บทความนี้เล่างานจริงทีละขั้น ตั้งแต่โจทย์ของเจ้าของที่ดิน การวางระบบพิกัด สิ่งที่ต้องเก็บในสนาม จนถึงไฟล์ที่ส่งมอบ เพื่อให้เห็นว่าแผนที่ภูมิประเทศหนึ่งแผ่นมาจากข้อมูลอะไรบ้าง ส่วนหลักการทั่วไปอ่านได้ที่ Topographic Survey คืออะไร และการเลือกเครื่องมือที่ GPS RTK vs Total Station vs Drone
โจทย์ของงานนี้คืออะไร?
โจทย์คือทำแผนที่ภูมิประเทศที่สถาปนิกและวิศวกรใช้เริ่มออกแบบได้ทันที เจ้าของที่ดินมีแผนพัฒนาอาคารบนที่ดินว่างที่มีต้นไม้ใหญ่ ลานคอนกรีตเก่า และสิ่งปลูกสร้างเดิมบางส่วน ขอบเขตงานที่ตกลงกันมีดังนี้
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| พื้นที่ | ที่ดินว่างกลางกรุงเทพฯ ประมาณ 6,830 ตร.ม. (4-1-7.5 ไร่) ติดถนน 2 ด้าน |
| สภาพพื้นที่ | หญ้าและไม้พุ่มรก ต้นไม้ใหญ่หลายต้น ลานคอนกรีตเดิม และอาคารเล็กเดิม |
| วัตถุประสงค์ | ใช้ออกแบบด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมขั้นต่อไป |
| ระบบพิกัด | UTM WGS 1984 Zone 47 · Geoid Model TGM2017 · ค่าระดับอ้างอิงระดับน้ำทะเลปานกลาง (MSL) |
| สิ่งที่ต้องเก็บ | ค่าระดับดินเดิม ขอบเขตที่ดิน ถนน ทางเท้า ระบบระบายน้ำ สาธารณูปโภค สิ่งปลูกสร้าง และต้นไม้ |
| ทีมงาน | วิศวกรสำรวจ 1 คน หัวหน้าชุด 1 คน ผู้ช่วยช่าง 5 คน |
วางหมุดหลักฐานและระบบพิกัดอย่างไร?
หมุดหลักฐาน (Benchmark, BM) คือหมุดถาวรที่ทราบค่าพิกัดและค่าระดับ ใช้อ้างอิงทั้งงานสำรวจ งานออกแบบ และงานก่อสร้าง งานนี้ทำตามลำดับดังนี้
- สร้างหมุดถาวร 2 หมุด บนขอบทางเท้าใกล้พื้นที่โครงการ ทำสีและหมายเลขให้หาเจอง่าย
- กำหนดค่าพิกัดหมุดแรก ด้วยเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม GNSS อ้างอิงโครงข่ายสถานีอ้างอิงดาวเทียม แล้วกำหนดทิศทางเริ่มต้นจากหมุดแรกไปหมุดที่สอง
- ประมวลผลข้อมูลดาวเทียม ของหมุดหลักจากการรับสัญญาณต่อเนื่องราว 1 ชั่วโมง ได้ค่าคลาดเคลื่อนมาตรฐานระดับมิลลิเมตร
- ตรวจค่าระดับบนหมุดอ้างอิง (Check Level) ก่อนเก็บข้อมูล เพื่อยืนยันว่าเครื่องรับอยู่ในสถานะ Fix สมบูรณ์และค่าความสูงไม่เพี้ยน
ค่าระดับที่ได้คือ +0.2975 ม.รทก. และ +0.3665 ม.รทก. ตัวเลขใกล้ศูนย์แบบนี้เป็นเรื่องปกติของพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทีมออกแบบและผู้รับเหมาจะใช้สองหมุดนี้อ้างอิงระดับพื้นอาคารและระดับถนนต่อไป
เก็บข้อมูลอะไรบ้างในสนาม?
ข้อมูลภาคสนามแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ทุกจุดมีค่าพิกัด Northing, Easting และค่าระดับ
- ค่าระดับดินเดิม ประมาณทุกระยะ 10 × 10 ม. และเพิ่มจุดตามความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น ขอบลานคอนกรีตและแนวเปลี่ยนระดับ
- ถนนและทางเท้า ทั้งค่าระดับถนนหน้าโครงการ ขอบทางเท้า (Curb) และกำแพง ใช้ประเมินระดับอาคารและทางเข้า-ออก
- ระบบสาธารณูปโภค แมนโฮล ฝาบ่อน้ำประปา เสาไฟฟ้า และป้าย ทั้งในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง
- ต้นไม้ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 25 ซม. พร้อมชนิด เช่น ก้ามปู มะขาม มะพร้าว ปาล์ม มะยม พุทรา มะละกอ ต้นตีนเป็ด และกอไผ่
แต่ละเครื่องมือทำหน้าที่อะไรในงานนี้?
งานในเมืองใช้หลายเครื่องมือร่วมกัน เพราะแต่ละเครื่องมือมีจุดแข็งต่างกัน
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| เครื่องมือ | ใช้ทำอะไร | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เครื่องรับสัญญาณดาวเทียม GNSS (RTK) | กำหนดค่าพิกัดหมุดหลักฐาน และเก็บค่าระดับในที่โล่ง | ใช้ 4 ชุด รังวัดแบบ Real-Time Kinematic |
| กล้อง Total Station | เก็บรายละเอียดใต้ต้นไม้ ชิดอาคาร และวงรอบ | ความถูกต้องงานวงรอบ 1 : 10,000 |
| โดรน Phantom 4 RTK + จุดควบคุมภาพพื้นดิน (GCP) | ภาพถ่ายทางอากาศและภาพซ้อนแผนที่ | ช่วยให้เห็นภาพรวมพื้นที่และสิ่งปลูกสร้าง |
| AutoCAD Civil 3D | คำนวณและเขียนแผนที่ภูมิประเทศ | ส่งมอบไฟล์ .dwg / .dxf |
เครื่องมือหลักผ่านการสอบเทียบก่อนใช้งาน และแนบใบรับรองการสอบเทียบไว้ในภาคผนวกของรายงาน
หลักเขตที่ดินกับมุมกำแพงใช้กำหนดขอบเขตอย่างไร?
ขอบเขตพื้นที่ในงานนี้กำหนดจากหลักเขตที่ดินที่พบจริงร่วมกับมุมกำแพงที่ล้อมรอบพื้นที่ ทีมงานพบหลักเขตที่ดิน 1 หลัก แต่เลขบนหลักเขตอ่านไม่ได้ จึงเก็บตำแหน่งมุมกำแพงรอบพื้นที่เพิ่ม แล้วคำนวณเนื้อที่ได้ประมาณ 6,830 ตร.ม.
เนื้อที่ที่ได้จึงเป็นค่าโดยประมาณสำหรับใช้ออกแบบ ไม่ใช่แนวเขตตามกฎหมาย ถ้าต้องการแนวเขตที่ดินที่ถูกต้องตามโฉนด ต้องให้สำนักงานที่ดินรังวัดสอบเขต ความต่างของสองงานนี้อธิบายไว้ที่ Topographic Survey ต่างจากการรังวัดที่ดินยังไง
ส่งมอบผลงานอะไรบ้าง?
ผลงานที่ส่งมอบให้เจ้าของที่ดินมี 3 ส่วน ใช้งานต่อได้ทันทีทั้งฝั่งสถาปนิกและวิศวกร
- ไฟล์ AutoCAD (.dwg / .dxf) แสดงค่าระดับ แนวเขต ถนน สาธารณูปโภค สิ่งปลูกสร้าง และต้นไม้
- แผนที่ภูมิประเทศขนาด A3 2 แผ่น คือแผนที่ลายเส้น และแผนที่ซ้อนภาพถ่ายทางอากาศ พร้อมตารางค่าพิกัดหมุดหลักฐาน
- รายงานการสำรวจ (PDF) มีวิธีสำรวจ ค่าพิกัดหมุดหลักฐานและหมุดเขตที่ดิน ภาพถ่ายการปฏิบัติงาน ผลการประมวลผลข้อมูลดาวเทียม และใบรับรองการสอบเทียบเครื่องมือ
บทเรียนจากงานนี้ สำหรับการสำรวจที่ดินกลางเมือง
- วางหมุดหลักฐานในจุดที่ไม่ถูกรื้อ ขอบทางเท้าหรือโครงสร้างถาวรนอกเขตก่อสร้างช่วยให้หมุดอยู่ใช้งานได้ตลอดโครงการ
- เตรียมหลายเครื่องมือ อาคารสูงและต้นไม้ใหญ่บังสัญญาณดาวเทียมได้ จุดที่ GNSS รับสัญญาณไม่ดีให้เก็บด้วย Total Station
- เก็บข้อมูลเลยแนวเขตออกไป ระดับถนน แมนโฮล และเสาไฟฟ้ารอบพื้นที่ มีผลต่อการกำหนดระดับอาคาร ทางเข้า-ออก และการระบายน้ำ
- หลักเขตอาจหายหรืออ่านไม่ได้ ควรแจ้งเจ้าของตั้งแต่ต้นว่าเนื้อที่จากงานสำรวจเป็นค่าประกอบการออกแบบ ไม่ใช่แนวเขตตามกฎหมาย
- บันทึกชนิดต้นไม้ใหญ่ ข้อมูลนี้ช่วยให้สถาปนิกตัดสินใจเก็บต้นไม้ไว้เป็นส่วนหนึ่งของผังได้ตั้งแต่เริ่มออกแบบ
ถ้าโครงการต่อไปต้องเจาะสำรวจดินเพื่อออกแบบฐานราก ตำแหน่งหลุมเจาะสามารถวางลงบนแผนที่ภูมิประเทศเดียวกันได้ อ่านต่อที่ เจาะดินกี่หลุม ลึกเท่าไหร่ หรือดูบริการ สำรวจภูมิประเทศ ของ SPN
ค่าบริการสำรวจภูมิประเทศขึ้นกับขนาดพื้นที่ ความรกของพื้นที่ จำนวนรายละเอียดที่ต้องเก็บ และการใช้โดรน จึงประเมินเป็นรายโครงการ ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม. ที่ หน้าติดต่อ SPN ทั้งนี้ราคายังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน
ตัวเลขและภาพถ่ายในบทความมาจากงานสำรวจจริงของ SPN โดยไม่ระบุชื่อโครงการ เจ้าของที่ดิน และค่าพิกัดที่ตั้ง แผนที่ในบทความเป็นภาพตัดบางส่วน ข้อสรุปเป็นการอธิบายเชิงความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำการออกแบบสำหรับโครงการอื่น