ทำไมกฎหมายต้องนิยามชั้นดินด้วยตัวเลข

เพราะค่าที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ในการออกแบบ เช่น หน่วยแรงแบกทานที่ยอมให้ หรือแรงเสียดทานของเสาเข็ม ผูกอยู่กับ "ชนิดชั้นดิน" ถ้านิยามคลุมเครือ ทุกคนตีความต่างกัน กฎกระทรวงกำหนดฐานรากของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคาร พ.ศ. 2566 (อ่านภาพรวมทั้งฉบับได้ในสรุปกฎกระทรวงฐานราก 2566 ฉบับเข้าใจง่าย) จึงผูกนิยามชั้นดินไว้กับตัวเลขที่วัดได้จริงจากการทดสอบมาตรฐาน 2 อย่างที่ทำกันในการเจาะสำรวจดินแทบทุกงาน:

  • SPT (Standard Penetration Test) — ตอกกระบอกเก็บตัวอย่างมาตรฐานด้วยตุ้มน้ำหนักและระยะยกมาตรฐาน นับจำนวนครั้งที่ตอกให้จม 30 ซม. สุดท้าย ได้ค่า N-Value ยิ่งสูงดินยิ่งแน่นหรือแข็ง — วิธีทดสอบและการแปลผลโดยละเอียดอ่านได้ใน SPT N-Value แปลผลยังไง
  • กำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบายน้ำ (Undrained Shear Strength, Su) — จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ (เช่น Unconfined Compression) หรือในสนามด้วย Field Vane Shear Test ใช้กับดินเหนียวเป็นหลัก

แนวการแบ่งชั้นดินตามกฎกระทรวง (ฉบับเข้าใจง่าย)

กลุ่ม "ดินเหนียวและดินดาน" จำแนกด้วยกำลังรับแรงเฉือน Su ควบคู่กับค่า SPT N-Value ตารางนี้สรุปแนวทางเพื่อให้เห็นภาพว่าดินแต่ละชื่อผูกกับตัวเลขแบบไหน (ส่วนดินทรายจำแนกด้วย N-Value อย่างเดียว ดูตารางถัดไป):

ชนิดชั้นดินลักษณะโดยสังเขปเกณฑ์เชิงตัวเลข (แนวทาง)
ดินเหนียวอ่อนมากเหลวมาก อุ้มน้ำสูง พบในชั้นบนสุดของที่ราบลุ่มSu < 12.5 kPa (ปริมาณน้ำในดิน > 100%)
ดินเหนียวอ่อนปั้นง่าย บีบเสียรูป พบมากในที่ราบลุ่มภาคกลางSu 12.5–25 kPa / N-Value ≤ 4 (ปริมาณน้ำ > 70–100%)
ดินเหนียวแข็งปานกลางแน่นขึ้น รอยกดนิ้วยังปรากฏSu 25–50 kPa / N-Value 4–8
ดินเหนียวแข็งกดนิ้วแทบไม่เข้าSu > 50 kPa / N-Value 8–30
ดินดานชั้นดินแน่นแข็งมาก มักเป็นชั้นรับปลายเสาเข็มN-Value > 30

ในกลุ่มดินเหนียว กฎกระทรวงยังใช้ "ปริมาณน้ำในดิน" (Water Content) เป็นเกณฑ์ร่วมกับ Su และ N-Value โดยเฉพาะชั้นที่อ่อนที่สุด — ดินเหนียวอ่อนมาก คือดินที่มีปริมาณน้ำในดินสูงกว่าประมาณ 100% และ Su ต่ำกว่า 12.5 kPa ซึ่งเป็นชั้นที่ทรุดตัวง่ายและต้องระวังเป็นพิเศษในงานฐานราก

ดินทราย (Cohesionless Soil): ความแน่นตามค่า SPT N-Value

สำหรับดินไม่มีแรงยึดเหนี่ยว เช่น ทรายและกรวด ใช้ค่า SPT N-Value เป็นตัวจำแนก "ความแน่น" (Relative Density) เป็นหลัก โดยไม่ใช้ค่ากำลังรับแรงเฉือน Su:

SPT N-Valueความแน่น (Consistency)ความหนาแน่นสัมพัทธ์ Dr. (%)
0–4หลวมมาก (Very Loose)0–15
5–10หลวม (Loose)15–35
11–30แน่นปานกลาง (Medium)35–65
31–50แน่น (Dense)65–85
> 50แน่นมาก (Very Dense)85–100
⚠️ สำคัญ

ตารางนี้เป็นแนวทางเพื่อความเข้าใจเท่านั้น ตัวเลขและถ้อยคำที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายให้ยึดนิยามในตัวบทกฎกระทรวงเป็นหลัก และการจำแนกชั้นดินของโครงการจริงเป็นหน้าที่ของวิศวกรผู้รับผิดชอบผลการเจาะสำรวจ

  • เลือกชนิดฐานราก — ดินเหนียวอ่อนหนาแบบกรุงเทพฯ มักต้องใช้เสาเข็มถ่ายน้ำหนักลงชั้นทรายแน่นหรือดินดานด้านล่าง ส่วนพื้นที่ดินแข็งตื้นอาจใช้ฐานรากแผ่ได้ (อ่านดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ กับงานฐานราก)
  • กำหนดความยาวเสาเข็ม — ปลายเข็มควรวางในชั้นดินที่ N-Value สูงพอ ตำแหน่งชั้นนี้รู้ได้จาก Boring Log เท่านั้น (วิธีอ่านดูในคู่มืออ่าน Boring Log)
  • คำนวณค่ารับน้ำหนักตามกฎหมาย — ทุกค่าที่วิศวกรใช้ในรายการคำนวณต้องสอดคล้องกับชนิดชั้นดินที่พิสูจน์ได้จากผลทดสอบ (พื้นฐานเรื่องกำลังรับน้ำหนักดินอ่านที่ Bearing Capacity คืออะไร)
  • ประเมินการทรุดตัว — ดินเหนียวอ่อนทรุดตัวต่อเนื่องยาวนาน (Consolidation) การรู้ความหนาชั้นดินอ่อนช่วยประเมินและป้องกันปัญหาบ้านทรุดได้

มุมกลับที่ต้องระวังคือ ถ้าไม่มีผลเจาะสำรวจดิน กฎหมายจะจำกัดให้ใช้ได้เพียงค่าหน่วยแรงแบกทานแบบสันนิษฐานซึ่งต่ำมาก อ่านรายละเอียดในไม่เจาะดิน กฎหมายให้ใช้ค่ารับน้ำหนักดินได้แค่ไหน

ดินกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด: ทำไมเจาะดินแล้วเจอไม่เหมือนกัน

ที่ราบลุ่มเจ้าพระยามีชั้นดินเหนียวอ่อน (Bangkok Soft Clay) หนาราว 10–15 เมตรก่อนถึงชั้นดินแข็งหรือทรายแน่น ขณะที่หลายจังหวัดในภาคอีสาน ภาคตะวันออก หรือพื้นที่เชิงเขา อาจเจอชั้นดินแข็งหรือหินผุตั้งแต่ระดับตื้น การจำแนกตามนิยามกฎหมายจึงให้ผลต่างกันมากในแต่ละพื้นที่ และเป็นเหตุผลว่าทำไมความยาวเสาเข็มของบ้านแบบเดียวกันในสองจังหวัดถึงต่างกันได้หลายเมตร — จำนวนหลุมเจาะและความลึกที่เหมาะสมกับแต่ละงานดูได้ในเจาะดินกี่หลุม ลึกเท่าไหร่ถึงพอ

สรุป

"ดินอ่อน" หรือ "ดินแข็ง" ในยุคกฎกระทรวงฐานราก 2566 ไม่ใช่คำพูดลอย ๆ แต่คือสถานะทางกฎหมายที่ผูกกับค่า SPT N-Value และกำลังรับแรงเฉือน Su ที่วัดได้จริง ใครที่กำลังวางแผนก่อสร้าง การเจาะสำรวจดินคือทางเดียวที่จะรู้ว่าดินของคุณจัดอยู่ประเภทไหนตามนิยามกฎหมาย และวิศวกรจะได้ออกแบบฐานรากด้วยค่าที่ถูกต้อง มีที่มาอ้างอิงได้ในรายการคำนวณ

📌 ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

บทความนี้สรุปสาระของกฎกระทรวงเพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือทางวิศวกรรมสำหรับโครงการใดโครงการหนึ่ง การอ้างอิงเพื่อใช้งานจริงให้ยึดตัวบทกฎกระทรวงฉบับราชกิจจานุเบกษา และปรึกษาวิศวกรผู้มีใบอนุญาตประจำโครงการ