น้ำท่วมขังในโครงการคือปัญหาที่เจ้าของโครงการเจอซ้ำทุกหน้าฝน และแก้ทีหลังแพงกว่าออกแบบให้ถูกตั้งแต่ต้นหลายเท่า เพราะระบบระบายน้ำฝังอยู่ใต้ถนนทั้งหมด — จะแก้ต้องรื้อถนน บทความนี้เขียนสำหรับเจ้าของโครงการ ผู้รับเหมา และวิศวกรที่กำลังวางผังหมู่บ้านจัดสรร โรงงาน หรือพื้นที่โครงการที่ต้องออกแบบระบบระบายน้ำใหม่ทั้งระบบ

ระบบระบายน้ำโครงการ ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

ระบบระบายน้ำฝนของโครงการมีองค์ประกอบหลัก 4 ส่วน คือ ท่อหรือรางรวบรวมน้ำ บ่อพัก เส้นทางรวมน้ำหลัก และจุดปล่อยออกสู่ทางน้ำสาธารณะ ทั้งหมดทำงานต่อเนื่องกันด้วยแรงโน้มถ่วง จึงต้องออกแบบระดับให้ไหลไปทางเดียวกันทั้งโครงการ

  • ท่อระบายน้ำ / รางระบายน้ำ: รับน้ำฝนจากผิวถนนและหลังคาบ้านผ่านช่องรับน้ำ (Inlet) ข้างถนน โครงการทั่วไปนิยมใช้ท่อกลม คสล. ฝังใต้ไหล่ถนนหรือทางเท้า ส่วนรางเปิด/รางยู เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการลอกทำความสะอาดง่าย
  • บ่อพัก (Manhole): จุดเชื่อมและเปลี่ยนแนวท่อ ดักตะกอน และเป็นช่องลงไปบำรุงรักษา โดยทั่วไปวางทุกระยะประมาณ 10–15 ม. ตามข้อกำหนดของหน่วยงานท้องถิ่น และทุกจุดที่ท่อหักเลี้ยวหรือเปลี่ยนขนาด
  • เส้นทางรวมน้ำหลัก: ท่อขนาดใหญ่ขึ้นตามพื้นที่รับน้ำที่สะสมมากขึ้น รวบน้ำจากซอยย่อยไปยังจุดปล่อยออก บางโครงการมีบ่อหน่วงน้ำ (Detention Pond) เพื่อชะลอน้ำก่อนปล่อยตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด
  • จุดปล่อยออก (Outfall): ตำแหน่งปล่อยน้ำลงคลองหรือทางน้ำสาธารณะ ต้องเช็คระดับน้ำของทางน้ำปลายทาง หากระดับปลายทางสูงกว่าต้องมีบ่อสูบและเครื่องสูบน้ำช่วย พร้อมขออนุญาตเชื่อมทางระบายน้ำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เส้นทางน้ำฝนในระบบระบายน้ำโครงการ: ผังช่องรับน้ำ ท่อ บ่อพัก ท่อรวมหลัก จุดปล่อยออก และรูปตัดตามแนวท่อที่ไหลด้วยแรงโน้มถ่วง ภาพบนเป็นผังโครงการมองจากด้านบน ถนนมีบ้านสองฝั่ง น้ำฝนจากผิวถนนเข้าช่องรับน้ำข้างถนน ลงท่อ คสล. ซอยย่อยขนาดประมาณ 0.40 ถึง 0.60 เมตร ที่วางใต้ไหล่ทางทั้งสองฝั่ง มีบ่อพักทุกระยะประมาณ 10 ถึง 15 เมตร และทุกจุดที่ท่อเลี้ยวหรือเปลี่ยนขนาด ท่อจากฝั่งบนลอดใต้ถนนมารวมที่บ่อพักจุดรวม แล้วต่อเป็นท่อรวมหลักขนาดประมาณ 0.80 ถึง 1.50 เมตร ไปยังจุดปล่อยออกลงคลองหรือทางน้ำสาธารณะ ซึ่งต้องขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาพล่างเป็นรูปตัดตามแนวท่อ ผิวดินลาดเล็กน้อย ท่อวางลาดลงต่อเนื่องทั้งเส้น ท่อปลายทางจึงลึกกว่าต้นทางเสมอ ออกแบบให้ความเร็วไหลไม่ต่ำกว่าประมาณ 0.6 เมตรต่อวินาทีเพื่อไม่ให้ตะกอนตกค้าง ท้องท่อที่จุดปล่อยออกต้องสูงกว่าระดับน้ำในคลอง หากระดับน้ำปลายทางสูงกว่าต้องมีบ่อสูบและเครื่องสูบน้ำ แถบด้านล่างสรุปสามเรื่องที่ใช้ออกแบบ คือ ปริมาณน้ำจาก Rational Method Q เท่ากับ C คูณ i คูณ A ชั้นคุณภาพท่อตาม มอก.128-2560 ตามน้ำหนักที่กดทับเหนือท่อ และค่าระดับจริงจากงานสำรวจภูมิประเทศ ภาพประกอบเชิงหลักการ ไม่ใช่แบบก่อสร้าง ระบบระบายน้ำโครงการ: น้ำฝนเดินทางอย่างไร แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ผังเส้นทางน้ำ (มุมมองด้านบน) คลอง 1 2 3 4 5 1 ช่องรับน้ำ (Inlet) ข้างถนน รับน้ำจากผิวถนน 2 ท่อ คสล. ซอยย่อย ⌀ ~0.40–0.60 ม. ใต้ไหล่ทาง 3 บ่อพัก (Manhole) ~10–15 ม. และทุกจุดเลี้ยว 4 ท่อรวมหลัก ⌀ ~0.80–1.50 ม. ตามพื้นที่รับน้ำ 5 จุดปล่อยออก (Outfall) ลงคลอง ต้องขออนุญาต รูปตัดตามแนวท่อ: ไหลด้วยแรงโน้มถ่วงทั้งระบบ น้ำคลอง ตื้น ลึกกว่า ① ท่อลาดลงต่อเนื่อง ความเร็วไหล ≥ ~0.6 ม./วินาที กันตะกอนตกค้าง ② ท่อปลายทางลึกกว่าต้นทางเสมอ → วางแนวให้สั้นและตรง ③ ท้องท่อที่ Outfall ต้องสูงกว่าระดับน้ำคลอง ถ้าน้ำปลายทางสูงกว่า → บ่อสูบ + เครื่องสูบน้ำ 1 Q = C · i · A Rational Method → ขนาดท่อ 2 มอก.128-2560 Class ตามน้ำหนักเหนือท่อ 3 Topographic Survey ค่าระดับจริงของพื้นที่
เส้นทางน้ำฝนของโครงการ — จากผิวถนนเข้าช่องรับน้ำ ผ่านท่อและบ่อพัก รวมสู่ท่อหลัก แล้วปล่อยออกทางน้ำสาธารณะ (ภาพประกอบเชิงหลักการ ไม่ใช่แบบก่อสร้าง)

ท่อ คสล. เลือกขนาดและชั้นคุณภาพ (Class) อย่างไร?

การเลือกท่อ คสล. ต้องตัดสินใจ 2 เรื่องแยกกัน คือ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง (จากการคำนวณปริมาณน้ำ) และชั้นคุณภาพตาม มอก.128 (จากน้ำหนักที่กดทับเหนือท่อ) มาตรฐานฉบับปัจจุบัน มอก.128-2560 แบ่งท่อเป็น 4 ชั้นคุณภาพ (คสล 1–4) โดยเลขชั้นน้อยรับน้ำหนักได้มากกว่า ท่อใหญ่แต่ชั้นคุณภาพต่ำเกินไปจะแตกใต้ถนน ส่วนท่อชั้นคุณภาพสูงแต่ขนาดเล็กเกินไปก็ระบายน้ำไม่ทัน

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

แนวทางการใช้งานท่อ คสล. ตามชั้นคุณภาพ (มอก.128-2560)
ชั้นคุณภาพกำลังรับน้ำหนักการใช้งานที่เหมาะสม
Class 1สูงสุดฝังใต้ถนน ทางรถวิ่ง พื้นที่รถบรรทุกผ่าน หรือฝังลึกมาก
Class 2ปานกลางพื้นที่รับน้ำหนักปานกลาง ตามที่วิศวกรกำหนดจากความลึกฝังกลบ
Class 3ต่ำกว่าพื้นที่ไม่มีรถวิ่งผ่าน เช่น ใต้ทางเท้า พื้นที่สีเขียว
Class 4ต่ำสุดงานรับน้ำหนักเบาที่สุด ตามที่วิศวกรกำหนด (มาตรฐานกำหนดชั้นนี้เฉพาะท่อขนาด ⌀0.80 ม. ขึ้นไป)

ด้านขนาด ท่อในซอยย่อยของโครงการจัดสรรนิยมเริ่มที่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.40–0.60 ม. แล้วโตขึ้นตามพื้นที่รับน้ำสะสมจนถึงประมาณ 0.80–1.50 ม. ในเส้นทางรวมน้ำหลัก ทั้งนี้ข้อกำหนดจัดสรรที่ดินของแต่ละจังหวัดมักกำหนดขนาดขั้นต่ำของท่อในโครงการไว้ด้วย ต้องตรวจสอบก่อนออกแบบเสมอ

คำนวณปริมาณน้ำและขนาดท่ออย่างไร?

หลักการที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดสำหรับพื้นที่โครงการคือ Rational Method ซึ่งประเมินอัตราการไหลสูงสุดของน้ำฝนจากสามตัวแปร ได้แก่ ลักษณะผิวพื้นที่ ความเข้มฝน และขนาดพื้นที่รับน้ำ

Q = C · i · A Q = อัตราการไหลสูงสุด · C = สัมประสิทธิ์การไหลนอง (ผิวแข็งค่าสูง พื้นที่สีเขียวค่าต่ำ) · i = ความเข้มฝนออกแบบตามรอบปีการเกิดซ้ำ · A = พื้นที่รับน้ำ

เมื่อได้ปริมาณน้ำแล้ว วิศวกรจะเลือกขนาดและความลาดท่อให้ความสามารถระบายน้ำของท่อมากกว่าปริมาณที่คำนวณ โดยพื้นที่ผิวแข็งเยอะ (หลังคา ถนน ลานคอนกรีต) จะให้ค่า C สูง น้ำไหลนองมากกว่าพื้นที่ธรรมชาติหลายเท่า — นี่คือเหตุผลที่การถมดินทำโครงการต้องออกแบบระบายน้ำใหม่เสมอ ไม่ใช่พึ่งการซึมตามธรรมชาติแบบเดิม

ความลาดท่อและระดับ สำคัญอย่างไร?

น้ำในท่อไหลด้วยแรงโน้มถ่วง ความลาดท่อจึงเป็นตัวกำหนดทั้งความเร็วไหลและระดับความลึกของท่อทั้งเส้น หลักคิดสำคัญมี 3 ข้อ

  • ความเร็วไหลขั้นต่ำ: ออกแบบให้ความเร็วไหลในท่อไม่ต่ำกว่าประมาณ 0.6 ม./วินาที (Self-Cleansing Velocity) เพื่อให้น้ำพาตะกอนไปด้วย ไม่ตกค้างจนท่อตัน — ท่อที่ลาดน้อยเกินไปคือสาเหตุหลักของท่ออุดตันเรื้อรัง
  • ระดับต่อเนื่องทั้งระบบ: ท่อปลายทางต้องลึกกว่าต้นทางเสมอ ยิ่งเส้นทางยาว ท่อปลายทางยิ่งลึก จึงต้องวางแนวให้สั้นและตรงที่สุด และเช็คระดับจุดปล่อยออกให้สูงกว่าระดับน้ำของทางน้ำปลายทาง
  • ข้อมูลระดับจากการสำรวจจริง: การออกแบบต้องใช้ค่าระดับจากงานสำรวจภูมิประเทศ (Topographic Survey) ของพื้นที่จริง ไม่ใช่ประมาณจากแผนที่ทั่วไป เพราะความคลาดเคลื่อนระดับเพียงไม่กี่สิบเซนติเมตรอาจทำให้ท่อไหลย้อนทั้งเส้น ดูขอบเขตบริการสำรวจภูมิประเทศของ SPN

ออกแบบระบบระบายน้ำ ใช้มาตรฐานอะไรอ้างอิง?

งานระบายน้ำโครงการเกี่ยวข้องกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ข้อกำหนดจัดสรรที่ดิน และข้อกำหนดของหน่วยงานท้องถิ่นพร้อมกัน กลุ่มหลักที่ต้องตรวจสอบ ได้แก่

  • มอก.128-2560 (ท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก): มาตรฐานผลิตภัณฑ์ท่อ คสล. กำหนดชั้นคุณภาพ คสล 1–4 ตามกำลังรับน้ำหนัก ใช้เป็นเกณฑ์ระบุชั้นท่อในแบบก่อสร้างและตรวจรับวัสดุ
  • ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน (ตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543): โครงการจัดสรรต้องจัดให้มีระบบระบายน้ำตามข้อกำหนดของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินแต่ละจังหวัด ซึ่งมักระบุขนาดท่อขั้นต่ำ ระยะบ่อพัก และการบำบัด/หน่วงน้ำก่อนปล่อยออก
  • ข้อกำหนดของหน่วยงานท้องถิ่น: การเชื่อมท่อออกสู่ทางระบายน้ำสาธารณะหรือคลอง ต้องขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ซึ่งอาจกำหนดระดับ ตำแหน่ง และเงื่อนไขการปล่อยน้ำเพิ่มเติม
  • เกณฑ์การออกแบบทางวิศวกรรม: รอบปีการเกิดซ้ำของฝนออกแบบ ค่าสัมประสิทธิ์การไหลนอง และความเร็วไหลขั้นต่ำ-สูงสุดในท่อ ตามหลักวิศวกรรมชลศาสตร์ที่วิศวกรผู้ออกแบบเลือกใช้ให้เหมาะกับพื้นที่

งานระบายน้ำเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบโยธาทั้งระบบของโครงการ ซึ่งต้องประสานระดับกับงานถนนและผังรวม อ่านภาพรวมได้ที่ คู่มืองานออกแบบโครงสร้าง คสล. และวิศวกรรมโยธา บทความเรื่อง การออกแบบถนน คสล. ในโครงการ หรือดูขอบเขตบริการออกแบบวิศวกรรมโยธาของ SPN

⚠️ บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป

ตัวเลขขนาดท่อ ระยะบ่อพัก และเกณฑ์ต่าง ๆ ในบทความเป็นช่วงอ้างอิงเชิงหลักการ ไม่ใช่แบบก่อสร้างและไม่ใช่คำแนะนำการออกแบบสำหรับโครงการใดโครงการหนึ่ง ระบบระบายน้ำแต่ละโครงการต้องออกแบบโดยวิศวกรจากผลสำรวจระดับจริง ข้อมูลฝนของพื้นที่ และข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง