอัดตัว
คำถามที่ตอบ"ดินแน่นแค่ไหน ชั้นแข็งอยู่ลึกเท่าไร""ดินชนิดไหน รับน้ำหนักได้เท่าไร จะทรุดเท่าไร"
ทำที่ไหน / เมื่อไรหน้างาน ระหว่างเจาะสำรวจห้องแล็บ หลังส่งตัวอย่างดิน
ผลไปอยู่ตรงไหนคอลัมน์ค่า N ใน Boring Logคอลัมน์ผลแล็บใน Boring Log + ภาคผนวกท้ายรายงาน

ข้อมูลสองส่วนนี้ไม่ใช่ตัวเลือก "อย่างใดอย่างหนึ่ง" แต่เป็นข้อมูลคนละครึ่งที่ต้องประกอบกันใน Boring Log และรายงานเจาะสำรวจดินฉบับสมบูรณ์ที่วิศวกรผู้ออกแบบใช้งานจริง

การทดสอบดินในแล็บแบ่งเป็นกี่กลุ่ม?

การทดสอบดินในห้องปฏิบัติการแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มคุณสมบัติพื้นฐาน (Index Properties) และกลุ่มคุณสมบัติทางวิศวกรรม (Engineering Properties) ซึ่งต่างกันทั้งจุดประสงค์ ชนิดตัวอย่างที่ใช้ และเวลาที่ต้องรอผล

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

หัวข้อเปรียบเทียบกลุ่มที่ 1: Index Propertiesกลุ่มที่ 2: Engineering Properties
จุดประสงค์"รู้จักตัวตน" ของดิน — จำแนกชนิดดินแต่ละชั้นเปลี่ยนดินเป็น "ตัวเลขออกแบบ" — กำลังรับน้ำหนัก การทรุดตัว
ตัวอย่างที่ใช้ตัวอย่างจากกระบอก SPT ได้เกือบทุกช่วงความลึกตัวอย่างคงสภาพ (Undisturbed Sample) ในชั้นดินสำคัญ
รายการหลักMoisture Content, Unit Weight, Atterberg Limits, Sieve AnalysisUnconfined Compression, Consolidation, Direct Shear, Triaxial
เวลารอผลโดยประมาณเร็ว — ระดับวันนานกว่า — บางรายการเช่น Consolidation ใช้เวลาเป็นสัปดาห์
ผลที่ได้ใช้ทำอะไรจำแนกดินตามระบบ USCS เป็นพื้นฐานการแปลผลทุกอย่างคำนวณฐานราก เสาเข็ม และทำนายการทรุดตัวโดยตรง

เพื่อให้เห็นภาพว่าการทดสอบแต่ละกลุ่มทำด้วยเครื่องมืออะไร ภาพจำลองด้านล่างแสดงสถานีทดสอบหลัก 5 จุดในห้องแล็บดิน พร้อมสิ่งที่แต่ละสถานีวัด

แบบจำลอง 3 มิติเชิงแนวคิดของห้องปฏิบัติการทดสอบดิน แสดงสถานีทดสอบหลักห้าสถานี ได้แก่ ตะแกรงร่อน ตู้อบ เครื่อง Unconfined Compression เครื่อง Consolidation และบ่อแช่แบบหล่อ CBR ภาพสามมิติเชิงแนวคิดของห้องแล็บดินแบบตัดมุม พื้นปูกระเบื้อง มีโต๊ะปฏิบัติการสองตัววางเป็นรูปตัวแอลชิดผนังด้านหลังและผนังด้านซ้าย บนโต๊ะด้านหลังจากซ้ายไปขวามีตู้อบพร้อมประตูและช่องกระจก ข้างตู้อบมีถาดกระป๋องอบความชื้นใส่ตัวอย่างดิน ถัดมาเป็นโครงกดของเครื่อง Unconfined Compression มีเสาสองต้น คานบน วงแหวนวัดแรง และตัวอย่างดินเหนียวทรงกระบอกวางระหว่างแผ่นกดบนและล่าง พร้อมมาตรวัดการยุบตัว และปลายโต๊ะเป็นชุดตะแกรงร่อนซ้อนกันหลายชั้นบนเครื่องเขย่า บนโต๊ะด้านซ้ายมีเครื่อง Consolidation สองชุด แต่ละชุดมีเซลล์วงแหวนใส่ตัวอย่าง มาตรวัดการทรุดตัว และแขนคานยื่นออกมาด้านหน้า ปลายแขนแขวนก้านรับตุ้มน้ำหนักเป็นแผ่นซ้อนกัน บนพื้นด้านหน้ามีบ่อน้ำแช่แบบหล่อ CBR สามชุด แต่ละชุดมีแผ่นถ่วงน้ำหนักด้านบนและมาตรวัดการบวมตัวบนขาตั้งสามขา หมายเลขหนึ่งถึงห้าบนเครื่องมือตรงกับกรอบคำอธิบายด้านขวา หนึ่ง ตะแกรงร่อนหาขนาดเม็ดดิน สอง ตู้อบหาความชื้นซึ่งใช้เกือบทุกการทดสอบ สาม Unconfined Compression หาค่า Su ของดินเหนียว สี่ Consolidation บอกว่าจะทรุดเท่าไรและนานแค่ไหน ใช้เวลานานที่สุดในระดับสัปดาห์ ห้า CBR แช่น้ำ 96 ชั่วโมงและวัดการบวมตัว แบบจำลอง 3 มิติ (3D): สถานีทดสอบหลักในห้องปฏิบัติการดิน แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน 1 2 3 4 5 กระป๋องตัวอย่างดิน แยกตามความลึก ก่อนเข้าตู้อบ มาตรวัดการทรุดตัว อ่านค่าตามเวลา ตุ้มน้ำหนักแขวนปลายแขน เพิ่มแรงกดทีละขั้น บ่อแช่น้ำ 96 ชม. จำลองดินอิ่มตัวช่วงฤดูฝน มาตรวัดการบวมตัว บนขาตั้งสามขา + แผ่นถ่วงทับ สถานีทดสอบหลัก 1 ตะแกรงร่อน (Sieve) ขนาดเม็ดดิน · D6913 2 ตู้อบ (Oven) ความชื้น · D2216 ใช้เกือบทุกการทดสอบ 3 Unconfined Compression Su ของดินเหนียว · D2166 4 Consolidation ทรุดเท่าไร นานแค่ไหน · D2435 ใช้เวลานานที่สุด (เป็นสัปดาห์) 5 CBR แช่น้ำ 96 ชม. วัดการบวมตัว D1883 · ดินบดอัดในแบบหล่อ ภาพเชิงแนวคิด ขนาด/ตำแหน่งเครื่องมือไม่ตามจริง
แบบจำลองเชิงแนวคิดของสถานีทดสอบหลักในห้องปฏิบัติการดิน — ตะแกรงร่อนและตู้อบสำหรับคุณสมบัติพื้นฐาน เครื่อง Unconfined Compression และ Consolidation สำหรับคุณสมบัติทางวิศวกรรม และบ่อแช่แบบหล่อ CBR 96 ชั่วโมงสำหรับงานถนน (แผนภาพ: SPN Soil Engineering)

กลุ่มที่ 1: การทดสอบคุณสมบัติพื้นฐาน (Index Properties) มีอะไรบ้าง?

Index Properties คือกลุ่มการทดสอบที่ใช้ "รู้จักตัวตน" ของดินแต่ละชั้น ทำกับตัวอย่างเกือบทุกช่วงความลึก ค่าใช้จ่ายต่อรายการไม่สูง แต่ขาดไม่ได้ เพราะเป็นพื้นฐานของการแปลผลทุกอย่าง

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

การทดสอบมาตรฐานได้ค่าอะไรวิศวกรใช้ทำอะไร
ปริมาณความชื้น
(Moisture / Water Content)
ASTM D2216สัดส่วนน้ำในมวลดิน (%)บ่งชี้ความอ่อน–แข็งของดินเบื้องต้น ดินเหนียวอ่อนมักมีความชื้นสูง และใช้ประกอบการคำนวณของการทดสอบอื่นเกือบทุกรายการ
หน่วยน้ำหนักของดิน
(Unit Weight / Density)
ASTM D7263น้ำหนักดินต่อหน่วยปริมาตรคำนวณหน่วยแรงกดทับในชั้นดิน (Overburden Stress) ตัวแปรตั้งต้นของการวิเคราะห์เกือบทุกอย่าง
ขีดจำกัดแอตเทอร์เบิร์ก
(Atterberg Limits)
ASTM D4318Liquid Limit (LL), Plastic Limit (PL), Plasticity Index (PI)บอกพฤติกรรมดินเหนียวเมื่อความชื้นเปลี่ยน — PI สูงคือดินเหนียวมาก เสี่ยงบวม–หดตัว และใช้จำแนกชนิดดินตามระบบ USCS
วิเคราะห์ขนาดเม็ดดิน
(Sieve Analysis)
ASTM D6913
(Hydrometer: D7928)
สัดส่วนกรวด ทราย และเม็ดละเอียดจำแนกว่าเป็นทรายหรือดินเหนียว — ชั้นทรายแน่นเหมาะรับปลายเสาเข็ม ส่วนดินเม็ดละเอียดต้องวิเคราะห์การทรุดตัวเพิ่ม
ความถ่วงจำเพาะ
(Specific Gravity, Gs)
ASTM D854ความถ่วงจำเพาะของเม็ดดินใช้คำนวณอัตราส่วนช่องว่าง (Void Ratio) ประกอบการวิเคราะห์การยุบอัดตัว

ผลจากกลุ่มนี้จะถูกนำมาจำแนกชนิดดินตามระบบ Unified Soil Classification System (USCS) ซึ่งเป็นภาษากลางที่วิศวกรทั่วโลกใช้สื่อสารกันในรายงานเจาะดิน

ชุดตะแกรงร่อนมาตรฐานสำหรับทดสอบ Sieve Analysis หาการกระจายขนาดเม็ดดินในห้องปฏิบัติการของ SPN
การวิเคราะห์ขนาดเม็ดดิน (Sieve Analysis) ตาม ASTM D6913 ด้วยชุดตะแกรงมาตรฐานเรียงจากช่องใหญ่ลงช่องเล็ก สัดส่วนดินที่ค้างบนแต่ละตะแกรงคือข้อมูลที่ใช้จำแนกว่าชั้นดินนั้นเป็นทราย กรวด หรือดินเม็ดละเอียด (ภาพ: SPN Soil Engineering)

กลุ่มที่ 2: การทดสอบคุณสมบัติทางวิศวกรรม (Engineering Properties) มีอะไรบ้าง?

Engineering Properties คือกลุ่มการทดสอบที่เปลี่ยนตัวอย่างดินให้กลายเป็น "ตัวเลขออกแบบ" โดยตรง ทำกับตัวอย่างคงสภาพ (Undisturbed Sample) ในชั้นดินที่มีผลต่อการออกแบบฐานราก

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

การทดสอบมาตรฐานได้ค่าอะไรวิศวกรใช้ทำอะไร
แรงอัดแกนเดียว
(Unconfined Compression, UC)
ASTM D2166กำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบายน้ำ (Undrained Shear Strength, Su) ของดินเหนียวคำนวณกำลังรับน้ำหนักฐานรากบนดินเหนียว แรงเสียดทานผิวเสาเข็ม (Skin Friction) และเสถียรภาพงานขุด–งานถม
การยุบอัดตัวคายน้ำ
(Consolidation)
ASTM D2435พารามิเตอร์การยุบอัดตัวของดินเหนียวตามเวลาทำนายการทรุดตัวของอาคาร — จะทรุดเท่าไร ใช้เวลานานแค่ไหน สำคัญมากในพื้นที่ดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ
แรงเฉือนตรง
(Direct Shear)
ASTM D3080พารามิเตอร์กำลังรับแรงเฉือน (c, φ)วิเคราะห์เสถียรภาพลาดดิน กำแพงกันดิน และงานที่ดินรับแรงเฉือนแบบระบายน้ำ
แรงอัดสามแกน
(Triaxial UU/CU/CD)
ASTM D2850 / D4767 / D7181กำลังรับแรงเฉือนภายใต้เงื่อนไขการระบายน้ำแบบต่าง ๆงานซับซ้อน เช่น ขุดลึก งานเขื่อน วิเคราะห์เสถียรภาพขั้นสูง — วิศวกรผู้ออกแบบกำหนดตามลักษณะงาน
ตัวอย่างดินเหนียวคงสภาพทรงกระบอกหลังถูกกดจนวิบัติในเครื่องทดสอบ Unconfined Compression ห้องปฏิบัติการ SPN เห็นระนาบวิบัติแนวเฉียงชัดเจน
การทดสอบแรงอัดแกนเดียว (Unconfined Compression, ASTM D2166) — ตัวอย่างดินเหนียวคงสภาพถูกกดจนวิบัติเพื่อหากำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบายน้ำ (Su) ซึ่งเป็นค่าที่วิศวกรใช้คำนวณกำลังรับน้ำหนักฐานรากและแรงเสียดทานผิวเสาเข็มโดยตรง (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ข้อควรรู้: Consolidation Test เป็นรายการที่ใช้เวลานานที่สุด เพราะต้องรอให้ดินคายน้ำตามธรรมชาติในแต่ละขั้นของแรงกด เร่งข้ามไม่ได้ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่รายงานเจาะดินฉบับสมบูรณ์ต้องใช้เวลาจัดทำ (ดู เจาะดินใช้เวลากี่วัน ตั้งแต่เข้างานจนได้รายงาน) — และในพื้นที่ดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ การทดสอบนี้แทบเป็นหัวใจของการออกแบบ (อ่านเพิ่มที่ ดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ กับงานฐานราก)

ชุดเครื่องทดสอบการยุบอัดตัวคายน้ำ (Consolidation / Oedometer) พร้อมชุดตุ้มน้ำหนักในห้องปฏิบัติการทดสอบดินของ SPN
ชุดเครื่องทดสอบการยุบอัดตัวคายน้ำ (Consolidation Test ตาม ASTM D2435) — ตัวอย่างดินเหนียวถูกกดด้วยตุ้มน้ำหนักทีละขั้นและวัดการยุบตัวตามเวลาด้วยมาตรวัด แต่ละขั้นต้องรอให้ดินคายน้ำจนเสถียร จึงเป็นรายการที่ใช้เวลานานที่สุดในแล็บ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

งานถนน งานถมบดอัด และพื้นวางบนดิน ต้องทดสอบอะไรเพิ่ม?

สองกลุ่มข้างต้นตอบคำถามของงานฐานรากและเสาเข็มเป็นหลัก แต่ถ้างานคือถนน ลานจอดรถ พื้นวางบนดิน (Slab on Ground) หรือชั้นดินถมบดอัด คำถามจะเปลี่ยนไปอีกชุดหนึ่ง คือ "ต้องบดอัดที่ความชื้นเท่าไรจึงแน่นที่สุด" และ "ดินชั้นนี้รองรับโครงสร้างชั้นทางได้ดีแค่ไหนเมื่อโดนน้ำ" ซึ่งต้องใช้การทดสอบกับดินที่บดอัดขึ้นใหม่ในห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่ตัวอย่างคงสภาพ

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

การทดสอบมาตรฐานได้ค่าอะไรวิศวกรใช้ทำอะไร
การบดอัดดิน
(Compaction / Proctor)
ASTM D698 (Standard)
ASTM D1557 (Modified)
ความชื้นที่เหมาะสม (OMC) และความหนาแน่นแห้งสูงสุด (Maximum Dry Density)กำหนดความชื้นและความแน่นเป้าหมายของงานบดอัดหน้างาน และเป็นค่าอ้างอิงที่ใช้คำนวณ % การบดอัดจากผลทดสอบความหนาแน่นในสนาม
ซี.บี.อาร์.
(CBR — California Bearing Ratio)
ASTM D1883
(AASHTO T193)
ค่า CBR เป็นเปอร์เซ็นต์ พร้อมค่าการบวมตัว (Swell) ขณะแช่น้ำประเมินกำลังรับของดินคันทาง–ชั้นรองพื้นทาง เพื่อใช้เป็นตัวแปรออกแบบความหนาโครงสร้างชั้นทาง

CBR วัดโดยกดลูกสูบมาตรฐานลงในดินที่บดอัดในแบบหล่อ แล้วเทียบแรงต้านที่ได้กับแรงต้านของหินคลุกมาตรฐานที่ระยะจมเท่ากัน ผลจึงออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ — ยิ่งเปอร์เซ็นต์สูง ดินยิ่งรับน้ำหนักได้ดี ส่วนเกณฑ์ค่าที่ยอมรับได้ของแต่ละชั้นทางเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการหรือหน่วยงานเจ้าของงาน และวิศวกรผู้ออกแบบเป็นผู้กำหนด

ตัวอย่างดินร่อนผ่านตะแกรงเตรียมในถาดพร้อมค้อนบดอัด สำหรับทดสอบ CBR ตามมาตรฐาน ASTM D1883 ในห้องปฏิบัติการของ SPN แบบหล่อ CBR หลายชุดพร้อมแผ่นถ่วงน้ำหนักและก้านวัดการบวมตัว แช่น้ำในบ่อ 96 ชั่วโมงก่อนทดสอบหาค่า CBR
ขั้นตอนการทดสอบ CBR (ASTM D1883) — ซ้าย: เตรียมตัวอย่างดินที่ร่อนผ่านตะแกรงและปรับความชื้นตามผล Proctor ก่อนบดอัดลงแบบหล่อ · ขวา: แบบหล่อที่บดอัดแล้วถูกแช่น้ำนาน 96 ชั่วโมงพร้อมแผ่นถ่วงน้ำหนักจำลองน้ำหนักโครงสร้างชั้นทาง เพื่อจำลองสภาพดินอิ่มตัวช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นสภาวะวิกฤต และวัดการบวมตัวไปพร้อมกัน (ภาพ: SPN Soil Engineering)
📌 ต้องแจ้งตั้งแต่ตอนเก็บตัวอย่าง

Compaction และ CBR ใช้ตัวอย่างดินแบบถุง (Bulk Sample) ปริมาณหลายสิบกิโลกรัม ไม่ใช่ตัวอย่างคงสภาพจากกระบอกเก็บตัวอย่าง ถ้าโครงการมีงานถนนหรือพื้นวางบนดินร่วมด้วย ควรระบุไว้ในขอบเขตงานตั้งแต่แรก เพื่อให้ทีมสนามเก็บตัวอย่างในปริมาณที่พอสำหรับทดสอบ

ตัวอย่างดินคงสภาพ กับตัวอย่างจากกระบอก SPT ต่างกันอย่างไร?

ตัวอย่างดินจากหลุมเจาะที่ส่งเข้าแล็บมี 2 แบบหลัก คือตัวอย่างคงสภาพ (UD) กับตัวอย่างเปลี่ยนสภาพจากกระบอก SPT (SS) และถ้ามีงานถนนหรืองานถมจะมีตัวอย่างถุง (Bulk) เป็นแบบที่ 3 แต่ละแบบใช้กับการทดสอบคนละกลุ่มกัน — ถ้าเก็บตัวอย่างผิดแบบ ผลทดสอบทางวิศวกรรมจะเชื่อถือไม่ได้

แผนภาพด้านล่างไล่เส้นทางของตัวอย่างดินแต่ละแบบ ตั้งแต่เก็บจากหลุมเจาะจนถึงกลุ่มการทดสอบในห้องปฏิบัติการที่ใช้ตัวอย่างนั้น — สังเกตว่าการทดสอบทางวิศวกรรมใช้ได้เฉพาะตัวอย่างคงสภาพ (UD)

ตัวอย่างดินสามชนิดจากหลุมเจาะถูกส่งเข้ากลุ่มการทดสอบในห้องปฏิบัติการที่ต่างกัน และผลทั้งหมดรวมอยู่ใน Boring Log กับภาคผนวกผลแล็บของรายงานเจาะสำรวจดิน แผนภาพสองมิติ ด้านซ้ายเป็นรูปตัดหลุมเจาะสำรวจใต้สามขา ชั้นดินจากบนลงล่างคือ ดินถม ดินเหนียวอ่อน ดินเหนียวแข็ง และทรายแน่น กระบอกสีฟ้าคือตัวอย่างคงสภาพ UD จาก Shelby Tube ในชั้นดินเหนียว กระบอกสีส้มคือตัวอย่างเปลี่ยนสภาพ SS จากกระบอกผ่าของการทดสอบ SPT เก็บเป็นช่วงในดินเหนียวแข็งและทราย และกระสอบสีเขียวบนผิวดินคือตัวอย่างถุง Bulk หลายสิบกิโลกรัมจากดินถม คอลัมน์กลางอธิบายตัวอย่างแต่ละชนิด พร้อมหมายเหตุว่าถ้าเก็บผิดแบบ ผลทางวิศวกรรมเชื่อถือไม่ได้ เส้นเชื่อมสีเดียวกันชี้ไปยังการ์ดด้านขวา กลุ่ม 1 Index Properties ใช้ตัวอย่าง SS และ UD ได้แก่ ความชื้น ASTM D2216 หน่วยน้ำหนัก D7263 Atterberg Limits D4318 ขนาดเม็ดดิน D6913 กับ Hydrometer D7928 และความถ่วงจำเพาะ D854 ผลรวมใช้จำแนกดินตามระบบ USCS กลุ่ม 2 Engineering Properties ใช้เฉพาะ UD ได้แก่ Unconfined Compression D2166 ได้ Su, Consolidation D2435 ได้การทรุดตัวตามเวลา, Direct Shear D3080 ได้ c และ φ และ Triaxial UU CU CD ตาม D2850 D4767 D7181 กลุ่ม 3 งานถนนและงานถมใช้เฉพาะตัวอย่างถุง ได้แก่ Proctor D698 และ D1557 ได้ OMC กับความหนาแน่นแห้งสูงสุด และ CBR D1883 ได้ค่า CBR เป็นเปอร์เซ็นต์กับค่าการบวมตัว แถบล่างสรุปว่าผลทั้งหมดรวมอยู่ใน Boring Log และภาคผนวกผลแล็บของรายงานเจาะสำรวจดิน รูปตัด 2 มิติ (2D): ตัวอย่างดินจากหลุมเจาะ → กลุ่มการทดสอบในแล็บ แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน หลุมเจาะสำรวจ Borehole · เชิงแนวคิด ดินถม ดินเหนียวอ่อน ดินเหนียวแข็ง ทรายแน่น ชนิดตัวอย่าง SS (SPT) Split Spoon ตัวอย่างเปลี่ยนสภาพ UD Shelby Tube ตัวอย่างคงสภาพ Bulk ตัวอย่างถุง หลายสิบ kg แจ้งตั้งแต่ตอนเก็บ ถ้าเก็บผิดแบบ ผลทางวิศวกรรม เชื่อถือไม่ได้ กลุ่ม 1 Index Properties คุณสมบัติพื้นฐาน UD SS การทดสอบ มาตรฐาน ASTM ผลที่ได้ ความชื้น D2216 หน่วยน้ำหนัก D7263 Atterberg Limits D4318 ขนาดเม็ด (Sieve) D6913 Hydrometer D7928 ความถ่วงจำเพาะ (Gs) D854 จำแนกดิน USCS ภาษากลางของรายงานเจาะดิน กลุ่ม 2 Engineering Properties คุณสมบัติทางวิศวกรรม UD เท่านั้น การทดสอบ มาตรฐาน ASTM ผลที่ได้ Unconfined (UC) D2166 Su Consolidation D2435 การทรุดตัวตามเวลา Direct Shear D3080 c, φ Triaxial UU/CU/CD D2850 / D4767 / D7181 Su · c′, φ′ กลุ่ม 3 งานถนน / งานถม บดอัดดินใหม่ในแล็บ Bulk เท่านั้น การทดสอบ มาตรฐาน ASTM ผลที่ได้ บดอัด (Proctor) D698 / D1557 OMC, ρd,max CBR D1883 CBR (%) + Swell 1 2 3 ผลทั้งหมดรวมใน Boring Log + ภาคผนวกผลแล็บ ของรายงานเจาะสำรวจดิน อ่านคู่กับค่า SPT-N จากภาคสนาม — ข้อมูลคนละครึ่งที่วิศวกรผู้ออกแบบใช้งานจริง
ตัวอย่างดิน 3 แบบจากหลุมเจาะใช้กับการทดสอบคนละกลุ่ม — SS และ UD ใช้ทดสอบคุณสมบัติพื้นฐานเพื่อจำแนกดินตามระบบ USCS, UD ใช้ทดสอบคุณสมบัติทางวิศวกรรม และตัวอย่างถุง (Bulk) ใช้ทดสอบ Proctor/CBR สำหรับงานถนนและงานถม (แผนภาพ: SPN Soil Engineering)

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

หัวข้อเปรียบเทียบตัวอย่างคงสภาพ (Undisturbed)ตัวอย่างเปลี่ยนสภาพ (Disturbed / SPT)
วิธีเก็บกระบอกเก็บตัวอย่างแบบพิเศษ รักษาโครงสร้างดินตามธรรมชาติกระบอกผ่า (Split Spoon) จากการตอก SPT
โครงสร้างดินคงสภาพใกล้เคียงในสนามถูกรบกวนจากการตอก
ใช้ทดสอบEngineering Properties — UC, Consolidation, TriaxialIndex Properties — ความชื้น Atterberg Sieve
เก็บจากชั้นไหนชั้นดินเหนียวที่มีผลต่อการออกแบบเกือบทุกช่วงความลึกของหลุมเจาะ
กระป๋องเก็บตัวอย่างดินเรียงเป็นแถวสำหรับหาปริมาณความชื้น มีทั้งดินเหนียว ดินทราย และแท่งดินคงสภาพจากหลุมเจาะสำรวจ
ตัวอย่างดินจากหลุมเจาะที่แยกใส่กระป๋องตามความลึกก่อนอบหาปริมาณความชื้น (ASTM D2216) — สังเกตความต่างของสีและเนื้อดินในแต่ละช่วงความลึก ซึ่งเป็นข้อมูลตั้งต้นก่อนส่งทดสอบรายการอื่นต่อ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

การทดสอบไหนตอบคำถามออกแบบข้อไหน?

ถ้ามองจากฝั่งคำถามที่เจ้าของงานและวิศวกรอยากรู้ แต่ละคำถามมีการทดสอบที่ให้คำตอบตรงตัว ดังนี้

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

คำถามในการออกแบบการทดสอบที่ให้คำตอบ
ดินนี้เป็นดินชนิดไหนAtterberg Limits + Sieve Analysis + Moisture Content
ดินรับน้ำหนักได้เท่าไรUnconfined Compression (ดินเหนียว) + SPT N-value (ภาคสนาม)
อาคารจะทรุดเท่าไร นานแค่ไหนConsolidation Test + Unit Weight
ชั้นไหนเหมาะรับปลายเสาเข็มSieve Analysis + SPT N-value ประกอบกัน
งานขุด/ลาดดินปลอดภัยไหมUnconfined Compression / Direct Shear / Triaxial
ดินถมบดอัดได้ตามเกณฑ์หรือยังCompaction Test (Proctor) + ทดสอบความหนาแน่นในสนาม
ถนน/พื้นวางบนดินต้องหนาเท่าไรCBR + Compaction Test

คำถามเรื่อง "ดินรับน้ำหนักได้เท่าไร" มีรายละเอียดมากกว่าที่คิด — อ่านต่อได้ที่บทความ กำลังรับน้ำหนักของดิน (Bearing Capacity) คืออะไร

เลือกรายการทดสอบอย่างไรให้ไม่ขาดไม่เกิน?

จำนวนและชนิดการทดสอบขึ้นกับชนิดดินที่เจอจริงและลักษณะโครงการ หลักคิดคือ:

  • ตัวอย่างดินทุกช่วงความลึกควรได้รับการทดสอบพื้นฐาน (ความชื้น จำแนกชนิดดิน)
  • การทดสอบทางวิศวกรรมทำกับตัวอย่างคงสภาพในชั้นที่มีผลต่อการออกแบบ เช่น ชั้นดินเหนียวที่ฐานรากหรือเสาเข็มต้องพึ่งพา
  • ใบเสนอราคาที่ดีควรระบุรายการทดสอบและมาตรฐานอ้างอิงชัดเจน
⚠️ ระวังราคาถูกที่ตัดรายการทดสอบ

ราคาเจาะดินที่ถูกผิดปกติมักมาจากการตัดรายการทดสอบสำคัญออก ผลคือได้รายงานที่วิศวกรผู้ออกแบบใช้งานไม่ได้จริง งานเจาะสำรวจดินบ้านพักอาศัยพร้อมทดสอบพื้นฐานเริ่มต้นประมาณ 20,000–40,000 บาท (ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน) — ดูโครงสร้างราคาละเอียดได้ที่ ราคาเจาะดิน ปี 2026 และวิธีคัดเลือกผู้รับจ้างที่ วิธีเลือกบริษัทเจาะสำรวจดิน

สรุป

การทดสอบดินในห้องปฏิบัติการเปลี่ยน "แท่งดิน" จากหลุมเจาะให้กลายเป็นตัวเลขที่วิศวกรใช้ออกแบบฐานรากได้จริง — กลุ่ม Index Properties ตอบว่าดินเป็นชนิดไหน กลุ่ม Engineering Properties ตอบว่ารับน้ำหนักได้เท่าไรและจะทรุดตัวเท่าไร ส่วนงานถนนและงานถมบดอัดใช้ Compaction Test กับ CBR เป็นตัวกำหนดเกณฑ์บดอัดและความหนาโครงสร้างชั้นทาง รายงานเจาะดินที่ไม่มีผลแล็บประกอบจึงเป็นรายงานที่ยังตอบคำถามการออกแบบได้ไม่ครบ

ห้องปฏิบัติการของ SPN Soil Engineering ทดสอบตามมาตรฐาน ASTM ครอบคลุมทั้ง Index Properties และ Engineering Properties และรายงานผลรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาตสภาวิศวกร ดูขอบเขตบริการเจาะสำรวจดินและทดสอบในห้องปฏิบัติการทั้งหมดได้ที่ บริการเจาะสำรวจและทดสอบดิน

📌 หมายเหตุ

บทความนี้จัดทำเพื่อเป็นความรู้ทางวิศวกรรม การกำหนดรายการทดสอบและการแปลผลควรเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการและดุลยพินิจของวิศวกรผู้มีใบอนุญาต