SPT คืออะไร?

Standard Penetration Test (SPT) ตามมาตรฐาน ASTM D1586 เป็นการทดสอบกำลังรับแรงของดินในสนาม โดย:

  1. ใช้ Split Spoon Sampler เส้นผ่านศูนย์กลางนอก 50.8 มม.
  2. ตอกด้วย ลูกตุ้มน้ำหนัก 63.5 kg ตกจากความสูง 76 ซม.
  3. นับจำนวนครั้งที่ตอกให้ Sampler จมลง 30 ซม. (แบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงละ 15 ซม.)
  4. N-Value = จำนวนครั้งตอกในช่วง 15 ซม. ที่ 2 และ 3 (ละทิ้ง 15 ซม. แรกซึ่งเป็น Seating)
📚 หลักการพื้นฐาน

ยิ่ง N-Value สูง = ดินยิ่งแน่น/แข็ง = รับน้ำหนักได้ดี / ค่า N-Value ใช้ได้ทั้งดินทราย (Granular Soil) และดินเหนียว (Cohesive Soil) แต่การตีความต่างกัน

การจำแนกดินตามค่า N-Value

ดินทราย (Granular Soil / Sand)

N-Valueความหนาแน่นสัมพัทธ์คุณสมบัติมุมเสียดทาน φ
0-4Very Looseหลวมมาก ทรุดง่าย< 30°
4-10Looseหลวม รับน้ำหนักน้อย30-35°
10-30Medium Denseแน่นปานกลาง รับน้ำหนักได้35-40°
30-50Denseแน่น รับน้ำหนักดี40-45°
> 50Very Denseแน่นมาก เหมาะรองรับเสาเข็ม> 45°

ดินเหนียว (Cohesive Soil / Clay)

N-Valueความเหนียวสัมพัทธ์คุณสมบัติSu (kPa)
< 2Very Softอ่อนมาก บีบได้ด้วยนิ้ว< 12
2-4Softอ่อน (Bangkok Clay)12-25
4-8Medium Stiffค่อนข้างแข็ง25-50
8-15Stiffแข็ง50-100
15-30Very Stiffแข็งมาก ขูดด้วยเล็บไม่ได้100-200
> 30Hardแข็งเหมือนหิน> 200
⚠️ ข้อระวังสำหรับดินเหนียว

การใช้ N-Value ในดินเหนียวมีข้อจำกัดมาก เพราะค่าผันแปรสูงตามอัตราการตอก ความชื้น และวิธีเก็บตัวอย่าง แนะนำให้ใช้ Unconfined Compression Test หรือ Vane Shear Test ในการประเมิน Su ของดินเหนียวอ่อน แทนการใช้ N เพียงอย่างเดียว

ค่า N ที่ "ดิบ" vs ค่า N ที่ "ปรับแล้ว"

ปัญหา: N-Value ดิบไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้

เพราะค่า N ที่วัดได้ในสนามขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย:

  • Hammer Efficiency — ลูกตุ้มแต่ละแบบมีประสิทธิภาพต่างกัน (Donut Hammer 45%, Safety Hammer 60%, Automatic 90%+)
  • Overburden Pressure — ความลึกที่วัดส่งผลต่อค่า N
  • Borehole Diameter — ขนาดหลุมเจาะกระทบเล็กน้อย
  • Rod Length — ความยาวก้านส่งผลต่อพลังงานที่ส่งถึงตัว Sampler
  • Sampler Type — มี Liner หรือไม่

การปรับค่า: N60 และ N1-60

N60 = ค่า N ที่ปรับเป็น 60% Hammer Efficiency

N60 = N × (ER/60) × CB × CS × CR

ER  = Hammer Efficiency (45-90%)
CB  = Borehole Diameter Correction
CS  = Sampler Correction (1.0 ถ้ามี liner, 1.2 ถ้าไม่มี)
CR  = Rod Length Correction (0.75 ถ้าก้าน < 4m, 1.0 ถ้า > 10m)

N1-60 = ปรับเพิ่ม Overburden Pressure (ใช้สำหรับดินทราย)

(N1)60 = N60 × CN

CN = √(Pa/σ'v)  (Liao & Whitman 1986)
Pa = 100 kPa (Atmospheric pressure)
σ'v = Effective Vertical Stress at the depth
💡 ใช้ค่าไหนเมื่อไหร่?

N60 ใช้สำหรับประเมินดินเหนียว, การคำนวณ Bearing Capacity, การประเมิน Liquefaction Susceptibility / (N1)60 ใช้สำหรับประเมิน Relative Density ของดินทราย, มุมเสียดทาน, การคำนวณ Settlement ของดินทราย

การใช้ค่า N ในการออกแบบ

1. ประเมินค่ามุมเสียดทาน (φ) ของดินทราย

Peck, Hanson, Thornburn (1974):

φ' ≈ 27.1 + 0.3 × (N1)60 - 0.00054 × (N1)60²    (เป็นองศา)

2. ประเมินค่า Undrained Shear Strength (Su) ของดินเหนียว

Hara et al. (1974):

Su ≈ 29 × N60^0.72    (kPa)

หรือใช้กฎประมาณ: Su (kPa) ≈ 6.7 × N สำหรับ Bangkok Clay

3. ประเมิน Elastic Modulus (Es) ของดินทราย

Es ≈ 500 × (N60 + 15)    (kPa) — Bowles (1996)
Es ≈ 766 × N60           (kPa) — สำหรับทรายเหนียว

4. ประเมินกำลังรับน้ำหนักของฐานรากเสาเข็ม

Meyerhof (1976) สำหรับเสาเข็มในดินทราย:

qp (ปลายเสาเข็ม) = 40 × N60 × (Lb/D)    (kPa)
fs (ผิวเสาเข็ม)   = 2 × N60              (kPa)

Lb = ความลึกที่ฝังในชั้นรับน้ำหนัก
D  = เส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็ม

ข้อจำกัดของ SPT ที่ต้องระวัง

1. ค่าผันแปรสูง

ค่า N ของจุดเดียวกัน เจาะคนละครั้งอาจต่างกัน 20-50% เพราะ:

  • ทักษะของทีมงานเจาะ
  • การรักษาความสะอาดของหลุม
  • คุณภาพของอุปกรณ์
  • การแปลผลของคนนับ

2. ไม่เหมาะกับดินบางประเภท

  • ดินกรวด/หิน: N-Value พุ่งสูงผิดปกติ เพราะติดเศษหิน — ควรใช้ Rock Coring
  • ดินเหนียวอ่อนมาก: N = 0 หลายเมตร ไม่บอกอะไรได้ — ควรใช้ Vane Shear
  • ทรายอิ่มตัวด้วยน้ำ: ค่า N อาจสูงผิดปกติเพราะ Pore Pressure

3. ความลึกที่จำกัด

เมื่อก้านยาว 30+ ม. พลังงานสูญเสียมาก ทำให้ค่า N ต่ำกว่าความเป็นจริง ต้องใช้ Rod Length Correction (CR)

4. ไม่ได้ตัวอย่างที่สมบูรณ์

Split Spoon Sampler รบกวนตัวอย่างมาก ทำให้ Lab Test เช่น Unconfined Compression อาจได้ผลต่ำกว่าจริง ในงานที่ต้องการความแม่นยำ ใช้ Thin-Walled Tube (Shelby Tube) สำหรับเก็บตัวอย่าง Undisturbed

เปรียบเทียบ SPT กับการทดสอบอื่น

การทดสอบเหมาะกับข้อดีข้อจำกัด
SPTดินทุกประเภท ยกเว้นกรวดราคาถูก เก็บตัวอย่างได้ค่าผันแปรสูง
CPTดินเหนียว ทรายข้อมูลต่อเนื่อง แม่นยำผ่านชั้นกรวดไม่ได้
Vane Shearดินเหนียวอ่อนวัด Su ตรงเฉพาะดินเหนียวอ่อน
Plate Bearingดินผิว/Subgradeวัด Bearing ตรงเฉพาะชั้นบน
Pressuremeterทุกประเภทแม่นยำสูงราคาแพง

แนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practices)

  1. ใช้ค่า N60 หรือ (N1)60 เสมอ ในการคำนวณ ไม่ใช้ค่า N ดิบ
  2. ตรวจสอบ Hammer Efficiency ของบริษัทที่จ้างทำ — มาตรฐานต้อง 60% ขึ้นไป
  3. เก็บตัวอย่างเสริม เช่น Shelby Tube สำหรับดินเหนียว ทำ Lab Test เพื่อยืนยัน
  4. ใช้ N-Value ร่วมกับวิธีอื่น เช่น CPT หรือ Vane Shear ในจุดสำคัญ
  5. ระวัง Anomalous Data — ค่าที่ผิดปกติเด้งสูงเป็นบางจุด อาจเป็น Local Boulder
  6. เปรียบเทียบกับ Boring Log เสมอ ตรวจสอบว่าค่า N สอดคล้องกับลักษณะดินที่บันทึก

ตัวอย่างการแปลผลใน Bangkok Clay

โครงการในกรุงเทพชั้นใน ลึก 0-25 ม. ค่า N ทั่วไป:

  • 0-2 ม.: N = 5-10 (Weathered Crust)
  • 2-15 ม.: N = 0-4 (Soft Bangkok Clay) → ออกแบบ ใช้ Su = 15-25 kPa
  • 15-21 ม.: N = 5-15 (Medium Stiff Clay) → Su = 50-100 kPa
  • 21-25 ม.: N = 30-50+ (1st Sand Layer) → ชั้นรองรับเสาเข็ม

วิศวกรจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ออกแบบเสาเข็มยาว 21-25 ม. โดยปลายเสาเข็มแตะชั้นทรายแน่น และคำนวณ Skin Friction ของชั้นดินอ่อนด้วย

สรุป

SPT N-Value เป็นเครื่องมือที่ ทรงพลังและประหยัด สำหรับงานวิศวกรรมปฐพี แต่ต้องใช้ด้วยความเข้าใจในข้อจำกัด การปรับค่าเป็น N60 หรือ (N1)60 เป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก

สำหรับโครงการที่ต้องการความแม่นยำสูง ใช้ SPT ร่วมกับการทดสอบอื่น เช่น CPT, Vane Shear, หรือ Lab Test จะให้ผลที่น่าเชื่อถือกว่าการใช้ N-Value เพียงอย่างเดียว

SPN Soil Engineering ใช้อุปกรณ์ SPT ที่ ผ่านการสอบเทียบ Hammer Efficiency และทีมงานได้รับการฝึกตามมาตรฐาน ASTM D1586 พร้อมเสนอบริการทดสอบเสริม CPT, Vane Shear, Lab Test เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับการออกแบบของวิศวกร