บทความ Parallel Seismic Test คืออะไร อธิบายหลักการไว้แล้ว บทความนี้จึงเล่าจาก "งานจริง" ว่าผลที่ได้หน้าตาเป็นอย่างไร อ่านอย่างไร และทำไมตัวเลขความยาวเสาเข็มเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องเอาไปซ้อนกับผลเจาะสำรวจดินก่อนถึงจะตอบคำถามของวิศวกรผู้ออกแบบได้

โจทย์ของโครงการนี้คืออะไร?

โครงการนี้คือ การตรวจสอบโครงสร้างเพื่อเป็นข้อมูลปรับปรุงอาคาร ของโรงงานเดิมที่ใช้งานมาหลายปี เจ้าของต้องการปรับปรุงอาคาร แต่ไม่มีแบบก่อสร้างหรือบันทึกการตอกเสาเข็มเหลืออยู่ วิศวกรผู้ออกแบบจึงต้องการข้อมูล 2 อย่างก่อนเริ่มคำนวณ คือ เสาเข็มเดิมยาวเท่าไร และ ใต้ดินบริเวณนั้นเป็นชั้นดินอะไร

SPN รับทำทั้งสองส่วนในโครงการเดียว เพื่อให้ข้อมูลเสาเข็มและชั้นดินใช้ระดับอ้างอิงเดียวกัน ขอบเขตงานมีดังนี้:

  • Parallel Seismic Test จำนวน 2 ต้น (TP#1 และ TP#2) ภายในอาคาร ทดสอบวันที่ 24 กันยายน 2026 อ้างอิงวิธีตาม ASTM D8381/D8381M-21
  • เจาะสำรวจดิน 1 หลุม (BH-1) ลึก 30.45 เมตร ภายในอาคาร เจาะวันที่ 15–16 กันยายน 2026 พร้อมทดสอบดินในห้องปฏิบัติการ
เครื่องบันทึกสัญญาณ Parallel Seismic ของ SPN วางด้านหน้า ขณะวิศวกรเคาะฐานรากที่ขุดเปิดไว้ข้างท่อ PVC ภายในอาคารโรงงาน จ.สมุทรปราการ
ทีม SPN ทดสอบ Parallel Seismic เสาเข็ม TP#1 ภายในโรงงาน — เครื่องบันทึกสัญญาณอยู่ด้านหน้า ด้านหลังคือจุดขุดเปิดฐานรากและท่อ PVC ที่ฝังไว้ข้างเสาเข็ม (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ติดตั้งท่อและทดสอบ Parallel Seismic หน้างานอย่างไร?

Parallel Seismic ต้องมีท่อสำหรับหย่อนเซนเซอร์ขนานกับเสาเข็ม งานนี้เจาะดินแล้วฝังท่อ PVC ขนาด 2 นิ้วข้างเสาเข็มแต่ละต้น เติมน้ำในท่อเป็นตัวกลางส่งคลื่น จากนั้นเคาะค้อนที่ฐานราก แล้วดึงหัวรับสัญญาณ (Hydrophone) ขึ้นทีละประมาณ 0.5 เมตรต่อการเคาะหนึ่งครั้ง

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

การติดตั้งท่อ Parallel Seismic ของงานนี้
รายการTP#1TP#2
ระยะท่อห่างจากเสาเข็ม1.20 ม.1.40 ม.
ความลึกท่อ (จากปากท่อ)29.15 ม.30.80 ม.
ขนาดท่อPVC 2 นิ้ว เติมน้ำ
ระยะดึงเซนเซอร์ประมาณ 0.5 ม. ต่อการเคาะ 1 ครั้ง
จุดเคาะบนฐานรากของเสาเข็มต้นที่ทดสอบ

ตัวเลขที่ควรสังเกตคือ ท่อลึกเกินปลายเข็มที่พบราว 5–8 เมตร เพราะการจะเห็นว่ากราฟ "หักเปลี่ยนความชัน" ต้องมีข้อมูลใต้ปลายเข็มหลายจุด ถ้าท่อตื้นเกินไปจนจบใกล้ปลายเข็มพอดี ผลจะสรุปไม่ได้ และอีกข้อคือระยะท่อ 1.20–1.40 ม. อยู่ในเกณฑ์ที่รายงานกำหนด คือไม่ควรห่างเกิน 2.5 ม. และท่อต้องไม่เอียง

ภาพโมเดล 3 มิติด้านล่างรวมทุกองค์ประกอบของงานนี้ไว้ในภาพเดียว ตั้งแต่จุดเคาะบนฐานราก ท่อ PVC ข้างเสาเข็ม ตำแหน่งเซนเซอร์ ไปจนถึงชั้นดินจากหลุม BH-1 ความลึกในภาพเป็นไปตามมาตราส่วนจริงเทียบพื้นโรงงาน จึงเห็นได้ทันทีว่าท่อลงลึกเกินปลายเข็มเท่าไร และปลายเข็มอยู่ตรงไหนของชั้นดิน

โมเดล 3 มิติ การทดสอบ Parallel Seismic เสาเข็ม TP#1 ซ้อนกับชั้นดินจากหลุมเจาะ BH-1 ภาพตัดสามมิติจำลองเชิงหลักการ แสดงค้อนเคาะที่ฐานราก เสาเข็มเดิมยาวถึงประมาณ 23.35 เมตรจากพื้นโรงงาน ท่อ PVC 2 นิ้วเติมน้ำห่างเสาเข็ม 1.20 เมตร ลึกประมาณ 28.75 เมตรจากพื้น หัวรับสัญญาณ Hydrophone ถูกดึงขึ้นทีละประมาณ 0.5 เมตร คลื่นวิ่งในเสาเข็มประมาณ 4,000 เมตรต่อวินาทีและในดินประมาณ 1,500 เมตรต่อวินาที ชั้นดินถม 0 ถึง 1.5 เมตร ดินเหนียวอ่อนถึงแข็งปานกลาง 1.5 ถึง 23.0 เมตร และดินเหนียวแข็งมากถึงแข็ง 23.0 ถึง 30.45 เมตร ปลายเสาเข็มอยู่ตรงรอยต่อชั้นดินพอดี โมเดล 3 มิติ: ทดสอบ Parallel Seismic เสาเข็ม TP#1 ซ้อนกับชั้นดิน BH-1 ภาพตัดจำลองเชิงหลักการ · ความลึกตามมาตราส่วน (อ้างอิงพื้นโรงงาน) · แนวนอนและส่วนเหนือพื้นไม่ตามมาตราส่วน ดินเหนียวอ่อน–แข็งปานกลาง CH · Su 0.67–2.63 ตัน/ม.² ดินเหนียวแข็งมาก–แข็ง Sandy CLAY · SPT-N 20–55 ดินถม 0–1.5 ม. 0 5 10 15 20 25 30 ความลึกจากพื้นโรงงาน (ม.) ฐานราก เสาเข็มเดิม TP#1 เสาอาคาร ดึงขึ้น~0.5 ม./ครั้ง ก้นท่อ ≈ 28.75 ม. 1.20 ม. ปลายเข็ม ≈ 23.35 ม. รอยต่อชั้นดิน 23.0 ม. เครื่องบันทึกสัญญาณ BH-1 ก้นหลุม 30.45 ม. N=8 N=20 ▽ −1.00 1 2 3 4 5 6 7 8
โมเดล 3 มิติจำลองเชิงหลักการของการทดสอบ Parallel Seismic เสาเข็ม TP#1 ซ้อนกับชั้นดินจาก BH-1 — ความลึกตามมาตราส่วนเทียบพื้นโรงงาน ส่วนระยะแนวนอนและส่วนเหนือพื้นไม่ตามมาตราส่วน (ภาพ: SPN Soil Engineering)
  1. เคาะค้อนที่ฐานราก ส่งคลื่นลงเสาเข็มเดิม
  2. ท่อ PVC 2 นิ้วเติมน้ำ ห่างเสาเข็ม 1.20 ม. ยาว 29.15 ม. จากปากท่อ
  3. Hydrophone ถูกดึงขึ้นทีละประมาณ 0.5 ม. ต่อการเคาะ 1 ครั้ง
  4. ข้างตัวเสาเข็ม คลื่นวิ่งในคอนกรีต ~4,000 ม./วินาที
  5. ใต้ปลายเสาเข็ม คลื่นต้องผ่านดิน ~1,500 ม./วินาที กราฟจึงเปลี่ยนความชัน
  6. ปลายเสาเข็ม TP#1 ≈ 23.35 ม. (TP#2 ≈ 22.60 ม.) ตรงรอยต่อชั้นดิน 23.0 ม.
  7. หลุมเจาะ BH-1 ลึก 30.45 ม. SPT-N = 8 ที่ 22.5 ม. → 20 ที่ 24.0 ม.
  8. เครื่องบันทึกสัญญาณ บนพื้นโรงงาน บันทึกเวลาคลื่นมาถึงทุกระดับความลึก
ท่อ PVC สำหรับทดสอบ Parallel Seismic ฝังข้างฐานรากเสาอาคารในโรงงาน ล้อมด้วยกรวยจราจรและเทปกั้น สายสัญญาณต่อไปยังรถทดสอบด้านหลัง
ท่อ PVC 2 นิ้วของเสาเข็ม TP#2 ฝังห่างเสาเข็ม 1.40 ม. ข้างฐานรากเสาอาคาร — ปากท่อโผล่เหนือพื้นเล็กน้อย จึงต้องบันทึกระดับปากท่อเทียบพื้นทุกครั้ง (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ผล Parallel Seismic อ่านอย่างไร ได้ความยาวเสาเข็มเท่าไร?

ผลของ Parallel Seismic คือกราฟ เวลาที่คลื่นมาถึงเซนเซอร์เทียบกับความลึก ช่วงที่เซนเซอร์อยู่ข้างตัวเสาเข็ม คลื่นวิ่งลงตามคอนกรีตซึ่งเร็ว (งานนี้ใช้ค่าวิเคราะห์ 4,000 ม./วินาที) จุดข้อมูลจึงเรียงเป็นเส้นตรงชัน พอเซนเซอร์ลงลึกเลยปลายเข็ม คลื่นต้องวิ่งผ่านดินซึ่งช้ากว่า (ราว 1,500 ม./วินาที) ความชันของกราฟจึงเปลี่ยน จุดที่ความชันเปลี่ยนคือระดับปลายเสาเข็ม

อ่านกราฟ Parallel Seismic: จุดที่ความชันเปลี่ยน = ปลายเสาเข็ม แผนภาพจำลองเชิงหลักการจากค่าของเสาเข็ม TP#1 (ท่อห่าง 1.20 ม. · คลื่นในเสาเข็ม 4,000 ม./วินาที · ในดิน 1,500 ม./วินาที) 0 5 10 15 20 25 30 0 2 4 6 8 10 เวลาที่คลื่นมาถึงเซนเซอร์ (มิลลิวินาที) ความลึกจากปากท่อ PVC (ม.) ปลายเสาเข็ม ≈ 23.75 ม. (จากปากท่อ) ช่วงเสาเข็ม: เส้นชันคลื่นวิ่งในคอนกรีตเร็ว ใต้ปลายเข็ม: ความชันเปลี่ยนคลื่นต้องวิ่งผ่านดินซึ่งช้ากว่า ผลจริงของงานนี้ TP#1: 23.75 ม. จากปากท่อ = 23.35 ม. จากพื้นโรงงาน TP#2: 23.00 ม. จากปากท่อ = 22.60 ม. จากพื้นโรงงาน ปากท่ออยู่สูงกว่าพื้น 0.40 ม. จึงต้องแปลงระดับอ้างอิง ก่อนเทียบกับผลเจาะดิน จุดวัดทุก 0.5 ม. ตามระยะดึงเซนเซอร์ขึ้น ในท่อ PVC 2 นิ้วที่เติมน้ำ
แผนภาพจำลองเชิงหลักการของกราฟ Parallel Seismic โดยใช้ระยะท่อและค่าความเร็วคลื่นของเสาเข็ม TP#1 — จุดข้อมูลช่วงบนเรียงตามความเร็วคลื่นในเสาเข็ม ช่วงล่างเปลี่ยนความชันตามความเร็วคลื่นในดิน จุดเปลี่ยนคือปลายเสาเข็ม (ภาพ: SPN Soil Engineering)

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ผลทดสอบหาความยาวเสาเข็มเดิม (24 ก.ย. 2026)
เสาเข็มความลึกปลายเข็ม จากปากท่อ PVCความลึกปลายเข็ม จากพื้นโรงงาน
TP#123.75 ม.23.35 ม.
TP#223.00 ม.22.60 ม.
วิศวกร SPN บันทึกข้อมูลความลึกของเซนเซอร์และตรวจสัญญาณบนเครื่อง Parallel Seismic จากท้ายรถทดสอบภายในโรงงาน
บันทึกความลึกเซนเซอร์คู่กับสัญญาณทุกครั้งที่เคาะ ข้อมูลชุดนี้คือจุดบนกราฟเวลาเทียบความลึก (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ทำไมผลมี 2 ค่า และระดับอ้างอิงสำคัญแค่ไหน?

ปากท่อ PVC อยู่สูงกว่าพื้นโรงงาน 0.40 ม. รายงานจึงให้ค่า 2 ชุด ค่าที่ใช้งานได้จริงคือ ค่าที่อ้างอิงพื้นโรงงาน เพราะเป็นระดับเดียวกับที่ผู้ออกแบบใช้ และหลุมเจาะ BH-1 ก็เริ่มเจาะจากพื้นโรงงานเช่นกัน ความคลาดเคลื่อน 0.40 ม. ดูเหมือนน้อย แต่ในงานนี้ปลายเข็มอยู่ใกล้รอยต่อชั้นดินมาก ถ้าเทียบผิดระดับ ข้อสรุปว่าปลายเข็มอยู่ในชั้นไหนอาจเปลี่ยนได้ทันที

อีกข้อที่ต้องเข้าใจคือ ผลรายงานเป็น "ความลึกโดยประมาณ" ความละเอียดขึ้นกับระยะดึงเซนเซอร์ (ในที่นี้ทุก 0.5 ม.) ระยะท่อ และการลากเส้นหาจุดหักของกราฟ เสาเข็ม 2 ต้นในอาคารเดียวกันยาวต่างกัน 0.75 ม. ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเสาเข็มตอกในอาคารเก่า การทดสอบมากกว่า 1 ต้นจึงช่วยให้เห็นช่วงของความยาวจริง

ผลเจาะสำรวจดิน BH-1 บอกอะไร?

หลุม BH-1 เจาะแบบ Rotary Wash Boring เก็บตัวอย่างดินคงสภาพด้วยกระบอกบาง (Shelby Tube) ตาม ASTM D1587 ในชั้นดินเหนียวอ่อน และทดสอบ SPT ตาม ASTM D1586 ในชั้นดินแข็ง ทุกระยะ 1.5 ม. วัดระดับน้ำใต้ดินได้ที่ −1.00 ม. ชั้นดินสรุปได้ดังนี้

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ลำดับชั้นดินจากหลุมเจาะ BH-1
ความลึก (ม.)ลักษณะชั้นดินค่าทดสอบสำคัญ
0.00–1.50ดินถม / Fill Materials—
1.50–23.00ดินเหนียวอ่อนมากถึงแข็งปานกลาง สีเทา (CH)Su 0.67–2.63 ตัน/ม.² · ความชื้นธรรมชาติสูงถึงราว 96%
23.00–30.45ดินเหนียวแข็งมากถึงแข็ง และ Sandy CLAY (CH, CL)SPT-N 20–55 ครั้ง/ฟุต

ภาพนี้คือชั้นดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ ที่พบทั่วไปในสมุทรปราการ ดินเหนียวอ่อนหนาราว 21.5 ม. ก่อนถึงชั้นดินแข็ง ถ้าอยากอ่าน Boring Log เองให้คล่อง ดูได้ที่ Boring Log อ่านอย่างไร และ SPT N-Value แปลผลยังไง

ช่างเจาะของ SPN ควบคุมเครื่องเจาะแบบ Rotary ข้างเสาอาคารภายในโรงงาน มีถังน้ำโคลนและเครื่องยนต์ขับปั๊มอยู่ด้านหน้า
เจาะแบบฉีดล้าง (Wash Boring) เก็บตัวอย่างดินทุก 1.5 ม. จนถึงความลึก 30.45 ม. — ลึกกว่าปลายเข็มที่พบราว 7 ม. เพื่อให้เห็นชั้นดินใต้ปลายเข็มชัดเจน (ภาพ: SPN Soil Engineering)

เอาผลทั้งสองมาซ้อนกัน ได้ข้อสรุปอะไร?

เมื่อวางความยาวเสาเข็มลงบน Boring Log โดยใช้ระดับอ้างอิงเดียวกัน จะเห็นว่า ปลายเสาเข็มทั้งสองต้น (22.60–23.35 ม.) อยู่ตรงรอยต่อชั้นดินที่ 23.0 ม. พอดี ตัวอย่าง SPT ที่ 22.5 ม. ยังเป็นดินเหนียวแข็งปานกลาง (N = 8) ขณะที่ 24.0 ม. เป็นดินเหนียวแข็งมาก (N = 20)

ซ้อนผล Parallel Seismic กับ Boring Log BH-1 ความลึกอ้างอิงพื้นโรงงาน · แนวนอนไม่ตามมาตราส่วน ดินเหนียวอ่อนมาก–แข็งปานกลาง(CH) Su ≈ 0.67–2.63 ตัน/ม.² ดินเหนียวแข็งมาก–แข็งSandy CLAY · SPT-N 20–55 พื้นโรงงาน ±0.00 ดินถม ▽ น้ำใต้ดิน −1.00 ม. ฐานราก เสาเข็มเดิม (TP#1) ท่อ PVC 2" เติมน้ำห่างเสาเข็ม 1.20 ม. ก้นท่อ ≈ 28.75 ม. BH-1 ก้นหลุม 30.45 ม. N=8 N=20 N=24 N=26 N=55 N=44 ช่วงปลายเสาเข็ม (แถบสีแดง) TP#1 ≈ 23.35 ม. · TP#2 ≈ 22.60 ม. รอยต่อชั้นดินใน BH-1 ≈ 23.0 ม. SPT-N: 8 (22.5 ม.) → 20 (24.0 ม.) ปลายเข็มอยู่ตรงรอยต่อชั้นดินพอดี ค่ารับน้ำหนักจึงอ่อนไหวต่อ ปลายเข็มที่ต่างกันเพียงไม่กี่สิบ ซม. 0 5 10 15 20 25 30 ความลึกจากพื้นโรงงาน (ม.)
ซ้อนความยาวเสาเข็มจาก Parallel Seismic กับชั้นดินจาก BH-1 บนระดับอ้างอิงพื้นโรงงาน — แถบสีแดงคือช่วงปลายเสาเข็มของ TP#1 และ TP#2 ซึ่งคร่อมรอยต่อชั้นดินเหนียวอ่อนกับชั้นดินเหนียวแข็ง (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ข้อสรุปนี้สำคัญกับผู้ออกแบบ เพราะกำลังรับน้ำหนักที่ปลายเข็มขึ้นกับชั้นดินที่ปลายเข็มวางอยู่ ต้นที่ปลายเข็มแตะชั้นดินแข็งกับต้นที่ปลายเข็มยังอยู่ในดินเหนียวแข็งปานกลาง อาจให้ค่ารับน้ำหนักต่างกันชัดเจน ทั้งที่ความยาวต่างกันไม่ถึง 1 เมตร

ข้อมูลชุดนี้เป็นข้อมูลตั้งต้นให้วิศวกรผู้ออกแบบนำไปประเมินต่อ เช่น เลือกใช้ค่าที่ระมัดระวังสำหรับต้นที่ปลายเข็มยังไม่ถึงชั้นดินแข็ง หรือพิจารณาว่าต้องการข้อมูลเพิ่มหรือไม่ การตัดสินว่าฐานรากเดิมรับน้ำหนักใหม่ได้เท่าไร และต้อง เสริมกำลังฐานราก หรือไม่ เป็นดุลยพินิจของวิศวกรผู้รับผิดชอบโครงการ

💡 Parallel Seismic ตอบได้แค่ไหน

Parallel Seismic บอก "ความยาว" เสาเข็มเป็นหลัก ไม่ได้บอกกำลังรับน้ำหนัก ขนาดหน้าตัด หรือความสมบูรณ์ของเนื้อเสาเข็ม ถ้าต้องการรู้เรื่องเหล่านั้นต้องใช้วิธีอื่นเพิ่ม เช่น ขุดเปิดดูหัวเสาเข็ม หรือ Seismic Integrity Test เมื่อเข้าถึงหัวเสาเข็มได้

บทเรียนจากงานนี้ สำหรับคนที่จะปรับปรุงอาคารเดิม

  • ทำ Parallel Seismic คู่กับเจาะสำรวจดินเสมอ — ความยาวเสาเข็มอย่างเดียวไม่บอกว่าปลายเข็มวางอยู่บนอะไร
  • เจาะดินให้ลึกเกินปลายเข็มที่คาดไว้ — งานนี้เจาะถึง 30.45 ม. จึงเห็นทั้งรอยต่อชั้นดินและชั้นแข็งด้านล่าง
  • ฝังท่อให้ลึกเกินปลายเข็มหลายเมตร ตรง ขนาน และห่างเสาเข็มไม่เกินราว 2.5 ม.
  • กำหนดระดับอ้างอิงเดียวกันทุกข้อมูล — ปากท่อ พื้นอาคาร และปากหลุมเจาะ ต้องแปลงมาเป็นระดับเดียวกันก่อนเทียบ
  • ทดสอบมากกว่า 1 ต้น — เสาเข็มในอาคารเดียวกันยาวไม่เท่ากันได้ งานนี้ต่างกัน 0.75 ม.

ถ้ากำลังวางแผนตรวจอาคารเก่าก่อนปรับปรุงหรือต่อเติม อ่านภาพรวมได้ที่ อาคารเก่าก่อนต่อเติม ต้องตรวจโครงสร้างอะไรบ้าง หรือดูบริการ ตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE) และ เจาะสำรวจดิน ของ SPN

ค่าบริการ Parallel Seismic และเจาะสำรวจดินขึ้นกับจำนวนเสาเข็ม ความลึกท่อและหลุมเจาะ และสภาพพื้นที่ทำงานภายในอาคาร จึงประเมินเป็นรายโครงการ ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม. ทั้งนี้ราคายังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

⚠️ หมายเหตุเรื่องข้อมูลในกรณีศึกษา

ตัวเลขและภาพถ่ายในบทความมาจากงานทดสอบจริงของ SPN โดยไม่ระบุชื่อเจ้าของอาคาร กราฟ Parallel Seismic และโมเดล 3 มิติในบทความเป็นแผนภาพจำลองเชิงหลักการที่สร้างจากค่าของโครงการ ไม่ใช่กราฟต้นฉบับ และข้อสรุปในบทความเป็นการอธิบายเชิงความรู้ ไม่ใช่ผลการออกแบบฐานราก