ทีม SPN ติดตั้งแม่แรงไฮดรอลิกและแผ่นเหล็กทดสอบ Plate Bearing Test ใต้รถขุดที่ใช้เป็นน้ำหนักกดทับ หน้างานจังหวัดระยอง
Plate Bearing Test ต้องใช้รถขุดหรือรถบรรทุกถ่วงเป็นน้ำหนักกดทับ (Reaction Load) — ค่าจัดหาเครื่องจักรนี้คือตัวแปรราคาที่ต่างกันมากที่สุดระหว่างใบเสนอราคาแต่ละราย (หน้างานจังหวัดระยอง)

ราคาทดสอบดินในสนามคิดจากอะไร?

ราคาทดสอบดินในสนาม คือค่าบริการที่คิดจากปริมาณงานจริงในแต่ละทริป ไม่ใช่ราคาต่อตารางเมตรของพื้นที่โครงการ ผู้ให้บริการทุกรายคิดจากองค์ประกอบเดียวกัน 5 ส่วน:

  • ค่าเคลื่อนย้ายเข้าหน้างาน (Mobilization) — ค่าเดินทาง ค่าขนย้ายเครื่องมือ และค่าที่พักทีมงานกรณีต่างจังหวัด เป็นค่าคงที่ต่อทริป ไม่ขึ้นกับจำนวนจุด
  • ค่าทดสอบต่อจุด — DCP และ Field Density คิดต่อจุด (หรือเหมาต่อวันเมื่อจุดมาก) ส่วน Plate Bearing คิดต่อจุดโดยจุดหนึ่งใช้เวลาครึ่งวันถึงหนึ่งวัน
  • ค่าน้ำหนักกดทับ (Reaction Load) — เฉพาะ Plate Bearing Test ต้องมีรถขุด รถบรรทุกบรรทุกดิน หรือโครงถ่วงน้ำหนักหลายตันวางเหนือจุดทดสอบ ถ้าหน้างานจัดหาให้ ราคาจะลดลงชัดเจน
  • ค่าทดสอบในห้องปฏิบัติการ — Field Density ต้องมีค่า Maximum Dry Density จาก Compaction Test (ASTM D698 / D1557) ของวัสดุถมชนิดนั้นก่อน จึงคำนวณเปอร์เซ็นต์การบดอัดได้ คิดต่อตัวอย่างวัสดุ
  • ค่ารายงานวิศวกรรม — การประมวลผล กราฟ ตารางสรุป และลงนามรับรองโดยวิศวกรที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร

เพราะค่าเคลื่อนย้ายเป็นค่าคงที่ต่อทริป การทดสอบ 5 จุดกับ 15 จุดในวันเดียวกันจึงต่างกันไม่ถึง 3 เท่า — การรวบจุดทดสอบให้จบในทริปเดียว หรือทดสอบพร้อมงาน เจาะสำรวจดิน ที่เข้าหน้างานอยู่แล้ว คือวิธีลดค่าใช้จ่ายรวมที่ได้ผลที่สุด ลำดับที่ใช้บ่อยในงานถมขนาดใหญ่คือ DCP คัดกรองทั่วแปลงก่อน แล้วค่อยทำ Field Density และ Plate Bearing เฉพาะจุดที่ต้องการ

แบบจำลอง 3 มิติ งานถมดินโรงงานที่รวบการทดสอบ DCP, Field Density และ Plate Bearing ให้จบในการเข้าหน้างานครั้งเดียว เพื่อลดค่าเคลื่อนย้ายที่เป็นค่าคงที่ต่อทริป ภาพสามมิติเชิงแนวคิดของแปลงดินถมที่บดอัดเป็นชั้น ๆ มองเห็นชั้นถมสามชั้นที่ขอบแปลง บนผิวมีจุด DCP สีน้ำเงินกระจายเป็นตารางทั่วแปลงกำกับหมายเลขหนึ่ง มีบริเวณสีแดงหนึ่งจุดคือ Soft Spot ที่ DCP พบ มีชุด Sand Cone สามจุดสำหรับ Field Density กำกับหมายเลขสอง ซึ่งวางอยู่ที่จุดตัวแทนและข้างบริเวณ Soft Spot และมีรถบรรทุกเทท้ายบรรทุกดินเต็มกระบะจอดคร่อมจุด Plate Bearing โดยมีแม่แรงสีแดงดันระหว่างใต้รถกับแผ่นเหล็กกลม กำกับหมายเลขสาม ส่วนมุมหลังของแปลงมีรถกระบะของทีมทดสอบที่เข้ามาครั้งเดียว กรอบด้านขวาอธิบายลำดับงาน ข้อหนึ่ง DCP คัดกรองทั่วแปลงเพราะใช้เวลาไม่กี่นาทีต่อจุด เพื่อหา Soft Spot ก่อน ข้อสอง Field Density เฉพาะจุดตัวแทน ตรวจเปอร์เซ็นต์การบดอัดทีละชั้นคู่กับ Compaction Test ข้อสาม Plate Bearing เฉพาะจุดที่ต้องการค่า k โดยใช้รถหรือเครื่องจักรที่มีในหน้างานเป็นน้ำหนักกดทับ กรอบสีส้มระบุว่าค่าเคลื่อนย้ายเป็นค่าคงที่ต่อทริป การทดสอบ 5 จุดกับ 15 จุดในวันเดียวกันจึงต่างกันไม่ถึง 3 เท่า และการเรียกทีมเข้าออกหลายรอบทำให้เสียค่าเคลื่อนย้ายซ้ำทุกครั้ง แบบจำลอง 3 มิติ (3D): รวบทุกจุดทดสอบให้จบในทริปเดียว แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน 1 2 3 Soft Spot ทีมทดสอบเข้า 1 ทริป จุด DCP Soft Spot ที่ DCP พบ ภาพเชิงแนวคิด · จำนวนและตำแหน่งจุดทดสอบจริงเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการ ลำดับงานในทริปเดียว 1 DCP คัดกรองทั่วแปลง ไม่กี่นาที/จุด · หา Soft Spot ก่อน 2 Field Density จุดตัวแทน % บดอัดทีละชั้น + Compaction Test 3 Plate Bearing จุดที่ต้องการค่า k ใช้รถ/เครื่องจักรในหน้างานถ่วง ค่าเคลื่อนย้าย = ค่าคงที่ต่อทริป 5 จุด 15 จุด ต่างกันไม่ถึง 3 เท่า (เชิงหลักการ) น้ำเงิน = เคลื่อนย้าย · ส้ม = ค่าทดสอบ เรียกทีมเข้า–ออกหลายรอบ = เสียค่าเคลื่อนย้ายซ้ำทุกครั้ง
รวบ DCP, Field Density และ Plate Bearing ให้จบในการเข้าหน้างานครั้งเดียว ค่าเคลื่อนย้ายซึ่งเป็นค่าคงที่ต่อทริปจึงถูกเฉลี่ยไปกับทุกจุด (ภาพเชิงแนวคิด)

วิธีไหนราคาต่ำ วิธีไหนราคาสูง? เทียบระดับราคาแต่ละวิธี

ตารางด้านล่างเทียบระดับราคาเชิงสัมพัทธ์ของการทดสอบดินในสนามแต่ละวิธี โดย 💰 คือกลุ่มราคาต่อจุดต่ำสุด และ 💰💰💰 คือกลุ่มสูงสุด ใช้วางงบประมาณเบื้องต้นและเลือกวิธีให้ตรงกับคำถามที่ต้องการคำตอบ:

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตารางที่ 1: ระดับราคาและหน่วยคิดราคาของการทดสอบดินในสนาม
วิธีทดสอบมาตรฐานอ้างอิงได้คำตอบอะไรหน่วยคิดราคาระดับราคา
DCP (Dynamic Cone Penetrometer)ASTM D6951ค่า DCP Index แปลงเป็น in-situ CBR ของชั้นดินตื้น หา Soft Spot ในงานถมต่อจุด / ต่อวัน💰
Kunzelstab (KPT)แนวทาง DIN EN ISO 22476-2จำนวนครั้งตอกต่อระยะจม ประเมินความแน่นดินตื้นสำหรับงานบ้านและถนนขนาดเล็กต่อจุด / ต่อวัน💰
Field Density — Sand ConeASTM D1556 · มยผ.2204-57ความหนาแน่นแห้งในสนาม เทียบเป็น % การบดอัดของชั้นดินถมต่อจุด + Compaction Test ต่อตัวอย่างวัสดุ💰
Field Density — Nuclear GaugeASTM D6938ความหนาแน่นและความชื้นทันทีหน้างาน เหมาะกับงานถมหลายชั้นที่ต้องตรวจถี่ต่อจุด / ต่อวัน💰💰
Plate Bearing TestASTM D1195 / D1196 · มยผ.1253-62กราฟน้ำหนักกด–การทรุดตัว และค่า Modulus of Subgrade Reaction (k) สำหรับออกแบบพื้นวางบนดิน ฐานแผ่ และชั้นทางต่อจุด (ครึ่งวัน–1 วัน/จุด) + น้ำหนักกดทับ💰💰💰

💰 = กลุ่มราคาต่ำ · 💰💰 = ปานกลาง · 💰💰💰 = สูง — เป็นการเปรียบเทียบระหว่างวิธีเพื่อวางงบเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่ตารางราคาบริการของ SPN ราคาจริงขึ้นกับจำนวนจุดและเงื่อนไขหน้างาน และยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน — ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม.

เทียบอุปกรณ์ เวลาต่อจุด สิ่งที่ได้ หน่วยคิดราคา มาตรฐาน และระดับราคาของการทดสอบดินในสนาม 3 วิธี DCP, Field Density แบบ Sand Cone และ Plate Bearing Test แผนภาพสองมิติแบ่งเป็นสามคอลัมน์ คอลัมน์แรก DCP แสดงก้านเหล็กตั้งตรง มีตุ้มน้ำหนัก 8 กิโลกรัมเลื่อนตกกระแทกแท่นรับ ปลายล่างเป็นกรวยเหล็กจมลงในดิน พร้อมไม้บรรทัดวัดระยะจมข้างก้าน ได้ค่า DCP Index ที่แปลงเป็น CBR ในสนามของชั้นดินตื้น ใช้เวลาไม่กี่นาทีต่อจุด ทำได้หลายสิบจุดต่อวัน คิดราคาต่อจุดหรือต่อวัน อ้างอิง ASTM D6951 จัดอยู่ในกลุ่มราคาต่ำ คอลัมน์ที่สอง Field Density แบบ Sand Cone แสดงขวดทรายคว่ำบนกรวยและแผ่นฐานวางบนชั้นดินถม ใต้แผ่นฐานเป็นหลุมที่ขุดเก็บดิน และมีลูกศรไปยังแบบหล่อ Compaction Test ในห้องปฏิบัติการ ได้เปอร์เซ็นต์การบดอัดของชั้นดินถม ทำได้หลายจุดต่อวัน คิดราคาต่อจุดบวกค่า Compaction Test ต่อตัวอย่างวัสดุ อ้างอิง ASTM D1556 จัดอยู่ในกลุ่มราคาต่ำ คอลัมน์ที่สาม Plate Bearing Test แสดงรถบรรทุกเทท้ายบรรทุกดินเต็มกระบะเป็นน้ำหนักกดทับ มีแม่แรงไฮดรอลิกดันระหว่างคานเหล็กใต้แชสซีรถกับแผ่นเหล็กกลมที่วางซ้อนกันบนผิวดิน และคานอ้างอิงบนขาตั้งพร้อมเกจวัดการทรุดตัวสองตัว ได้กราฟแรงกดกับการทรุดตัวและค่า Modulus of Subgrade Reaction ใช้เวลาครึ่งวันถึงหนึ่งวันต่อจุด ทำได้วันละ 1 ถึง 2 จุด คิดราคาต่อจุดบวกค่าน้ำหนักกดทับ อ้างอิง ASTM D1195/D1196 และ มยผ.1253-62 จัดอยู่ในกลุ่มราคาสูง หมายเหตุด้านล่างระบุว่าระดับราคาเป็นการเปรียบเทียบระหว่างวิธี ไม่ใช่ราคาบริการ และยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ทดสอบดินในสนาม 3 วิธี: อุปกรณ์ เวลาต่อจุด และหน่วยคิดราคา แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน DCP Field Density (Sand Cone) Plate Bearing Test Lab ได้คำตอบอะไร DCP Index → CBR ในสนาม (ดินตื้น) เวลาต่อจุด ไม่กี่นาที · หลายสิบจุด/วัน หน่วยคิดราคา ต่อจุด / เหมาต่อวัน มาตรฐานอ้างอิง ASTM D6951 ฿ กลุ่มราคาต่ำ ได้คำตอบอะไร % การบดอัดของชั้นดินถม เวลาต่อจุด หลายจุดต่อวัน หน่วยคิดราคา ต่อจุด + Compaction Test (ในแล็บ) คิดต่อตัวอย่างวัสดุถม มาตรฐานอ้างอิง ASTM D1556 ฿ กลุ่มราคาต่ำ ได้คำตอบอะไร กราฟแรงกด–ทรุดตัว · ค่า k เวลาต่อจุด ครึ่งวัน–1 วัน · วันละ 1–2 จุด หน่วยคิดราคา ต่อจุด + น้ำหนักกดทับ ใครจัดหารถ/เครื่องจักร = ตัวแปรใหญ่ มาตรฐานอ้างอิง ASTM D1195 / D1196 มยผ.1253-62 ฿ ฿ ฿ กลุ่มราคาสูง ระดับราคาเป็นการเปรียบเทียบระหว่างวิธี ไม่ใช่ราคาบริการ · ราคาจริงขึ้นกับจำนวนจุดและเงื่อนไขหน้างาน ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน
อุปกรณ์ เวลาต่อจุด และหน่วยคิดราคาของ DCP, Sand Cone และ Plate Bearing — ระดับราคาเป็นการเปรียบเทียบระหว่างวิธี ไม่ใช่ราคาบริการ และยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ (ภาพเชิงแนวคิด)
📌 อ่านตารางนี้อย่างไรให้ใช้ได้จริง

DCP ราคาต่อจุดถูกที่สุด แต่ให้ค่า CBR โดยประมาณจากสหสัมพันธ์ ส่วน Plate Bearing แพงกว่าหลายเท่าแต่ให้ค่า k ที่วิศวกรนำไปออกแบบพื้นโรงงานได้ตรง ๆ — เลือกจาก "คำถามที่ต้องตอบ" ก่อน แล้วค่อยเทียบราคา อ่านความต่างเชิงเทคนิคที่ DCP vs KPT vs SPT และ Plate Bearing Test คืออะไร

Plate Bearing Test ราคาเท่าไหร่ ทำไมแพงกว่าวิธีอื่น?

Plate Bearing Test คือการกดแผ่นเหล็กกลมขนาด 30–75 ซม. ลงบนผิวดินเป็นขั้น ๆ แล้ววัดการทรุดตัวตาม ASTM D1195/D1196 และ มยผ.1253-62 ราคาต่อจุดสูงกว่าวิธีอื่นด้วย 3 เหตุผล:

  1. ต้องมีน้ำหนักกดทับหลายตัน — รถขุด รถบรรทุกถ่วง หรือโครง Kentledge วางเหนือจุดทดสอบ ถ้าผู้ให้บริการต้องเช่าเครื่องจักรเอง ราคาจะสูงขึ้นมาก จึงควรระบุในใบเสนอราคาให้ชัดว่าฝ่ายใดจัดหา
  2. ใช้เวลานานต่อจุด — การเพิ่มน้ำหนักทีละขั้นและรอให้การทรุดตัวคงที่ทำให้จุดหนึ่งใช้เวลาครึ่งวันถึงหนึ่งวัน ทีมทดสอบทำได้วันละ 1–2 จุด ต่างจาก DCP ที่ทำได้หลายสิบจุดต่อวัน
  3. ต้องเตรียมหน้างานก่อน — ปรับผิวดินให้ราบ ขุดบ่อทดสอบถึงระดับที่ต้องการ และมีพื้นที่ให้เครื่องจักรเข้าถึง อ่านรายการเตรียมงานที่ เตรียมหน้างาน Plate Bearing Test

สำหรับโครงการที่กฎหมายหรือสเปกกำหนดให้ทดสอบ อ่านเพิ่มที่ Plate Bearing Test กับข้อกำหนดทางกฎหมาย

Field Density Test คิดราคาต่อจุดหรือต่อวัน?

Field Density Test คือการหาความหนาแน่นของดินถมในสนามด้วยวิธี Sand Cone (ASTM D1556) หรือ Nuclear Gauge (ASTM D6938) เพื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์การบดอัดกับค่าจากห้องปฏิบัติการ ราคาคิดได้ 2 แบบตามลักษณะงาน:

  • คิดต่อจุด — เหมาะกับงานตรวจรับชั้นดินถมเป็นครั้งคราว เช่น ตรวจ 5–10 จุดต่อชั้น
  • เหมาต่อวัน — เหมาะกับงานถมขนาดใหญ่ที่ทดสอบทุกชั้นทุกวัน เช่น งานถมโรงงาน ถนน หรือลานคอนเทนเนอร์ ทีมทดสอบประจำหน้างานคิดเหมารายวันจะถูกกว่าคิดต่อจุดมาก
ทีมทดสอบ SPN กับชุดอุปกรณ์ Field Density Test แบบ Sand Cone ครบชุด พร้อมทดสอบความแน่นของดินถมหน้างาน
ชุดอุปกรณ์ Sand Cone พกพาได้ ทดสอบได้หลายจุดต่อวัน — ราคาต่อจุดจึงต่ำ แต่อย่าลืมบวกค่า Compaction Test ในห้องปฏิบัติการของวัสดุถมแต่ละชนิด

ค่าใช้จ่ายที่มักลืม คือ Compaction Test ในห้องปฏิบัติการ (Standard Proctor ASTM D698 หรือ Modified Proctor ASTM D1557) ซึ่งต้องทำกับวัสดุถมทุกชนิดที่ใช้ ถ้าเปลี่ยนแหล่งดินกลางโครงการต้องทดสอบใหม่ ดูขั้นตอนเต็มที่ Field Density Test การหาความแน่นของดินในสนาม และถ้าผลไม่ผ่านเกณฑ์ อ่าน Field Density ไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไร

DCP Test ราคาถูกที่สุดจริงไหม และเมื่อไรควรใช้?

DCP (Dynamic Cone Penetrometer) คือการตอกกรวยเหล็กด้วยตุ้ม 8 กก. แล้ววัดระยะจมต่อครั้งตาม ASTM D6951 อุปกรณ์พกพาได้ด้วยคน 2 คน จุดหนึ่งใช้เวลาไม่กี่นาที จึงเป็นวิธีที่ราคาต่อจุดต่ำสุดในกลุ่ม เหมาะกับ 3 สถานการณ์:

  • หา Soft Spot ในงานถมก่อนเลือกจุดทำ Field Density หรือ Plate Bearing ที่แพงกว่า
  • ประเมิน in-situ CBR ของชั้นดินเดิม (Subgrade) สำหรับงานถนนและลานจอดที่ยังไม่ต้องการค่าจากห้องปฏิบัติการ
  • ตรวจความสม่ำเสมอของชั้นบดอัดหลายจุดในงบจำกัด

ข้อจำกัดคือ DCP ให้ค่า CBR จากสหสัมพันธ์และทดสอบได้ลึกประมาณ 1 เมตร งานที่ต้องการค่ากำลังรับน้ำหนักเพื่อออกแบบโดยตรงยังต้องใช้ Plate Bearing หรือ เจาะสำรวจดินพร้อม SPT อ่านวิธีแปลค่าที่ DCP Test คืออะไร

ปัจจัยอะไรทำให้ใบเสนอราคาต่างกันมากที่สุด?

เมื่อได้ใบเสนอราคาจากหลายเจ้าแล้วตัวเลขต่างกันมาก มักมาจาก 5 ปัจจัยนี้:

  1. ใครจัดหาน้ำหนักกดทับ (Plate Bearing) — ปัจจัยเดี่ยวที่มีผลมากที่สุด
  2. จำนวนทริป — งานถมที่ต้องตรวจทุกชั้นแล้วเรียกทีมเข้า–ออกหลายรอบ มีค่าเคลื่อนย้ายซ้ำทุกครั้ง
  3. ระยะทางและที่พัก — งานต่างจังหวัดมีค่าเดินทาง ค่าขนย้ายเครื่องมือ และค่าที่พักทีมงานเพิ่ม
  4. รวม Compaction Test หรือไม่ — ใบเสนอราคาที่ถูกกว่าอาจไม่รวมค่าห้องปฏิบัติการ
  5. ระดับรายงาน — รายงานผลทดสอบอย่างเดียว ต่างจากรายงานที่วิเคราะห์ค่า k หรือ CBR ออกแบบและลงนามโดยวิศวกรที่มีใบอนุญาต

ใบเสนอราคาทดสอบดินในสนามที่ดีต้องระบุอะไรบ้าง?

ก่อนเทียบราคา ให้เทียบขอบเขตงานก่อน ใบเสนอราคาที่ครบถ้วนควรระบุอย่างน้อย:

  • วิธีทดสอบพร้อมมาตรฐานอ้างอิง เช่น ASTM D1195/D1196, ASTM D1556, ASTM D6951
  • จำนวนจุดต่อวิธี ขนาดแผ่นทดสอบ (Plate Bearing) และน้ำหนักทดสอบสูงสุด
  • ฝ่ายใดจัดหาน้ำหนักกดทับ เครื่องจักร และการเตรียมหน้างาน
  • รวมหรือไม่รวมค่า Compaction Test ในห้องปฏิบัติการ และจำนวนตัวอย่างวัสดุ
  • ระบุชัดว่ารวมหรือไม่รวมค่าเดินทาง ค่าขนย้ายเครื่องมือ และค่าที่พัก
  • รูปแบบรายงาน จำนวนชุด กำหนดส่ง และการลงนามรับรองโดยวิศวกรที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร

งานไหนของ SPN มีราคาเริ่มต้นชัดเจน?

งานทดสอบดินในสนามเสนอราคาเป็นรายโครงการเพราะตัวแปรหน้างานต่างกันมาก แต่งานหลักอื่นของ SPN มีราคาเริ่มต้นอ้างอิงได้:

  • เจาะสำรวจดิน — บ้านพักอาศัย 2–3 ชั้น เริ่มต้นประมาณ 20,000–40,000 บาท (2–3 หลุม รวม Lab Test พื้นฐานและรายงานรับรองโดยวิศวกร)
  • ทดสอบเสาเข็ม — Seismic Integrity Test ประมาณ 100–150 บาท/ต้น · Dynamic Load Test (PDA) เริ่มต้นประมาณ 5,500 บาท/ต้น · Static Load Test 50,000–150,000+ บาท/ต้น
  • ตรวจสอบโครงสร้าง NDT — เทียบระดับราคา Rebound Hammer, UPV, GPR, Core Test และ Floor Load Test

ราคาทุกรายการข้างต้นยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

สรุป

ราคาทดสอบดินในสนามปี 2026 คิดจากจำนวนจุด จำนวนทริป การจัดหาน้ำหนักกดทับ ค่าห้องปฏิบัติการ และระยะทางหน้างาน DCP และ Field Density เป็นกลุ่มราคาต่อจุดต่ำสุด ส่วน Plate Bearing Test สูงสุดเพราะต้องใช้น้ำหนักกดทับหลายตันและใช้เวลาครึ่งวันถึงหนึ่งวันต่อจุด วิธีประหยัดที่ได้ผลที่สุดคือรวบจุดทดสอบให้จบในทริปเดียว จัดหาน้ำหนักกดทับจากเครื่องจักรที่มีในหน้างาน และทดสอบพร้อมงานเจาะสำรวจดินที่เข้าพื้นที่อยู่แล้ว ส่งแผนผังจุดทดสอบและประเภทงานมาที่ SPN เพื่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชั่วโมง ทีมวิศวกรออกหน้างานทั่วประเทศ ดูพื้นที่ให้บริการและราคาเจาะดินเริ่มต้นได้ที่หน้าบริการทดสอบดิน

📌 หมายเหตุ

บทความนี้ให้ความรู้เรื่องโครงสร้างราคาโดยทั่วไป ระดับราคาในตารางเป็นการเปรียบเทียบระหว่างวิธี ไม่ใช่ราคาบริการของ SPN การเลือกวิธีทดสอบ จำนวนจุด และการแปลผลควรเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการและดุลยพินิจของวิศวกรผู้มีใบอนุญาต