คำถามยอดฮิตเวลาจะสร้างบ้านหรืออาคารคือ "งบเท่าไหร่" ผู้รับเหมาบางรายตอบด้วยราคาต่อตารางเมตร บางรายขอแบบไปถอด BOQ ก่อนแล้วค่อยเสนอราคา ตัวเลขสองแบบนี้ต่างกันอย่างไร ควรเชื่อตัวไหน บทความนี้อธิบายตั้งแต่ BOQ คืออะไร ขั้นตอนการถอดแบบประมาณราคา ไปจนถึงเหตุผลที่ต้องออกแบบให้เสร็จก่อนจึงจะรู้ราคาจริงได้

BOQ (Bill of Quantities) คืออะไร?

BOQ หรือบัญชีแสดงปริมาณงานและราคา คือเอกสารที่แจกแจงงานก่อสร้างทั้งโครงการออกเป็นรายการย่อย ระบุปริมาณ หน่วย ราคาวัสดุ และค่าแรงของแต่ละรายการจนได้ราคารวมทั้งหมด ได้มาจากการ "ถอดแบบ" คืออ่านแบบก่อสร้างแล้ววัดนับปริมาณงานจริงทีละหมวด ตั้งแต่งานเสาเข็มและฐานราก งานโครงสร้าง คสล. งานสถาปัตยกรรม ไปจนถึงงานระบบไฟฟ้า-ประปา

ในทางปฏิบัติ BOQ ถูกใช้ 3 จังหวะหลัก คือ ใช้ตั้งงบและตัดสินใจก่อนสร้าง ใช้เปรียบเทียบใบเสนอราคาผู้รับเหมาแต่ละรายแบบรายการต่อรายการ และใช้เป็นฐานเบิกจ่ายงวดงานระหว่างก่อสร้าง เอกสารตัวเดียวจึงคุมเงินได้ตลอดโครงการ ภาพรวมของงานออกแบบที่เป็นต้นทางของ BOQ อ่านได้ในบทความ คู่มืองานออกแบบโครงสร้าง คสล. และวิศวกรรมโยธา

BOQ ต่างจากการคิดราคาต่อตารางเมตรอย่างไร?

การคิดต่อตารางเมตรคือการประเมินคร่าว ๆ จากพื้นที่ใช้สอยคูณราคาเฉลี่ย ส่วน BOQ คือการถอดปริมาณจากแบบจริงทีละรายการ แบบแรกเร็วแต่คลาดเคลื่อนได้มาก แบบหลังละเอียดและใช้ผูกพันราคากับผู้รับเหมาได้ สรุปความต่างตามตาราง

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

เปรียบเทียบการประมาณราคาแบบ BOQ กับการคิดต่อตารางเมตร
หัวข้อคิดต่อตารางเมตรBOQ (ถอดแบบ)
วิธีคิดพื้นที่ใช้สอย × ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม.ถอดปริมาณจากแบบทีละรายการ แล้วใส่ราคาวัสดุ + ค่าแรงต่อหน่วย
ความละเอียดตัวเลขก้อนเดียว ไม่เห็นรายละเอียดเห็นทุกรายการ ทุกหมวดงาน พร้อมปริมาณและหน่วย
ความแม่นยำคลาดเคลื่อนได้มาก เพราะไม่สะท้อนสเปกวัสดุและรายละเอียดจริงแม่นยำตามความสมบูรณ์ของแบบ ใช้ตกลงราคาจริงได้
เอกสารที่ต้องมีไม่ต้องมีแบบ รู้แค่พื้นที่ก็คิดได้ต้องมีแบบก่อสร้างครบชุด + รายการประกอบแบบ
การนำไปใช้ตั้งงบเบื้องต้น ศึกษาความเป็นไปได้ประมูล เทียบราคาผู้รับเหมา ทำสัญญา เบิกงวดงาน
เหมาะกับช่วงไหนก่อนมีแบบ / ช่วงเริ่มคิดโครงการหลังออกแบบเสร็จ ก่อนเลือกผู้รับเหมา

ทั้งสองวิธีไม่ได้แทนกัน แต่ใช้คนละจังหวะ — เริ่มคิดโครงการใช้ราคาต่อตารางเมตรตั้งงบหยาบ พอแบบเสร็จจึงถอด BOQ เพื่อรู้ตัวเลขจริง ปัญหาเกิดเมื่อนำราคาต่อตารางเมตรไปทำสัญญาเลย เพราะพอสร้างจริงสเปกไม่ตรงกับที่แต่ละฝ่ายนึกไว้ งานเพิ่ม-ลด (Variation Order) จะตามมาไม่จบ

ขั้นตอนการถอดแบบทำ BOQ มีอะไรบ้าง?

การทำ BOQ มี 4 ขั้นตอนหลัก คือ อ่านแบบ ถอดปริมาณ ใส่ราคาวัสดุและค่าแรง แล้วสรุปรวมเป็นเล่ม แต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดดังนี้

  1. อ่านแบบและรายการประกอบแบบ: ตรวจแบบสถาปัตยกรรม โครงสร้าง และงานระบบให้ครบ ดูสเปกวัสดุที่กำหนด และเช็คว่าแบบแต่ละชุดสอดคล้องกันหรือไม่ จุดที่แบบขัดแย้งกันต้องสอบถามผู้ออกแบบก่อนถอด
  2. ถอดปริมาณงาน (Quantity Take-off): วัดนับปริมาณจากแบบทีละหมวด เช่น คอนกรีตกี่ลูกบาศก์เมตร เหล็กเสริมกี่กิโลกรัม ผนังก่อกี่ตารางเมตร แยกตามหมวดงานให้ตรวจสอบย้อนกลับได้
  3. ใส่ราคาวัสดุและค่าแรง: นำปริมาณคูณราคาต่อหน่วย โดยอ้างอิงราคาวัสดุในตลาดหรือบัญชีราคากลางที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเผยแพร่ แยกคอลัมน์ค่าวัสดุกับค่าแรงให้ชัด
  4. สรุปเล่ม BOQ: รวมทุกหมวดเป็นราคารวม บวกค่าดำเนินการ กำไร และภาษีตามโครงสร้างราคาที่ตกลง ได้เป็นเอกสารพร้อมใช้ประมูลหรือทำสัญญา
ขั้นตอนการถอดแบบประมาณราคา 4 ขั้นจนได้เล่ม BOQ และโครงสร้างของหนึ่งแถวในใบ BOQ แถวบนเป็นสี่ขั้นตอนการทำ BOQ จากซ้ายไปขวา ขั้นที่หนึ่ง อ่านแบบสถาปัตยกรรม แบบโครงสร้าง และแบบงานระบบ พร้อมรายการประกอบแบบ ตรวจว่าแบบแต่ละชุดสอดคล้องกัน จุดที่ขัดแย้งให้ถามผู้ออกแบบก่อนถอด ขั้นที่สอง ถอดปริมาณงานจากแบบทีละหมวด เช่น คอนกรีตเป็นลูกบาศก์เมตร เหล็กเสริมเป็นกิโลกรัม ผนังเป็นตารางเมตร ขั้นที่สาม ใส่ราคาวัสดุและค่าแรงต่อหน่วยแยกคอลัมน์ อ้างอิงราคาตลาดหรือบัญชีราคากลาง ขั้นที่สี่ รวมทุกหมวดเป็นเล่ม BOQ บวกค่าดำเนินการ กำไร และภาษีตามที่ตกลง ตรงกลางเป็นตัวอย่างหนึ่งแถวในใบ BOQ ที่ใช้ตัวเลขสมมติ คอนกรีตโครงสร้างกำลังอัด 240 ksc ปริมาณ 85 ลูกบาศก์เมตร ค่าวัสดุ 2,200 บาทต่อหน่วย ค่าแรง 500 บาทต่อหน่วย รวม 229,500 บาท ปริมาณและหน่วยมาจากขั้นที่สอง ราคาต่อหน่วยมาจากขั้นที่สาม ต่างจากการคิดต่อตารางเมตรที่ได้ตัวเลขก้อนเดียวใช้ตั้งงบหยาบก่อนมีแบบ แถบด้านล่างคือการใช้ BOQ สามจังหวะ ตั้งงบก่อนสร้าง เทียบใบเสนอราคาผู้รับเหมาทีละบรรทัด และเป็นฐานเบิกงวดงาน ถอดแบบทำ BOQ: จากแบบก่อสร้างถึงราคารวม แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน 1 อ่านแบบทุกชุด แบบ + รายการประกอบแบบ เช็คแบบแต่ละชุดให้ตรงกัน จุดขัดแย้ง → ถามผู้ออกแบบ 2 ถอดปริมาณงาน Quantity Take-off วัดนับจากแบบทีละหมวด 3 ใส่ราคาต่อหน่วย แยกค่าวัสดุ / ค่าแรง ราคาตลาด · บัญชีราคากลาง 4 สรุปเล่ม BOQ รวมทุกหมวดงาน + ค่าดำเนินการ กำไร ภาษี งานระบบ โครงสร้าง สถาปัตย์ คอนกรีต ลบ.ม. เหล็ก กก. ผนัง ตร.ม. วัสดุ ฿ ค่าแรง ฿ + ปริมาณ × ราคาต่อหน่วย BOQ รวม ฿ หนึ่งแถวในใบ BOQ (ตัวเลขสมมติ เพื่อแสดงรูปแบบเท่านั้น) รายการ คอนกรีตโครงสร้าง 240 ksc ปริมาณ 85 หน่วย ลบ.ม. วัสดุ/หน่วย 2,200 ค่าแรง/หน่วย 500 รวม (บาท) 229,500 2 จากขั้นที่ 2 3 จากขั้นที่ 3 85 × (2,200 + 500) ตรวจย้อนกลับที่แบบได้ทุกบรรทัด 1 ตั้งงบก่อนสร้าง รู้ราคาจริงจากแบบ 2 เทียบใบเสนอราคา ผู้รับเหมาทีละบรรทัด 3 เบิกงวดงาน คุมเงินทั้งโครงการ
ขั้นตอนการถอดแบบประมาณราคาจนได้เล่ม BOQ เริ่มจากแบบก่อสร้างที่สมบูรณ์เสมอ (ภาพประกอบเชิงหลักการ)

ตัวอย่างตาราง BOQ (ใบ BOQ) หน้าตาเป็นแบบไหน?

ใบ BOQ หนึ่งแถวประกอบด้วย รายการงาน ปริมาณ หน่วย ราคาวัสดุต่อหน่วย ค่าแรงต่อหน่วย และราคารวมของรายการนั้น แล้วจัดกลุ่มเป็นหมวดงาน เช่น งานเสาเข็ม งานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานระบบ ตัวอย่างด้านล่างเป็นหมวดงานโครงสร้างของบ้านพักอาศัย 2 ชั้นสมมติ เพื่อให้เห็นรูปแบบเอกสารจริง

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตัวอย่างใบ BOQ หมวดงานโครงสร้าง (ตัวเลขสมมติทั้งหมด เพื่อแสดงรูปแบบเอกสารเท่านั้น)
ลำดับรายการปริมาณหน่วยวัสดุ/หน่วยค่าแรง/หน่วยรวม (บาท)
1เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง I-22 ยาว 21 ม. (รวมตอก)30ต้น6,0001,500225,000
2คอนกรีตโครงสร้าง กำลังอัด 240 ksc85ลบ.ม.2,200500229,500
3เหล็กเสริม SD409,500กก.244266,000
4ไม้แบบ + ค้ำยัน560ตร.ม.180120168,000
5ทรายถมปรับระดับ บดอัดแน่น45ลบ.ม.3508019,350
รวมหมวดงานโครงสร้าง907,850

⚠️ ตัวเลขทุกช่องในตารางเป็นตัวเลขสมมติ ราคาวัสดุและค่าแรงจริงขึ้นกับสเปก พื้นที่ ช่วงเวลา และผู้รับเหมาแต่ละราย ห้ามนำไปใช้อ้างอิงราคาตลาด — จุดที่ควรสังเกตคือโครงสร้างของเอกสาร ทุกรายการตรวจสอบย้อนกลับไปที่แบบได้ และแยกค่าวัสดุกับค่าแรงออกจากกัน ทำให้เทียบใบเสนอราคาผู้รับเหมาได้ทีละบรรทัดว่ารายใดแพงที่วัสดุหรือแพงที่ค่าแรง

ทำไมต้องมีแบบและออกแบบโครงสร้างก่อนถึงทำ BOQ ได้?

เพราะ BOQ คือการถอดปริมาณจากแบบโดยตรง — ไม่มีแบบก็ไม่มีข้อมูลให้ถอด ปริมาณคอนกรีต เหล็กเสริม หรือขนาดฐานรากล้วนมาจากผลการออกแบบของวิศวกร ตราบใดที่ยังไม่ออกแบบโครงสร้าง ตัวเลขที่ได้จะเป็นเพียงการเดา

ลำดับที่ถูกต้องของงานจึงเริ่มจากการเจาะสำรวจดินเพื่อให้วิศวกรมีข้อมูลออกแบบฐานราก จากนั้นออกแบบสถาปัตยกรรมและโครงสร้างพร้อมจัดทำรายการคำนวณ เมื่อแบบครบชุดแล้วจึงถอด BOQ ได้ตัวเลขที่ตรงกับของจริง — ข้อมูลดินส่งผลต่อราคาโดยตรง เช่น ชั้นดินอ่อนลึกทำให้ต้องใช้เสาเข็มยาวขึ้น ปริมาณงานฐานรากใน BOQ ก็เปลี่ยนตาม ดูบริการได้ที่ เจาะสำรวจและทดสอบดิน และ ออกแบบวิศวกรรมโยธา

แบบที่สมบูรณ์ยังเป็นเอกสารชุดเดียวกับที่ใช้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อ่านขั้นตอนได้ที่ ขั้นตอนขออนุญาตก่อสร้าง — ลงทุนออกแบบให้เสร็จก่อนจึงได้ทั้งใบอนุญาตและงบประมาณที่ควบคุมได้ในคราวเดียว

ใครควรเป็นคนทำ BOQ?

ผู้จัดทำ BOQ โดยทั่วไปคือผู้ประมาณราคา (Quantity Surveyor / Estimator) วิศวกร หรือสถาปนิกฝั่งผู้ออกแบบ ส่วนผู้รับเหมาแต่ละรายถอดแบบของตนเองเพื่อเสนอราคาแข่งขัน เจ้าของโครงการที่มี BOQ กลางของตัวเองจะเปรียบเทียบใบเสนอราคาได้อย่างยุติธรรม เห็นทันทีว่ารายการใดของรายใดถูกหรือแพงผิดปกติ

สำหรับงานบ้านพักอาศัย เจ้าของบ้านไม่จำเป็นต้องถอดแบบเองก็ได้ แต่ควรขอ BOQ จากผู้รับเหมาทุกรายที่เสนอราคา และให้ผู้ออกแบบหรือที่ปรึกษาช่วยตรวจว่ารายการครบและปริมาณสมเหตุสมผลหรือไม่ ค่าใช้จ่ายฝั่งการออกแบบซึ่งเป็นต้นทางของ BOQ อ่านได้ที่ ค่าออกแบบโครงสร้าง คสล. คิดราคายังไง

⚠️ บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป

เนื้อหาในบทความอธิบายหลักการประมาณราคาเพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ราคาวัสดุ ค่าแรง และเงื่อนไขแต่ละโครงการแตกต่างกัน การจัดทำหรือรับรอง BOQ และการออกแบบอาคารแต่ละหลังต้องดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่รับผิดชอบโครงการนั้นโดยตรง