DCP Test คืออะไร?

DCP (Dynamic Cone Penetrometer) คือการตอกกรวยเหล็กลงดินด้วยการปล่อยตุ้มน้ำหนัก (Hammer) ตกอย่างอิสระจากความสูงคงที่ซ้ำ ๆ แล้ววัดระยะที่กรวยจมลงต่อจำนวนครั้งที่ตอก หน่วยที่ได้คือมิลลิเมตรต่อการตอก 1 ครั้ง (mm/blow) ซึ่งเรียกว่า ค่า DCP Index

ค่า DCP Index นี้นำไปแปลงเป็นค่า in-situ CBR (California Bearing Ratio) ด้วยสมการสหสัมพันธ์ (Correlation) ที่มาตรฐานกำหนด ทำให้ประเมินกำลังรับน้ำหนักของชั้นดินได้โดยไม่ต้องขุดเก็บตัวอย่างไปทดสอบในห้องปฏิบัติการ จึงนิยมใช้มากในงานโครงสร้างชั้นทาง (Pavement) งานพื้นโรงงาน และงานควบคุมคุณภาพการบดอัด

💡 หลักจำง่าย ๆ

ดินแข็ง → กรวยจมน้อย → DCP Index ต่ำ → CBR สูง  |  ดินอ่อน → กรวยจมมาก → DCP Index สูง → CBR ต่ำ

ทำไมต้องทดสอบ DCP — ได้ประโยชน์อะไรบ้าง?

ประโยชน์หลักของ DCP Test คือการได้ค่ากำลังดินในสนามแบบรวดเร็วโดยไม่ต้องเก็บตัวอย่างเข้าห้องปฏิบัติการ สรุปได้ 4 ด้านตามตาราง:

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตารางที่ 1: ประโยชน์ของการทดสอบ DCP ในงานวิศวกรรม
ประโยชน์รายละเอียด
ประเมิน in-situ CBRนำไปใช้ออกแบบความหนาชั้นทาง (Pavement Design) ได้ทันที
ระบุชั้นดิน (Strata)ตรวจหาความหนาและรอยต่อของชั้นวัสดุที่กำลังต่างกัน
ควบคุมคุณภาพการบดอัดตรวจหา "จุดอ่อน (Soft Spot)" หรือบริเวณที่บดอัดไม่ถึงในงานถม
รวดเร็ว ประหยัดทดสอบหลายจุดได้ในเวลาสั้น อุปกรณ์พกพาเข้าพื้นที่ห่างไกลได้
⚠️ สำคัญ: field CBR ≠ soaked CBR

ค่า CBR ที่ได้จาก DCP เป็น field/in-situ CBR ภายใต้สภาพความชื้นและความหนาแน่นจริง ณ ขณะทดสอบ จะไม่เท่ากับ soaked CBR จากห้องปฏิบัติการ (ซึ่งแช่น้ำจนอิ่มตัว) ต้องระวังเวลานำไปเปรียบเทียบหรืออ้างอิงในการออกแบบ

เครื่อง DCP ประกอบด้วยอุปกรณ์อะไรบ้าง?

เครื่อง DCP มาตรฐานคือชุดตุ้มน้ำหนัก 8 กิโลกรัมที่เลื่อนตกอิสระตามก้านนำ ตอกถ่ายแรงลงก้านเหล็กปลายกรวย 60° โดยแต่ละส่วนมีข้อกำหนดขนาดตาม ASTM D6951 ดังนี้:

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตารางที่ 2: ข้อกำหนดอุปกรณ์เครื่อง DCP แบบตุ้ม 8 kg ตาม ASTM D6951
ส่วนประกอบข้อกำหนด (8-kg DCP)
ตุ้มน้ำหนัก (Hammer)8.0 kg (±0.010 kg)
ระยะตก (Drop Height)575 mm (±1.0 mm)
กรวยปลาย (Cone Tip)มุมรวม 60° (±1°), ฐานเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 mm (±0.25 mm)
ก้านตอก (Drive Rod)เหล็กเส้นผ่านศูนย์กลาง 15.8 mm (5/8")
มาตรวัดสเกลอ่านละเอียดถึง 1 mm
🔧 ตัวเลือกตุ้ม 4.6 kg

กรณีดินอ่อนมากที่ตุ้ม 8 kg ทำให้กรวยจมเร็วเกินไป สามารถใช้ตุ้ม 4.6 kg แทนได้ (รักษาความสูงตก 575 mm เท่าเดิม) แต่ต้องคูณ Hammer Factor = 2 ในการคำนวณ DCP Index (ตุ้ม 8 kg ใช้ Factor = 1)

ปลายกรวยมี 2 แบบ คือ แบบเปลี่ยนหัวได้ (Replaceable Point) ที่ต้องใช้แม่แรงถอน (Extraction Jack) ดึงก้านขึ้น และแบบทิ้งหัว (Disposable Cone) ที่ยึดด้วย O-ring หัวกรวยจะหลุดค้างในดินเมื่อดึงก้านขึ้นหลังทดสอบเสร็จ ช่วยให้ถอนเครื่องได้เร็ว

หัวกรวยปลายและก้านตอกของเครื่อง Dynamic Cone Penetrometer (DCP) มุมกรวยรวม 60 องศา
หัวกรวยปลาย 60° และก้านตอกของเครื่อง DCP มาตรฐานตุ้ม 8 กิโลกรัม — อุปกรณ์พกพาน้ำหนักเบา เข้าทดสอบในพื้นที่จำกัดและพื้นที่ห่างไกลได้สะดวก

ขั้นตอนการทดสอบ DCP มีอะไรบ้าง?

ขั้นตอนการทดสอบ DCP แบ่งเป็น 6 ขั้นหลัก ตั้งแต่ตรวจสภาพเครื่องจนถึงการคำนวณผล โดยแต่ละขั้นมีจุดที่ต้องระวังเพื่อไม่ให้ค่าคลาดเคลื่อน สรุปตามตาราง:

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตารางที่ 3: ขั้นตอนการทดสอบ DCP ตาม ASTM D6951 พร้อมข้อควรระวัง
ขั้นตอนสิ่งที่ทำข้อควรระวัง
1. ตรวจสภาพเครื่องเช็กข้อต่อ (Coupler) ด้ามจับ และความสึกของก้าน/หัวกรวยก่อนเริ่มทดสอบทุกข้อต่อต้องขันแน่น — ข้อต่อหลวมทำให้พลังงานตอกสูญหายและค่าเพี้ยน
2. ตั้งจุดศูนย์ (Zero Point)วางกรวยให้ส่วนที่กว้างที่สุดเสมอผิวชั้นที่จะทดสอบ แล้วบันทึกค่าเริ่มต้นตั้งเครื่องให้ดิ่งตรง หากเริ่มต้นเอียงจะยิ่งเอียงมากขึ้นเมื่อตอกลึก
3. ตอกทดสอบยกตุ้มขึ้นจนแตะด้ามจับเบา ๆ แล้วปล่อยให้ตกอย่างอิสระจากความสูง 575 mmอย่ายกตุ้มกระแทกด้ามจับ และห้ามออกแรงกดหรือประคองตุ้มขณะตก
4. บันทึกผลบันทึกจำนวนครั้งที่ตอกคู่กับระยะจมสะสม (mm) — ดินอ่อนอ่านทุก 1 ครั้ง ดินปกติทุก 5 ครั้ง ดินแข็งมากทุก 10 ครั้งอ่านสเกลละเอียดถึง 1 mm หากบันทึกไม่ครบจะแยกชั้นดินไม่ได้
5. หยุดเมื่อถึงเกณฑ์ Refusalหยุดทดสอบเมื่อตอก 5 ครั้งแล้วกรวยจมไม่เกิน 2 mm หรือด้ามจับเอียงเกิน 75 mm จากแนวดิ่งอย่าฝืนตอกต่อเมื่อเจอก้อนหิน/ชั้นแข็ง — ย้ายจุดใหม่ห่างอย่างน้อย 300 mm
6. ถอนเครื่องและคำนวณถอนก้านด้วยแม่แรงถอน (หัวเปลี่ยนได้) หรือตอกตุ้มขึ้นชนด้าม (หัวทิ้ง) แล้วคำนวณ DCP Index และแปลงเป็น CBRแบบหัวทิ้ง (Disposable Cone) หัวกรวยจะหลุดค้างในดิน — เป็นเรื่องปกติของอุปกรณ์แบบนี้

ความลึกทดสอบทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1,000 mm (1 เมตร) สำหรับงานถนนทั่วไป ระยะจมไม่เกิน 900 mm มักเพียงพอ

คำนวณค่า CBR จาก DCP อย่างไร?

การคำนวณแบ่งเป็น 2 ขั้น คือหาค่า DCP Index จากข้อมูลสนามก่อน แล้วจึงแปลงเป็นค่า CBR ด้วยสมการสหสัมพันธ์ตามชนิดดิน

ขั้นที่ 1: หาค่า DCP Index

DCP Index (mm/blow)  =  ( ระยะจมระหว่างการอ่าน ÷ จำนวนครั้งที่ตอก ) × Hammer Factor Hammer Factor: ตุ้ม 8 kg = 1, ตุ้ม 4.6 kg = 2
✅ ตัวอย่าง

ตอก 5 ครั้ง กรวยจม 25 mm ด้วยตุ้ม 8 kg → DCP Index = (25 ÷ 5) × 1 = 5 mm/blow

ขั้นที่ 2: แปลงเป็น CBR

มาตรฐาน ASTM D6951 (อ้างอิงสมการของ US Army Corps of Engineers) กำหนดสมการสหสัมพันธ์ 3 สมการตามชนิดดิน:

สมการทั่วไป:   CBR = 292 / DCP1.12 ใช้กับดินทุกชนิด ยกเว้นดิน CL ที่ CBR < 10 และดิน CH
ดิน CL (CBR < 10):   CBR = 1 / ( 0.017019 × DCP )2 ดินเหนียวกำลังต่ำ (Lean Clay) ที่ CBR ต่ำกว่า 10
ดิน CH:   CBR = 1 / ( 0.002871 × DCP ) ดินเหนียวกำลังสูง / ดินเหนียวอ้วน (Fat Clay)
⚠️ เลือกสมการให้ถูกชนิดดิน

การเลือกสมการเป็นเรื่องของวิจารณญาณทางวิศวกรรม — ต้องทราบชนิดดิน (Soil Classification) ก่อน หากเลือกผิดสมการ ค่า CBR จะคลาดเคลื่อนมาก

ตารางเทียบ DCP Index กับ CBR

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตารางที่ 4: ค่าเทียบ DCP Index กับ in-situ CBR (ย่อจาก ASTM D6951 Table 2)
DCP Index (mm/blow)CBR (%)ระดับกำลัง
< 3100แข็งมาก
550แข็ง
735ดี
10–1120ปานกลาง
20–2110พอใช้
30–346อ่อน
65–662.7อ่อนมาก
> 324< 0.5อ่อนมากที่สุด

ตารางย่อจาก ASTM D6951 Table 2 (สมการทั่วไป) — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น ค่าจริงควรคำนวณจากสมการที่เหมาะกับชนิดดิน

แปลผลชั้นดินจากกราฟ DCP อย่างไร?

การแปลผลชั้นดิน (Layer Analysis) คือการอ่านความชันของกราฟ DCP เพื่อแยกชั้นวัสดุที่กำลังต่างกัน เมื่อพล็อตกราฟระยะจมสะสม (แกนตั้ง) เทียบกับจำนวนครั้งสะสม (แกนนอน) หากดินมีหลายชั้นที่กำลังต่างกัน ความชันของกราฟจะเปลี่ยนที่รอยต่อแต่ละชั้น:

  • ความชันมาก = จมเร็ว = ดินอ่อน
  • ความชันน้อย = จมช้า = ดินแข็ง

ความหนาของแต่ละชั้นหาได้จากจุดตัดของเส้นที่แทนความชันเฉลี่ยของชั้นที่อยู่ติดกัน จากนั้นจึงคำนวณ DCP Index เฉลี่ยและ CBR ของแต่ละชั้นแยกกัน

ตัวอย่างผลทดสอบ DCP จริง

ตัวอย่างด้านล่างเป็นรายงานผลทดสอบ DCP จากโครงการจริงของ SPN (จุดทดสอบ LS-DCP-9A) ทดสอบจากผิวดินถึงระดับลึก 2.0 เมตร รายงานแสดงจำนวนครั้งที่ตอก ค่า DCP Index และค่า in-situ CBR ของแต่ละช่วงความลึก พร้อมกราฟ CBR–Depth ที่ช่วยให้มองเห็นชั้นอ่อน–แข็งได้ในภาพเดียว

ตัวอย่างรายงานผลทดสอบ Dynamic Cone Penetration Test (DCP) พร้อมตารางค่า DCP Index และกราฟ CBR เทียบความลึก
ตัวอย่างรายงานผลทดสอบ DCP จริง (จุด LS-DCP-9A) — ตารางค่า DCP Index/CBR รายช่วงความลึก และกราฟ CBR–Depth ทางขวา จัดทำโดยทีมวิศวกร SPN Soil Engineering

สังเกตว่าช่วงผิวบน (0–100 mm) เป็นชั้นแอสฟัลต์ ถัดลงไปเป็นชั้นวัสดุบดอัดที่มีค่า CBR สูง สลับกับช่วงที่ค่าลดลงตามความลึก การพล็อตกราฟ CBR เทียบความลึกแบบนี้ทำให้วิศวกรระบุความหนาและกำลังของแต่ละชั้นเพื่อนำไปออกแบบโครงสร้างชั้นทางได้แม่นยำ

DCP มีข้อจำกัดอะไรบ้าง?

ข้อจำกัดหลักของ DCP อยู่ที่ชนิดวัสดุที่ทดสอบได้และความลึกที่จำกัด สรุปเป็นกลุ่ม "ใช้ไม่ได้" กับ "ใช้ได้ดี" ดังนี้:

❌ DCP ใช้ไม่ได้กับ

วัสดุที่ทำให้แข็งตัวสูง (Highly Stabilized) หรือยึดประสาน (Cemented) และวัสดุเม็ดหยาบที่มีก้อนหินใหญ่กว่า 50 mm (2 นิ้ว) เป็นสัดส่วนมาก

✅ DCP ใช้ได้ดีกับ

ดินเม็ดละเอียดและเม็ดหยาบ วัสดุก่อสร้างชนิดเม็ด (Granular Material) และวัสดุที่ปรับปรุงคุณภาพแบบอ่อน (Weakly Stabilized)

หากต้องทดสอบชั้นที่อยู่ใต้ชั้นแข็ง เช่น ใต้ผิวทางที่ยึดประสาน ต้องเจาะหรือคว้าน (Core) เปิดช่องเข้าถึงก่อน โดยเจาะให้เหลือชั้นแข็งไว้ราว 10–20 mm แล้วใช้ DCP ตอกทะลุส่วนที่เหลือ

DCP Test อ้างอิงมาตรฐานอะไร?

มาตรฐานหลักของ DCP Test คือ ASTM D6951 ซึ่งครอบคลุมทั้งข้อกำหนดอุปกรณ์ ขั้นตอน และสมการแปลงค่า CBR:

  • ASTM D6951 / D6951M-18Standard Test Method for Use of the Dynamic Cone Penetrometer in Shallow Pavement Applications (ออกครั้งแรกปี 2003 ปรับปรุงล่าสุดปี 2018)
  • สมการ CBR–DCP อ้างอิงงานวิจัยของ US Army Corps of Engineers (Webster et al., 1992 / 1994)

ความสามารถในการทำซ้ำ (Repeatability) ของ DCP อยู่ที่ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานน้อยกว่า 2 mm/blow ในวัสดุเม็ดหยาบ ถือเป็นการทดสอบสนามที่ให้ผลค่อนข้างน่าเชื่อถือ

DCP ให้ข้อมูลกำลังดินโซนตื้นเป็นหลัก จึงมักใช้ร่วมกับการทดสอบอื่นเพื่อให้ข้อมูลครบสำหรับงานออกแบบและควบคุมคุณภาพ:

  • DCP vs KPT vs SPT — เปรียบเทียบสามวิธีหยั่งดิน เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน
  • Field Density Test — ตรวจรับ % การบดอัดตามสเปก ใช้คู่กับ DCP ที่หาความสม่ำเสมอของกำลัง
  • Plate Bearing Test — หากำลังแบกทานและค่าโมดูลัสปฏิกิริยาดิน (k) ของชั้นบดอัด
  • การเจาะสำรวจดิน + SPT — ข้อมูลชั้นดินลึกสำหรับออกแบบฐานรากและเสาเข็ม
📌 หมายเหตุ

บทความนี้จัดทำเพื่อเป็นความรู้ทางวิศวกรรม การเลือกวิธีทดสอบ จำนวนจุด และการแปลผล ควรเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการและดุลยพินิจของวิศวกรผู้มีใบอนุญาต