DCP Test คืออะไร?

DCP (Dynamic Cone Penetrometer) คือการตอกกรวยเหล็กลงดินด้วยการปล่อยตุ้มน้ำหนัก (Hammer) ตกอย่างอิสระจากความสูงคงที่ซ้ำ ๆ แล้ววัดระยะที่กรวยจมลงต่อจำนวนครั้งที่ตอก หน่วยที่ได้คือมิลลิเมตรต่อการตอก 1 ครั้ง (mm/blow) ซึ่งเรียกว่า ค่า DCP Index

ค่า DCP Index นี้นำไปแปลงเป็นค่า in-situ CBR (California Bearing Ratio) ด้วยสมการสหสัมพันธ์ (Correlation) ที่มาตรฐานกำหนด ทำให้ประเมินกำลังรับน้ำหนักของชั้นดินได้โดยไม่ต้องขุดเก็บตัวอย่างไปทดสอบในห้องปฏิบัติการ จึงนิยมใช้มากในงานโครงสร้างชั้นทาง (Pavement) งานพื้นโรงงาน และงานควบคุมคุณภาพการบดอัด

💡 หลักจำง่าย ๆ

ดินแข็ง → กรวยจมน้อย → DCP Index ต่ำ → CBR สูง  |  ดินอ่อน → กรวยจมมาก → DCP Index สูง → CBR ต่ำ

ทำไมต้องทดสอบ DCP — ได้ประโยชน์อะไรบ้าง?

ประโยชน์หลักของ DCP Test คือการได้ค่ากำลังดินในสนามแบบรวดเร็วโดยไม่ต้องเก็บตัวอย่างเข้าห้องปฏิบัติการ สรุปได้ 4 ด้านตามตาราง:

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตารางที่ 1: ประโยชน์ของการทดสอบ DCP ในงานวิศวกรรม
ประโยชน์รายละเอียด
ประเมิน in-situ CBRนำไปใช้ออกแบบความหนาชั้นทาง (Pavement Design) ได้ทันที
ระบุชั้นดิน (Strata)ตรวจหาความหนาและรอยต่อของชั้นวัสดุที่กำลังต่างกัน
ควบคุมคุณภาพการบดอัดตรวจหา "จุดอ่อน (Soft Spot)" หรือบริเวณที่บดอัดไม่ถึงในงานถม
รวดเร็ว ประหยัดทดสอบหลายจุดได้ในเวลาสั้น อุปกรณ์พกพาเข้าพื้นที่ห่างไกลได้

ในงานควบคุมคุณภาพชั้นทาง ทีมทดสอบจะตอก DCP เป็นแนวตามจุดในแผน QC จุดที่ค่า DCP Index สูงผิดปกติจะชี้ตำแหน่งจุดอ่อน (Soft Spot) ใต้ผิวทางได้ก่อนปูชั้นถัดไป ดังภาพจำลองด้านล่าง

แบบจำลอง 3 มิติ ถนนระหว่างก่อสร้างที่ตรวจชั้นทางด้วย DCP ตามแนวจุดทดสอบ และพบจุดอ่อน (Soft Spot) ในชั้นดินเดิม ภาพสามมิติเชิงแนวคิดของถนนที่ยังไม่ลาดผิวระหว่างก่อสร้าง ปลายด้านหน้าตัดให้เห็นชั้นทาง ชั้นบนเป็นพื้นทางหินคลุก (Base) ถัดลงไปเป็นรองพื้นทางลูกรัง (Subbase) และดินเดิม (Subgrade) ด้านข้างตัดหน้าตัดตามแนวจุดทดสอบ จุดทดสอบ DCP ห้าจุดวางอยู่บนขอบหน้าตัดพอดี เส้นประใต้แต่ละจุดวิ่งลงในระนาบหน้าตัดถึงความลึกทดสอบประมาณ 1 เมตร จุดที่ผ่านเกณฑ์ติดเครื่องหมายถูกสีเขียวและเส้นประหยุดในชั้นดินเดิมปกติ สองจุดติดเครื่องหมายกากบาทสีแดง เส้นประลงไปถึงเลนส์สีแดงโปร่งแสงในหน้าตัดชั้นดินเดิมซึ่งเป็นจุดอ่อน (Soft Spot) จุดหนึ่งมีเครื่อง DCP สูงราว 1.8 เมตรตั้งอยู่ ผู้ทดสอบจับด้ามจับที่ระดับประมาณศีรษะ ตุ้ม 8 kg อยู่บนก้านนำตุ้ม ทั่งรับแรงอยู่ราวระดับเข่าถึงสะโพก ก้านตอกกับสเกลวัดลงดินที่จุดทดสอบ และในหน้าตัดเห็นก้านกับกรวยจมถึงชั้นรองพื้นทาง กรอบขวาอธิบายว่าจุดผ่านมีค่า DCP Index ต่ำ CBR สูง ส่วน Soft Spot มีค่า DCP Index สูง CBR ต่ำ ให้แจ้งวิศวกรพิจารณาแก้ไข เช่น ขุดเปลี่ยนหรือบดอัดใหม่ มีกราฟตัวอย่าง CBR เทียบความลึก (ค่าสมมติ) ของจุดปกติกับจุด Soft Spot ความลึกทดสอบทั่วไปประมาณ 1 เมตร หมายเหตุว่า field CBR ไม่เท่ากับ soaked CBR และตำแหน่งกับระยะจุดทดสอบเป็นไปตามแผน QC ของโครงการ แบบจำลอง 3 มิติ (3D): ตรวจชั้นทางด้วย DCP หาจุดอ่อน (Soft Spot) แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน พื้นทาง (Base) หินคลุก รองพื้นทาง (Subbase) ลูกรัง ดินเดิม (Subgrade) จุดทดสอบ DCP เรียงเป็นแนว ตามความยาวถนน เครื่อง DCP ตุ้ม 8 kg ตอกผ่านชั้นทางลงดินเดิม Soft Spot ในชั้นดินเดิม ใต้จุดที่ DCP Index สูง ภาพเชิงแนวคิด ตัดหน้าตัดผ่านแนวจุดทดสอบ แปลผลตามแนวจุดทดสอบ ผ่าน DCP Index ต่ำ → CBR สูง Soft Spot DCP Index สูง → CBR ต่ำ แจ้งวิศวกรพิจารณาแก้ไข (ขุดเปลี่ยน / บดอัดใหม่) CBR เทียบความลึก (ค่าสมมติ) CBR → ← ความลึก ≈ 1 ม. ปกติ Soft Spot ความลึกทดสอบทั่วไป ≈ 1 ม. field CBR ≠ soaked CBR ค่าในสนาม ≠ ค่าแช่น้ำในห้องแล็บ ตำแหน่ง/ระยะจุดทดสอบ ตามแผน QC ของโครงการ
ตรวจชั้นทางถนนระหว่างก่อสร้างด้วย DCP ตามแนวจุดทดสอบ จุดที่ค่า DCP Index สูง (CBR ต่ำ) บ่งชี้จุดอ่อน (Soft Spot) ในชั้นดินเดิมให้วิศวกรพิจารณาแก้ไข — ภาพเชิงแนวคิด ค่า CBR ในสนามไม่เท่ากับ soaked CBR (แผนภาพ: SPN Soil Engineering)
⚠️ สำคัญ: field CBR ≠ soaked CBR

ค่า CBR ที่ได้จาก DCP เป็น field/in-situ CBR ภายใต้สภาพความชื้นและความหนาแน่นจริง ณ ขณะทดสอบ จะไม่เท่ากับ soaked CBR จากห้องปฏิบัติการ (ซึ่งแช่น้ำจนอิ่มตัว) ต้องระวังเวลานำไปเปรียบเทียบหรืออ้างอิงในการออกแบบ

เครื่อง DCP ประกอบด้วยอุปกรณ์อะไรบ้าง?

เครื่อง DCP มาตรฐานคือชุดตุ้มน้ำหนัก 8 กิโลกรัมที่เลื่อนตกอิสระตามก้านนำ ตอกถ่ายแรงลงก้านเหล็กปลายกรวย 60° โดยแต่ละส่วนมีข้อกำหนดขนาดตาม ASTM D6951 ดังนี้:

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตารางที่ 2: ข้อกำหนดอุปกรณ์เครื่อง DCP แบบตุ้ม 8 kg ตาม ASTM D6951
ส่วนประกอบข้อกำหนด (8-kg DCP)
ตุ้มน้ำหนัก (Hammer)8.0 kg (±0.010 kg)
ระยะตก (Drop Height)575 mm (±1.0 mm)
กรวยปลาย (Cone Tip)มุมรวม 60° (±1°), ฐานเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 mm (±0.25 mm)
ก้านตอก (Drive Rod)เหล็กเส้นผ่านศูนย์กลาง 15.8 mm (5/8")
มาตรวัดสเกลอ่านละเอียดถึง 1 mm
🔧 ตัวเลือกตุ้ม 4.6 kg

กรณีดินอ่อนมากที่ตุ้ม 8 kg ทำให้กรวยจมเร็วเกินไป สามารถใช้ตุ้ม 4.6 kg แทนได้ (รักษาความสูงตก 575 mm เท่าเดิม) แต่ต้องคูณ Hammer Factor = 2 ในการคำนวณ DCP Index (ตุ้ม 8 kg ใช้ Factor = 1)

ปลายกรวยมี 2 แบบ คือ แบบเปลี่ยนหัวได้ (Replaceable Point) ที่ต้องใช้แม่แรงถอน (Extraction Jack) ดึงก้านขึ้น และแบบทิ้งหัว (Disposable Cone) ที่ยึดด้วย O-ring หัวกรวยจะหลุดค้างในดินเมื่อดึงก้านขึ้นหลังทดสอบเสร็จ ช่วยให้ถอนเครื่องได้เร็ว

หัวกรวยปลายและก้านตอกของเครื่อง Dynamic Cone Penetrometer (DCP) มุมกรวยรวม 60 องศา
หัวกรวยปลาย 60° และก้านตอกของเครื่อง DCP มาตรฐานตุ้ม 8 กิโลกรัม — อุปกรณ์พกพาน้ำหนักเบา เข้าทดสอบในพื้นที่จำกัดและพื้นที่ห่างไกลได้สะดวก

ขั้นตอนการทดสอบ DCP มีอะไรบ้าง?

ขั้นตอนการทดสอบ DCP แบ่งเป็น 6 ขั้นหลัก ตั้งแต่ตรวจสภาพเครื่องจนถึงการคำนวณผล โดยแต่ละขั้นมีจุดที่ต้องระวังเพื่อไม่ให้ค่าคลาดเคลื่อน สรุปตามตาราง:

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตารางที่ 3: ขั้นตอนการทดสอบ DCP ตาม ASTM D6951 พร้อมข้อควรระวัง
ขั้นตอนสิ่งที่ทำข้อควรระวัง
1. ตรวจสภาพเครื่องเช็กข้อต่อ (Coupler) ด้ามจับ และความสึกของก้าน/หัวกรวยก่อนเริ่มทดสอบทุกข้อต่อต้องขันแน่น — ข้อต่อหลวมทำให้พลังงานตอกสูญหายและค่าเพี้ยน
2. ตั้งจุดศูนย์ (Zero Point)วางกรวยให้ส่วนที่กว้างที่สุดเสมอผิวชั้นที่จะทดสอบ แล้วบันทึกค่าเริ่มต้นตั้งเครื่องให้ดิ่งตรง หากเริ่มต้นเอียงจะยิ่งเอียงมากขึ้นเมื่อตอกลึก
3. ตอกทดสอบยกตุ้มขึ้นจนแตะด้ามจับเบา ๆ แล้วปล่อยให้ตกอย่างอิสระจากความสูง 575 mmอย่ายกตุ้มกระแทกด้ามจับ และห้ามออกแรงกดหรือประคองตุ้มขณะตก
4. บันทึกผลบันทึกจำนวนครั้งที่ตอกคู่กับระยะจมสะสม (mm) — ดินอ่อนอ่านทุก 1 ครั้ง ดินปกติทุก 5 ครั้ง ดินแข็งมากทุก 10 ครั้งอ่านสเกลละเอียดถึง 1 mm หากบันทึกไม่ครบจะแยกชั้นดินไม่ได้
5. หยุดเมื่อถึงเกณฑ์ Refusalหยุดทดสอบเมื่อตอก 5 ครั้งแล้วกรวยจมไม่เกิน 2 mm หรือด้ามจับเอียงเกิน 75 mm จากแนวดิ่งอย่าฝืนตอกต่อเมื่อเจอก้อนหิน/ชั้นแข็ง — ย้ายจุดใหม่ห่างอย่างน้อย 300 mm
6. ถอนเครื่องและคำนวณถอนก้านด้วยแม่แรงถอน (หัวเปลี่ยนได้) หรือตอกตุ้มขึ้นชนด้าม (หัวทิ้ง) แล้วคำนวณ DCP Index และแปลงเป็น CBRแบบหัวทิ้ง (Disposable Cone) หัวกรวยจะหลุดค้างในดิน — เป็นเรื่องปกติของอุปกรณ์แบบนี้

ความลึกทดสอบทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1,000 mm (1 เมตร) สำหรับงานถนนทั่วไป ระยะจมไม่เกิน 900 mm มักเพียงพอ

คำนวณค่า CBR จาก DCP อย่างไร?

การคำนวณแบ่งเป็น 2 ขั้น คือหาค่า DCP Index จากข้อมูลสนามก่อน แล้วจึงแปลงเป็นค่า CBR ด้วยสมการสหสัมพันธ์ตามชนิดดิน

ขั้นที่ 1: หาค่า DCP Index

DCP Index (mm/blow)  =  ( ระยะจมระหว่างการอ่าน ÷ จำนวนครั้งที่ตอก ) × Hammer Factor Hammer Factor: ตุ้ม 8 kg = 1, ตุ้ม 4.6 kg = 2
✅ ตัวอย่าง

ตอก 5 ครั้ง กรวยจม 25 mm ด้วยตุ้ม 8 kg → DCP Index = (25 ÷ 5) × 1 = 5 mm/blow

ขั้นที่ 2: แปลงเป็น CBR

มาตรฐาน ASTM D6951 (อ้างอิงสมการของ US Army Corps of Engineers) กำหนดสมการสหสัมพันธ์ 3 สมการตามชนิดดิน:

สมการทั่วไป:   CBR = 292 / DCP1.12 ใช้กับดินทุกชนิด ยกเว้นดิน CL ที่ CBR < 10 และดิน CH
ดิน CL (CBR < 10):   CBR = 1 / ( 0.017019 × DCP )2 ดินเหนียวกำลังต่ำ (Lean Clay) ที่ CBR ต่ำกว่า 10
ดิน CH:   CBR = 1 / ( 0.002871 × DCP ) ดินเหนียวกำลังสูง / ดินเหนียวอ้วน (Fat Clay)
⚠️ เลือกสมการให้ถูกชนิดดิน

การเลือกสมการเป็นเรื่องของวิจารณญาณทางวิศวกรรม — ต้องทราบชนิดดิน (Soil Classification) ก่อน หากเลือกผิดสมการ ค่า CBR จะคลาดเคลื่อนมาก

ตารางเทียบ DCP Index กับ CBR

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตารางที่ 4: ค่าเทียบ DCP Index กับ in-situ CBR (ย่อจาก ASTM D6951 Table 2)
DCP Index (mm/blow)CBR (%)ระดับกำลัง
< 3100แข็งมาก
550แข็ง
735ดี
10–1120ปานกลาง
20–2110พอใช้
30–346อ่อน
65–662.7อ่อนมาก
> 324< 0.5อ่อนมากที่สุด

ตารางย่อจาก ASTM D6951 Table 2 (สมการทั่วไป) — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น ค่าจริงควรคำนวณจากสมการที่เหมาะกับชนิดดิน

แปลผลชั้นดินจากกราฟ DCP อย่างไร?

การแปลผลชั้นดิน (Layer Analysis) คือการอ่านความชันของกราฟ DCP เพื่อแยกชั้นวัสดุที่กำลังต่างกัน เมื่อพล็อตกราฟระยะจมสะสม (แกนตั้ง) เทียบกับจำนวนครั้งสะสม (แกนนอน) หากดินมีหลายชั้นที่กำลังต่างกัน ความชันของกราฟจะเปลี่ยนที่รอยต่อแต่ละชั้น:

  • ความชันมาก = จมเร็ว = ดินอ่อน
  • ความชันน้อย = จมช้า = ดินแข็ง

ความหนาของแต่ละชั้นหาได้จากจุดตัดของเส้นที่แทนความชันเฉลี่ยของชั้นที่อยู่ติดกัน จากนั้นจึงคำนวณ DCP Index เฉลี่ยและ CBR ของแต่ละชั้นแยกกัน

รูปด้านล่างวางเครื่อง DCP บนชั้นทางคู่กับกราฟที่ใช้มาตราความลึกเดียวกัน จะเห็นว่าความชันของกราฟเปลี่ยนตรงรอยต่อชั้นพอดี ช่วงที่ชันมากคือชั้นที่อ่อนกว่า

รูปตัดเครื่อง DCP ตุ้ม 8 kg บนชั้นทางที่ยังไม่ลาดผิว และกราฟจำนวนครั้งสะสมกับระยะจมสะสมที่ความชันเปลี่ยนตรงรอยต่อชั้นทาง ช่องซ้ายเป็นรูปตัดเครื่อง Dynamic Cone Penetrometer ตุ้ม 8 kg ตั้งดิ่งบนชั้นทางที่ยังไม่ลาดผิว ชั้นบนเป็นพื้นทางหินคลุก (Base) ถัดลงไปเป็นรองพื้นทางลูกรัง (Subbase) และดินเดิม (Subgrade) ด้านบนสุดคือด้ามจับ ก้านนำตุ้มเป็นรางให้ตุ้ม 8 kg ซึ่งยกขึ้นจนแตะด้ามจับแล้วปล่อยตกอิสระ ระยะตก 575 mm ลงกระแทกทั่งรับแรงซึ่งเป็นข้อต่อกับก้านตอก Ø 15.8 mm ข้างก้านมีสเกลวัดอ่านละเอียด 1 mm ตั้งบนผิวชั้นทดสอบ ซึ่งเป็นจุดศูนย์ของการอ่านค่า กรวยปลายจมลงถึงชั้นรองพื้นทางแล้ว กรอบขยายแสดงกรวยมุมรวม 60 องศา ฐาน Ø 20 mm ช่องขวาเป็นกราฟจำนวนครั้งสะสมเทียบระยะจมสะสม (ค่าสมมติ) แกนความลึกตรงกับรูปตัดทางซ้าย เส้นประเชื่อมรอยต่อชั้นให้เห็นว่าความชันเปลี่ยนตรงรอยต่อพอดี Base DCP ประมาณ 5 mm ต่อครั้ง CBR ประมาณ 48% Subbase DCP ประมาณ 10 CBR ประมาณ 22% Subgrade DCP ประมาณ 30 CBR ประมาณ 6% คำนวณจากสมการทั่วไป CBR = 292/DCP ยกกำลัง 1.12 ตาม ASTM D6951 ความชันมากหมายถึงจมเร็วคือดินอ่อน แถบล่างสรุปการหา DCP Index การเลือกสมการตามชนิดดิน และเกณฑ์หยุดตอก Refusal รูปตัด 2 มิติ (2D): เครื่อง DCP และการอ่านชั้นทางจากกราฟ แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ส่วนประกอบเครื่อง DCP พื้นทาง หินคลุก (Base) รองพื้นทาง ลูกรัง (Subbase) ดินเดิม (Subgrade) 8 ตุ้ม 8 kg (Hammer) ก้านนำตุ้ม (Upper Rod) ทั่งรับแรง/ข้อต่อ (Anvil/Coupler) ก้านตอก Ø 15.8 mm (Drive Rod) ด้ามจับ (Handle) ระยะตก 575 mm ปล่อยตุ้มตกอิสระ สเกลวัด อ่านละเอียด 1 mm จุดศูนย์ (Zero) ที่ผิวชั้นทดสอบ กรวยปลาย (ขยาย) 60° Ø 20 mm อ่านชั้นทางจากกราฟ DCP ความชันของกราฟเปลี่ยนตรงรอยต่อชั้นทาง CBR = 292 / DCP1.12 สมการทั่วไป ASTM D6951 DCP หน่วย mm/ครั้ง ความชันมาก = จมเร็ว = ดินอ่อน ความชันน้อย = จมช้า = ดินแข็ง = รอยต่อชั้น = อ่านทุก 5 ครั้ง จำนวนครั้งสะสม vs ระยะจมสะสม (ค่าสมมติ) 20 40 60 200 400 600 800 0 จำนวนครั้งสะสม → ← ระยะจมสะสม (mm) Base Subbase Subgrade DCP ≈ 5 mm/ครั้ง → CBR ≈ 48% DCP ≈ 10 mm/ครั้ง → CBR ≈ 22% DCP ≈ 30 mm/ครั้ง → CBR ≈ 6% 1 DCP Index (mm/ครั้ง) ระยะจม ÷ จำนวนครั้ง (× Hammer Factor) 2 เลือกสมการตามชนิดดิน ทั่วไป / ดิน CL (CBR < 10) / ดิน CH 3 เกณฑ์หยุด (Refusal) 5 ครั้งจม ≤ 2 mm หรือด้ามเอียง > 75 mm
เครื่อง DCP ตุ้ม 8 kg ตาม ASTM D6951 (ระยะตก 575 mm ก้านตอก Ø 15.8 mm กรวย 60° Ø 20 mm) คู่กับกราฟจำนวนครั้งสะสม–ระยะจมสะสม (ค่าสมมติ) ที่ความชันเปลี่ยนตรงรอยต่อชั้นทางพอดี แล้วแปลงค่า DCP Index ของแต่ละชั้นเป็น CBR ด้วยสมการทั่วไป CBR = 292/DCP1.12 (แผนภาพ: SPN Soil Engineering)
✅ อ่านค่าจากภาพตัวอย่าง (ค่าสมมติ)

ชั้นพื้นทางจม 150 mm ใน 30 ครั้ง = 5 mm/ครั้ง → CBR ≈ 48% · ชั้นรองพื้นทางจม 200 mm ใน 20 ครั้ง = 10 mm/ครั้ง → CBR ≈ 22% · ดินเดิมจม 450 mm ใน 15 ครั้ง = 30 mm/ครั้ง → CBR ≈ 6% (คำนวณจาก CBR = 292/DCP1.12) — ช่วงที่ค่า CBR ต่ำที่สุดคือชั้นที่ผู้ออกแบบต้องให้ความสำคัญ และตำแหน่งที่ค่าต่ำผิดปกติเมื่อเทียบกับจุดข้างเคียงคือสัญญาณของจุดอ่อน

ตัวอย่างผลทดสอบ DCP จริง

ตัวอย่างด้านล่างเป็นรายงานผลทดสอบ DCP จากโครงการจริงของ SPN (จุดทดสอบ LS-DCP-9A) ทดสอบจากผิวดินถึงระดับลึก 2.0 เมตร รายงานแสดงจำนวนครั้งที่ตอก ค่า DCP Index และค่า in-situ CBR ของแต่ละช่วงความลึก พร้อมกราฟ CBR–Depth ที่ช่วยให้มองเห็นชั้นอ่อน–แข็งได้ในภาพเดียว

ตัวอย่างรายงานผลทดสอบ Dynamic Cone Penetration Test (DCP) พร้อมตารางค่า DCP Index และกราฟ CBR เทียบความลึก
ตัวอย่างรายงานผลทดสอบ DCP จริง (จุด LS-DCP-9A) — ตารางค่า DCP Index/CBR รายช่วงความลึก และกราฟ CBR–Depth ทางขวา จัดทำโดยทีมวิศวกร SPN Soil Engineering

สังเกตว่าช่วงผิวบน (0–100 mm) เป็นชั้นแอสฟัลต์ ถัดลงไปเป็นชั้นวัสดุบดอัดที่มีค่า CBR สูง สลับกับช่วงที่ค่าลดลงตามความลึก การพล็อตกราฟ CBR เทียบความลึกแบบนี้ทำให้วิศวกรระบุความหนาและกำลังของแต่ละชั้นเพื่อนำไปออกแบบโครงสร้างชั้นทางได้แม่นยำ

DCP มีข้อจำกัดอะไรบ้าง?

ข้อจำกัดหลักของ DCP อยู่ที่ชนิดวัสดุที่ทดสอบได้และความลึกที่จำกัด สรุปเป็นกลุ่ม "ใช้ไม่ได้" กับ "ใช้ได้ดี" ดังนี้:

❌ DCP ใช้ไม่ได้กับ

วัสดุที่ทำให้แข็งตัวสูง (Highly Stabilized) หรือยึดประสาน (Cemented) และวัสดุเม็ดหยาบที่มีก้อนหินใหญ่กว่า 50 mm (2 นิ้ว) เป็นสัดส่วนมาก

✅ DCP ใช้ได้ดีกับ

ดินเม็ดละเอียดและเม็ดหยาบ วัสดุก่อสร้างชนิดเม็ด (Granular Material) และวัสดุที่ปรับปรุงคุณภาพแบบอ่อน (Weakly Stabilized)

หากต้องทดสอบชั้นที่อยู่ใต้ชั้นแข็ง เช่น ใต้ผิวทางที่ยึดประสาน ต้องเจาะหรือคว้าน (Core) เปิดช่องเข้าถึงก่อน โดยเจาะให้เหลือชั้นแข็งไว้ราว 10–20 mm แล้วใช้ DCP ตอกทะลุส่วนที่เหลือ

DCP Test อ้างอิงมาตรฐานอะไร?

มาตรฐานหลักของ DCP Test คือ ASTM D6951 ซึ่งครอบคลุมทั้งข้อกำหนดอุปกรณ์ ขั้นตอน และสมการแปลงค่า CBR:

  • ASTM D6951 / D6951M-18 — Standard Test Method for Use of the Dynamic Cone Penetrometer in Shallow Pavement Applications (ออกครั้งแรกปี 2003 · ฉบับ -18 ได้รับการยืนยันให้ใช้ต่อ (reapproved) ในปี 2023)
  • สมการ CBR–DCP อ้างอิงงานวิจัยของ US Army Corps of Engineers (Webster et al., 1992 / 1994)

ความสามารถในการทำซ้ำ (Repeatability) ของ DCP อยู่ที่ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานน้อยกว่า 2 mm/blow ในวัสดุเม็ดหยาบ ถือเป็นการทดสอบสนามที่ให้ผลค่อนข้างน่าเชื่อถือ

DCP ให้ข้อมูลกำลังดินโซนตื้นเป็นหลัก จึงมักใช้ร่วมกับการทดสอบอื่นเพื่อให้ข้อมูลครบสำหรับงานออกแบบและควบคุมคุณภาพ:

  • DCP vs KPT vs SPT — เปรียบเทียบสามวิธีหยั่งดิน เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน
  • Field Density Test — ตรวจรับ % การบดอัดตามสเปก ใช้คู่กับ DCP ที่หาความสม่ำเสมอของกำลัง
  • Plate Bearing Test — หากำลังแบกทานและค่าโมดูลัสปฏิกิริยาดิน (k) ของชั้นบดอัด
  • การเจาะสำรวจดิน + SPT — ข้อมูลชั้นดินลึกสำหรับออกแบบฐานรากและเสาเข็ม
📌 หมายเหตุ

บทความนี้จัดทำเพื่อเป็นความรู้ทางวิศวกรรม การเลือกวิธีทดสอบ จำนวนจุด และการแปลผล ควรเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการและดุลยพินิจของวิศวกรผู้มีใบอนุญาต